เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2557 ชมรมจักยานเพื่อสุขภาพจังหวัดพังงา ร่วมกับชมรมจักรยานในพื้นที่ใกล้เคียง จัดกิจกรรม "ปั่นบุญ สมทบทุนสร้างศาลาสำนักสงฆ์บ้านเกาะเคี่ยม ต.บางเตย อ.เมืองพังงา” โดยมีสมาชิกจากชมรมต่างๆเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
นายสุมาศ จรสุวรรณ ประธานชมรมจักยานเพื่อสุขภาพจังหวัดพังงา กล่าวว่า ทางชมรมฯโดยการสนับสนุนของสมาคมกีฬาจังหวัดพังงา ได้จัดกิจกรรมต่างๆต่อเนื่องอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการ ปั่นจักรยานเพื่อเทิดพระเกียรติฯ การปั่นเพื่อร่วมรณรงค์ในกิจกรรมของทางจังหวัดพังงา การส่งทีมเข้าร่วมกิจกรรมของชมรมจักรยานฯในพื้นที่ต่างๆและ การจัดการแข่งขันในทัวร์นาเม้นท์ต่างๆ ส่วนในเวลาปกติตนเองพร้อมด้วยสมาชิกบางส่วน ก็จะร่วมกันปั่นจักรยานไปตามเส้นทางต่างๆเกือบทุกวัน จนวันหนึ่งก็ได้มาพบกับสำนักสงฆ์แห่งนี้ ซึ่งพบว่ายังขาดแคลนสาธารณูปโภคอยู่หลายอย่าง ก็เลยนำมาพูดคุยกันในชมรมฯ จนมีมติให้จัดกิจกรรมนี้ขึ้น
นายจักรพงษ์ วาหะรักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 บ้านเกาะเคี่ยม ต.บางเตย อ.เมืองพังงา เปิดเผยว่า ชุมชนบ้านเกาะเคี่ยม มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 250 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีนับถือศาสนาพุทธประมาณ95 ครัวเรือน ทำให้ประชาชนทั่วไป มักจะไม่รู้ว่ามีสำนักสงฆ์ตั้งอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งแท้จริงแล้ว สำนักสงฆ์แห่งนี้มีมานานหลายร้อยปีแล้ว โดยที่ไม่เคยมีปัญหาในเรื่องของศาสนาภายในชุมนุมเลย สำหรับวันนี้ก็ได้รับเงินสมทบทุนรวม18,810 บาท คุณสุทัศน์และคุณสุจิตรา วีริยานันท์ สร้างสุขาให้ 1 หลัง วิทยาลัยเทคนิคพังงาก็จะเข้ามาดูแลในเรื่องของระบบไฟฟ้าทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557
ตร.ทางหลวงพังงา จับยาบ้า 403 เม็ด ผู้ต้องหาสารภาพ
เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 29 มกราคม 2557 ภายใต้การควบคุมสั่งการของ พ.ต.ต.มนพร ลิขิตมานนท์ สว.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. นำโดย ร.ต.ท.วินัย สายคุ้ม รอง สว.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. พร้อมด้วย ร.ต.ต.สุระชาติ สะใบบาง รอง สว.(ป.)ส.ทล.1 กก.ทล. ด.ต.กฤต แก้วศรีอ่อน ด.ต.นำชัย บุญวิโรจน์ ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล ร่วมกันออกตรวจและตั้งจุดสกัดในพื้นที่รับผิดชอบ ที่บริเวณริมถนนสาย ทล.415 ระหว่างกม.5 - กม.6 ถนนสายอำเภอทับปุด-อำเภอเมืองพังงา เขตตำบลถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา ในขณะตั้งจุดสกัดได้มีชายฉกรรจ์จำนวน 2 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์นั่งซ้อนท้ายกันมาจากอำเภอทับปุด เมื่อเจอการตั้งจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ส่อท่าทางพิรุธ เจ้าหน้าที่ชุดจึงส่งสัญญาณไฟให้ชะลอความเร็วและหยุด เพื่อขอตรวจค้น ทราบต่อมาว่า ผู้ขับขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง-ดำ รุ่นเวฟ 125 หมายเลขทะเบียน กทท 722 พังงา คันดังกล่าว คือ นายวัฒนา โล่คำ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117/3 หมู่ที่ 6 ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา และผู้นั่งซ้อนท้ายคือ นายนภดล ธรรมศรี อายุ 34 ปี อยู่เลขที่ 13/5 หมู่ที่ 7 ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งทั้ง 2 คนมีอาชีพ รับจ้างกรีดยางพารา ซึ่งจากผลการตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 403 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงินแบบกดปิดกดเปิด ใส่อยู่ในถุงพลาสติกใสและพันทับด้วยเทปกาวสีดำ ก่อนห่อด้วยกระดาษสมุดสีขาวแบบมีเส้นบรรทัดซุกซ่อนไว้ในถุงพลาสติกหูหิ้วชนิดสีขาวขุ่น ใส่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังข้างซ้าย และพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องอยู่ในกระเป๋ากางเกงหน้าขวามือของนายนภดล และจากการตรวจค้นตัวนายวัฒนา พบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าขวามือ เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นของกลาง จึงแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้นว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า)ไว้ครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ให้การรับสารภาพ จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายพร้อมกับของกลางทั้งหมด ส่ง พงส.สภ.เมืองพังงา อ.เมือง จ.พังงา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนนายนภดล ธรรมศรี สารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวตนทั้งสองได้รับการว่าจ้างจากนางตน(ไม่ทราบชื่อจริง) อายุประมาณ 40 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใกล้กับโรงเรียนการอาชีพอำเภออ่าวลึก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ นำไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา โดยได้รับค่าจ้างคนละ 5,000 บาท และรับว่าทำมาแล้ว 2 ครั้ง ก่อนถูกจับกุมในครั้งนี้
จากการสอบสวนนายนภดล ธรรมศรี สารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวตนทั้งสองได้รับการว่าจ้างจากนางตน(ไม่ทราบชื่อจริง) อายุประมาณ 40 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใกล้กับโรงเรียนการอาชีพอำเภออ่าวลึก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ นำไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า จ.พังงา โดยได้รับค่าจ้างคนละ 5,000 บาท และรับว่าทำมาแล้ว 2 ครั้ง ก่อนถูกจับกุมในครั้งนี้
จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดพิธีถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช ในโอกาสครบวันสิ้นพระชนม์ 100 วัน
จังหวัดนครศรีธรรมราชเชิญชวนร่วมตักบาตรและสวดพระพุทธมนต์ธรรมนิยามสูตร ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ในโอกาสครบวันสิ้นพระชนม์ 100 วัน
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชกำหนดจัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 100 รูป ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในโอกาสครบวันสิ้นพระชนม์ 100 วัน ในวันที่ 31 มกราคม 2557 เวลา 07.00 น. ณ หน้าสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นเวลา 16.00 น. ได้จัดประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ธรรมนิยามสูตร และพิธีสวดพระอภิธรรม ณ วิหารหลวง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงขอเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา พุทธศาสนิกชนชาวนครศรีธรรมราช และผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน การแต่งกายชุดสุภาพสีเทา หรือสีนวล หรือชุดขาวปฏิบัติธรรม
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชกำหนดจัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 100 รูป ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในโอกาสครบวันสิ้นพระชนม์ 100 วัน ในวันที่ 31 มกราคม 2557 เวลา 07.00 น. ณ หน้าสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นเวลา 16.00 น. ได้จัดประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ธรรมนิยามสูตร และพิธีสวดพระอภิธรรม ณ วิหารหลวง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงขอเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา พุทธศาสนิกชนชาวนครศรีธรรมราช และผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน การแต่งกายชุดสุภาพสีเทา หรือสีนวล หรือชุดขาวปฏิบัติธรรม
ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 30 ม.ค. 2557
ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ
จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงวางศิลาฤกษ์มณฑป วัดคีรีกันทร์ อำเภอลานสกา วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ กำหนดเสด็จทรงวางศิลาฤกษ์มณฑป เพื่อประดิษฐานพระเถราจารย์ ณ วัดคีรีกันทร์ หมู่ที่ 3 ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 โดยเครื่องบินที่นั่งถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เวลา 16.00 น. มีผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และข้าราชการเฝ้ารับเสด็จ จากนั้นเวลา 16.30 น. รถยนต์ที่นั่งถึงวัดคีรีกันทร์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์มณฑป เพื่อประดิษฐานพระเถราจารย์ วัดคีรีกันทร์ และเสด็จทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ
จังหวัดนครศรีธรรมราชจึงขอเชิญชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มพลังมวลชนทุกหมู่เหล่า เฝ้ารับ-ส่งเสด็จ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ณ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และวัดคีรีกันทร์ ในวันและเวลาดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ กำหนดเสด็จทรงวางศิลาฤกษ์มณฑป เพื่อประดิษฐานพระเถราจารย์ ณ วัดคีรีกันทร์ หมู่ที่ 3 ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 โดยเครื่องบินที่นั่งถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เวลา 16.00 น. มีผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และข้าราชการเฝ้ารับเสด็จ จากนั้นเวลา 16.30 น. รถยนต์ที่นั่งถึงวัดคีรีกันทร์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์มณฑป เพื่อประดิษฐานพระเถราจารย์ วัดคีรีกันทร์ และเสด็จทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ
จังหวัดนครศรีธรรมราชจึงขอเชิญชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มพลังมวลชนทุกหมู่เหล่า เฝ้ารับ-ส่งเสด็จ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ณ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และวัดคีรีกันทร์ ในวันและเวลาดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน
ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 30 ม.ค. 2557
ประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลเชียรเขา เรื่องบันทึกแก้ไขรายละเอียดแนบท้ายประกาศสอบราคาจ้าง โครงการก่อสร้างประตูระบายนำ้ระบบปิด/เปิด จำนวน 10 โครงการ ลงวันที่ 17 มกราคม 2557
ประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลเชียรเขา เรื่องบันทึกแก้ไขรายละเอียดแนบท้ายประกาศสอบราคาจ้าง โครงการก่อสร้างประตูระบายนำ้ระบบปิด/เปิด จำนวน 10 โครงการ ลงวันที่ 17 มกราคม 2557
อบต.เชียรเขา เมื่อ : 30 ม.ค. 2557
สอบราคาจัดซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง
ด้วยเรือนจำอำเภอทุ่งสง ได้เรียกสอบราคาซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง จำนวน ๑ งาน เป็นเงินทั้งสิ้น ๙๘๗,๐๐๐.- บาท ( เก้าแสนแปดหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน ) โดยกำหนดขอรับเอกสารและยื่นซองสอบราคา ตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ งานพัสดุ ฝ่ายบริหารทั่วไป เรือนจำอำเภอทุ่งสง และกำหนดเปิดซอง สอบราคา ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป
เรือนจำอำเภอทุ่งสง คุณกรรณิกา เหมาะหมั่น
30 ม.ค. 2557
ผลิตภัณฑ์กระจูด สร้างรายได้ ส่งเสริมอาชีพ แก่เกษตรกรตำบลเคร็ง
ผลิตภัณฑ์กระจูด สร้างรายได้ ส่งเสริมอาชีพ แก่เกษตรกรตำบลเคร็ง อ.ชะอวด สหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราชสนับสนุนงบประมาณซื้อเครื่องรีดและเครื่องย้อมสีกระจูดพร้อมระบบบำบัดน้ำเสีย
นายนารถพงศ์ สุนทรนนท์ สหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์จากกระจูด ถือเป็นภูมิปัญญาที่มีการถ่ายทอดสืบต่อกันมาอย่างยาวนานในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีต้นกระจูดอยู่เป็นจำนวนมาก เกษตรกรในตำบลเคร็งมีการจักสานกระจูดเป็นอาชีพหลัก ส่งผลให้การทำผลิตภัณฑ์กระจูดเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอชะอวดเกษตรกรในตำบลเคร็งจึงได้มีการรวมกลุ่มขึ้น เพื่อรวบรวมผลิตภัณฑ์กระจูดของเกษตรกรในหมู่บ้านจัดจำหน่ายและส่งออกไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อกลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด สังกัดสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวดพัฒนา จำกัด โดยมีมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย อำเภอชะอวด ร่วมให้การสนับสนุน และมีคุณอุบลวรรณา แป้นด้วง เป็นประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์ฯ
สหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กระจูดที่ทางกลุ่มจัดทำมีหลากหลายและมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง อาทิ กระเป๋า เสื่อ กล่องใส่กระดาษชำระ รองเท้า ที่รองจาน ตะกร้า กระบุง จานเปล ที่นอนสัตว์เลี้ยง กล่องมีฝา เป็นต้น ซึ่งทุกอย่างล้านผลิตมาจากกระจูดทั้งสิ้น นอกจากการทำผลิตภัณฑ์จากกระจูดแล้ว กิจกรรมภายในกลุ่มสตรีสหกรณ์ฯ ยังได้ดำเนินการรับฝากเงินจากสมาชิกภายในกลุ่มเพื่อเป็นการส่งเสริมการออมอีกทางหนึ่งด้วย สำหรับความสำเร็จของกลุ่มสตรีสหกรณ์ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2545 ผลิตภัณฑ์กระจูดของกลุ่มได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ระดับสองดาว ปี พ.ศ. 2547 ผลิตภัณฑ์กระจูดของกลุ่มได้รับการคัดสรรตามโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ปี 2547 (OTOP Product Champion) ปี พ.ศ. 2548 ผลิตภัณฑ์กระจูดของกลุ่มได้รับใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และใบรับรองสินค้ามาตรฐานสหกรณ์ (สมส.) จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช สนับสนุนเงินอุดหนุนจ่ายขาดเพื่อพัฒนาอาชีพในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้กับกลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 150,000.-บาท เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องรีดกะจูด จำนวน 2 เครื่อง ๆ ละ 50,000 บาท และที่ย้อมสีพร้อมระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 50,000 บาท เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มสอดรับกับแผนพัฒนาการสหกรณ์แผนกลยุทธ์กรมส่งเสริมสหกรณ์และวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์
ผู้ที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์กระจูด ติดต่อได้ที่คุณอุบลวรรณา แป้นด้วง บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 บ้านควนยาว ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 80180 หรือโทรศัพท์ 08-7888-5702
นายนารถพงศ์ สุนทรนนท์ สหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์จากกระจูด ถือเป็นภูมิปัญญาที่มีการถ่ายทอดสืบต่อกันมาอย่างยาวนานในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีต้นกระจูดอยู่เป็นจำนวนมาก เกษตรกรในตำบลเคร็งมีการจักสานกระจูดเป็นอาชีพหลัก ส่งผลให้การทำผลิตภัณฑ์กระจูดเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอชะอวดเกษตรกรในตำบลเคร็งจึงได้มีการรวมกลุ่มขึ้น เพื่อรวบรวมผลิตภัณฑ์กระจูดของเกษตรกรในหมู่บ้านจัดจำหน่ายและส่งออกไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อกลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด สังกัดสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวดพัฒนา จำกัด โดยมีมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย อำเภอชะอวด ร่วมให้การสนับสนุน และมีคุณอุบลวรรณา แป้นด้วง เป็นประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์ฯ
สหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กระจูดที่ทางกลุ่มจัดทำมีหลากหลายและมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง อาทิ กระเป๋า เสื่อ กล่องใส่กระดาษชำระ รองเท้า ที่รองจาน ตะกร้า กระบุง จานเปล ที่นอนสัตว์เลี้ยง กล่องมีฝา เป็นต้น ซึ่งทุกอย่างล้านผลิตมาจากกระจูดทั้งสิ้น นอกจากการทำผลิตภัณฑ์จากกระจูดแล้ว กิจกรรมภายในกลุ่มสตรีสหกรณ์ฯ ยังได้ดำเนินการรับฝากเงินจากสมาชิกภายในกลุ่มเพื่อเป็นการส่งเสริมการออมอีกทางหนึ่งด้วย สำหรับความสำเร็จของกลุ่มสตรีสหกรณ์ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2545 ผลิตภัณฑ์กระจูดของกลุ่มได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ระดับสองดาว ปี พ.ศ. 2547 ผลิตภัณฑ์กระจูดของกลุ่มได้รับการคัดสรรตามโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ปี 2547 (OTOP Product Champion) ปี พ.ศ. 2548 ผลิตภัณฑ์กระจูดของกลุ่มได้รับใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และใบรับรองสินค้ามาตรฐานสหกรณ์ (สมส.) จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช สนับสนุนเงินอุดหนุนจ่ายขาดเพื่อพัฒนาอาชีพในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้กับกลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตชะอวด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 150,000.-บาท เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องรีดกะจูด จำนวน 2 เครื่อง ๆ ละ 50,000 บาท และที่ย้อมสีพร้อมระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 50,000 บาท เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มสอดรับกับแผนพัฒนาการสหกรณ์แผนกลยุทธ์กรมส่งเสริมสหกรณ์และวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์
ผู้ที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์กระจูด ติดต่อได้ที่คุณอุบลวรรณา แป้นด้วง บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 บ้านควนยาว ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช 80180 หรือโทรศัพท์ 08-7888-5702
ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 30 ม.ค. 2557
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง ประกาศเรื่อง หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินสูญหาย
ประกาศ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง
เรื่อง หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินสูญหาย
ด้วย นายจำนงค์ แก้วเมือง อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่ที่ 3 ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ขอออกใบแทนหนังสืิออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปทีืดิน (ส.ป.ก.4-01) โครงการป่าใส-ป่าแก่ สารบัญทะเบียนที่ดินเลขที่ 1298 เล่ม 13 หน้า 98 อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ในที่ดินแปลงเลขที่ 1 กลุ่มที่ 177 เนื้อที่ 10-1-75 ไร่ และสารบัญทะเบียนที่ดินเลขที่ 994 เล่ม 10 หน้า 94 อำเภอวังวิืเศษ จังหวัดตรัง ในที่ดินแปลงเลขที่ 3 กลุ่มที่ 78 เนื้อที่ 15-3-05 ไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เนื่องจากหนังสืออนุญาตฯ ฉบับดังกล่าวสูญหายไม่ทราบสาเหตุ
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง (ส.ป.ก.ตรัง) จึงขอประกาศให้ทราบทั่วกัน ผู้ใดพบเห็นหรือยึดถือเอกสาร ส.ป.ก.4-01 ดังกล่าวไว้โปรดส่งคืนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง หรือผู้ใดมีข้อโต้แย้ง คัดค้านประการใด ขอให้โต้แย้ง คัดค้านต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง (ส.ป.ก.ตรัง) เลขที่ 80 หมู่ที่ 3 ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลบางรัก อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศ หากไม่มีผู้ใดโต้แย้ง หรือคัดค้าน ทางราชการจะดำเนินการออกใบแทนหนังสืออนุญาตฯ ให้แก่ผู้ขอต่อไป
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
เรื่อง หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินสูญหาย
ด้วย นายจำนงค์ แก้วเมือง อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่ที่ 3 ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ขอออกใบแทนหนังสืิออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปทีืดิน (ส.ป.ก.4-01) โครงการป่าใส-ป่าแก่ สารบัญทะเบียนที่ดินเลขที่ 1298 เล่ม 13 หน้า 98 อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ในที่ดินแปลงเลขที่ 1 กลุ่มที่ 177 เนื้อที่ 10-1-75 ไร่ และสารบัญทะเบียนที่ดินเลขที่ 994 เล่ม 10 หน้า 94 อำเภอวังวิืเศษ จังหวัดตรัง ในที่ดินแปลงเลขที่ 3 กลุ่มที่ 78 เนื้อที่ 15-3-05 ไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เนื่องจากหนังสืออนุญาตฯ ฉบับดังกล่าวสูญหายไม่ทราบสาเหตุ
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง (ส.ป.ก.ตรัง) จึงขอประกาศให้ทราบทั่วกัน ผู้ใดพบเห็นหรือยึดถือเอกสาร ส.ป.ก.4-01 ดังกล่าวไว้โปรดส่งคืนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง หรือผู้ใดมีข้อโต้แย้ง คัดค้านประการใด ขอให้โต้แย้ง คัดค้านต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง (ส.ป.ก.ตรัง) เลขที่ 80 หมู่ที่ 3 ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลบางรัก อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศ หากไม่มีผู้ใดโต้แย้ง หรือคัดค้าน ทางราชการจะดำเนินการออกใบแทนหนังสืออนุญาตฯ ให้แก่ผู้ขอต่อไป
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557
(ลงนาม) สุนิสา ควัฒน์กุล
(นางสุนิสา ควัฒน์กุล)
ปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง
วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557
บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้ก่อนเทศกาลตรุษจีนในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฏร์ธานีค่อนข้างเงียบเหงา
บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้ก่อนเทศกาลตรุษจีนในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฏร์ธานีค่อนข้างเงียบเหงา คาดผลกระทบจากการเมืองและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ขณะที่ราคาของสินค้าปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
วันนี้ (29 ม.ค. 57) บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีน 2557 บริเวณตลาดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี บรรยากาศเป็นไปค่อนข้างเงียบเหงาเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ยังมีชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนหนึ่ง ออกมาจับจ่ายเลือกซื้อสิ้นค้าคาวหวาน จำพวกหมู เห็ด เป็ด ไก่ ขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะแก้วมังกร สับปะรด และส้ม ที่มีวางจำหน่ายจำนวนมาก โดยราคาส่วนใหญ่ขยับสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ราคาผักบางอย่างก็มีการปรับราคาสูงขึ้น ส่วนราคาเนื้อหมู ไก่ เป็ด ก็ปรับราคาขึ้นเช่นกัน อาทิ เนื้อหมูกิโลกรัมละ 130 – 140 บาท , หัวหมูราคา 600 – 700 บาท , เป็ด-ไก่ ตัวละ 100 – 200 บาท ตามขนาด , ส้มกิโลกรัมละ 60 – 100 บาท , สับปะรด ลูกละ 10 -15 บาท , ชมพู – แก้วมังกร กิโลกรัมละ 70 บาท , ขนมเข่งลูกละ 5 บาท ในขณะที่เครื่องไหว้พบว่ามีราคาตั้งแต่ชุดละ 150 – 300 บาท
ด้านพ่อค้า แม่ขาย ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้การค้าขายค่อนข้างเงียบเหงาเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มีผู้ออกมาจับจ่ายลดน้อยลง ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เลือกซื้อเฉพาะที่จำเป็นและลดปริมาณการจับจ่ายลง สาเหตุอาจมาจากราคาพืชผลทางการเกษตรปาล์มน้ำมันและยางพาราตกต่ำ ภาวะเศรษฐกิจชลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อลดน้อยลง ประชาชนไม่ออกมาจับจ่ายซื้อของ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศอีกด้วย ทำให้บรรยากาศการค้าการขับจ่ายซบเซาลงอย่างต่อเนื่อง
เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นสร้างอนาคตด้วยการส่งเสริมการศึกษา
หลังจากเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดภายในโรงเรียนบ้านจูโว๊ะ หมู่ที่ 5 ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส แรงระเบิดทำให้จักรยานของนักเรียนได้รับความเสียหาย ซึ่งในวันนี้ (27 มกราคม 2557 เวลา 14.30 น.) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางให้กำลังใจกับนักเรียน ครู และชาวบ้าน พร้อมทั้งมอบจักรยานให้กับนักเรียนเป็นจำนวน 26 คัน ในโครงการ "ปั่นใจรักน้ำใจจาก ศอ.บต.สู่โรงเรียนบ้านจูโวะ" พร้อมด้วยพลตำรวจตรีสันติ มะลิขาว รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสิทธิชัย ศักดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมในงาน โดยมีนายยะห์ยา ปะนาฆอ นายอำเภอเจาะไอร้อง นายกูดอรอแม ยูโซะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจูโวะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา ศูนย์เครือข่ายครู นักเรียน และชาวบ้านในอำเภอเจาะไอร้องร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ท่ามกลางการแสดง 2 วัฒนธรรม คือ การแสดงรำกลองยาว จากพี่น้องไทยพุทธและการแสดงร้องเพลงประสานเสียงอนาซีดของพี่น้องมุสลิม ร่วมสร้างสีสันภายในงาน ซึ่งในทันทีที่ได้รับจักรยาน เด็กๆต่างปั่นจักรยานเล่นภายในโรงเรียน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มทั้งผู้ให้และผู้รับ
พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าทุกคนได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในกิจกรรมด้านการศึกษา หน้าที่หลักของ ศอ.บต.คือการทำอย่างไรให้ประชาชนทุกศาสนิกอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและได้รับความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การมองไปที่อนาคต ต้องยอมรับว่าเรื่องที่ทุกคนต้องสร้างร่วมกัน คือ การสร้างอนาคตด้วยการศึกษา ในเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เราได้รับสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งในประเทศไทยไม่มีใครไม่รู้จักอำเภอเจาะไอร้อง เราไม่อยากให้จดจำภาพว่าเจาะไอร้องเป็นพื้นที่น่ากลัว ผมได้มาสัมผัสแล้วว่าคนเจาะไอร้องมีความน่ารัก ไม่ใช่น่ากลัว วันนี้มีโชคดีของพื้นที่ตรงที่ว่า เรามีผู้นำที่คอยดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน วันนี้เราจึงต้องมาร่วมสร้างสันติภาพด้วยการศึกษา พี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ควรได้รับโอกาสทางการศึกษา ซึ่งการวัดว่าประเทศไหนมีคุณภาพมากกว่ากัน ไม่ได้วัดกันที่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของประเทศ แต่วัดกันที่คุณภาพของคน ซึ่งคุณภาพของคน ส่วนหนึ่งก็มาจากการศึกษาที่ดี วันนี้นำจักรยานมาแจกเด็กๆ ซึ่งสีของจักรยานเป็นสีเขียว ซึ่งมีความหมาย เพราะสีเขียวหมายถึงสีแห่งสันติภาพ ผมขอยืนยันว่า การจะแก้ไขและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะต้องเน้นเรื่องการส่งเสริมการศึกษา ซึ่งผมจะทำหน้าที่นี้ให้เต็มความสามารถ
นอกจากนี้เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา เพื่อเป็นการเสริมทักษะความสามารถทางด้านการกีฬาให้กับเด็กรุ่นใหม่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาและสนใจหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น
พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าทุกคนได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในกิจกรรมด้านการศึกษา หน้าที่หลักของ ศอ.บต.คือการทำอย่างไรให้ประชาชนทุกศาสนิกอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและได้รับความเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การมองไปที่อนาคต ต้องยอมรับว่าเรื่องที่ทุกคนต้องสร้างร่วมกัน คือ การสร้างอนาคตด้วยการศึกษา ในเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เราได้รับสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งในประเทศไทยไม่มีใครไม่รู้จักอำเภอเจาะไอร้อง เราไม่อยากให้จดจำภาพว่าเจาะไอร้องเป็นพื้นที่น่ากลัว ผมได้มาสัมผัสแล้วว่าคนเจาะไอร้องมีความน่ารัก ไม่ใช่น่ากลัว วันนี้มีโชคดีของพื้นที่ตรงที่ว่า เรามีผู้นำที่คอยดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน วันนี้เราจึงต้องมาร่วมสร้างสันติภาพด้วยการศึกษา พี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ควรได้รับโอกาสทางการศึกษา ซึ่งการวัดว่าประเทศไหนมีคุณภาพมากกว่ากัน ไม่ได้วัดกันที่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของประเทศ แต่วัดกันที่คุณภาพของคน ซึ่งคุณภาพของคน ส่วนหนึ่งก็มาจากการศึกษาที่ดี วันนี้นำจักรยานมาแจกเด็กๆ ซึ่งสีของจักรยานเป็นสีเขียว ซึ่งมีความหมาย เพราะสีเขียวหมายถึงสีแห่งสันติภาพ ผมขอยืนยันว่า การจะแก้ไขและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะต้องเน้นเรื่องการส่งเสริมการศึกษา ซึ่งผมจะทำหน้าที่นี้ให้เต็มความสามารถ
นอกจากนี้เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา เพื่อเป็นการเสริมทักษะความสามารถทางด้านการกีฬาให้กับเด็กรุ่นใหม่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬาและสนใจหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น
สำนักสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ ศอ.บต.รายงาน
ปาวีณี มีศรีสุข//เรียบเรียง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
29 ม.ค. 57
ปาวีณี มีศรีสุข//เรียบเรียง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
29 ม.ค. 57
ประชาชนในจังหวัดนราธิวาสกลับมามีดวงตาและสายตาที่ดีขึ้นหลังจากทีมจักษุแพทย์ได้ทำการผ่าตัดตาต้อกระจก สามารถมองเห็นได้เหมือนคนปกติ
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 57 ที่โรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดตาผู้ผ่าตัดตาต้อกระจกให้กลับมามีชีวิตที่สดใส ตามโครงการ 999 ดวงตา เพื่อชาวนราผ่าตัดต้อกระจก ด้วยรักและห่วงใยจากผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส โดยมีนายแพทย์ธีรวัฒน์ กรศิลปะ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 12 สงขลา,นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส, เหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส, นายอำเภอ, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยี่งอ, สุไหงโก-ลก, คณะจักษุแพทย์จากกรมแพทย์ทหารบก, โรงพยาบาลค่ายสุรสิงหนาท,ผู้นำศาสนา, ตลอดจนพี่น้องประชาชน เข้าร่วมในโครงการครั้งนี้
จากนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ที่ได้เร่งรัดให้มีการสำรวจค้นหาผู้ป่วยตาต้อกระจก และทำการผ่าตัดรักษา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส จึงได้จัดโครงการขึ้นเพื่อดำเนินการตรวจคัดกรอง ผู้ป่วยตาต้อกระจก มาทำการผ่าตัดรักษา ให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย และเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับประชาชนในพื้นที่อื่นๆ สำหรับในวันนี้ทีมจักษุแพทย์ได้ทำการเปิดตาผู้ป่วยที่ผ่าตัดไปแล้วจำนวน 124 ราย จากการคัดกรอง จำนวน 500 ราย ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถมองเห็นได้เหมือนคนปกติ พร้อมทั้งมอบแว่นสายตา และให้คำแนะนำการดูแลรักษาดวงตาหลังการผ่านตัด เมื่อคนไข้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ทั้งนี้ได้กำหนดรณรงค์การคัดกรอง และผ่าตัดต้อกระจกเชิงรุกขึ้น จำนวน 5 ครั้ง โดยครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการรณรงค์ครั้งแรก และได้กำหนดขึ้นอีก 4 ครั้ง คือ ครั้งที่ 2 ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ครั้งที่ 3 ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ครั้งที่ 4 ณ โรงพยาบาลระแงะ และครั้งที่ 5 ณ โรงพยาบาลตากใบ
นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการร่วมมือร่วมใจของหลายฝ่าย ทำให้ประชาชนได้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้น มีสายตาที่เป็นปกติ ให้แสงสว่างในชีวิต สามารถทำกิจวัตประจำวันได้เป็นปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนมีความต้องการจริงๆ และเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว
จากนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ที่ได้เร่งรัดให้มีการสำรวจค้นหาผู้ป่วยตาต้อกระจก และทำการผ่าตัดรักษา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส จึงได้จัดโครงการขึ้นเพื่อดำเนินการตรวจคัดกรอง ผู้ป่วยตาต้อกระจก มาทำการผ่าตัดรักษา ให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย และเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับประชาชนในพื้นที่อื่นๆ สำหรับในวันนี้ทีมจักษุแพทย์ได้ทำการเปิดตาผู้ป่วยที่ผ่าตัดไปแล้วจำนวน 124 ราย จากการคัดกรอง จำนวน 500 ราย ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสามารถมองเห็นได้เหมือนคนปกติ พร้อมทั้งมอบแว่นสายตา และให้คำแนะนำการดูแลรักษาดวงตาหลังการผ่านตัด เมื่อคนไข้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ทั้งนี้ได้กำหนดรณรงค์การคัดกรอง และผ่าตัดต้อกระจกเชิงรุกขึ้น จำนวน 5 ครั้ง โดยครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการรณรงค์ครั้งแรก และได้กำหนดขึ้นอีก 4 ครั้ง คือ ครั้งที่ 2 ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ครั้งที่ 3 ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ครั้งที่ 4 ณ โรงพยาบาลระแงะ และครั้งที่ 5 ณ โรงพยาบาลตากใบ
นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นได้ด้วยการร่วมมือร่วมใจของหลายฝ่าย ทำให้ประชาชนได้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้น มีสายตาที่เป็นปกติ ให้แสงสว่างในชีวิต สามารถทำกิจวัตประจำวันได้เป็นปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนมีความต้องการจริงๆ และเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว
ภาพข่าว บวรศักดิ์
ปาวีณี มีศรีสุข//เรียบเรียง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
29 ม.ค. 57
ปาวีณี มีศรีสุข//เรียบเรียง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
29 ม.ค. 57
ทำไม? ต้องงดจำหน่ายจ่ายแจกสุราก่อนวันเลือกตั้ง และวันเลือกตั้งจริง
อาจจะดูค่อนข้างเยอะ สำหรับข้อห้ามก่อนวันเลือกตั้ง และวันเลือกตั้งจริง ซึ่งขอย้ำเตือนข้อห้ามก่อนการเลือกตั้งว่า ตั้งแต่เวลา 18.00น. ของวันที่ 1 ก.พ. 2557 จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 2 ก.พ. 2557ห้ามมิให้มีการจำหน่ายจ่ายแจกสุรา และห้ามการหาเสียงในทุกรูปแบบ ทั้งทางอินเตอร์เน็ท และสังคมโซเชียลเน็ทเวิร์ค เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และการส่งต่อข้อความที่เข้าข่ายการหาสียง แต่ความจริงแล้วตามกฎหมายข้อห้ามมีรายละเอียดมากกว่านั้น เชื่อว่าประชาชนสงขลาจำนวนมากที่ยังไม่รู้ โดยเฉพาะคอสุรา และนักท่องราตรีทั้งหลาย
โดยตามกฎหมายเลือกตั้งแล้ว ตั้งแต่เวลา 18.00 น. หรือ6โมงเย็นของ วันที่ 1 ก.พ. 2557 จนถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 2 ก.พ. 2557 หรือเที่ยงคืนของที่ 2 ก.พ. 2557 ตามกฎหมายแล้วห้ามทำอะไรบ้าง ซึ่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. กำหนด "การกระทำต้องห้าม" ที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง อาทิ
-มาตรา 57 ห้ามทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด นับแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง ดังนั้น หลังเวลา 18.00 น. ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะต้องหยุดปราศรัย หยุดหาเสียงทันที ฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามมาตรา 147 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-มาตรา 76 ห้ามกระทำการใดๆ โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายเพื่อมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวางหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไป ณ ที่เลือกตั้งหรือเข้าไป ณ ที่ลงคะแนนเลือกตั้ง หรือมิให้ไปถึง ณ ที่ดังกล่าวภายในกำหนดเวลาที่จะลงคะแนนเลือกตั้งได้ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามมาตรา 152 จำคุกตั้งแต 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
-มาตรา 155 ผู้ใดขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้งระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้งต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีดังกล่าวใช้บังคับกับวันลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งหรือเลือกตั้งล่วงหน้าด้วย
