วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ที่ จ.ตรัง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 7 ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจ และติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว (ทุ่งคลองสน)

ที่ห้องประชุมศรีตรัง ศาลากลางจังหวัดตรัง นางอรวรรณ ขุมทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 7 ลงพื้นที่ที่จังหวัดตรัง เพื่อติดตามการดำเนินงาน และประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง ครั้งที่ 2/2557 โดยมี นายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง พร้อมเครือข่ายด้านต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมเพื่อนำเสนอปัญหาต่าง ๆ และในช่วงบ่ายลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการที่ได้รับอนุมัติงบประมาณในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร ครั้งที่ 3/2555 จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 20มีนาคม 2555) โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว(ทุ่งคลองสน) ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา

ซึ่งมีองค์การบริหารส่วนจ.ตรังรับผิดชอบ โดยงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมาทั้งสิ้น 24,799,000 บาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างระบบท่อจ่ายน้ำประปา/หอถังสูง/หอถังน้ำใส/โรงสูบน้ำ/งานรายละเอียดเฉพาะแห่งจุดจ่ายน้ำ 1-3 / อาคารเก็บสัมภาระนักท่องเที่ยว / อาคารที่พักนักท่องเที่ยว /อาคารห้องน้ำสาธารณะ / อาคารสำนักงานและบริการข้อมูล / งานภูมิทัศน์ / ระบบสาธารณูปโภคและทดสอบคุฯสมบัติของชั้นดิน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างได้ประมาณร้อยละ 53.26 และจะเสร็จสิ้นตามสัญญาประมาณเดือนกันยายน 2557 นี้ โดยจากการติดตามโครงการฯ นางอรวรรณ ขุมทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 7 กล่าวว่าพอใจและได้เห็นถึงความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการตามที่ขอรับจัดสรรงบประมาณ สำหรับโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว(ทุ่งคลองสน) มีหน้าท่ากว้าง 16 เมตร ยาว 38 เมตร มีสะพานเข้าสู่ท่าเทียบเรือยาว 36 เมตร พร้อมทั้งมีจุดลงเรือรอบหน้าท่าทั้งหมด 8 จุด ทำให้เรือท่องเที่ยวสามารถเทียบท่าได้ครั้งละอย่างน้อย 8 ลำ นักท่องเที่ยวจึงไม่ต้องปีนป่ายระหว่างลำเรือเพื่อลงเรืออีกลำหนึ่ง ก่อให้เกิดความสะดวกต่อนักท่องเที่ยวและสะดวกต่อการขนถ่ายสัมภาระ และหากการพัฒนาท่าเรือแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์ จะมีการนำเสนอให้ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวทราบถึงศักยภาพดังกล่าวของ จ.ตรัง ในเวทีระดับชาติและในระดับนานาชาติต่อไป

อบจ.ตรัง จัดโครงการอบรมสัมมนาเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ตรัง

ที่โรงแรมวัฒนา พาร์ค อำเภอเมืองตรัง นายกิจ หลีกภัย นายก อบจ.ตรัง ในนามประธานเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมสัมมนาเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ตรัง ซึ่งประกอบด้วยอบจ.ตรัง เทศบาล จำนวน 22 แห่ง และอบต. จำนวน 77 แห่ง รวม 100 องค์กร โดยในการประชุม นายกอบจ.ตรัง ประธานสภาอบจ.ตรัง และนายประมวล โอบอ้อม หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการผลิต สำนักงานเกษตร จ.ตรัง ร่วมกันมอบรางวัลผู้ชนะโครงการประกวดปลูกไม้ยืนต้น ไม้ดอกไม้ประดับ เขตสองข้างทาง ตามโครงการพัฒนาเมืองตรังให้น่าอยู่ ปี 2556 ซึ่ง อบจ.ตรังร่วมกับสำนักงานเกษตร จ.ตรังดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านร่วมมือร่วมใจกันปลูกไม้ยืนต้นแซมด้วยดอกไม้ประดับ สองข้างทาง และการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรในการพัฒนาหมู่บ้านในชนบท ให้มีความสวยงาม สะอาด ร่มรื่น สร้างความประทับใจแก่ผู้สัญจรผ่านไปมา หรือผู้ที่มาพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ใน จ.ตรัง ซึ่งในปี 2556 อบจ.ตรัง สนับสนุนงบประมาณ 3 แสนบาทดำเนินโครงการฯ มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 20 สายถนน ในพื้นที่ 6 อำเภอ ผลการพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการฯ มีดังนี้ รางวัลที่ 1 ถนนสายต้นโหนด-รัษฎา,ต้นโหนด-ต้นเลียบ บ้านกลางเหนือ หมู่ที่ 7 ตำบลควนเมา อ.รัษ ฎา รับรางวัลเงินสด 8 หมื่นบาท พร้อมโล่รางวัล /รางวัลที่ 2 ถนนสายบ้านทุ่งแดด-ควนพญา บ้านทุ่งแดด หมู่ที่ 1 ตำบลบางกุ้ง อำเภอห้วยยอด รับเงินรางวัล 6 หมื่นบาท พร้อมโล่รางวัล / รางวัลที่ 3 ถนนสายหลังเขา-นาตาล่วง บ้านหลังควน หมู่ที่ 21 ตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ รับรางวัลเงินสด 3 หมื่นบาท พร้อมโล่รางวัล และรางวัลชมเชย อันดับ 1 จำนวน 6 รางวัล รับรางวัลเงินสดรางวัลละ 1หมื่นบาทพร้อมโล่รางวัล รางวัลชมเชย อันดับ 2 จำนวน 5 รางวัล รับรางวัลเงินสดรางวัลละ 8 พันบาทพร้อมโล่รางวัล

หลังจากนั้นเป็นวาระการพบผู้บริหารท้องถิ่น ประธานสภาฯและปลัดฯ โดยนายสำราญ เก้าเอี้ยน นักวิชาการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชำนาญการพิเศษ สำนักงานท้องถิ่นจ.ตรัง /นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง เพื่อทำความเข้าใจและสร้างความมั่นใจเรื่องบ่อขยะ โดยยืนยันว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 25 แห่งในจ.ตรัง ซึ่งเคยนำขยะมาทิ้งที่บ่อขยะกับเทศบาลนครตรัง จะได้ใช้บริการตามปกติภายในต้นเดือนมิ.ย. 2557 ขณะนี้เทศบาลนครตรังอยู่ในระหว่างว่าจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดขยะ มาดำเนินการกำจัดขยะเก่า และกำจัดขยะใหม่ ให้ถูกต้องตามที่เทศบาลนครตรังกำหนด นายกอบจ.ตรัง ได้เสนอแนวคิดการกำจัดขยะโดยวิธีเผา ซึ่งจะมีการศึกษาดูงานวิธีการทำลายขยะในรูปแบบที่เหมาะสมของบริษัทต่างๆ เพื่อนำมาสรุปและจัดทำโครงการสมทบงบประมาณกับองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถคัดแยกขยะได้เป็นระบบ และมีพื้นที่ในการดำเนินการ และพูดถึงโครงการสมทบงบประมาณถนนเครือข่ายในอัตรา 60: 40 ซึ่งบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน โดยปี 2557 อบจ.ตรัง สรุปโครงการสมทบงบประมาณร่วมกับอบต. ทั้งสิ้น 21 สายถนน เป็นระยะทาง 18,756 กิโลเมตร รวมงบประมาณดำเนินการร่วมกันทั้งสิ้น 76,212,000 บาท แยกเป็นของอบจ.ตรัง จำนวน 45,727,200 บาท และของอบต.จำนวน 30,484,800 บาท

จังหวัดตรัง ดำเนินตามคำสั่ง กอ.รส.ในการเร่งขจัดอาวุธสงคราม ยาเสพติด และปัญหาอาชญากรรม ที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันการนำอาวุธสงครามมาก่อเหตุ

หลังจากที่นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้เดินทางไปรับนโยบายจาก กอ.รส. เกี่ยวกับการกวดขันในเรื่องของอาวุธสงคราม ยาเสพติด คดีอุกฉกรรจ์ และเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ เพื่อความสงบเรียบร้อย ผลปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรังก็สามารถพร้อมด้วย พ.ต.อ ชัยรัตน์ กาญจนเนตร ผู้กำกับการ สภ.เมืองตรัง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแกงค์โจรกรรมรถจักรยานยนต์ที่ออกก่อเหตุในพื้นที่ สภ.เมืองตรัง จำนวน 6 คน ประกอบด้วย 1 นายเจริญหรือต้น สุภารัตน์ อายุ 22ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/9 ม.4 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง 2.นายมนัสหรือแบงค์ สมประสงค์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ถ.รัษฎาอุทิศ2 อ.กันตัง จ.ตรัง และผู้ต้องอีก 4 คน ซึ่งเป็นเยาวชน พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 7 คัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายเจริญ ในคดียาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้า 1,811เม็ด ที่บ้านเลขที่ 42/9 ม.4 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง และตรวจยึดที่รับซื้อไว้ด้วยการแลกกับยาบ้า จำนวน 2 คัน ขยายผลจนสามารถติดตามตัวนายมนัสได้และติดตามตัวผู้กระทำผิดซึ่งเป็นเยาวชนอีก 4 คน ตรวจยึดรถได้เพิ่มอีก 4 คัน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดตรัง ซึ่งบางคันเอามาขับขี่เองและบางคันนำไปแลกกับยาบ้ามาเสพ รวมไปถึงการแถลงการณ์จับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนสงครามคือนายนพพล สุวารีย์ อายุ 28ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/1หมู่ที่ 2 ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนเอ็ม 16 พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 30นัด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ในพื้นที่ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง

นอกจากนี้ยังจับกุมผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ปี 2556 ได้อีกจำนวน 2คน คือ นายพูพีรณัฐ ตะนากรณ์ อายุ 29 ปี และนายธีรศักดิ์ ดำเขียว อายุ 38 ปี โดยทั้งสองคน อยู่บ้านเลขที่ 55/5 ม.5ต.นาโยงใต้ ตามหมายจับของศาลจังหวัดตรัง ในข้อหาร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยได้ไตร่ตรองเอาไว้ก่อน และร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
   

นายก อบต.สวนหลวงมอบกระเบื้องช่วยเหลือประชาชนเหตุสาธารณภัยลมกระโชกแรงในพื้นที่ต.สวนหลวง

 เมื่อพุธ ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสวนหลวง นายบุญยืน ประทุมมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวน พร้อมด้วย นายอรุณ แก้วช่วย รองนายก อบต.สวนหลวง มอบกระเบื้องให้ความช่วยเหลือครอบครัว นางหวง ปานมี ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๔๖๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากหลายสัปดาห์ ที่ผ่านมาได้เกิดลมพายุอย่างรุนแรงในเขตตำบลสวนหลวง ทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

นายบุญยืน ประทุมมาศ กล่าว่า“เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลสวนหลวง มีงบประมาณเพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุสาธารณภัยลมกระโชกแรง ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๓๕ ข้อ ๑๒ (๑) ข้อ ๒๗ (๖) แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่๙ พ.ศ.๒๕๕๓ ที่สามารถให้ความช่วยเหลือขั้นต้นได้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ” ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวประชาชนในพื้นที่ตำบลสวนหลวงได้รับความเดือดร้อน ประมาณ ๑๒ ครัวเรือน



นายพิชัย ชูกลิ่น // ศูนย์ข่าวประชาสัมพันธ์ อบต.สวนหลวง // รายงาน

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดโครงการเทิดทูนสถาบัน

จังหวัดนครศรีธรรมราชจัดโครงการเทิดทูนสถาบัน และหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนชาวอำเภอท่าศาลา ที่วัดโคกตะเคียน

วันนี้ (22 พ.ค.57 ) นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดโครงการ“เทิดทูนสถาบัน และหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ประจำเดือนพฤษภาคม 2557 แก่ชาวอำเภอท่าศาลา ที่วัดโคกตะเคียน หมู่ที่ 4 ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา โดยจัดให้มีพิธีทางศาสนาทอดผ้าป่าเพื่อนำปัจจัยถวายวัดโคกตะเคียน เป็นเงิน 51,500.- บาท จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเปิดกรวยกระทงดอกไม้ กล่าวนำปฏิญาณตนเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามโครงการเทิดทูนสถาบัน มีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียนและประชาชน เข้าร่วมพิธี โดยปฏิญาณว่าจะร่วมกันเทิดทูนและป้องป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล โดยผู้เข้าร่วมพิธีได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดโอกาสให้นายสุระ สุรวัฒนากุล นายอำเภอท่าศาลา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นเสนอปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปสู่การเยียวยาแก้ไขต่อไป

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวพบปะกับหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึก เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ไม่ได้ฉีกรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ซึ่งทางกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ กอ.รส. ได้มีคำสั่งฉบับที่ 10 ห้ามข้าราชการ เจ้าหน้าที่พลเรือนและประชาชน พกพาหรือใช้อาวุธสงครามและวัตถุระเบิดโดยเด็ดขาด จึงขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย หากกระทำความผิดจะถูกจับกุมดำเนินคดีต้องขึ้นศาลทหาร