- มาตรา 156 ผู้ใดเล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใดๆ เกี่ยวกับผลของการเลือกตั้งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี
ถึงแม้ว่าข้อห้ามดังกล่าวจะเป็นที่ทราบโดยทั่วกัน แต่ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งก็ยังมีผู้ที่โดนจับจับจากการทำผิดข้อห้ามดังกล่าว เพราะฉะนั้น หากรู้แล้วก็บอกต่อ และอย่าไปทำเป็นอันขาด ใน 1 ปี มี 365 วัน การงดเหล้าแค่วันเดียวคงไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป
วิชราวุฒิ แกล้วกล้าหาญ//นำเสนอ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิธีมอบเครื่องแบบนักเรียนและตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 จังหวัดสงขลา ประจำปีการศึกษา 2556
วันนี้ (29 ม.ค.57) ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 จ.สงขลา ต.ฉาง อ.นาทวี จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน แก่นักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 จังหวัดสงขลา จำนวน 478 ชุด และตรวจเยี่ยมโรงเรียน โดยมี นายพงศว์เฑพ จิรสุขประเสริฐ นายอำเภอนาทวี กล่าวต้อนรับ
นายวชิระ ขวัญเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 จ.สงขลา กล่าวว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 จ.สงขลา จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2547 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ปัจจุบันมีนักเรียนชายหญิงรวม 478 คน เป็นชาย 230 คน เป็นหญิง 248 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษารวม 76 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้แก่เด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน เด็กด้อยโอกาสที่ครอบครัวมีฐานะยากจน และเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้ มี 20 ห้องเรียน และห้องปฏิบัติการ 10 ห้อง โดยมีระบบการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวลเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน ความสามารถมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับดี นอกจากนี้ยังมีความสามารถของนักเรียนในด้านกีฬาและ มีการจัดการเรียนการสอน ตามสายสามัญและอาชีพ ได้ทำความร่วมมือการศึกษากับวิทยาลัยการอาชีพนาทวี ปศุสัตว์อำเภอและภาคเอกชน โรงเรียนมีศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทำนาปลูกข้าวในเนื้อที่ 5 ไร่ ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ไว้รับประทานเองและจำหน่ายในตลาดนัดชุมชน เลี้ยงแกะ เลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ ไก่สายสามพันธุ์ และเป็ดไข่ บ่อเลี้ยงปลาดุก ปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา 500 ต้น มีโรงทำอิฐบล็อกที่ผลิตได้วันละ 200 – 300 ก้อน เพื่อใช้ในโรงเรียนและจำหน่ายในชุมชน โรงเพาะเห็ด โรงขยะรีไซเคิล ซึ่งส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักการออม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมีความรู้ในอาชีพเพื่อต่อยอดในอนาคต
นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำจังหวัดสงขลา รู้สึกปลื้มปิติยินดีอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงมีพระเมตตาและได้พระราชทานเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์การกีฬา และทุนพระราชทานเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน นักเรียนทุกคนถือว่าเป็นบุคคลที่มีความโชคดีที่ได้ศึกษาในสถาบันแห่งนี้ ขอให้นักเรียนทุกคนตั้งใจและขยันหมั่นเพียรในการศึกษาหาความรู้ให้เป็นผู้มีความประพฤติดีงาม ประพฤติตนให้เป็นที่รักของครู และผู้ปกครอง เพื่อเป็นพลเมืองที่ดีของชาติสืบไป
สุรินทิพย์ คงสุข //ข่าว
ชิดนัย แก้วมณีโชติ//ภาพ
29 ม.ค.57 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
ชิดนัย แก้วมณีโชติ//ภาพ
29 ม.ค.57 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
คนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุด เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุด รปภ.ครู เจ็บ 3 ที่ยะหา
วันนี้ 29 ม.ค. 57 เวลา 07.50 น. พ.ต.อ.อาคม บัวทอง ผกก.สภ.ยะหา รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ในพื้นที่บ้านกูแบรายอ หมู่ที่ 4 ต.ละแอ อ.ยะหา ต.ยะลา หลังรับแจ้งพ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง ผู้บังคับกรมทหารพรานที่ 47 นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอยะหา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ศรศึก-ศรชัย (ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา) ชุด ฉก.อโนทัย (ทหาร) เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 รุดเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณสามแยกปากทางเข้าโรงเรียนบ้านวังสำราญ เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดจุดที่ 1 ขนาดเล็ก ใกล้กันพบกองเลือดของเจ้าหน้าที่ทหารพราน และอาวุธปืนอาก้าของเจ้าหน้าที่ทหารพรานตกอยู่ พร้อมชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดและอุปกรณ์อิเล็กทรานิกส์กระจัดกระจายทั่วบริเวณ ห่างกัน 500 เมตร พบหลุมระเบิด จุดที่ 2 ขนาดเล็ก และชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วิทยุสื่อสาร ทั่วบริเวณ
สวบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุด ร.ทพ.4705 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานออกลาดตระเวนเดินเท้า กำลัง 2 ชุด ชุดละ 9 นาย เพื่อ รปภ.ครู และเส้นทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้กดชนวนระเบิดชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนัก 5 กก.บรรจุในกล่องเหล็ก 2 ลูกพร้อมกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ทราบชื่อ อส.ทพ.สามิตร ไชยคงพรหม อายุ 33 ปี ถููกสะเก็ดระเบิดหน้าท้องอาการสาหัส อส.ทพ.มิตรภาพ วงศ์มณี อายุ 30 ปี และ อส.ทพ.สุกรรม เจ๊อามะ อายุ 30 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย ทั้งหมดถูกนำส่งโรงงพยาบาลศูนย์ยะลา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ติดตามเส้นทางคนร้ายหลบหนีอย่างกระชั้นชิด คาดเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์
นายนิแอ สามะอาลี / ข่าว
วันจ่ายยะลาคึกคัก ขณะที่พี่น้องชาวจีน บางส่วนไหว้ตรุษจีนเตรียมเดินทางออกนอกพื้นที่
วันที่ 29 ม.ค. 57 บรรยากาศวันจ่าย ในเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2557 ที่ตลาดสดพิมลชัย (ตลาดรถไฟ) ในพื้นที่จังหวัดยะลา อ.เมือง จ.ยะลา พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากออกมาจับจ่ายซื้อของ เพื่อเตรียมไหว้บรรพบุรุษ เจ้าที่ และองค์เทพเจ้า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่ราคาของสินค้าในปีนี้ โดยเฉพาะเนื้อหมู ราคาเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ตกกิโลกรัมละ 160-170 บาท ไก่เนื้อกิโลกรัมละ 75 บาท ส่วนภาวะกำลังซื้อของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในปีนี้น้อยกว่าในปีที่ผ่านมาเนื่องราคาเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะราคายางพารามีราคาตกต่ำ ทำให้ได้รับผลกระทบเช่นกัน ผนวกกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ขณะที่พี่น้องชาวไทยเชื้อจีนในพื้นที่จังหวัดยะลาบางส่วน โดยเฉพาะที่ร้านยะลานำรุ่ง (ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง) เริ่มประกอบพิธีไหว้ บรรพบุรุษ เจ้าที่ และองค์เทพเจ้า เนื่องในวันตรุษจีนกันแล้ว และเตรียมปิดร้านในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อเตรียมเดินทางออกนอกพื้นที่
ขณะที่พี่น้องชาวไทยเชื้อจีนในพื้นที่จังหวัดยะลาบางส่วน โดยเฉพาะที่ร้านยะลานำรุ่ง (ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง) เริ่มประกอบพิธีไหว้ บรรพบุรุษ เจ้าที่ และองค์เทพเจ้า เนื่องในวันตรุษจีนกันแล้ว และเตรียมปิดร้านในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อเตรียมเดินทางออกนอกพื้นที่
ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา
จักรยานยนต์บอมบ์ เจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุข บาดเจ็บสาหัส 2 นาย ที่ ต.ลำใหม่ จ.ยะลา ล่าสุดเสียชีวิตที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาแล้วทั้งสอง
วันที่ 29 ม.ค. 57 เวลา 10.30 น. พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัธยาท ผู้กำกับการ สภ.ยะหา รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุข ในพื้นที่บ้านลำใหม่ หมู่ที่ 1 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา หลังรับแจ้ง พ.ท.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 16 อ.เมืองยะลา นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร นายอำเภอยะลา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ศรศึก-ศรชัย (ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา) ชุด ฉก.อโนทัย (ทหาร) เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 รุดเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ อยู่ข้างทางด้านซ้ายมือ ริมถนนใหญ่ เส้นทาง (ลำใหม่-โคกโพธิ์) ทางเข้าโรงเรียนตาดีกาอัตตัรบาวียะห์ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์บอมบ์ของคนร้ายที่ประกอบระเบิด ชิ้นส่วนพังเสียหายเหลือแต่ซาก ตรวจสอบเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซุกิ เจลดาโด้ สีน้ำตาลไหม้ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จอดล้มอยู่ พร้อมกองเลือด ชิ้นส่วนวงจรอิเล็กททรอนิกส์ และเหล็กตัด กระจัดกระจายทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดตรวจสอบ
สวบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุข ตั้งฐานปฏิบัติการที่วัดเฉลิมนิคม (วัดลำใหม่) กำลังเดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่งานมวลชน ที่โรงเรียนพัฒนาในพื้นที่ เพื่อเดินทางต่อไปยังบ้านทุ่งคา ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อปฏิบัติการณ์งานมวลชนในพื้นที่ต่อ ขณะขับรถจักรยานยนต์ 3 คัน รถปิ๊กอัพ 1 คัน กำลังทั้งหมด 8 นาย โดยมี จ.ส.อ.ประทวน แดงดาน หัวหน้าชุด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้กดระเบิด จักรยานยนต์บอมบ์ ด้วยวิทยุสื่อสาร ที่จอดไว้ข้างทาง เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ททหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย ทราบชื่อ ส.อ.สุริยา สหรุงเสือ อายุ 40 ปี และ ส.อ.สมยศ พลายงาม อายุ 38 ปี ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเป็นการเร่งด่วน ล่าสุดทนพิษอาการบาดแผลไม่ไหว เสียเสียชีวิตทั้งคู่ในเวลาต่อมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางคนร้ายหลบหนีอย่างกระชั้นชิด คาดเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์
ที่เกิดเหตุ อยู่ข้างทางด้านซ้ายมือ ริมถนนใหญ่ เส้นทาง (ลำใหม่-โคกโพธิ์) ทางเข้าโรงเรียนตาดีกาอัตตัรบาวียะห์ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์บอมบ์ของคนร้ายที่ประกอบระเบิด ชิ้นส่วนพังเสียหายเหลือแต่ซาก ตรวจสอบเป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซุกิ เจลดาโด้ สีน้ำตาลไหม้ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่จอดล้มอยู่ พร้อมกองเลือด ชิ้นส่วนวงจรอิเล็กททรอนิกส์ และเหล็กตัด กระจัดกระจายทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดตรวจสอบ
สวบสวนทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุดสันติสุข ตั้งฐานปฏิบัติการที่วัดเฉลิมนิคม (วัดลำใหม่) กำลังเดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่งานมวลชน ที่โรงเรียนพัฒนาในพื้นที่ เพื่อเดินทางต่อไปยังบ้านทุ่งคา ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อปฏิบัติการณ์งานมวลชนในพื้นที่ต่อ ขณะขับรถจักรยานยนต์ 3 คัน รถปิ๊กอัพ 1 คัน กำลังทั้งหมด 8 นาย โดยมี จ.ส.อ.ประทวน แดงดาน หัวหน้าชุด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้กดระเบิด จักรยานยนต์บอมบ์ ด้วยวิทยุสื่อสาร ที่จอดไว้ข้างทาง เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ทำให้เจ้าหน้าที่ททหารได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย ทราบชื่อ ส.อ.สุริยา สหรุงเสือ อายุ 40 ปี และ ส.อ.สมยศ พลายงาม อายุ 38 ปี ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาเป็นการเร่งด่วน ล่าสุดทนพิษอาการบาดแผลไม่ไหว เสียเสียชีวิตทั้งคู่ในเวลาต่อมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางคนร้ายหลบหนีอย่างกระชั้นชิด คาดเป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์
ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา
ยะลาเตรียมเปิดศึกฟาดแข้งฟุตบอล PEA YALA FA.CUP ครั้งที่ 14 ประจำปี 2557
วันนี้ 29 ม.ค.57 เวลา 14.30 น. ที่ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคใต้) จ.ยะลา ถนนยะลา-ปัตตานี ต.เขาตูม ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายวิเชียร ตุลยนิษก์ ผู้จัดการการไฟฟ้าเขต 3 ภาคใต้ จ.ยะลา และ นายนรชัย วุฒิเจริญมงคล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคยะลา ได้อัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการแข่งขันฟุตบอล PEA YALA FA.CUP ครั้งที่ 14 ประจำปี 2557 จากสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคใต้) และ แห่ไปรอบ ๆ เขตเทศบาลนครยะลา ก่อนที่ นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน นำถ้วยรางวัลไปประดิษฐานหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่วิทยาลัยเทคนิคยะลา ซึ่งใช้เป็นสนามในการจัดการแข่งขัน
นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอล PEA YALA FA.CUP ครั้งที่ 14 ประจำปี 2557 นี้ มีทีมฟุตบอลในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 150 ทีม ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมในการแข่งขัน ซึ่งจะมีการเริ่มรับสมัครทีมฟุตบอลในวันที่ 3 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ที่ โรงยิมวิทยาลัยเทคนิคยะลา อ.เมือง จ.ยะลา และ จะเริ่มเปิดสนามทำการแข่งขันในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นต้นไป สำหรับทีมชนะเลิศจะได้ครองแชมป์ ถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลเงินสดมูลค่า 150,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รับถ้วยจาก นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดมหาดไทย ประธานบอร์ดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมเงิน 70,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 รับถ้วยจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯศอ.บต.พร้อมเงิน 30,000 บาท ผู้เล่นยอดเยี่ยม รับถ้วยจาก นายพงษ์ศักดิ์ สิทธิพงศ์ พร้อมเงิน 5,000 บาท ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม รับจาก นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมเงิน 5,000 บาท ผู้ทำประตูสูงสุด รับจาก นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา พร้อมเงิน 5,000 บาท ทีมมารยาทยอดเยี่ยม รับถ้วยจาก นายนรชัย วุฒิเจริญมงคล ผอ.วิทยาลัยเทคนิคยะลา พร้อมเงิน 5,000 บาท ส่วน 8 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบ จะได้เงินรางวัลทีมละ 10,000 บาท อีกด้วย
นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอล PEA YALA FA.CUP ครั้งที่ 14 ประจำปี 2557 นี้ มีทีมฟุตบอลในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 150 ทีม ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมในการแข่งขัน ซึ่งจะมีการเริ่มรับสมัครทีมฟุตบอลในวันที่ 3 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ที่ โรงยิมวิทยาลัยเทคนิคยะลา อ.เมือง จ.ยะลา และ จะเริ่มเปิดสนามทำการแข่งขันในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นต้นไป สำหรับทีมชนะเลิศจะได้ครองแชมป์ ถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลเงินสดมูลค่า 150,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 รับถ้วยจาก นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดมหาดไทย ประธานบอร์ดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมเงิน 70,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 รับถ้วยจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯศอ.บต.พร้อมเงิน 30,000 บาท ผู้เล่นยอดเยี่ยม รับถ้วยจาก นายพงษ์ศักดิ์ สิทธิพงศ์ พร้อมเงิน 5,000 บาท ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม รับจาก นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมเงิน 5,000 บาท ผู้ทำประตูสูงสุด รับจาก นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา พร้อมเงิน 5,000 บาท ทีมมารยาทยอดเยี่ยม รับถ้วยจาก นายนรชัย วุฒิเจริญมงคล ผอ.วิทยาลัยเทคนิคยะลา พร้อมเงิน 5,000 บาท ส่วน 8 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบ จะได้เงินรางวัลทีมละ 10,000 บาท อีกด้วย
นายนิแอ สามะอาลี / ข่าว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พระราชทานพวงมาลาวางหน้าหีบศพ ร.ต.ต.นิยม สุวรรณมณี เหยื่อคนร้ายลอบวางระเบิดที่ธารโต
วันนี้ 29 ม.ค. 57 เวลา 17.30 น. ที่ ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดเนรัญชราวาส เขตเทศบาลตำบลบันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ประธานในพิธีอัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน วางหน้าหีบศพ ร.ต.ต.นิยม สุวรรณมณี อายุ 54 ปี ตำแหน่ง รอง.สว.สส.สภ.ธารโต ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ บริเวณทางโค้งบนถนนสายบ้านแหร – บ้านบัวทอง หมู่ที่ 4 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา ขณะนั่งรถยนต์ตราโล่ของทางราชการ หมายเลขทะเบียน 93085 พร้อมลูกน้องรวม 5 นาย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สกัดกั้นคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่บ้านบัวทอง เหตุเกิดเมื่อช่วงสายของวันที่ 24 ม.ค.57 ที่ผ่านมา