ต่อจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ได้มอบทุนการศึกษาแก่เด็กเล็ก นักเรียนด้อยโอกาส มอบเครื่องอุปโภคบริโภคเครื่องนุ่งห่มแก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส มอบอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียน และตรวจเยี่ยม หน่วยงานภาครัฐทุกกระทรวง กรม ภาคเอกชนที่ออกให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ตำบลสระแก้ว และพื้นที่ใกล้เคียงไปรับบริการจำนวนมาก สำหรับการโครงการหน่วยบำบัดทุก บำรุงสุขฯครั้งต่อไป ในวันที่ 4 มิถุนายน 2557 ให้บริการประชาชนที่วัดป่าหวาย ตำบลเชียรเขา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ โดยให้บริการแก่ชาวอำเภอท่าศาลา

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ฯ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ โดยให้บริการแก่ชาวอำเภอท่าศาลา ณ วัดโคกตะเคียน

วันนี้ (22 พ.ค.57) นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ โดยให้บริการแก่ชาวอำเภอท่าศาลา ณ วัดโคกตะเคียน ต.สระแก้ว ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราชได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ร่วมกันจัดขึ้นโดยบูรณาการร่วมกับโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้แก่ประชาชน เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตร สามารถเข้าถึงบริการทางวิชาการ และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร เช่น คลินิกพืช คลินิกสัตว์ คลินิกประมง คลินิกดิน คลินิกบัญชี คลินิกสหกรณ์ คลินิกกฎหมาย (ส.ป.ก.) คลินิกชลประทาน เป็นต้น รวมทั้งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปของกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก

กระทรวงทรัพย์ฯจัดประชุมวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2557

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2557 ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2557 ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์นครศรีธรรมราช
เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้(22 พ.ค.57) ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ดร.วิจารย์ สิมฉายา รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุม วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2557 เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพของเกาะ(Island Biodiversity) ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-224 พฤษภาคม 2557 โดยมีว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวต้อนรับ และ รศ.ดร.ก้าน จันทร์พรหมมา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและเครือข่ายสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวรายงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของเกาะ และความหลากหลายทางชีวภาพทางภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อเผยแพร่พันธกรณี มติการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนแผนกลยุทธ์สำหรับอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพระยะ ค.ศ. 2011-2020( พ.ศ. 2554 - 2563) อีกทั้งเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้ดำรงอยู่และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม และเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ งานวิจัยด้านความหลากหลายทางงชีวภาพทางภาคใต้ และความหลายหลายทางชีวภาพของเกาะ สำหรับผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ นักวิจัย ครู อาจารย์ นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไปที่สนใจ ประมาณ 300 คน โดยมีการบรรยาย การอภิปราย การนำเสนอผลงานทางวิชาการ การจัดแสดงนิทรรศการและการศึกษาดูงานนอกสถานที่

รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความหลากหลายทางชีวภาพของเกาะ เป็นหนึ่งในเจ็ดโปรแกรมงานหลักภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ในขณะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นรัฐชายฝั่งที่มีเกาะอยู่จำนวนมากทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รายงานว่าประเทศไทยมีเกาะจำนวน 936 เกาะ กระจายอยู่ใน 19 จังหวัด โดยในพื้นที่อ่าวไทยมีจำนวน 374 เกาะ และฝั่งทะเลอันดามันมีจำนวน 562 เกาะ ซึ่งหลายพื้นที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยหรือแหล่งวางไข่ของชนิดพันธุ์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ เช่น เการะกระ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือ แรมซาร์ไซต์ เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าตนุ และเต่ากระ ซึ่งอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ดังนั้น มนุษย์จึงควรให้ความสนใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยการสร้างความตระหนักและร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้ยั่งยืน เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพเหล่านั้นและดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นได้อย่างกลมกลืนตลอดไป

ทั้งนี้ วันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity) โดยในปี ค.ศ. 2014 สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพได้กำหนดหัวข้อคือ ความหลากหลายทางชีวภาพของเกาะ (Island Biodiversity)

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมตรังนำสำนักพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 จ.นครศรีธรรมราช เข้ารื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่รุกล้ำในเขตพื้นที่

นายสมัคร ดอนนาปลี ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วย นายจีระศักดิ์ ชูความดี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5(นครศรีธรรมราช) , ดร.มาโนช วงศ์สุรีย์รัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานประมาณ 200 นาย ได้ทำการเข้าถอนต้นยางพารา ปาล์มและอินทผาลัมที่มีการปลูกบุกรุกที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมในพื้นที่อำเภอกันตังจำนวน 5,080 ต้น บนเนื้อที่กว่า 70ไร่ จำนวน 7 จุด ประกอบด้วย บริเวณบ้านไสเตย ม.7 ต.บ่อน้ำร้อน เนื้อที่ประมาณ26 ไร่ ,บ้านไสน้ำเต้า ม.2 ต.บางสัก เนื้อที่ประมาณ 12ไร่,บ้านควนตุ้งกู ม.3 ต.บางสัก เนื้อที่ประมาณ 10ไร่,บ้านคลองไม้แดงเหนือ ม.8 ต.บ่อน้ำร้อน เนื้อที่ประมาณ 8ไร่, บ้านหน้าควน ม.4 ต.บางสัก เนื้อที่ประมาณ 1ไร่, บ้านควนน้ำซับ ม. 5 ต.ไม้ฝาด เนื้อที่ประมาณ 7ไร่ ,บ้านหาดยาว ม.6 เนื้อที่ประมาณ 25ไร่ มูลค่าไร่ละ 150,000 มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ได้มีการเข้ารื้อถอนท่อประปาที่มีความยาวประมาณ 800 เมตรบริเวณ ม.5 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งท่อประปาดังกล่าวส่งน้ำใช้อุปโภคบริโภคยังโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสิเกา ซึ่งจะทำให้โรงแรมดังกล่าวไม่มีน้ำให้บริการนักท่องเที่ยวที่เข้าไปใช้บริการ

นายสมัคร ดอนนาปลี ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้กล่าวว่า การเข้ารื้อถอนต้นยางพารา ปาล์ม อินทผาลัม รวมไปถึงท่อประปาในครั้งนี้ก็เนื่องจากได้มีการปลูกและก่อสร้างบุกรุกเข้ามาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทางเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องได้เข้ากระทำการตามกฎหมายไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งแต่อย่างใดจึงอยากให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการเข้าใจ เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้มีการแจ้งและพูดคุยกันล่วงหน้า แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับหรือการแก้ไขแต่อย่างใด

สถานีพัฒนาที่ดินตรัง เชิญชวนรณรงค์ให้มีการอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยการใช้หญ้าแฝก

นางจิราพรรณ ชัชวาลชัยพรรณ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตรัง กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาและรณรงค์การใช้ หญ้าแฝก เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดจนเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรดินและการรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากหญ้าแฝกเป็นพืชมหัศจรรย์ที่มีรากยาวหยั่งลึกแผ่กระจายเสมือนเป็น กำแพงธรรมชาติที่ช่วยป้องกันปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาดำเนินการและถ่ายทอดสู่เกษตรกรอย่างกว้างขวาง

ดังนั้น เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ค่อนข้างลาดชัน ได้ใช้ประโยชน์พื้นที่โดยการปลูกยางพารา ซึ่งส่วนใหญ่การใช้ประโยชน์พื้นที่มาแล้วนั้น ปัญหาของพื้นที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่เรื่องการชะล้างพังทลายของดินเพียงอย่างเดียว เรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของดินก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องดำเนินการแก้ไข ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร และจากการดำเนินโครงการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อป้องกันการชะล้างการพังทลายของดินนั้น ที่ผ่านมาเห็นผลชัดเจนของพื้นที่ที่มีลักษณะความแตกต่างระหว่างพื้นที่ที่ไม่ได้ปลูกหญ้าแฝกจะมีร่องที่ถูกน้ำกัดเซาะ แต่สำหรับพื้นที่ที่ปลูกหญ้าแฝกจะไม่มีร่องน้ำไม่มีการชะล้างพังทลายของดิน หรืออาจมีบ้างแต่น้อย ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตรัง ได้กล่าวอีกว่า ด้วยสภาพภูมิอากาศของจังหวัดตรังขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งหญ้าแฝกสามารถช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และหากเป็นหน้าแล้ง หญ้าแฝกก็จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินอีกด้วย หากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่สนใจขอรับการสนับสนุนกล้าหญ้าแฝก สามารถติดต่อขอพันธุ์กล้าหญ้าแฝกได้ที่ สถานีพัฒนาที่ดินตรัง เลขที่ 98/1 หมู่ 1 ต.บ้านควน อ.เมืองตรัง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 075-501059 ในวันเวลาราชการ

ศาลจังหวัดตรัง จัดโครงการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท สร้างโอกาสก่อนฟ้อง

นางสาวสุธิรา วิสารทพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ตามแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ.2557-2560 ยุทธศาสตร์ที่ 1 เสริมสร้างการอำนวยความยุติธรรมให้มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม และให้ประชาชนเข้าถึงศาลยุติธรรมได้โดยง่าย กลยุทธ์ 1.2 ส่งเสริมและพัฒนาระบบการระงับข้อพิพาททางเลือกด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพื่ออำนวยความยุติธรรมทางเลือกแก่ประชาชน และประธานศาลฎีกาได้กำหนดนโยบาย ส่งเสริมการระงับข้อพิพาททางเลือก อันเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีทางเลือกเพื่อระงับหรือยุติข้อพิพาทด้วยความพอใจของทุกฝ่าย พัฒนาระบบและกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยวิธีการไกล่เกลี่ยให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย และสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมทางเลือกเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาข้อพิพาท จากสภาพปัญหาของลูกหนี้ธนาคารออมสิน การนำระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาใช้ในการประนีประนอมระหว่างลูกหนี้และธนาคารออมสิน เป็นการบรรเทาและให้ความช่วยเหลือทั้งลูกหนี้และธนาคาร อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของคู่ความโดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ศาลจังหวัดตรังร่วมกับธนาคารออมสินเขตตรัง จึงได้จัดโครงการ "ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท สร้างโอกาสก่อนฟ้อง” เพื่อนำผู้เป็นลูกหนี้ธนาคารเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยแทนการฟ้องคดีขึ้น โดยได้กำหนดจัดโครงการดังกล่าวในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณหน้าอาคารศาลจังหวัดตรัง ถนนพัทลุง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

นายกเทศมนตรีนครตรัง ติดตามความคืบหน้าในการจัดการบ่อขยะ คาดไม่เกิน 4 เดือนสามารถดำเนินการได้ทั้งหมด

นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง นายเกรียงศักดิ์ รัตนสิมานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมด้วยประธานสภาเทศบาลนครตรัง สมาชิกสภาเทศบาลนครตรัง ลงพื้นที่บ่อขยะเทศบาลนครตรัง (ทุ่งแจ้ง) เพื่อติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการกำจัดขยะสะสม ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าบริเวณโรงเรือน เดิมมีขยะกองสูงได้ถูกจัดการให้เป็นพื้นที่โล่ง รถขยะและเครื่องจักรหนัก สามารถเข้าออกได้สะดวก มีการนำรถดูดโคลนมาทำการดูดโคลนในทางระบายน้ำเพื่อให้สามารถระบายน้ำได้อย่างสะดวก อีกทั้งได้ระดมเจ้าหน้าที่ให้ช่วยเก็บกวาดขยะมูลฝอยโดยรอบตัวอาคารโรงเรือน ด้านนายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า หลังจากที่เทศบาลนครตรังได้ทุ่มงบประมาณก้อนใหญ่ในการกำจัดขยะที่สะสมมานานกว่า 5 ปี บัดนี้สามารถดำเนินการแล้วเสร็จไปมากกว่า 10 % ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองพอใจมากและเร็วกว่าที่คิด สำหรับตนเองมองว่าถ้าไม่มีอุปสรรคเรื่องสภาพภูมิอากาศฝนไม่ตกลงมาจะสามารถดำเนินการกำจัดขยะสะสมให้เรียบร้อยภายใน 4 เดือน ในการแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นที่เกิดจากก๊าชมีเทนสะสมในกองขยะ ได้สั่งการให้นำน้ำหมักชีวภาพหรือ อีเอ็ม ที่เทศบาลนครตรังมีอยู่มาฉีดอย่างต่อเนื่อง และได้สั่งน้ำหมักชีวภาพ ที่มีคุณภาพในการดับกลิ่นมาเพิ่มเติม เพื่อระดมฉีดดับกลิ่นเหม็นบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องประชาชนที่มีบ้านเรือนติดบ่อขยะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เตรียมแผนในการรณรงค์คัดแยกขยะในชุมชน ซึ่งจะดำเนินการใน 3 ชุมชนนำร่องที่มีความพร้อม และขยายสู่ทั้ง 70 ชุมชนของเทศบาลนครตรัง รวมถึงในโรงเรียน เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัดขยะต่อไปในอนาคต

ขนส่งตรัง เริ่มใช้หลักสูตรการอบรมและทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถฉบับเข้มข้น ดีเดย์ 1 มิถุนายนนี้