ภายในงานมี พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา, นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ นายอำเภอบันนังสตา นายบุญเติม รองเลื่อน นายอำเภอธารโต ข้าราชการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และครอบครัวเข้าร่วมในพิธี โดยกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต.นิยม สุวรรณมณี ในวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ นี้
ภายในงานมี พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา, นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ นายอำเภอบันนังสตา นายบุญเติม รองเลื่อน นายอำเภอธารโต ข้าราชการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และครอบครัวเข้าร่วมในพิธี โดยกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต.นิยม สุวรรณมณี ในวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ นี้
นายนิแอ สามะอาลี / ข่าว
วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557
การให้ใบเหลือง ใบแดงของ กกต. สามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ส่วนการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น สามารถอุทธรณ์คำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ศาลอุทธรณ์
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 กำหนดให้มี คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้เป็นองค์กรอิสระมีหน้าที่ควบคุม ดูแลการเลือกตั้งและวินิจฉัยชี้ขาด ปัญหาการเลือกตั้งเพื่อให้การเลือกตั้งทุกระดับเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งใน การดำเนินการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่อาจดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพหากปราศจาก ซึ่งบทบัญญัติในการดำเนินการเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดเมื่อปรากฎว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไป โดย สุจริตและเที่ยงธรรมซึ่งได้แก่การให้ใบเหลืองและใบแดง
การให้ใบเหลือง คือ การที่ กกต. ไม่ประกาศการรับรองผลการเลือกตั้งให้แก่ ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุด เนื่องจากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนการให้ใบแดง คือ การสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กระทำการทุจริตการ เลือกตั้ง ส่งผลให้สิทธิในการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมดไป อำนาจหน้าที่ของ กกต. ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่ารวมศูนย์เบ็ดเสร็จตั้งแต่การใช้อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ ขาดการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจจากองค์กรอื่น
ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงได้จำกัดอำนาจของ กกต. ให้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ก่อน ประกาศผลการเลือกตั้ง หากเป็นกรณีที่ กกต . ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว กกต. มีอำนาจเพียงทำ การสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อส่งสำนวนให้ศาลฎีกาวินิจฉัยสั่งการต่อไป สำหรับในกรณีของการ เลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นให้ส่งต่อศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาวินิจฉัย เพื่อให้การใช้อำนาจของ กกต. มีการตรวจสอบและกลั่นกรองความถูกต้องโดยศาลก่อน
การให้ใบเหลือง คือ การที่ กกต. ไม่ประกาศการรับรองผลการเลือกตั้งให้แก่ ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุด เนื่องจากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนการให้ใบแดง คือ การสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กระทำการทุจริตการ เลือกตั้ง ส่งผลให้สิทธิในการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งหมดไป อำนาจหน้าที่ของ กกต. ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่ารวมศูนย์เบ็ดเสร็จตั้งแต่การใช้อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ ขาดการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจจากองค์กรอื่น
ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงได้จำกัดอำนาจของ กกต. ให้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ก่อน ประกาศผลการเลือกตั้ง หากเป็นกรณีที่ กกต . ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว กกต. มีอำนาจเพียงทำ การสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อส่งสำนวนให้ศาลฎีกาวินิจฉัยสั่งการต่อไป สำหรับในกรณีของการ เลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นให้ส่งต่อศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาวินิจฉัย เพื่อให้การใช้อำนาจของ กกต. มีการตรวจสอบและกลั่นกรองความถูกต้องโดยศาลก่อน
วิชราวุฒิ แกล้วกล้าหาญ//เรียบเรียง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ประจำปี 2556 ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนใต้ ที่จังหวัดสงขลา
วันนี้ (28 ม.ค. 57) ที่วัดแหลมทราย อ.เมือง จ.สงขลา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร แก่พระภิกษุในเขตปกครองคณะสงฆ์หนใต้ โดยมี พระสงฆ์ที่เข้ารับตั้งใหม่ 66 รูป เลื่อนชั้น 59 รูป รวมทั้งหมด 125 รูป
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสถาปนาเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์พระสงฆ์ ที่ได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศชาติ พระพุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้ดำรงสมณศักดิ์ตามสมควรแก่ฐานานุรูป มีพระราชาคณะที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ตั้งแต่รองสมเด็จพระราชาคณะลงมาถึงระดับพระราชาคณะชั้นสามัญ รวม 71 รูป ซึ่งเข้ารับพระราชาทานสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตร ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 สำหรับพระสงฆ์ ที่ได้รับพระราชทานเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรระดับชั้นต่างๆ 2,017 รูป โดยได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ใหม่ 1,125 รูป พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ 892 รูป มีพระบรมราชานุญาตถวายผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานในพิธีพระราชทานสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กราบนมัสการขออนุญาตให้เจ้าคณะภาค 16 ,17, 18 เจ้าคณะจังหวัดสงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถวายเครื่องสักการะ แด่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จากนั้นสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มอบสัญญาบัตรและพัดยศ แก่พระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์ตามลำดับ
สุรินทิพย์ คงสุข //ข่าว
ชิดนัย แก้วมณีโชติ//ภาพ
27 ม.ค.57
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
ชิดนัย แก้วมณีโชติ//ภาพ
27 ม.ค.57
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 16 จัดการซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยเขตเทศบาลนครยะลา
วานนี้ (27 มกราคม 2557) เวลา 10.00 น. ที่บริเวณสวนสาธารณะ “สวนขวัญเมือง” ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 16 ได้จัดการซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาลนครยะลา ขั้นการควบคุมสถานการณ์และบริหารที่เกิดเหตุ โดยเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันของกองกำลังในพื้นที่ ได้แก่ หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 16 , สถานีตำรวจภูธรจังหวัดยะลา , อำเภอเมือง , เทศบาลนครยะลา , อาสาสมัครเมืองยะลา , มูลนิธิกู้ภัยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ,มูลนิธิกู้ภัยเจ้าแม่ทับทิม , ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) , ชุดสุนัขทหารและกองกำลังภาคประชาชนในการปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุ ในพื้นที่ โดยเป็นการตั้งเหตุการณ์สมมติ ซึ่งมีกองกำลังภาคประชาชนผู้พบเหตุการณ์ ได้แจ้งเหตุผ่านวิทยุเครื่องแดง (กุญชร) จากนั้นแจ้งเหตุไปยังสถานีตำรวจภูธรจังหวัดยะลาเพื่อกระจายข่าวสารและจัดตั้งกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยในเมือง โดยมีหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 16 , สถานีตำรวจภูธรจังหวัดยะลา,อำเภอเมือง เข้าทำการปิดกั้นพื้นที่ซึ่งมีมูลนิธิกู้ภัยเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว , มูลนิธิกู้ภัยเจ้าแม่ทับทิมสนับสนุน การจราจร และสถานีตำรวจภูธรจังหวัดยะลาอำนวยความสะดวก เพื่อให้หน่วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) , ชุดสุนัขทหารทำการตรวจค้นตรวจสอบพื้นที่ และทำการเก็บหลักฐานในพื้นที่ โดยสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้การซักซ้อมแผนฯ เป็นไปด้วยดี ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน ในการนี้ พลตรี เกษม ธนาภรณ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา , นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร นายอำเภอเมือง และหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ ได้ร่วมสังเกตการณ์การซักซ้อมแผนฯ ในครั้งนี้ด้วย พลตรี เกษม ธนาภรณ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้กล่าวว่า การซักซ้อมแผนฯ ในครั้งนี้ เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาลนครยะลาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งทหาร , ตำรวจ , ฝ่ายปกครอง และกองกำลังภาคประชาชน ทั้งนี้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครยะลา ว่าจะได้รับการดูแลจากกองกำลังในพื้นที่ ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข
บริษัทเรือบรรทุกน้ำมันอรพิน 4 เตรียมกู้เรือในสัปดาห์หน้า หลังคลื่นลมลดความรุนแรงลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ
นาวาโทสาธิต ชินวรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสงขลา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้สภาพคลื่นลมในอ่าวไทยลดความรุนแรงลงเกือบเข้าสู่ภาวะปรกติ แต่ยังคงอยู่ในช่วงของฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ ทางนายอุทัย พลาศรี กัปตันเรือ อรพิน 4 ของบริษัท ไทยปิโตรเลี่ยมแทงค์เกอร์ จำกัด ได้เตรียมที่จะทำการกู้เรือบรรทุกน้ำมันเกยชายหาดสมิหลาสงขลา บริเวณแหลมสนอ่อน ในสัปดาห์หน้าหลังเรือเกยชายหาดมานานเป็นเวลา 19 วัน โดยถูกคลื่นลมแรงพัดเข้าหาฝั่งอยู่ตลอดเวลา ทำให้สภาพเรือเปลี่ยนไปอยู่ในสภาพเกยชายหาดขนานกับชายฝั่ง เปลี่ยนไปจากเดิมที่อยู่ในสภาพที่ตั้งฉากกับฝั่ง ทำให้เป็นการยากในการกู้เรือ โดยจะต้องใช้บริษัทกู้เรือที่มีความชำนาญในการกู้เรือในสภาพแบบนี้เข้ามาดำเนินการ ในขณะนี้ทางบริษัท ไทยปิโตรเลี่ยมแทงค์เกอร์ จำกัด ตกลงให้บริษัท บี.เค.เค จำกัด ทำการกู้เรือ เนื่องจากมีความชำนาญในการกู้เรือในสภาพเกยชายหาดขนานกับชายฝั่ง โดยได้ออกแผนในการกู้เรือเสนอมาทางกรมเจ้าท่าแล้ว ในสัปดาห์นี้อยู่ระหว่างการเตรียมงาน ทั้งเตรียมเรือดูดทราย รถตักเซาะร่องเพื่อขุดทรายเป็นร่อง ให้เรือไหลออกตามร่องได้ โดยใช้เรือทักลากจูงกำลังสูง จำนวน 2 ลำ มาดำเนินการลากจูงออก ทางบริษัทกู้เรือจะเข้าดำเนินการกู้เรือในสัปดาห์หน้าทันที โดยไม่คำนึงว่าจะมีคลื่นลมแรงหรือไม่ เพื่อที่จะเร่งกู้เรือออกจากชายหาดสมิหลา บริเวณแหลมสนอ่อนให้เร็วที่สุด หลังที่ต้องล่าช้ามาหลายสัปดาห์
สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันอรพิน 4 ถูกคลื่นลมแรงในทะเลอ่าวไทย ซัดมาเกยตื้นบริเวณแหลมสนอ่อนชายหาดสมิหลา ด้านหลังสงขลาอะควาเรี่ยม เขตเทศบาลนครสงขลา เมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 9 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา ขณะที่จอดลอยลำทอดสมอ เพื่อหลบคลื่นลมแรงอยู่บริเวณหลังเกาะหนู สมอกราวเกิดเลื่อนหลุด แม้กัปตันจะพยายามเดินเครื่องจักรใหญ่แต่ไม่ทัน ประกอบกับขณะเกิดเหตุมีคลื่นลมแรงจัด ทำให้เรือถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยชายหาดบริเวณแหลมสนอ่อน ชายหาดสมิหลา
สำหรับเรือบรรทุกน้ำมันอรพิน 4 ถูกคลื่นลมแรงในทะเลอ่าวไทย ซัดมาเกยตื้นบริเวณแหลมสนอ่อนชายหาดสมิหลา ด้านหลังสงขลาอะควาเรี่ยม เขตเทศบาลนครสงขลา เมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 9 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา ขณะที่จอดลอยลำทอดสมอ เพื่อหลบคลื่นลมแรงอยู่บริเวณหลังเกาะหนู สมอกราวเกิดเลื่อนหลุด แม้กัปตันจะพยายามเดินเครื่องจักรใหญ่แต่ไม่ทัน ประกอบกับขณะเกิดเหตุมีคลื่นลมแรงจัด ทำให้เรือถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยชายหาดบริเวณแหลมสนอ่อน ชายหาดสมิหลา
ผู้สื่อข่าว : สุธิดา พฤกษ์อุดม
เรียบเรียงขึ้นเว็บไซต์ : สุรินทิพย์ คงสุข
เรียบเรียงขึ้นเว็บไซต์ : สุรินทิพย์ คงสุข
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา ระบุหากไม่มีข้อยุติ หรือคำสั่งเลื่อนเลือกตั้ง ยะลาพร้อมเดินหน้าเลือกตั้งเต็มที่
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา ศาลากลางจังหวัดยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 57 นายธวัชชัย อินสะโร คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา กล่าวว่า ในส่วนการของจัดการเลือกตั้งของจังหวัดยะลา วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ หาก กกต.กลางไม่มีคำสั่งข้อยุติว่าจะเลือกตั้งหรือไม่ ทาง กกต.จังหวัดยะลา ก็ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งต่อไป ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.นี้ สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา ได้เตรียมความพร้อมไว้ทุกอย่างแล้ว ทั้งเอกสาร วัสดุอุปกรณ์ในการจัดการเลือกตั้ง ส่วนในเรื่องของการออกมาคัดค้านการเลือกตั้งของผู้ที่มีความเห็นต่าง ทาง กกต.ยะลา ก็มีความเข้าใจถึงความรู้สึกของกลุ่มผู้คัดค้านการเลือกตั้ง (กลุ่ม กปปส.ยะลา) และกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้ง (เสื้อแดง) ทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้น กกต.จะทำการเลือกตั้งต่อไปหรือไม่ขึ้นอยู่กับส่วนกลางและรัฐบาลทำการตกลงกัน
นายธวัชชัย อินสะโร ยังกล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดยะลาไม่มีข้อติดขัดอะไร คงมีเพียงในส่วนของการดำเนินการจัดอบรมเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และการรับบัตรเลือกตั้งจากส่วนกลาง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้จัดส่งมา คาดว่าใน 3-4 วัน หากมีการจัดส่งมาก็สามารถดำเนินการได้พร้อมทันเวลา ในส่วนของการดูแลรักษาความปลอดภัย ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทั้ง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ดูแลหน่วยเลือกตั้ง ดูแลเส้นทาง อย่างเข้มข้น
ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา
รองเลขาธิการฯ ศอ.บต. มอบนโยบายการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่สำนักการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2557 เวลา 09.20 น. ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา จำนวนกว่า 50 คน
ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การดำเนินงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีด้วยกัน 2 ส่วน อย่างแรกคือการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก และพระราชบัญญัติฉุกเฉินในพื้นที่ ต่าง ๆ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ โดนหมาย ป.วิอาญา. ซึ่งถือว่าตกในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบหรือไม่ หากศาลยังไม่มีคำสั่งถึงที่สุดตัดสินออกมาแล้วว่าเป็นผู้ก่อเหตุกระทำความผิด ให้ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ งานส่วนที่สอง คือ งานในด้านการพัฒนา ในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งในส่วนของผู้กระทำผิดจริงและผู้ที่ถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ถือว่า ศอ.บต.มีอำนาจโดยตรงในการดูแลช่วยเหลือ การเยียวยาไม่เพียงแต่ในด้านกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องเยียวยาที่จิตใจอีกด้วย สำหรับผู้ที่ถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้บริสุทธิ์โดยการมอบเงินเยียวยาจำนวน 3 หมื่นบาท และชดเชยวันละ 400 บาทสำหรับการชดเชยจำนวนวันที่ถูกคุมขัง ส่วนสำหรับผู้ที่พิสูจน์แล้วว่ากระทำความผิดจริง ศอ.บต.จะดำเนินการช่วยเหลือด้านคุณภาพชีวิต ด้านอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ในการเลี้ยงดูครอบครัว พร้อมทั้งดูแลเยียวยาด้านจิตใจ เช่น การพาครอบครัวไปเยี่ยมผู้ต้องหา การย้ายนักโทษให้มาคุมขังในคุกที่อยู่ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้อยากให้ทุกคนปลอดภัยในการใช้ชีวิต สุขภาพแข็งแรงเป็นกำลังหลักของครอบครัวต่อไป
สำนักการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ ศอ.บต.รายงาน
คนร้ายป่วน ฉีดพ่นสีสเปรย์ป้ายและพื้นถนน Pattani Merdika"(เอกราชปัตตานี) ที่ท่าสาป ขณะที่เจ้าหน้าที่ 3ฝ่ายซ้อมแผนป้องกันเหตุในพื้นที่เขตเมือง
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 57 เวลา 09.45 น. พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองยะลา จ.ยะลา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบพื้นถนนทางหลวงสาย 409 (ยะลา-บ้านเนียง)หมู่ 1 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา มีการใช้สเปรย์สีแดงพ่นข้อความ" Pattani Merdika"(เอกราชปัตตานี) ที่บริเวณป้ายบอกเส้นทาง และบนพื้นถนนทั้ง 2 ฝั่ง หลังรับแจ้งได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดชุดตำรวจภธรจังหวัดยะลาเข้าตรวจสอบ พบว่าคนร้ายต้องการปั่นป่วนสร้างสถานการณ์ในพื้นที่