นายสุภกิจ ชิณณะเสถียร ขนส่งจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน พบว่า สาเหตุสำคัญของอุบติเหตุทางถนน ยังคงเกิดจากการขาดวินัย และสำนึกที่ดีในการขับขี่ รวมถึงการขาดความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน และความรอบรู้ในการขับรถอย่างปลอดภัย ดังนั้นกรมการขนส่งทางบก จึงได้พัฒนาหลักสูตรการอบรมเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถ ให้มีความรู้ความเข้าใจในการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยมีการปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตร ให้ครอบคลุมถึงการขับรถอย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่าง ๆ ข้อควรระวัง และจุดบกพร่อง ที่ผู้ขับขี่อาจละเลยหรือมองข้าม พร้อมเพิ่มจำนวนข้อสอบเป็น 50 ข้อ โดยผู้ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎี ต้องผ่านเกณฑ์การสอบร้อยละ 90 จากเดิมกำหนดข้อสอบไว้ 30 ข้อ เกณฑ์ผ่านเพียงร้อยละ 75 เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความรู้ความเข้าใจของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ทั้งนี้ จะนำข้อสอบที่ใช้หมุนเวียนในการทดสอบภาคทฤษฎี จำนวนทั้งหมด 1,000 ข้อ ออกเผยแพร่ทางเว็บไซด์ www.dlt.go.th เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่จะเข้าทดสอบได้ศึกษาด้วยตนเอง โดยแนวทางการอบรมและทดสอบด้วยหลักสูตรที่เข้มข้นดังกล่าวจะเริ่มใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป

ขนส่งจังหวัดตรัง กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีผู้ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับบุคลากรและสถานที่ของสำนักงานขนส่งจังหวัดตรังแล้ว อาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ต้องรอคิวอบรมและทดสอบเป็นเวลานาน ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน กรมการขนส่งทางบก จึงได้มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัดประสานและซักซ้อมความเข้าใจกับสถานการศึกษาภาครัฐที่มีมาตรฐาน และมีความพร้อมภายในจังหวัด เพื่อดำเนินการจัดอบรมภาคทฤษฎีว่าด้วยรถยนต์ (กรณีการขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ) โดยอาจไม่มีค่าใช้จ่าย หรือหากมี ก็ให้คิดอัตราค่าอบรมได้ไม่เกินอัตราที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ซึ่งในส่วนของสำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง ได้ติดต่อประสานกับสถาบันการศึกษาแล้ว จำนวน 6 แห่ง และมีสถาบันการศึกษาตอบรับเพื่อดำเนินการอบรมทฤษฎีภาคแทนกรมการขนส่งทางบกแล้ว จำนวน 2 แห่ง คือ วิทยาลัยสารพัดช่างตรัง และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดตรัง ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทำ MOU ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการอบรมจากสถาบันดังกล่าว สามารถนำหลักฐานมาแสดงเพื่อเข้ารับการทดสอบข้อเขียนและทดสอบขับขี่รถกับสำนักงานขนส่งจังหวัดตรังได้ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ผ่านการอบรม
   

นายกอบต.สวนหลวง นำทีมผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ จัดกิจกรรมโครงการเข้าวัดพัฒนาคุณธรรม

เมื่อเช้าวันพุธ ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ วัดพังยอม หมู่ที่ ๙ ตำบลสวนหลวง นายบุญยืน ประทุมมาศ นายก อบต.สวนหลวง นางสุภาพันธ์ นาคแป้น ปลัด อบต. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมโครงการเข้าวัดพัฒนาคุณธรรม เพื่อให้คณะผู้บริหาร สมาชิกอบต. และพนักงานได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนในการเข้าไปทำบุญในวัดทุกวันพระ เกิดความสงบสุข ความร่มเย็นทั้งในด้านสุขภาพ ด้านจิตใจ และสามารถนำธรรมะที่ได้รับไปใช้และเผยแพร่ให้กับชุมชนตลอดจนลูกหลานของตนให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะทำให้สามารถพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไปอีกทางหนึ่ง กิจกรรมเริ่มตั้งแต่ชาวบ้านในพื้นที่ นำสวดมนต์ไหว้พระทำวัตรเช้า ร่วมถวายภัตตาหารเพล และ จตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ซึ่งกิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวตำบลสวนหลวงเป็นจำนวนมาก



นายพิชัย ชูกลิ่น // ศูนย์ข่าวประชาสัมพันธ์ อบต.สวนหลวง // รายงาน

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมติดตามการเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วันนี้(21 พ.ค.57) ที่ห้องประชุมศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามการเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงงานโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 26 – 27 มิถุนายน 2557 โดยมีว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสายเมือง วิรยศิริ ที่ปรึกษาศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 26 – 27 มิถุนายน 2557 โดยมีการเตรียมพื้นที่เสด็จทรงงานหลัก 3 จุด คือ พื้นที่นาข้าว นากุ้ง และป่าจาก ซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันของราษฎรในพื้นที่นิเวศน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ตามปฏิญญาขนาบนาก ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง พื้นที่ส่งเสริมการผลิตข้าวครบวงจรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตามแนวพระราชดำริ บ้านอ่าวตะเคียน หมู่ที่ 7 ต.ชะเมา อ.ปากพนัง พื้นที่ป่าพรุเสม็ดขาว หมู่ที่ 11 ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ ซึ่งจากการติดตามการเตรียมการของศูนย์อำนวยการฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่อนข้างจะสมบูรณ์แล้วว่าแต่ละจุดจะมีการนำเสนออะไรบ้าง เช่น ปฏิญญาขนาบนาก ก่อนจะมีโครงการพระราชดำริน้ำเค็มรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่น้ำจืด จนทำการเกษตรไม่ได้ พื้นที่ได้รับความเสียหาย แต่หลังจากมีโครงการพระราชดำริ มีประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ ที่ปากพนังแล้วมีการแบ่งพื้นที่น้ำเค็ม น้ำกร่อย น้ำจืดอย่างชัดเจน มีการบริหารจัดการน้ำให้อยู่ร่วมกันได้ จนสามารถประกอบอาชีพได้ และราษฎรไม่มีความขัดแย้งกัน สอดคล้องกับศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอ่าวตะเคียน เมื่อก่อนเป็นพื้นที่ที่ปลูกข้าวไม่ได้เนื่องจากน้ำเค็มรุกล้ำไปถึง หรือถ้าปลูกได้ก็ปีละครั้งเดียว ผลผลิตที่ได้น้อย แต่ปัจจุบันประสบความสำเร็จสามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง และเพาะปลูกเป็นเมล็ดพันธุ์ขายได้ราคาดี ส่วนในอนาคตจะมีการปรับเปลี่ยนมาปลูกพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ซึ่งเป็นการสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการให้พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังกลับมาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำเหมือนในอดีต

จากนั้นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรวิสาหกจิชุมชนข้าวซ้อมมือบ้านเพิง หมู่ที่ 4 ต.บ้านเพิง อ.ปากพนัง ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง “ข้าวยาโค” ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพดินเปรี้ยวและน้ำกร่อย ให้ผลผลิตไร่ละ 300-400 กิโลกรัม ซึ่งศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ได้เข้าไปส่งเสริมการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์และขยายพื้นที่ปลูกให้มากขึ้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจการประกาศใช้กฎอัยการศึก

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจการประกาศใช้กฎอัยการศึก แก่หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในจังหวัด โดยขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งและประกาศของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ กอ.รส.อย่างเคร่งครัด

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (21 พ.ค.57) ที่ห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก แก่หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ตำรวจภูธร นายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานส่วนกลาง หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และผู้เกี่ยวข้อง โดยมีการอธิบายสร้างความเข้าใจถึงความจำเป็นในการประกาศใช้กฎอัยการศึก รวมทั้งการปฏิบัติตามประกาศ คำสั่งฉบับต่าง ๆ ของ กอ.รส.

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึก ไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นภาวะความจำเป็นในการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ปลอดภัยแก่บ้านเมือง ส่วนรัฐบาลยังคงบริหารประเทศต่อไปได้ ขณะนี้ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองกำลังร่วมกันหาทางออกของประเทศอยู่ ขอให้ข้าราชการทำงานตามอำนาจหน้าที่ในการดูแลประชาชน และขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งของ กอ.รส.อย่างเคร่งครัดด้วย ส่วนการเสนอข่าว การแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อต่าง ๆ ทุกแขนง ทั้งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุชุมชน สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อสังคมออนไลน์ ขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งของ กอ.รส. เช่นเดียวกัน โดยขอให้สำนักงาน กสทช. และตำรวจภูธรจังหวัดไปตรวจสอบดูแล

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กอ.รส.ยังได้ออกคำสั่งฉบับที่ 10 ห้ามข้าราชการ เจ้าหน้าที่พลเรือนและประชาชน พกพาหรือใช้อาวุธสงครามและวัตถุระเบิดโดยเด็ดขาด จึงขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย แต่หากหน่วยงานใดมีความจำเป็นต้องใช้อาวุธสงครามในการปฏิบัติงาน ขอให้ทำหนังสือหารือไปยังแม่ทัพภาคที่ 4 ส่วนการตั้งด่าน จุดสกัดเพื่อตรวจค้นยาเสพติด อาวุธสงคราม และสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ให้รายงานแม่ทัพภาคที่ 4 ทราบด้วยเช่นกัน

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ ตั้งฐานปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 57

นายประสพ พรหมมา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งมีฐานปฏิบัติการ 3 แห่ง คือ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.สงขลา ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สามารถเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะฐานปฏิบัติการฝนหลวง จ.สงขลา สามารถบินปฏิบัติการทำฝนหลวงเพิ่มปริมาณน้ำในป่าพรุโต๊ะแดงให้มีระดับสูงขึ้นขึ้น สามารถป้องกันไฟป่าและรักษาระบบนิเวศน์ป่าพรุให้พ้นภาวะวิกฤติได้ ประกอบกับขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้น ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้จึงได้ย้ายฐานปฏิบัติการฝนหลวงสงขลาไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยตั้งฐานปฏิบัติการ ณ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป เพื่อบินปฏิบัติการทำฝนหลวงในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากปัจจุบันยังมีปริมาณน้ำฝนที่ยังไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร และน้ำต้นทุนในแหล่งกักเก็บน้ำยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาสภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง และพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง จึงเป็นเป้าหมายหลักสำคัญในการเพิ่มปริมาณน้ำในป่าพรุให้เพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าและรักษาระบบนิเวศน์ป่าพรุ และป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ กล่าวว่า ฐานปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเครื่องบินแบบกาซ่า จำนวน 2 ลำ สามารถบรรทุกสารเคมีขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงได้ลำละ 1 ตันต่อเที่ยว ซึ่งสภาพอากาศในขณะนี้มีความเหมาะสมในการปฏิบัติการทำฝนหลวง ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม เป็นต้นไป จนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2557 แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ด้วยว่ามีมากน้อยเพียงใด

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สนามกีฬาติณสูลานนท์ สนามฟุตบอลใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ที่ใช้เป็นสนามเหย้าของทีมสงขลา ยูไนเต็ด กกท. ได้ถ่ายโอนให้ อบจ.สงขลา ดูแลแล้ว

พิธีการส่ง - รับมอบ สนามกีฬาติณสูลานนท์สงขลา ได้จัดให้มีขึ้น เมื่อเย็นวันนี้ (12 พ.ค. 57 ) โดยมี นายจำนงค์ เสนาจิตร์ ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 4 ผู้ส่งมอบ ให้กับ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นผุ้รับมอบ โดยมี นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานสักขีพยาน ในพิธีส่ง – รับมอบสนามกีฬาติณสูลานนท์สงขลา ในครั้งนี้

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการประชุม คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมี นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบ เรื่องการถ่ายโอนภารกิจดูแลสนามกีฬาติณสูลานนท์ให้กับองค์การบริการส่วนจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนของจังหวัดสงขลาทุกกลุ่ม ทุกระดับ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนได้รับประโยชน์จากการใช้สนามกีฬาในการฝึกซ้อม และรองรับการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติต่อไป อันจะส่งผลต่อการพัฒนาการกีฬาของจังหวัดในภาพรวม โดยองค์การบริการส่วนจังหวัดสงขลายินดีสนับสนุนงบประมาณชดเชยค่าอาคารหรือสิ่งก่อสร้างในส่วนที่เป็นทรัพย์สินของการกีฬาแห่งประเทศไทย ตามบัญชีมูลค่าที่เป็นจริง เพื่อให้การดำเนินการให้สนามกีฬาติณสูลานนท์ เป็นสนามกีฬาระดับนานาชาติอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยต่อไป
สำหรับ สนามกีฬาติณสูลานนท์สงขลา แห่งนี้ เริ่มก่อสร้างครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นสนามกีฬาแห่งแรกของจังหวัดสงขลา และภาคใต้ มีความจุในการชมกีฬาของผู้เข้าชม ประมาณ 35,000 ที่นั่ง สนามแห่งนี้ ยังเคยผ่านการจัดแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2541 และในปัจจุบัน ใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลสงขลา และ สโมสรฟุตบอลวัวชน ยูไนเต็ด อีกด้วย



จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง /ข่าว
ชิดนัย แก้วมณีโชติ/ภาพ

ม.เกษตรศาสตร์ นำเครื่องโอโซนใช้ทดสอบแก้ปัญหาน้ำเสีย ซ.พะเนียง ต.รัษฎา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ที่ บ่อบำบัดน้ำเสีย ซ.พะเนียง ต.รัษฎา ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ชมการสาธิตโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำบริเวณคลองรัษฎาโดยเทคโนโลยีโอโซนและสนามแม่เหล็ก โดยมี นายเกษม สุขวารี ทรัพยาการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายกนก นาแก้ว  บุคลากรจากศูนย์ปฏิบัติการวิศวกรรมการพลังงานและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วม

นายกนก กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมกันพัฒนาเครื่องปรับสภาพน้ำเสีย ซึ่งหลักการทำงานจะมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1. การสร้างอุโมงค์สนามแม่เหล็ก  หลักการคือในโลกนี้มีสสารโมเลกุลแม้แต่โปรตีน คาร์โบไฮเรตก็จะมีโมเลกุล ถ้าเอาโมเลกุลน้ำเสียผ่านเข้าไปในอุโมงค์สนามแม่เหล็ก ก็จะทำการเรียงโมเลกุลของตะกอนในสารแขวงลอย เมื่อตะกอนในสารแขวงลอย เรียงโมเลกุลก็จะเกิดอำนาจในสนามแม่เหล็ก แล้วตะกอนก็จะเกาะตัวกันเร็วขึ้น ขั้นที่ 2. การแยกโมเลกุลของน้ำ ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนกับออกซิเจน เมื่อแยกโมเลกุลเราจะได้ออกซิเจนที่บริสุทธิ์แทนที่การเอาอากาศใส่ในน้ำ เพราะฉะนั้นการเติมออกซิเจนลงในน้ำเป็นการเพิ่มดีโอ ซึ่งเป็นหลักการของสิ่งแวดล้อม และขั้นที่ 3. การนำอากาศที่เราหายใจโดยทั่ว ๆไปมาผลิตเป็นโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ปกติบ่อบำบัดน้ำเสียที่มีอยู่ในประเทศไทยจะไม่มีการฆ่าเชื้อโรค ดังนั้นจังหวัดภูเก็ตได้เริ่มนำโอโซนเข้ามาใช้ในการบำบัดน้ำเสียเพียงอย่างเดียวจาก 1 ใน 3 ของทั้งหมดที่ใช้ ทั้งนี้เชื้อโรคที่ฆ่าได้ก็คือ โคลีฟอม เป็นสารที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เมื่อฆ่าเชื้อโรคแล้วสีน้ำก็จะใสขึ้น ทั้งสามขั้นตอนนี้ตรงตามมาตรฐานของสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ ปริมาณน้ำทั้งหมด ซึ่งปริมาณน้ำที่ใช้ในบำบัดทั้งหมด ขึ้นอยู่กับคาบิสซีดีของเครื่อง เนื่องจากเครื่องได้ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลอง ถ้าหากมีการเพิ่มจำนวนน้ำมากขึ้น ก็ต้องมีการเพิ่มกำลังเครื่องมือในการผลิตขึ้นด้วย โดยผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งทางจังหวัดต้องการใช้ติดตั้งจริง โดยจะมีการพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน ดร. สมหมาย กล่าวว่า ปัญหาน้ำเสียในบริเวณ ซ.พะเนียง ต.รัษฎา ขณะนี้ทางจังหวัดได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปแก้ไขโดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่ เทศบาลตำบลรัษฎา และเทศบาลนครภูเก็ต ร่วมกันตั้งงบประมานเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อย่างไรก็ตามการนำเครื่องโอโซนในการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นการทดลองรูปแบบหนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เป็นการใช้สนามแม่เหล็กขึ้นมาเป็นเครื่องมือใหม่ และยังเป็นการทอลองอยู่ในขณะนี้  ถือเป็นอีกแนวทางที่น่าจะไปปรับใช้ในการบำบัดน้ำเสียได้

สยามสปอร์ต หนุนอุปกรณ์กีฬา ให้เยาวชนภูเก็ต โครงการ “40 ปี สยามสปอร์ต พลานุภาพกีฬาโลก”

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 พ.ค. 57 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีรับมอบหนังสือ “40 ปี ภาพนี้มีเรื่องเล่า” พร้อมอุปกรณ์กีฬา อาทิ ลูกฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ฯลฯ จากตัวแทนสยามสปอร์ต โดยนายธนวัต อ่องเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เส้งโห ภูเก็ต จำกัด และมีนาวาเอกกฤษฎา รัตนสุภา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต และนายวิรัช พาที ผู้อำนวยการศูนย์กีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต ร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีรับมอบดังกล่าว

นายธนวัต อ่องเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เส้งโห ภูเก็ต จำกัด กล่าวว่า การมอบหนังสือ และอุปกรณ์กีฬาดังกล่าว เป็นกิจกรรมหนึ่งใน โครงการ “40 ปี สยามสปอร์ต พลานุภาพกีฬาโลก” ของบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย ที่มีฝันและอยากเดินตามรอยนักกีฬาฮีโร่ เติบโตสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพที่ประสบความสำเร็จ โดยมี บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลัก ร่วมด้วย รถยนต์โตโยต้า ไอ-โมบาย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เอสซีจี และเอฟบีที ร่วมสนับสนุน สำหรับจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดสุดท้าย ที่ทางสยาม สปอร์ต ได้เดินทางไปจัดกิจกรรมดังกล่าว ให้แก่โรงเรียนและสถานศึกษา ใน 77 จังหวัดทั่วไทย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-12 พ.ค.57

ทีม “ฮันเตอร์ ภูเก็ต” แชมป์ พูล เทเบิ้ลล์ ประเทศไทย เข้าพบรองผู้ว่าฯ ขอกำลังใจก่อนเดินทางไปแข่งขัน ในรายการ ‘VNEA World Championship’ ในระหว่างวันที่ 22-31 พ.ค.นี้ ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันที่ 12 พ.ค.57 ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นักกีฬาจากทีม “ฮันเตอร์ ภูเก็ต” ซึ่งเป็นนักกีฬา พูล เทเบิ้ลล์ นำโดย นายมู่ซา พูนสัก ผู้จัดการทีม พร้อมด้วย นายประสิทธิ์ แจ่มจันทร์ กัปตันทีม และลูกทีม ได้เข้าพบ น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อรายงานตัวและขอกำลังใจจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ก่อนเดินทางไปร่วมแข่งขันในรายการ ‘VNEA World Championship’ ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ณ เมือง ลาส เวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 22 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นี้ มีนาวาเอกกฤษฎา รัตนสุภา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต และนายวิรัช พาที ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต ร่วมให้กำลังใจด้วย