ขณะที่ ในพื้นที่เขตอำเภอเมืองยะลา ที่สวนขวัญเมือง (พรุบาโกย) ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครยะลา ได้ร่วมปฏิบัติการณ์ซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยมี พล.ต.เกษม ธนาภรณ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร นายอำเภอเมืองยะลา นำกำลังเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่ายกว่า 50 นาย ร่วมปฏิบัติการณ์ซ้อมแผนเผชิญเหตุ ป้องกันการเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่เขตเมืองของกลุ่มก่อความไม่สงบ มีการจำลองเหตุการณ์ คนร้ายเผายางรถยนต์ แล้วโปรยตะปูเรือใบ เพื่อหลบหนี ชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ หลังจากการตรวจสอบพบว่า มีรถยนต์ต้องสงสัย 1 คัน จอดไว้ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด อโนทัย(ทหาร) ศาตรา(ตำรวจ ศชต.) และ ศรศึก-ศรชัย (ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา) เข้าตรวจสอบ หลังจากการตรวจสอบ พบมีระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ในถังแก๊ปปิ๊กนิ๊ก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บกู้ได้สำเร็จ จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เข้าเก็บข้อมูลรายละเอียดของหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป หลังจากเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้นภารกิจ เจ้าหน้าที่ไดเปิดเส้นทางเพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไปมา สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
พล.ต.เกษม ธนาภรณ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา กล่าวว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ได้ร่วมปฎิบัติการณ์ซ้อมแผนเผชิญเหตุ ป้องกันการเข้ามาก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่เขตเมืองยะลา ขั้นตอนนี้เป็นการควบคุมสถานการณ์และบูรณาการของเจ้าหน้าที่ มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกหน่วยได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ยามเกิดสถานการณ์ความไม่สงบ สำหรับพี่น้องประชาชน ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการแจ้งข้อมูลข้าวสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รู้ว่าขณะนี้เกิดสถานการณ์ ไม่ให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการแจ้งข่าว เพื่อให้ประชาชนได้เฝ้าระวังสถานการณ์ และช่วยกันสังเกต สิ่งผิดปกติ วัตถุต้องสงสัย เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับทางเจ้าหน้าที่ อีกทางหนึ่งด้วย
ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา
บรรยากาศต้อนรับวันตรุษจีน ร้านค้าขายเสื้อผ้าที่ยะลาเงียบเหงา ซบเซา
วันที่ 28 ม.ค. 57 บรรยากาศต้อนรับเทศกาลวันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา บรรดาร้านค้าต่างๆ ที่ขายสินค้า ในเทศกาลตรุษจีนในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยเฉพาะร้านขายเสื้อผ้า ภาพรวมเป็นไปอย่างเงียบเหงา ยอดการซื้อเสื้อผ้าต่ำกว่าในปีที่ผ่านมา
นางสาวกฤษณพร คคนางค์พงศ์ เจ้าของร้านเลดี้แฟชั่น เลขที่ 242 ถนนรวมมิตร (ปากซอยกาญจนา1) ในเขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา กล่าวว่า ปีนี้กระแสของการจับจ่ายซื้อสินค้าโดยเฉพาะเสื้อผ้า เพื่อสวมใส่ในเทศกาลตรุษจีน เงียบเหงามาก เนื่องจาก พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่จังหวัดยะลา ส่วนใหญ่ ต่างเดินทางไปร่วมชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่ กทม. จากปกติเทศกาลตรุษจีนในปีที่ผ่านมา สั่งสินค้าโดยเฉพาะเสื้อผ้ามาจำหน่าย จำนวนกว่า 500 ตัว แต่ปี้นี้ต้องลดปริมาณลง เหลือเพียงแค่ 70 ตัวเท่านั้น ซึ่งยังไม่มั่นใจว่า จะมีลูกค้ามาเลือกซื้อหรือไม่ สำหรับรายได้ในปีที่แล้วจากเดิมเฉลี่ยต่อวันขายได้ 10,000-20,000 บาท ปี้นี้คาดว่ารายได้ลดลง เพราะลูกค้าไม่กล้าใส่สีแดง รายได้ลดลงกว่า 80 %
ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส. ยะลา
จังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมความพร้อมรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ
จังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมความพร้อมรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2557
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 57 ที่ห้องประชุมศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ปากพนัง นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประสานการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีนายโกวิทย์ เพ่งวาณิชย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร.พร้อมด้วย ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดยที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 26 -27 มิถุนายน 2557
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางจังหวัด ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดเตรียมสถานที่การเสด็จทรงงานไว้ 4 แห่ง คือ 1.พื้นที่นาข้าว นากุ้ง และป่าจาก ตำบลขนาบนาก อ.ปากพนัง เป็นการอยู่ร่วมกันของราษฎรในพื้นที่นิเวศน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย 2.พระตำหนักประทับแรมอำเภอปากพนัง ต.หูล่อง อ.ปากพนัง 3.พื้นที่ป่าพรุเสม็ดขาว มูลนิธิชัยพัฒนา หมู่ที่ 11 ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ ณ บริเวณศาลหลวงต้นไทร 4.พื้นที่ส่งเสริมการผลิตข้าวครบวงจรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตามแนวพระราชดำริ หมู่ที่ 7 ต.ชะเมา อ.ปากพนัง ซึ่งทั้ง 4 พื้นที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการเตรียมความพร้อม
นายโกวิทย์ เพ่งวาณิชย์ รองเลขาธิการ กปร. กล่าวว่า ในการเสด็จทรงงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จะทรงติดตามความก้าวหน้าโครงการต่าง ๆ ที่พระองค์ได้มีพระราชดำริไว้ เช่น การปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง การอนุรักษ์และฟื้นฟู การป้องกันไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง เป็นต้น
ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 28 ม.ค. 2557
จังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้ง
จังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งหลังปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังไม่เกิน 140,000 ไร่ พร้อมวางมาตรการป้องกันไฟป่าพรุควนเคร็ง
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ของสำนักชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน ระบุว่า ปริมาณน้ำฝนในปี พ.ศ. 2556 ที่ตกในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช วัดได้ประมาณ 1,960 มิลลิเมตร ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยปกติ ซึ่งจากการวัดระดับน้ำที่บริเวณประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ และประตูระบายน้ำแพรกเมือง สูงกว่าเกณฑ์ปกติเล็กน้อย ส่วนปริมาณน้ำที่กักเก็บในอ่างห้วยน้ำใส อ.ชะอวด ปัจจุบันมีปริมาณ 72 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณกักเก็บสูงสุด 80 ล้านลูกบาศก์เมตร และจากการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ(เอลนิโญและลานิญา)ด้วยวิธีการทางสถิติแล้ว ปรากฏว่า น่าจะเป็นไปด้านค่อนข้างแล้ง ดังนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมนี้ หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจะทำให้น้ำที่กักเก็บไว้ตามลำคลองสายต่าง ๆ และอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสจะลดลง ทำให้ในช่วงฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีน้ำต้นทุนที่กักเก็บเพียง 120-130 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ดังนั้นในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจกับเกษตรกรขอให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ส่วนการทำนาปรังในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังขอให้ทำในเขตชลประทานเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถปลูกได้ประมาณ 120,000-140,000 ไร่ จากปกติในฤดูแล้งที่มีฝนตกชุก สามารถปลูกข้าวได้ประมาณ 220,000 ไร่ นอกจากนี้ขอให้กรมชลประทานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยกันกำจัดพืชน้ำเช่น ต้นผักตบชวา ผักกระฉูด เป็นต้นที่กำลังแพร่กระจายตามคูน้ำคำคลองต่าง ๆ รวม 580 สาย รวมระยะทางประมาณ 1,600 กิโลเมตร โดยอาจหาวิธีนำวัชพืชเหล่านี้มาทำเป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด แล้วนำแจกจ่ายให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป สำหรับงบประมาณปี พ.ศ. 2557 ที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเข้าไปดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขต 10 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีทั้งงบปกติ(งบฟังก์ชั่น)ของหน่วยงาน กรม กระทรวงต่าง ๆ งบพัฒนาจังหวัด งบกลุ่มจังหวัด และงบอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 260 ล้านบาท
นายโกวิทย์ เพ่งวาณิชย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. กล่าวว่า ในส่วนของการรักษาระดับน้ำในป่าพรุควนเคร็งเพื่อป้องกันไฟไหม้ป่านั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อม สร้างทำนบ คันกั้นน้ำ หรือฝายชะลอน้ำต่าง ๆ ให้เรียบร้อยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากระดับน้ำลดลงมากขอให้เตรียมการวางแผนในการสูบน้ำเข้าไปยังในเขตป่าพรุด้วย นอกจากนี้ในช่วงฤดูแล้งอาจขอรับการสนับสนุนในการทำฝนหลวง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งด้วย
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ของสำนักชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน ระบุว่า ปริมาณน้ำฝนในปี พ.ศ. 2556 ที่ตกในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช วัดได้ประมาณ 1,960 มิลลิเมตร ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยปกติ ซึ่งจากการวัดระดับน้ำที่บริเวณประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ และประตูระบายน้ำแพรกเมือง สูงกว่าเกณฑ์ปกติเล็กน้อย ส่วนปริมาณน้ำที่กักเก็บในอ่างห้วยน้ำใส อ.ชะอวด ปัจจุบันมีปริมาณ 72 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณกักเก็บสูงสุด 80 ล้านลูกบาศก์เมตร และจากการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ(เอลนิโญและลานิญา)ด้วยวิธีการทางสถิติแล้ว ปรากฏว่า น่าจะเป็นไปด้านค่อนข้างแล้ง ดังนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมนี้ หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจะทำให้น้ำที่กักเก็บไว้ตามลำคลองสายต่าง ๆ และอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสจะลดลง ทำให้ในช่วงฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีน้ำต้นทุนที่กักเก็บเพียง 120-130 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ดังนั้นในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจกับเกษตรกรขอให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ส่วนการทำนาปรังในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังขอให้ทำในเขตชลประทานเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถปลูกได้ประมาณ 120,000-140,000 ไร่ จากปกติในฤดูแล้งที่มีฝนตกชุก สามารถปลูกข้าวได้ประมาณ 220,000 ไร่ นอกจากนี้ขอให้กรมชลประทานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยกันกำจัดพืชน้ำเช่น ต้นผักตบชวา ผักกระฉูด เป็นต้นที่กำลังแพร่กระจายตามคูน้ำคำคลองต่าง ๆ รวม 580 สาย รวมระยะทางประมาณ 1,600 กิโลเมตร โดยอาจหาวิธีนำวัชพืชเหล่านี้มาทำเป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด แล้วนำแจกจ่ายให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป สำหรับงบประมาณปี พ.ศ. 2557 ที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเข้าไปดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขต 10 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีทั้งงบปกติ(งบฟังก์ชั่น)ของหน่วยงาน กรม กระทรวงต่าง ๆ งบพัฒนาจังหวัด งบกลุ่มจังหวัด และงบอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 260 ล้านบาท
นายโกวิทย์ เพ่งวาณิชย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. กล่าวว่า ในส่วนของการรักษาระดับน้ำในป่าพรุควนเคร็งเพื่อป้องกันไฟไหม้ป่านั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อม สร้างทำนบ คันกั้นน้ำ หรือฝายชะลอน้ำต่าง ๆ ให้เรียบร้อยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากระดับน้ำลดลงมากขอให้เตรียมการวางแผนในการสูบน้ำเข้าไปยังในเขตป่าพรุด้วย นอกจากนี้ในช่วงฤดูแล้งอาจขอรับการสนับสนุนในการทำฝนหลวง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งด้วย
ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 28 ม.ค. 2557
กปร.จัดตั้งศูนย์สาขาของศูนย์การศึกษาพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
สำนักงาน กปร.กำหนดให้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นศูนย์สาขาของศูนย์การศึกษาพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
นายโกวิทย์ เพ่งวาณิชย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. เปิดเผยว่า สำนักงาน กปร. โดยคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เห็นชอบให้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา เป็นศูนย์สาขาของศูนย์การศึกษาพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อขยายผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ และผู้ที่สนใจทั่วไป
รองเลขาธิการ กปร. กล่าวว่า ในส่วนของการจัดเตรียมสถานที่สำหรับใช้เป็นที่ศึกษาดูงาน ฝึกอบรมพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรนั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้เกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรมได้ในเดือนมีนาคม 2557 โดยในเบื้องต้นให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้คัดเลือกตัวแทนเกษตรกรจาก 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ไปเรียนรู้ของจริง ไปกินไปนอน ไปปฏิบัติในพื้นที่จริงใช้ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เมื่อผ่านการอบรมแล้วก็จะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาปรับปรุงอาชีพหรือขยายผลเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่ของตนเองต่อไป โดยสำนักงาน กปร. เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณให้แก่ผู้เข้าอบรมทุกคน
รองเลขาธิการ กปร. กล่าวด้วยว่า สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ที่เข้าไปดำเนินงานในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะการฝึกอบรมพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรขอให้สอดแทรกความรู้เกี่ยวเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการลดใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อลดต้นทุนในการผลิตให้แก่เกษตรกรด้วย
ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 28 ม.ค. 2557
กรมควบคุมมลพิษ ระบุผลการตรวจวิเคราะห์สารหนูในพื้นที่ตำบลหินตก มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำบาดาล
กรมควบคุมมลพิษ ระบุผลการตรวจวิเคราะห์สารหนูในพื้นที่ตำบลหินตก มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้
กรมควบคุมมลพิษ ระบุผลการตรวจวิเคราะห์สารหนูในพื้นที่ตำบลหินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากการที่กรมควบคุมมลพิษร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 11 สงขลา ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำรวม 12 จุด ในพื้นที่ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารหนูในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีการเก็บตัวอย่าง 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2556 ซึ่งผลการวิเคราะห์ปริมาณสารหนูมีค่าไม่เกินเกณฑ์อนุโลมสูงสุดในทุกจุดที่เก็บ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้(เกณฑ์อนุโลมสูงสุดมีค่าไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร) สำหรับการเก็บตัวอย่างน้ำครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 14-16 มกราคม 2557 ซึ่งจะทราบผลประมาณต้นเดือนมีนาคม 2557 ซึ่งจะแจ้งผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบต่อไป
ทต.จันดี เชิญเที่ยวงานเทศกาลตรุษจีนจันดี เที่ยวตลาด 100 ปี ชมบารมีพ่อท่านคล้าย ประจำปี 2557
เทศบาลตำบลจันดี เชิญเที่ยวงานเทศกาลตรุษจีนจันดี เที่ยวตลาด 100 ปี ชมบารมีพ่อท่านคล้าย ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2557
นายชาญวิจารณ์ เกียรติวุฒินนท์ นายกเทศมนตรีตำบลจันดี เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลจันดี ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอฉวาง กำหนดจัดงาน “เทศกาลตรุษจีนจันดี เที่ยวตลาด 100 ปี ชมบารมีพ่อท่านคล้าย” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ถนนสายกลางตลาดจันดี ต.จันดี อ.ฉวาง เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาด 100 ปี และให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนแบบดั้งเดิมของชาวจันดี ตลอดจนได้นมัสการและชื่นชมบารมีพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์
นายกเทศมนตรีตำบลจันดี กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมในงานประกอบด้วย การแข่งขันการทำขนมเข่ง ขนมเทียน การประกวดการทำข้าวหลาม การแข่งขันทำขนมค่อม การแข่งขันการกินหมี่เกี๊ยวจันดี การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การแข่งขันบาสเก็ตบอล ร่วมชมชิมช้อปของดีตลาด 100 ปี และสนุกสนานกับการแสดงบนเวทีกลาง การแสดงของศิลปินนักร้อง และรำวงเวียนครกทุกคืนตลอดงาน
สำหรับพิธีเปิดงานในวันที่ 30 มกราคม 2557 เริ่มเวลา 20.00 น.โดย จัดให้มีการแสดงมังกรทอง ไหว้เทวดาฟ้าดิน การแสดงชุดกวนอิมพันมือ การจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา โดยมีนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงาน จึงขอเชิญชวนชาวนครศรีธรรมราช นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เที่ยวชมงาน “เทศกาลตรุษจีนจันดี เที่ยวตลาด 100 ปี ชมบารมีพ่อท่านคล้าย” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ถนนสายกลางตลาดจันดี ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช
เริ่มแล้วงาน “ตรุษจีนปีอาชา 87 พรรษามหามงคล องค์ราชัน”
เริ่มแล้วงาน “ตรุษจีนปีอาชา 87 พรรษามหามงคล องค์ราชัน” ณ บริเวณชุมชนท่าวัง ถนนเนรมิต วงเวียนหน้าสถานีรถไฟ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ร่วมกับ องค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนนครศรีธรรมราช จัดงานฉลองตรุษจีนไชน่าทาวน์เมืองนคร “ตรุษจีนปีอาชา 87 พรรษามหามงคล องค์ราชัน” ระหว่าง 28 ม.ค. – 1 ก.พ.57
ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า วันตรุษจีน 2557 หรือ ตรุษจีน 2014 ตรงกับวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2557 โดยในวันนี้ชาวจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม พากันออกไปท่องเที่ยว และไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เคารพนับถือ ชาวจีนจะถือว่าวันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง และถือว่าวันตรุษจีน เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของจีน เพราะชาวจีนถือว่า วันตรุษจีน คือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน เช่นเดียวกับสงกรานต์วันปีใหม่ไทย ดังนั้นชาวจีนจึงให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เป็นอย่างยิ่ง และมีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนขนาดใหญ่ของคนเชื้อสายจีน ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็จะมีพิธีเฉลิมฉลองแตกต่างกันไป ดังนั้น เทศบาลนครนครศรีธรรม ราช ร่วมกับ องค์กรชาวไทยเชื้อสายจีนนครศรีธรรมราช กำหนดจัดกิจกรรมงานฉลองตรุษจีนไชน่าทาวน์เมืองนคร โดยใช้ชื่องานว่า “ตรุษจีนปีอาชา 87 พรรษามหามงคล องค์ราชัน” ระหว่างวันที่ 28 มกราคม ถึง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 ณ บริเวณชุมชนท่าวัง ถนนเนรมิต วงเวียนหน้าสถานีรถไฟ ทั้งนี้เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมชาวไทยเชื้อสายจีน และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแก่ชาวชุมชนมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เที่ยวฟรี ชมฟรี เลือกชิมอาหารอร่อยหลากชนิดกว่า 50 ชนิด จากทั่วประเทศ การออกร้านผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอปและชุมชนเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยมีกำหนดการ ดังนี้
วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557
เวลา 18.30 น. – การแสดงจากวงดนตรี
- การแสดงของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดใหญ่
- การแสดงของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดศรีทวี
พุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557
เวลา 17.00 น. - ลงทะเบียนรับของที่ระลึก
เวลา 18.30 น. - การแสดงของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดท่าโพธิ์
เวลา 19.00 น. - พิธีเปิดงานฉลอง “ตรุษจีนปีอาชา 87 พรรษามหามงคล” องค์ราชัน
โดย ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช
นายกสมาคมพาณิชย์จีนนครศรีธรรมราช ประธานจัดงานกล่าวรายงาน
- การแสดงของนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปนครนครศรีธรรมราช
เวลา 19.30 น. – การแสดงวงดนตรี
วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557
เวลา 18.30 น. – การแสดงของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดเสาธงทอง
- การแสดงของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์
- การแสดงของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง
- การแสดงของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร
เวลา 19.30 น. – การแสดงวงดนตรี
เวลา 23.00 น. - ถวายสักการะรับเสด็จเทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่สิ่งเอี้ย)
วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557
เวลา 07.00 น. - พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 88 รูป เนื่องในวันตรุษจีนบริเวณถนนเนรมิต วงเวียนหน้าสถานีรถไฟ
เวลา 18.30 น. - การแสดงของนักเรียนโรงเรียนสาธิตเทศบาลวัดเพชรจริก
- การแสดงของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย
เวลา 19.00 น. - การแสดงโดยกลุ่มองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีน จังหวัดนครศรีธรรมราช
เวลา 19.30 น. - รับพรตรุษจีนปีอาชา 2557
1. นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
2. ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช
3. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
4. นายกสมาคมพาณิชย์จีนนครศรีธรรมราช
เวลา 20.00 น. - การแสดงสิงโตทองข้ามเสาดอกเหมย
เวลา 20.30 น. - การแสดงมังกรทองไต่เสาสูง / การจุดพลุ – ดอกไม้ไฟ โดยคณะการแสดงจากจังหวัดนครสวรรค์
วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557
เวลา 18.30 น. - การแสดงของนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช
เวลา 19.30 น. - การแสดงวงดนตรี
เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จึงขอเชิญประชาชนทุกท่าน เที่ยวชมงาน “ตรุษจีนปีอาชา 87 พรรษามหามงคล” องค์ราชัน ระหว่างวันที่ 28 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2557 ณ บริเวณชุมชนท่าวัง ถนนเนรมิต วงเวียนหน้าสถานีรถไฟ สอบถามรายละเอียดการจัดกิจกรรมได้ที่ สำนักการศึกษา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช โทร.075-342880 – 2 ต่อ 131 หรือ 132
ผู้ว่าฯชุมพร เสนอจีนขยายตลาดสินค้าการเกษตร พร้อมขอให้พิจารณา นำเข้ารังนกนางแอ่นจากประเทศไทย
กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชน จีน เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้เสนอให้จีนขยายตลาดสินค้าการเกษตร พร้อมกับขอให้พิจารณา การนำเข้ารังนกนางแอ่นจากประเทศไทย
ที่ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชุมพร นาย จัง จิ้น สง (Mr.Zhang Jinxiong) กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชน จีนประจำสงขลา พร้อมด้วยคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมหารือในเรื่องการกระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน
นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้เสนอขอความร่วมมือในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ เรื่องของ การขยายตลาดสินค้าการเกษตรของจังหวัด ชุมพร ได้แก่ผลไม้ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งก่อนหน้านี้ จังหวัดชุมพรได้ จัดโรดโชว์สินค้าเกษตร ที่เมืองคุนหมิงประเทศจีน โดยเฉพาะทุเรียน เป็นที่ชื่นชอบของคนจีนเป็นอย่างมาก ถ้าหากมีการขยายตลาด น่าจะทำให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์มากขึ้น ในส่วนของยางพารา และปาล์มน้ำมัน ในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำอย่างมาก ถ้าประเทศจีนเพิ่มการนำเข้า หรือขยายตลาด น่าจะส่งผลให้ราคาดีขึ้นด้วย และอีกประเด็นที่ได้เสนอก็คือเรื่องของ การส่งออกรังนกนางแอ่น ซึ่งจังหวัดชุมพร มีการให้สัมปทานรังนกนางแอ่น แก่ผู้ประกอบการหลายราย และในตอนนี้ประสบปัญหาการส่งออกไปยังประเทศจีน จึงอยากให้พิจารณาการนำเข้ารังนก นางแอ่นจากไทย นอกจากข้อเสนอด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมีด้านการศึกษา ซึ่งในขณะนี้นักเรียน นักศึกษา มีความสนใจภาษาจีน เพิ่มมากขึ้น จึงขอสนับสนุนบุคลากรด้านภาษา มาสอนภาษาจีน แก่นักเรียน นักศึกษาเพิ่มเติม และในเรื่องของการท่องเที่ยว อยากให้มีการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ด้วย
นาย จัง จิ้น สง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสงขลา กล่าวว่า รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องที่เสนอมาจะนำเสนอในระดับสูงต่อไป ซึ่งในอนาคตประเทศจีนจะเพิ่มมูลค่าการค้าขายกับประทศไทย กว่า 1 แสนล้านบาท ภายใน 3 ปี ในการขยายตลาดสินค้าการเกษตรนั้น จะดำเนินการประสานงานที่เกี่ยวข้องให้ และพร้อมที่จะแนะนำนักธุรกิจในประเทศจีนมาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ส่วนนักธุรกิจไทยที่จะไปลงทุนในประเทศจีน ก็จะอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี ในเรื่องของการนำเข้ารังนกนางแอ่น ในขณะนี้สถานการณ์ไข้หวัดนกได้ลดลงแล้ว และจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ส่วนในการร่วมมือด้านการศึกษานั้น จะสนับสนุน และพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่
ที่ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชุมพร นาย จัง จิ้น สง (Mr.Zhang Jinxiong) กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชน จีนประจำสงขลา พร้อมด้วยคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมหารือในเรื่องการกระชับความสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน
นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้เสนอขอความร่วมมือในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ เรื่องของ การขยายตลาดสินค้าการเกษตรของจังหวัด ชุมพร ได้แก่ผลไม้ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งก่อนหน้านี้ จังหวัดชุมพรได้ จัดโรดโชว์สินค้าเกษตร ที่เมืองคุนหมิงประเทศจีน โดยเฉพาะทุเรียน เป็นที่ชื่นชอบของคนจีนเป็นอย่างมาก ถ้าหากมีการขยายตลาด น่าจะทำให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์มากขึ้น ในส่วนของยางพารา และปาล์มน้ำมัน ในปัจจุบันมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำอย่างมาก ถ้าประเทศจีนเพิ่มการนำเข้า หรือขยายตลาด น่าจะส่งผลให้ราคาดีขึ้นด้วย และอีกประเด็นที่ได้เสนอก็คือเรื่องของ การส่งออกรังนกนางแอ่น ซึ่งจังหวัดชุมพร มีการให้สัมปทานรังนกนางแอ่น แก่ผู้ประกอบการหลายราย และในตอนนี้ประสบปัญหาการส่งออกไปยังประเทศจีน จึงอยากให้พิจารณาการนำเข้ารังนก นางแอ่นจากไทย นอกจากข้อเสนอด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมีด้านการศึกษา ซึ่งในขณะนี้นักเรียน นักศึกษา มีความสนใจภาษาจีน เพิ่มมากขึ้น จึงขอสนับสนุนบุคลากรด้านภาษา มาสอนภาษาจีน แก่นักเรียน นักศึกษาเพิ่มเติม และในเรื่องของการท่องเที่ยว อยากให้มีการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ด้วย
นาย จัง จิ้น สง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำสงขลา กล่าวว่า รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องที่เสนอมาจะนำเสนอในระดับสูงต่อไป ซึ่งในอนาคตประเทศจีนจะเพิ่มมูลค่าการค้าขายกับประทศไทย กว่า 1 แสนล้านบาท ภายใน 3 ปี ในการขยายตลาดสินค้าการเกษตรนั้น จะดำเนินการประสานงานที่เกี่ยวข้องให้ และพร้อมที่จะแนะนำนักธุรกิจในประเทศจีนมาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ส่วนนักธุรกิจไทยที่จะไปลงทุนในประเทศจีน ก็จะอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี ในเรื่องของการนำเข้ารังนกนางแอ่น ในขณะนี้สถานการณ์ไข้หวัดนกได้ลดลงแล้ว และจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ส่วนในการร่วมมือด้านการศึกษานั้น จะสนับสนุน และพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่
ชมรมมวยปล้ำ สพล.ชุมพร สู้ฝรั่งเดือดศึกมิ๊กมาร์เชียลอาร์ต หัวหิน
นางสาวณัฐฐา ชลสินธุ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนชมรมมวยปล้ำ สพล.ชุมพร เปิดเผยว่า ชมรมมวยปล้ำ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร ได้ส่งทีมนักกีฬาไปร่วมการแข่งขันการต่อสู้แบบผสมผสาน รายการ มิ๊ก มาร์เชียล อาร์ต ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธุ์ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 57 ที่ผ่านมา โดยนักกีฬาประกอบด้วย นางสาวแก้วใจ ประชุมวงศ์ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 56 กก., นายณัฐพล รัตรมนตรี รุ่น 55 กก., พีรพล พุทธซ้อน 67 กก. และ ธีรยุทธ บุญเพ็ชร์ รุ่น 71 กก. ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่านักสู้จาก สพล.ชุมพร ต้านทานความแข็งแกร่งของนักสู้ชาวต่างชาติไม่ได้ มีเพียง แก้วใจ ประชุมวงศ์ สาวแกร่งเพียงหนึ่งเดียวที่มีลุ้น หลังทำคะแนนนำคู่ต่อสู้ได้ใน 2 ยกแรก แต่มาพลาดท่ายกสุดท้ายโดนคู่แข่งที่มีน้ำหนักมากกว่าพลิกขึ้นมาล็อคคอจนหายใจไม่ออกจึงต้องยอมแพ้พ่ายไปในที่สุด
นางสาวณัฐฐา ชลสินธุ์ กล่าวว่า การส่งทีมมวยปล้ำไปร่วมสู้ศึก มิ๊ก มาร์เชียล อาร์ต ครั้งนี้ เพื่อให้นักกีฬาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการได้แข่งขันกับนักสู้มืออาชีพมาพัฒนาตนเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้ลงแข่งขันอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมตัวสู่ศึกในการแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติต่อไป
สำหรับศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม (Mixed martial art; MMA) เป็นการต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน เช่น มวยไทย มวยสากล ยูโด มวยปล้ำ คาราเต้ แชมโบ บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู มีทั้งการเตะต่อย และการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ โดยกฎติกาของศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสมผสานยุคแรกๆ ไม่มีตายตัวไม่มีกฎกติกา แต่มีการห้ามจิ้มตา และห้ามเตะเป้าในการแข่งเป็นแพ้คัดออก ใครชนะเข้ารอบ แข่งขันวันเดียวจบ แพ้ชนะอยู่ที่การน็อกคู่ต่อสู้ ทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ และกรรมการในเวทีสั่งยุติการแข่ง ก่อนมีการพัฒนาขึ้น มีแข่งขันตามน้ำหนัก ผู้เข้าแข่งขันต้องใส่ถุงมือนวม ใส่ฟันยาง มีการพักยก แพทย์สนามสั่งยุติแบบการแข่งขันมวย และครั้งนี้ใช้การแข่งขัน 3 ยก ๆ ละ 5 นาที รวมทั้งการห้ามใช้ศอกด้วย
นางสาวณัฐฐา ชลสินธุ์ กล่าวว่า การส่งทีมมวยปล้ำไปร่วมสู้ศึก มิ๊ก มาร์เชียล อาร์ต ครั้งนี้ เพื่อให้นักกีฬาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการได้แข่งขันกับนักสู้มืออาชีพมาพัฒนาตนเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้ลงแข่งขันอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมตัวสู่ศึกในการแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติต่อไป
สำหรับศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม (Mixed martial art; MMA) เป็นการต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน เช่น มวยไทย มวยสากล ยูโด มวยปล้ำ คาราเต้ แชมโบ บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู มีทั้งการเตะต่อย และการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ โดยกฎติกาของศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสมผสานยุคแรกๆ ไม่มีตายตัวไม่มีกฎกติกา แต่มีการห้ามจิ้มตา และห้ามเตะเป้าในการแข่งเป็นแพ้คัดออก ใครชนะเข้ารอบ แข่งขันวันเดียวจบ แพ้ชนะอยู่ที่การน็อกคู่ต่อสู้ ทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ และกรรมการในเวทีสั่งยุติการแข่ง ก่อนมีการพัฒนาขึ้น มีแข่งขันตามน้ำหนัก ผู้เข้าแข่งขันต้องใส่ถุงมือนวม ใส่ฟันยาง มีการพักยก แพทย์สนามสั่งยุติแบบการแข่งขันมวย และครั้งนี้ใช้การแข่งขัน 3 ยก ๆ ละ 5 นาที รวมทั้งการห้ามใช้ศอกด้วย
สาธารณสุขเทศบาลเมืองชุมพร ลงพื้นที่ดูการเป็นอยู่แรงงานต่างด้าว หวั่นโรคติดต่อ
ศูนย์ บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองชุมพร ลงพื้นที่ชุมชนราษฎร์วิถีใน เขตเทศบาลเมืองชุมพร ตรวจเยี่ยมการเป็นอยู่ พร้อมให้คำแนะนำวิธีดูแลสุขภาพ แก่แรงงานต่างด้าว โดยส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า เพื่อป้องกันการเกิดโรคติดต่อ จากลูกจ้างที่เป็นแรงงานต่างด้าว
เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองชุมพร ลงพื้นที่ชุมชนราษฎร์วิถีใน เขตเทศบาลเมืองชุมพร ซึ่งมีแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาใช้แรงงานในจังหวัดชุมพร อาศัยอยู่ กว่า 50 ครอบครัว เพื่อตรวจเยี่ยมการเป็นอยู่ พร้อมให้คำแนะนำวิธีดูแลสุขภาพ แก่แรงงานต่างด้าว และเพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อ ที่อาจติดมากับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่
นางอรสุรัชย์ ปฐมโรจนฤทธ์ หัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองชุมพร เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาใช้แรงงานในประเทศไทยมากขึ้น และส่วนใหญ่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ไม่ได้ผ่านระบบการตรวจสุขภาพ และเมื่อเข้ามาอาศัยในเมืองไทยก็อยู่กันอย่างแออัด โรคติดต่อจึงแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากระบบการควบคุมป้องกันโรคไม่ดีพอ คนต่างด้าวอาจนำโรคมาแพร่สู่คน ไทยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะนายจ้าง และมีลูกจ้างเป็นแรงงานต่างด้าว ต้องทำงาน กินอยู่ใกล้ชิดกับคนกลุ่มนี้ โดยมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคติดต่อจากแรงงานต่างด้าว เพราะกว่าครึ่งเป็นแรงงานเถื่อนที่ลักลอบเข้าเมืองมาขายแรงงานอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่มีการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน
โดยส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า ซึ่งระบบการดูแลสุขภาพในประเทศเหล่านั้นยังไม่ได้มาตรฐาน การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อยังไม่ครอบคลุมประชากรตั้งแต่วัยเด็ก เช่น วัณโรค คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก หัด ซึ่งคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตั้งแต่เด็ก จึงมีภูมิคุ้มกันต่อโรคดังกล่าว และด้วยนิสัยการดูแลสุขอนามัยของ แรงงานเหล่านี้ไม่ดี ทำให้เกิดโรคติดต่อ ผ่านทางน้ำ อาหาร ได้ง่าย ซึ่งโรคที่ต้องระวังมากที่สุด คือ วัณโรค โรคมาลาเรีย อหิวาตกโรค ไข้กาฬหลังแอ่น โรคเท้าช้างที่มักจะพบในหมู่แรงงานชาวพม่า และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างโรคเอดส์และโรคซิฟิลิส อีกด้วย
เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองชุมพร ลงพื้นที่ชุมชนราษฎร์วิถีใน เขตเทศบาลเมืองชุมพร ซึ่งมีแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาใช้แรงงานในจังหวัดชุมพร อาศัยอยู่ กว่า 50 ครอบครัว เพื่อตรวจเยี่ยมการเป็นอยู่ พร้อมให้คำแนะนำวิธีดูแลสุขภาพ แก่แรงงานต่างด้าว และเพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อ ที่อาจติดมากับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่
นางอรสุรัชย์ ปฐมโรจนฤทธ์ หัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองชุมพร เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาใช้แรงงานในประเทศไทยมากขึ้น และส่วนใหญ่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ไม่ได้ผ่านระบบการตรวจสุขภาพ และเมื่อเข้ามาอาศัยในเมืองไทยก็อยู่กันอย่างแออัด โรคติดต่อจึงแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากระบบการควบคุมป้องกันโรคไม่ดีพอ คนต่างด้าวอาจนำโรคมาแพร่สู่คน ไทยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะนายจ้าง และมีลูกจ้างเป็นแรงงานต่างด้าว ต้องทำงาน กินอยู่ใกล้ชิดกับคนกลุ่มนี้ โดยมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคติดต่อจากแรงงานต่างด้าว เพราะกว่าครึ่งเป็นแรงงานเถื่อนที่ลักลอบเข้าเมืองมาขายแรงงานอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่มีการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน
โดยส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า ซึ่งระบบการดูแลสุขภาพในประเทศเหล่านั้นยังไม่ได้มาตรฐาน การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อยังไม่ครอบคลุมประชากรตั้งแต่วัยเด็ก เช่น วัณโรค คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก หัด ซึ่งคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตั้งแต่เด็ก จึงมีภูมิคุ้มกันต่อโรคดังกล่าว และด้วยนิสัยการดูแลสุขอนามัยของ แรงงานเหล่านี้ไม่ดี ทำให้เกิดโรคติดต่อ ผ่านทางน้ำ อาหาร ได้ง่าย ซึ่งโรคที่ต้องระวังมากที่สุด คือ วัณโรค โรคมาลาเรีย อหิวาตกโรค ไข้กาฬหลังแอ่น โรคเท้าช้างที่มักจะพบในหมู่แรงงานชาวพม่า และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างโรคเอดส์และโรคซิฟิลิส อีกด้วย
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 จัดงานวันครู ประจำปี 2557
16 ม.ค. 2557 เวลา 09.00 น. ณ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูชุมพร นายวัลลพ สงวนนาม ผู้อำนวยการคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษาชุมพร เขต 1 เป็นประธานในพิธีทางศาสนา เนื่องในวันครู ประจำปี 2557 เฉลิมพระเกียรติพระผู้ทรงเป็นแม่ และครูแห่งแผ่นดิน ภายใต้คำขวัญ "เทิดพระเกียรติทั่วหล้า กตัญญูบูชา แม่และครูแห่งแผ่นดิน" มี นายประจินต์ ธารศิริสิน นายอำเภอเมืองชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี โดยมีบุคลากรคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 กว่า 1000 คน เข้าร่วมพิธี เพื่อน้อมระลึกพระคุณของครู อันเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบูรพาจารย์
นายวัลลพ สงวนนาม กล่าวว่า การจัดงานวันครู ประจำปี 2557 นับเป็นครั้งที่ 58 เป็นปีที่สำคัญยิ่งที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้ร่วมกันเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ "พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน" น้อมระลึกในพระราชจริยวัตรของพระองค์ท่าน ในความเป็นครูและพระมหากรุณาธิคุณต่อการศึกษา โดยทรงอบรมสั่งสอนและทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่าง ทรงเป็นครูของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ควรอย่างยิ่งที่จะพร้อมใจระลึกในพระมหากรุณาธิคุณและดำเนินตามรอยพระยุคลบาทด้วยความมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตนเองให้สมบูรณ์ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ปฏิบัติตามาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติให้เป็นเด็กดี มีประสิทธิภาพต่อไป
นอกจากนี้คุรุสภา ยังได้มอบเข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตรครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2556 เพื่อส่งเสริมสมรรถนะและประสิทธิภาพ การจัดการเรียนการสอนของครูที่ปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติตนดี มีผลงานดีเด่น ให้มีศักยภาพสูงขึ้น เสริมสร้างศรัทธา และเป็นแบบอย่างที่ดีในวิชาชีพครู สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม โดยจังหวัดชุมพรมีครูที่ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตร จำนวน 15 คน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบเกียรติบัตรในโครงการ ครูดีในดวงใจ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2557 ได้แก่ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางมณีพรรณ เจริญจิต ครูโรงเรียนชุมชนมาบอำมฤต และระดับเขตพื้นที่การศึกษา นางเวียงจิต จินาทิตย์ ครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 77 (บ้านเนินสันติ)
นายวัลลพ สงวนนาม กล่าวว่า การจัดงานวันครู ประจำปี 2557 นับเป็นครั้งที่ 58 เป็นปีที่สำคัญยิ่งที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้ร่วมกันเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ "พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน" น้อมระลึกในพระราชจริยวัตรของพระองค์ท่าน ในความเป็นครูและพระมหากรุณาธิคุณต่อการศึกษา โดยทรงอบรมสั่งสอนและทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่าง ทรงเป็นครูของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ควรอย่างยิ่งที่จะพร้อมใจระลึกในพระมหากรุณาธิคุณและดำเนินตามรอยพระยุคลบาทด้วยความมุ่งมั่นทำหน้าที่ของตนเองให้สมบูรณ์ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ปฏิบัติตามาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติให้เป็นเด็กดี มีประสิทธิภาพต่อไป
นอกจากนี้คุรุสภา ยังได้มอบเข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตรครูผู้สอนดีเด่น ประจำปี 2556 เพื่อส่งเสริมสมรรถนะและประสิทธิภาพ การจัดการเรียนการสอนของครูที่ปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติตนดี มีผลงานดีเด่น ให้มีศักยภาพสูงขึ้น เสริมสร้างศรัทธา และเป็นแบบอย่างที่ดีในวิชาชีพครู สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม โดยจังหวัดชุมพรมีครูที่ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตร จำนวน 15 คน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบเกียรติบัตรในโครงการ ครูดีในดวงใจ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2557 ได้แก่ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางมณีพรรณ เจริญจิต ครูโรงเรียนชุมชนมาบอำมฤต และระดับเขตพื้นที่การศึกษา นางเวียงจิต จินาทิตย์ ครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 77 (บ้านเนินสันติ)
กอ.รมน.ภาค 4 สย.1 ฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันยาเสพติด
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยก 1 (กอ.รมน.ภาค 4 สย.1) จัดการฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันยาเสพติด ประจำปี 2557 เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ราษฎรตระหนักถึงปัญหายาเสพติดและเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน และเพิ่มศักยภาพในการปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยก 1 (กอ.รมน. ภาค 4 สย 1) จัดการฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันยาเสพติด ประจำปี 2557 ณ บริเวณสนามหน้าศาลาเขตอุดมศักดิ์ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ อ.เมือง จ.ชุมพร โดย พันเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยก 1 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ราษฎรในพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมาย ได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดและเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน เสริมสร้างบทบาทภาคประชาชนและชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและชุมชนตนเอง รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งข่าวสำหรับรายงานข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผู้ค้าผู้เสพและปัญหาด้านความมั่นคงอื่นๆ ในพื้นที่ชุมชน พร้อมกับพัฒนาสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับราษฎรในพื้นที่ให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น
พันเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ กล่าวว่า ตามที่ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยก 1 ดำเนินตามโครงการจัดตั้งหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด โดยการนำราษฎรในพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายมาเข้ารับการฝึกอบรม ทั้งในรูปแบบการฝึกและสาธิต ให้ผู้เข้ารับการฝึก มีประสบการณ์และทักษะ เกี่ยวกับศิลปะกาต่อสู้ป้องกันตัวในระยะประชิด เทคนิคการตรวจค้นตัวผู้ต้องสงสัยอย่างถูกวิธี และการยิงปืนด้วยกระสุนจริง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและการปฏิบัติที่ถูกต้อง ก่อนนำประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกครั้งนี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับการฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันยา เสพติดครั้งนี้ ใช้เวลาอบรม 1 วัน มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจาก อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และ อ.กระบุรี จ.ระนอง จำนวน 220 คน โดยมีวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์ จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ทำหน้าที่ให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยก 1 (กอ.รมน. ภาค 4 สย 1) จัดการฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันยาเสพติด ประจำปี 2557 ณ บริเวณสนามหน้าศาลาเขตอุดมศักดิ์ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ อ.เมือง จ.ชุมพร โดย พันเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยก 1 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ราษฎรในพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมาย ได้ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดและเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน เสริมสร้างบทบาทภาคประชาชนและชุมชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและชุมชนตนเอง รวมทั้งเพิ่มศักยภาพในการปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งข่าวสำหรับรายงานข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผู้ค้าผู้เสพและปัญหาด้านความมั่นคงอื่นๆ ในพื้นที่ชุมชน พร้อมกับพัฒนาสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับราษฎรในพื้นที่ให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น
พันเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ กล่าวว่า ตามที่ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนแยก 1 ดำเนินตามโครงการจัดตั้งหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด โดยการนำราษฎรในพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายมาเข้ารับการฝึกอบรม ทั้งในรูปแบบการฝึกและสาธิต ให้ผู้เข้ารับการฝึก มีประสบการณ์และทักษะ เกี่ยวกับศิลปะกาต่อสู้ป้องกันตัวในระยะประชิด เทคนิคการตรวจค้นตัวผู้ต้องสงสัยอย่างถูกวิธี และการยิงปืนด้วยกระสุนจริง เพื่อสร้างความคุ้นเคยและการปฏิบัติที่ถูกต้อง ก่อนนำประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกครั้งนี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับการฝึกอบรมราษฎรอาสาป้องกันยา เสพติดครั้งนี้ ใช้เวลาอบรม 1 วัน มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจาก อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และ อ.กระบุรี จ.ระนอง จำนวน 220 คน โดยมีวิทยากรผู้มากด้วยประสบการณ์ จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ทำหน้าที่ให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
กปปส.ชุมพร ปิดล้อมสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้า เจ้าหน้าที่ ไม่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งได้
26 ม.ค.2557 กปปส.ชุมพร รวมตัวชุมนุม บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาลบ้านท่าตะเภา ตำบลท่าตะเถา อำเภอเมืองชุมพร และหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร ซึ่งเป็นสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด และในเขตจังหวัด เขตเลือกตั้งที่ 1 พร้อมกับจัดตั้งเวทีปราศรัยเพื่อขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าในครั้งนี้
กลุ่ม กปปส.ชุมพรได้ตั้งเต๊นท์ และเวทีปราศรัยบนถนน หน้าโรงเรียนเทศบาลบ้านท่าตะเภา เพื่อปักหลักชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้ง โดยเริ่มชุมนุนตั่งแต่ช่วงเช้ามืดก่อนเวลาเปิดหน่วยเลือกตั้งในเวลา 08.00 น. และจะชุมนุมจนถึงเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดหีบเลือกตั้ง หรือจนกว่าจะมีการประกาศเลื่อนการเลือกตั้ง เพื่อกดดันไม่ให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เข้ามาเปิดหน่วยเลือกตั้งได้ ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ประกาศบนเวทีว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด จะใช้เพียงเสียงนกหวีดเท่านั้น
โดยตั้งแต่เวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ยังไม่สามารถเข้าไปทำการเปิดหน่วยเลือกตั้งได้ เพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมบริเวณประตู ทางเข้าออก ของสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าไว้ ประกอบกับ เกรงว่าจะเกิดการกระทบกระทั้งกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม
ซึ่งกลุ่ม กปปส.ไม่เห็นด้วยกับการการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงนัดชุมนุม เพื่อขัดขวางการเลือกตั้ง เพราะไม่ต้องการรัฐบาลชุดนี้กลับบริหารประเทศโดยต้องการปฏิรูปประเทศ แก้กฎหมายกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด รวมทั้งกฎหมายพรรคการเมือง ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า เสียก่อน
กลุ่ม กปปส.ชุมพรได้ตั้งเต๊นท์ และเวทีปราศรัยบนถนน หน้าโรงเรียนเทศบาลบ้านท่าตะเภา เพื่อปักหลักชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้ง โดยเริ่มชุมนุนตั่งแต่ช่วงเช้ามืดก่อนเวลาเปิดหน่วยเลือกตั้งในเวลา 08.00 น. และจะชุมนุมจนถึงเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดหีบเลือกตั้ง หรือจนกว่าจะมีการประกาศเลื่อนการเลือกตั้ง เพื่อกดดันไม่ให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เข้ามาเปิดหน่วยเลือกตั้งได้ ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ประกาศบนเวทีว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงแต่อย่างใด จะใช้เพียงเสียงนกหวีดเท่านั้น
โดยตั้งแต่เวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ยังไม่สามารถเข้าไปทำการเปิดหน่วยเลือกตั้งได้ เพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมบริเวณประตู ทางเข้าออก ของสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าไว้ ประกอบกับ เกรงว่าจะเกิดการกระทบกระทั้งกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม
ซึ่งกลุ่ม กปปส.ไม่เห็นด้วยกับการการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงนัดชุมนุม เพื่อขัดขวางการเลือกตั้ง เพราะไม่ต้องการรัฐบาลชุดนี้กลับบริหารประเทศโดยต้องการปฏิรูปประเทศ แก้กฎหมายกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด รวมทั้งกฎหมายพรรคการเมือง ก่อนการเลือกตั้งครั้งหน้า เสียก่อน
กลุ่มมวลชน กว่า 2,000 คน ร่วมตัวกันปิดหน่วยงานราชการหลายแห่งในจังหวัดชุมพร
กลุ่ม พลังมวลชนชาวจังหวัดชุมพร กว่า 2,000 คน ได้มาร่วมตัวกันปิด สถานที่ราชการหลายแห่ง ร่วมไปถึงสถานศึกษา เพื่อไม่ให้ข้าราชการปฏิบัติงานได้ พร้อมขอให้ข้าราชการออกมาร่วมกับกลุ่ม เพื่อแสดงจุดยืนในการต่อต้าน ระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาล
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2557 เวลา 09.30 น. ได้มีกลุ่มพลังมวลชนชาวจังหวัดชุมพร กว่า 2,000 คน ได้มาร่วมตัวกัน ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร พร้อมนำแผ่นป้ายข้อความว่า " ขออภัยผู้ปกครอง พี่น้อง ประชาชน ถึงเวลาทวงคืนประเทศไทย ปิดทำการ จนกว่ารัฐบาลจะลาออก โดย กปปส.ชุมพร" มาติดไว้ที่หน้าประตูทางเข้า ที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร และขอให้ข้าราชการหยุดงาน และออกมานอกอาคารสำนักงาน ก่อนทำการปิดประตูเข้าออก เพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงานได้ หลังจากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุม ได้เดินทางต่อไปยัง สำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร เพื่อทำการติดแผ่นป้าย พร้อมกับปิดประตูเข้าออกสำนักงานเช่นกัน ซึ่งในวันนี้ กลุ่มมวลชนเดินทางไปปิดอาคารสำนักงานราชการหลายแห่ง ร่วมไปถึงสถานศึกษาหลายแห่งเช่นกัน
ซึ่งกลุ่มมวลชน ได้ประกาศว่าจะปิดหน่วยงานราชการจนกว่ารัฐบาลรักษาการจะลาออก พร้อมกับเรียกร้องให้ข้าราชกา รในจังหวัดชุมพรหยุดงาน และให้ออกมาร่วมกับกลุ่ม เพื่อแสดงจุดยืนในการต่อต้าน ระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาล และจะไปร่วมตัวที่ศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร เพื่อทำการปิดเช่นกัน
เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2557 เวลา 09.30 น. ได้มีกลุ่มพลังมวลชนชาวจังหวัดชุมพร กว่า 2,000 คน ได้มาร่วมตัวกัน ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร พร้อมนำแผ่นป้ายข้อความว่า " ขออภัยผู้ปกครอง พี่น้อง ประชาชน ถึงเวลาทวงคืนประเทศไทย ปิดทำการ จนกว่ารัฐบาลจะลาออก โดย กปปส.ชุมพร" มาติดไว้ที่หน้าประตูทางเข้า ที่ว่าการอำเภอเมืองชุมพร และขอให้ข้าราชการหยุดงาน และออกมานอกอาคารสำนักงาน ก่อนทำการปิดประตูเข้าออก เพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงานได้ หลังจากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุม ได้เดินทางต่อไปยัง สำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร เพื่อทำการติดแผ่นป้าย พร้อมกับปิดประตูเข้าออกสำนักงานเช่นกัน ซึ่งในวันนี้ กลุ่มมวลชนเดินทางไปปิดอาคารสำนักงานราชการหลายแห่ง ร่วมไปถึงสถานศึกษาหลายแห่งเช่นกัน
ซึ่งกลุ่มมวลชน ได้ประกาศว่าจะปิดหน่วยงานราชการจนกว่ารัฐบาลรักษาการจะลาออก พร้อมกับเรียกร้องให้ข้าราชกา รในจังหวัดชุมพรหยุดงาน และให้ออกมาร่วมกับกลุ่ม เพื่อแสดงจุดยืนในการต่อต้าน ระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาล และจะไปร่วมตัวที่ศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร เพื่อทำการปิดเช่นกัน
งานแถลงข่าวสภากาแฟและผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชนจังหวัดชุมพร
จังหวัดชุมพรจัดงานสภากาแฟและผู้ว่าฯพบสื่อมวลชน บนยอดเขามัทรี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดชุมพร พร้อมประชาสัมพันธ์ 3 กิจกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังจะจัดขึ้น ได้แก่ กิจกรรมปั่นสองน่อง...ท่องสองประเทศ, เทศกาลล่องแพพะโต๊ะ เชิงอนุรักษ์, กิจกรรมวันแห่งความรัก (LOVE ON THE MUST SEE MOUNTAIN) ปีที่ 1
วันนี้ 15 ม.ค. 2557 เวลา 07.30 น. ณ จุดชมวิวเขามัทรี ต.ปากน้ำ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานงานแถลงข่าวสภากาแฟและผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชนจังหวัดชุมพร เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังจะเกิดขึ้นในจังหวัด โดยเฉพาะจุดชมวิวเขามัทรีซึ่งจะพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดชุมพรต่อไปในอนาคต โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และภาคเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกันอย่างชื่นมื่น
นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ชุมพร กล่าวว่า จุดชมวิวเขามัทรี นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังมี องค์พระอวโลกิเตศวร พระมหาโพธิ์สัตว์กวนอิม ที่จังหวัดชุมพรได้ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนบูรณะองค์เจ้าแม่กวนอิมท่าประทับนั่งแผ่เมตตาให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้เคารพสักการะ และปรับปรุงภูมิทัศน์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมทัศนีย์ภาพและทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองชุมพร ซึ่งสามารถมองเห็นทะเลอ่าวไทยและชุมชนเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชุมพร โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่างยั่งยืน เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยต่อไปในอนาคต
สำหรับกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรที่กำลังจะเกิดขึ้น เร็วๆ นี้ เริ่มจากการแข่งขันกีฬา อบจ.คัพ "ประตูภาคใต้เกมส์" โดยมีทัพนักกีฬา อบจ. 14 จังหวัดภาคใต้ และ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ มาร่วมการแข่งขันระหว่างวันที่ 15 - 22 ม.ค. นี้ ต่อด้วย 25 ม.ค. โครงการปั่นสองน่อง...ท่องสองประเทศ กับเส้นทางจักรยานจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชุมพรสู่เมืองมะลิวัลย์ ประเทศพม่า รวมระยะทาง 86 กม. เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ก่อนเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ วันที่ 8-9 เทศกาลล่องแพพะโต๊ะ เชิงอนุรักษ์ ที่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัสบ รรยากาศ ดินแดนแห่งภูเขาเขียว เที่ยวล่องแพ แลหมอกปก น้ำตกงาม ลือนามผลไม้ และวันที่ 14 ก.พ. วันแห่งความรัก (Valentines Day) โดย อ.เมืองชุมพร ขอเชิญคู่สมรสไปจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ณ เขามัทรี (LOVE ON THE MUST SEE MOUNTAIN) ปีที่ 1 ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป
วันนี้ 15 ม.ค. 2557 เวลา 07.30 น. ณ จุดชมวิวเขามัทรี ต.ปากน้ำ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานงานแถลงข่าวสภากาแฟและผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชนจังหวัดชุมพร เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังจะเกิดขึ้นในจังหวัด โดยเฉพาะจุดชมวิวเขามัทรีซึ่งจะพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดชุมพรต่อไปในอนาคต โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และภาคเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าร่วมงานกันอย่างชื่นมื่น
นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ชุมพร กล่าวว่า จุดชมวิวเขามัทรี นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังมี องค์พระอวโลกิเตศวร พระมหาโพธิ์สัตว์กวนอิม ที่จังหวัดชุมพรได้ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนบูรณะองค์เจ้าแม่กวนอิมท่าประทับนั่งแผ่เมตตาให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้เคารพสักการะ และปรับปรุงภูมิทัศน์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมทัศนีย์ภาพและทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองชุมพร ซึ่งสามารถมองเห็นทะเลอ่าวไทยและชุมชนเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชุมพร โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อย่างยั่งยืน เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยต่อไปในอนาคต
สำหรับกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรที่กำลังจะเกิดขึ้น เร็วๆ นี้ เริ่มจากการแข่งขันกีฬา อบจ.คัพ "ประตูภาคใต้เกมส์" โดยมีทัพนักกีฬา อบจ. 14 จังหวัดภาคใต้ และ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ มาร่วมการแข่งขันระหว่างวันที่ 15 - 22 ม.ค. นี้ ต่อด้วย 25 ม.ค. โครงการปั่นสองน่อง...ท่องสองประเทศ กับเส้นทางจักรยานจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชุมพรสู่เมืองมะลิวัลย์ ประเทศพม่า รวมระยะทาง 86 กม. เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ก่อนเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ วันที่ 8-9 เทศกาลล่องแพพะโต๊ะ เชิงอนุรักษ์ ที่รอนักท่องเที่ยวมาสัมผัสบ รรยากาศ ดินแดนแห่งภูเขาเขียว เที่ยวล่องแพ แลหมอกปก น้ำตกงาม ลือนามผลไม้ และวันที่ 14 ก.พ. วันแห่งความรัก (Valentines Day) โดย อ.เมืองชุมพร ขอเชิญคู่สมรสไปจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ณ เขามัทรี (LOVE ON THE MUST SEE MOUNTAIN) ปีที่ 1 ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป
เปิดการแข่งขัน อบจ.คัพภาคใต้ ครั้งที่ 14 "ประตูภาคใต้เกมส์"
อบ จ.ชุมพร จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา อบจ.คัพ ภาคใต้ ครั้งที่ 14 “ประตูภาคใต้เกมส์” พร้อมต้อนรับนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ จาก 15 อบต. ในจังหวัดภาคใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ โดยจัดการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 22 มกราคม 2557
เมื่อเย็นวันที่ 17 มกราคม 2557 เวลา 16.30 น. ณ สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร นางสาวสุดาวรรณ พฤกษ์เสถียร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬา อบจ.คัพ ภาคใต้ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2557 โดยใช้ชื่อว่า “ ประตูภาคใต้เกมส์ ” โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (อบจ.ชุมพร) เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15 – 22 มกราคม 2557
สำหรับบรรยากาศในพิธีเปิด เริ่มด้วย เพลงประจำการแข่งขัน โดยศิลปินนักร้อง ทรงกรด ฌามา ต่อจากนั้นเป็นขบวนพาเหรดของนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ จาก อบจ. ทั้ง 15 จังหวัด ที่เข้าร่วมการแข่งขัน กว่า 2,000 คน เดินเข้าสู่สนาม นำโดย ช้างโชคดี สัตว์นำโชคประจำการแข่งขันในครั้งนี้ หลังจากนั้นเป็นพิธีเปิดการแข่งขัน และการจุดไฟในกระถางคบเพลิง ซึ่ง ร.ต.อ. บุญชู จันทร์เดชะ เป็นตัวแทนนักกีฬาวิ่งคบเพลิง ซึ่งการจุดนั้น ตัวแทนนักกีฬา วิ่งคบเพลิงจุดไฟไปที่เวทีกลางสนามเพื่อทำการจุด ก่อนที่คบเพลิงจะประทุขึ้น พร้อมกับมีพลุสี ควันสี พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับนักกีฬา รวมไปถึงชาวชุมพรที่เข้ามาชมพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วยชุดการแสดง 2 ชุด ซึ่งเจ้าภาพจัดได้อย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความสวยงาม แสดงให้เห็นถึง อัตลักษณ์ของชาวชุมพร ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันทั้งสนามกีฬากลางจังหวัดชุมพรได้เป็นอย่างดี
นายสุพล จุลใส นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า เพื่อต้องการเชื่อมความสามัคคีและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่าง อบจ.ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้และ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ที่เข้ารวมด้วยในครั้งนี้ ร่วมไปถึงยังเป็นการเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ส่งผลต่อการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังคำขวัญ สมานฉันท์ ร่วมสร้างสรรค์ ท้องถิ่นไทย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร อีกด้วย
เมื่อเย็นวันที่ 17 มกราคม 2557 เวลา 16.30 น. ณ สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร นางสาวสุดาวรรณ พฤกษ์เสถียร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬา อบจ.คัพ ภาคใต้ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2557 โดยใช้ชื่อว่า “ ประตูภาคใต้เกมส์ ” โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (อบจ.ชุมพร) เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15 – 22 มกราคม 2557
สำหรับบรรยากาศในพิธีเปิด เริ่มด้วย เพลงประจำการแข่งขัน โดยศิลปินนักร้อง ทรงกรด ฌามา ต่อจากนั้นเป็นขบวนพาเหรดของนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ จาก อบจ. ทั้ง 15 จังหวัด ที่เข้าร่วมการแข่งขัน กว่า 2,000 คน เดินเข้าสู่สนาม นำโดย ช้างโชคดี สัตว์นำโชคประจำการแข่งขันในครั้งนี้ หลังจากนั้นเป็นพิธีเปิดการแข่งขัน และการจุดไฟในกระถางคบเพลิง ซึ่ง ร.ต.อ. บุญชู จันทร์เดชะ เป็นตัวแทนนักกีฬาวิ่งคบเพลิง ซึ่งการจุดนั้น ตัวแทนนักกีฬา วิ่งคบเพลิงจุดไฟไปที่เวทีกลางสนามเพื่อทำการจุด ก่อนที่คบเพลิงจะประทุขึ้น พร้อมกับมีพลุสี ควันสี พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับนักกีฬา รวมไปถึงชาวชุมพรที่เข้ามาชมพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วยชุดการแสดง 2 ชุด ซึ่งเจ้าภาพจัดได้อย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความสวยงาม แสดงให้เห็นถึง อัตลักษณ์ของชาวชุมพร ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันทั้งสนามกีฬากลางจังหวัดชุมพรได้เป็นอย่างดี
นายสุพล จุลใส นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ว่า เพื่อต้องการเชื่อมความสามัคคีและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่าง อบจ.ทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้และ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ที่เข้ารวมด้วยในครั้งนี้ ร่วมไปถึงยังเป็นการเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ส่งผลต่อการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังคำขวัญ สมานฉันท์ ร่วมสร้างสรรค์ ท้องถิ่นไทย และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร อีกด้วย
ชุมพรเปิดตัวสโมสรทุ่มงบ 12 ล้านสู้ศึกลูกหนังดิวิชั่น 2 ภาคใต้ฤดูกาล 2014
"ขุนพลกรมหลวง" ชุมพร เอฟซี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนักเตะพร้อมสู้ ศึกฟุตบอลดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2014 นพพร อุสิทธิ์ ผจก.ทีม ลั่นทุ่มงบไม่ต่ำกว่า 12 ล้าน ตั้งเป้าเลื่อนชั้นลุยดิวิชั่น 1 พร้อมผุดโปรเจกต์ยักษ์สร้างรังเหย้าแห่งใหม่ให้ได้มาตรฐานหวังยกระดับสโมสรไปสู่ระดับประเทศ
วันนี้ 17 ม.ค. 2557 เวลา 10.00 น. ณ ห้องพุดพิชญา โรงแรมนานาบุรี สโมสรฟุตบอลชุมพร เอฟซี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนักเตะและชุดแข่งขันเตรียมสู้ศึกฟุตบอลเอไอเอสลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ ฤดูกาล 2014 โดยมี ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ รองประธานสโมสรชุมพร เอฟซี นายนพพร อุสิทธิ์ ผู้จัดการทีมชุมพร เอฟซี และนายนุกูล แก้วสวี ผู้ช่วยผู้จัดการทีมร่วมกันแถลงข่าว ถึงแนวทางการพัฒนาทีม การเตรียมความพร้อม การจัดการด้านต่างๆ ก่อนสู่ศึกดิวิชั่น 2 ในฤดูกาลใหม่ที่จะถึงนี้
นพพร อุสิทธิ์ ผจก.ทีม กล่าวว่า ปีที่ผ่านๆ มา เรามีปัญหาในเรื่องของนักเตะและงบประมาณ ซึ่งปีนี้ได้ดำเนินการทุกอย่างพร้อมที่จะลงฟาดแข้งกับทุกทีมในศึกดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้แน่นอน โดยปีนี้เราได้ตั้งงบประมาณในการสู้ศึกไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท ในการดูแลนักเตะและเฟ้นหาแข้งฝีเท้าดีเข้ามาเสริมทัพให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อขึ้นไปเล่นลีกดิวิชั่น 1 ให้ได้ ขณะที่สนามเหย้าซึ่งปัจจุบันใช้สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพรแต่มีปัญหาในเรื่องพื้นสนาม และไฟฟ้า เราก็มีแนวทางที่จะสร้างรังเหย้าแห่งใหม่ให้ได้มาตรฐานเพื่อยกระดับสโมรขึ้นไปสู่ระดับประเทศต่อไปโดยขณะนี้กำลังดำเนินการจัดหาสถานที่ที่เหมาะสม ในส่วนการมาของ มิโรสลาฟ ทอธ ดาวดังคนใหม่ของขุนพลกรมหลวง ถือว่าสร้างกระแสสีสันและความแข็งแกร่งให้แก่ทีมได้เป็นอย่างดี ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายทีมให้ความสนใจ แต่สุดท้าย ทอธ เลือกมาอยู่กับเราเชื่อว่า ชุมพร เอฟซี ปีนี้จะมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลายเร้าใจแฟนบอลกว่าเดิมแน่นอน
สำหรับขุมกำลัง "ขุนพลกรมหลวง" ที่จะสู้ศึก ด. 2 ปีนี้ ประกอบด้วย เชาวลิต รำเพยพัฒน์ กับตันทีม, วันชัย ใจหวัง, จิระศักดิ์ ทิจันทร์, กฤษณะ ชัยมงคลรัตน์, ธนศักดิ์ ทีภูเวียง, ประเวช พงษ์พุทธา, ณรงค์ศักดิ์ เล้าพานิชวัฒนา, ศุภชัย มัยวงศ์, เดชดนัย จิตต์อุทัศ, วณิชชา อินญาวงศ์, มงคคล นกกาศักดิ์, อำนาจ ทรงรัมย์, ธีรยุทธ ฉันท์สำราญ, อนุสรณ์ กาละสังข์, อานนท์ ปราบอักษร, กฤษณพงศ์ บุรีภักดี, จักรกฤษณ์ ตาลประสิทธิ์, สิริชัย ไทรชมภู, ธนา ปุ่นประโคน, พาเวล ฮูเบส, บายีฮา บาเยมี, มิโรสลาฟ ทอธ และ คริสเตียน
ขณะที่ชุดแข่งฤดูกาล 2014 ได้บริษัท คีล่าสปอร์ต เข้ามาเป็นผู้สนับสนุน โดยชุดเหย้า เสื้อสีฟ้ามีรูปเรือกลมหลวงชุมพร อยู่ตรองกลาง กางเกงสีดำ ถุงเท้าสีดำ ส่วนชุดเยือนลายเดียวกัน เสื้อสีขาว กลางเกงสีดำ ถุงเท้าขาว ทั้งนี้ "ขุนพลกรมหลวง" ชุมพร เอฟซี มีโปรแกรมลงสนามอุ่นเครื่องนัดแรกพบกับ "อินทรีอันดามัน" กระบี่ เอฟซี ทีมระดับดิวิชั่น 1 ในวันเสาร์ที่ 18 ม.ค. นี้ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร
วันนี้ 17 ม.ค. 2557 เวลา 10.00 น. ณ ห้องพุดพิชญา โรงแรมนานาบุรี สโมสรฟุตบอลชุมพร เอฟซี จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนักเตะและชุดแข่งขันเตรียมสู้ศึกฟุตบอลเอไอเอสลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ ฤดูกาล 2014 โดยมี ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ รองประธานสโมสรชุมพร เอฟซี นายนพพร อุสิทธิ์ ผู้จัดการทีมชุมพร เอฟซี และนายนุกูล แก้วสวี ผู้ช่วยผู้จัดการทีมร่วมกันแถลงข่าว ถึงแนวทางการพัฒนาทีม การเตรียมความพร้อม การจัดการด้านต่างๆ ก่อนสู่ศึกดิวิชั่น 2 ในฤดูกาลใหม่ที่จะถึงนี้
นพพร อุสิทธิ์ ผจก.ทีม กล่าวว่า ปีที่ผ่านๆ มา เรามีปัญหาในเรื่องของนักเตะและงบประมาณ ซึ่งปีนี้ได้ดำเนินการทุกอย่างพร้อมที่จะลงฟาดแข้งกับทุกทีมในศึกดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้แน่นอน โดยปีนี้เราได้ตั้งงบประมาณในการสู้ศึกไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท ในการดูแลนักเตะและเฟ้นหาแข้งฝีเท้าดีเข้ามาเสริมทัพให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อขึ้นไปเล่นลีกดิวิชั่น 1 ให้ได้ ขณะที่สนามเหย้าซึ่งปัจจุบันใช้สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพรแต่มีปัญหาในเรื่องพื้นสนาม และไฟฟ้า เราก็มีแนวทางที่จะสร้างรังเหย้าแห่งใหม่ให้ได้มาตรฐานเพื่อยกระดับสโมรขึ้นไปสู่ระดับประเทศต่อไปโดยขณะนี้กำลังดำเนินการจัดหาสถานที่ที่เหมาะสม ในส่วนการมาของ มิโรสลาฟ ทอธ ดาวดังคนใหม่ของขุนพลกรมหลวง ถือว่าสร้างกระแสสีสันและความแข็งแกร่งให้แก่ทีมได้เป็นอย่างดี ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายทีมให้ความสนใจ แต่สุดท้าย ทอธ เลือกมาอยู่กับเราเชื่อว่า ชุมพร เอฟซี ปีนี้จะมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลายเร้าใจแฟนบอลกว่าเดิมแน่นอน
สำหรับขุมกำลัง "ขุนพลกรมหลวง" ที่จะสู้ศึก ด. 2 ปีนี้ ประกอบด้วย เชาวลิต รำเพยพัฒน์ กับตันทีม, วันชัย ใจหวัง, จิระศักดิ์ ทิจันทร์, กฤษณะ ชัยมงคลรัตน์, ธนศักดิ์ ทีภูเวียง, ประเวช พงษ์พุทธา, ณรงค์ศักดิ์ เล้าพานิชวัฒนา, ศุภชัย มัยวงศ์, เดชดนัย จิตต์อุทัศ, วณิชชา อินญาวงศ์, มงคคล นกกาศักดิ์, อำนาจ ทรงรัมย์, ธีรยุทธ ฉันท์สำราญ, อนุสรณ์ กาละสังข์, อานนท์ ปราบอักษร, กฤษณพงศ์ บุรีภักดี, จักรกฤษณ์ ตาลประสิทธิ์, สิริชัย ไทรชมภู, ธนา ปุ่นประโคน, พาเวล ฮูเบส, บายีฮา บาเยมี, มิโรสลาฟ ทอธ และ คริสเตียน
ขณะที่ชุดแข่งฤดูกาล 2014 ได้บริษัท คีล่าสปอร์ต เข้ามาเป็นผู้สนับสนุน โดยชุดเหย้า เสื้อสีฟ้ามีรูปเรือกลมหลวงชุมพร อยู่ตรองกลาง กางเกงสีดำ ถุงเท้าสีดำ ส่วนชุดเยือนลายเดียวกัน เสื้อสีขาว กลางเกงสีดำ ถุงเท้าขาว ทั้งนี้ "ขุนพลกรมหลวง" ชุมพร เอฟซี มีโปรแกรมลงสนามอุ่นเครื่องนัดแรกพบกับ "อินทรีอันดามัน" กระบี่ เอฟซี ทีมระดับดิวิชั่น 1 ในวันเสาร์ที่ 18 ม.ค. นี้ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
