นายประสิทธิ์ แจ่มจันทร์ กัปตันทีม กล่าวว่า วันนี้ได้เข้าพบรองผู้ว่าฯ ในโอกาสที่พวกตนได้แชมป์ Pool ในรายการ “VNEA Pool League Phuket” ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท ไทยแลนด์ พูล เทเบิ้ลล์ จำกัด ระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมาที่ จ.ภูเก็ต และได้เป็นตัวแทนคนไทยไปแข่งที่สหรัฐอเมริกา จึงได้เดินทางเข้าพบท่านรองผู้ว่าฯ ดังกล่าว เพื่อขอโอวาท

 “การได้มาของแชมป์ ดังกล่าว สืบเนื่องจากทาง ภูเก็ต พูล เทเบิ้ลล์ ได้จัดให้มีการแข่งขันเพื่อค้นหาแชมป์ของแต่ละประเทศ เพื่อให้ไปพบกับ 128 ประเทศทั่วโลก ซึ่งใช้เวลาในการแข่งขันประมาณ 5 เดือนเศษ และเราก็ได้เป็นหนึ่งใน 128 ทีม ที่ได้ไปแข่งที่อเมริกา ซึ่งเป็นการแข่งขันในระดับสมัครเล่นโลก เราก็มีความดีใจที่ได้ไปแข่ง ได้เป็นตัวแทนของคนไทย พวกเราไม่กล้าคาดหวังว่าจะได้แชมป์หรือไม่ แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด”  นายประสิทธิ์ กล่าวในที่สุด

คณะกรรมการกลั่นกรองและประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญจังหวัดภูเก็ต พร้อมพิจารณาเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญจังหวัดภูเก็ตและคณะกรรมการพิจารณาเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ครั้งที่ 2 โดยมีนางละอองดาว คมสัน หัวหน้าสถิติจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ตามระเบียบ กฎหมาย หลักเกณฑ์การพิจารณาการประเมินการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2557 กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ.2552 มีหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1012/ว20 ลงวันที่ 3 กันยายน 2552 ตามระดับตำแหน่งและผลงานให้ตรงกับหลักเกณฑ์ในการประเมินผลตามกรอบของการคำนวณช่วงเงินเดือนสำหรับปรับเลื่อนเงินเดือนในแต่ละระดับตำแหน่ง เพื่อให้เป็นไปตามกรอบการประเมินผลและให้เข้ากับเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ภูเก็ต เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชา

วันที่ 12 พ.ค. 57 นางสาวธัชสริญญ์   ฤทธิโชติ   นักวิชาการศาสนาชำนาญการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต   ได้กล่าวว่า เนื่องในวันวิสาขบูชาที่จะมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 มติมหาเถรสมาคมกำหนดให้วัดทุกวัดจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพุทธศาสนา ซึ่งตรงกับวัน ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือวันพระพุทธตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6  องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศรับรองให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากล ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลก เนื่องด้วยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อมวลมนุษย์ทั้งหลาย และประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เป็นพุทธมามกะ มีความเคารพบูชาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ มีหลักธรรมอันประเสริฐเป็นหลักควบคุมจิตใจ ส่งเสริมสติสัมปชัญญะให้ละเว้นชั่ว กลัวบาป และประพฤติดี   

สำหรับจังหวัดภูเก็ตสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตเป็นหน่วยงานหลักในการจัดกิจกรรมร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต โดยให้วัดทุกวัดจัดกิจกรรม ในวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ตระหนักถึงความสำคัญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และประพฤติปฏิบัติตน เป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม นำหลักคำสอนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และเพื่อส่งเสริมเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง จรรโลงสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ดี และสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธ ซึ่งในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาเองก็ร่วมกับวัดวิชิตสังฆาราม ได้จัดให้มีกิจกรรม เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การเจริญพระพุทธมนต์ การแสดงพระธรรมเทศนา การบรรยายธรรม และพิธีเวียนเทียนในเวลา 19.00 น.

ทั้งนี้เนื่องจากวันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา คนไทยถือเป็นพุทธศาสนิกชน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมทำบุญตักบาตร เข้าวัดแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และทำกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมกันทุกวัดในจังหวัดภูเก็ต

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดพิธีสมโภชผ้าพระบฏพระราชทาน เนื่องในวันวิสาขบูชาวันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557

เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (12 พ.ค.57) ที่ศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีสมโภชผ้าพระบฏพระราชทาน จำนวน 5 ผืน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 ประกอบด้วย ผ้าพระบฏพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผ้าพระบฏพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ้าพระบฏพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และผ้าพระบฏพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช(ธ)/เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชนที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีขาวร่วมในพิธี

และในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.57) วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก เวลา 06.30 น. ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ ณ ลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เวลา 16.30 น. ประกอบพิธีอัญเชิญผ้าพระบฏพระราชทาน จำนวน 5 ผืน โดยริ้วขบวนเคลื่อนจากศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ไปยังบริเวณลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อประกอบพิธีถวายผ้าพระบฏพระราชทาน นำขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันวิสาบูชา สำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 โดยมีนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด นครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธี จึงขอเชิญชวนชาวนครศรีธรรมราชทุกหมู่เหล่าร่วมในพิธีทำบุญตักบาตร เวลา 06.30 น. และร่วมพิธีถวายผ้าพระบฏพระราชทานเวลา 16.30 น. ณ ลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยพร้อมเพรียงกัน หลังจากนั้นจะมีพิธีบูชาเวียนเทียน รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช โดยขอให้แต่งกายด้วยชุดสีขาว

ชาวสวนยางตรัง นำพืชผลไม้มาปลูกแซมในสวนยางเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำยาง และสร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี

นางประกาย กลิ่นจันทร์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 8 ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เปิดเผยว่า จากความคิดว่าครอบครัวมีสวนยางพาราแค่ 6 ไร่ ทำอย่างไรจึงจะได้น้ำยางมากๆ เพื่อเป็นรายได้ให้ครอบครัว จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อนได้ไปร่วมศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดนราธิวาส และมีวิธีเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่สวนยางพาราได้ตลอดทั้งปี จึงปลูกพืชคลุมดินและนำระกำและสละมาปลูกร่วมในสวนยางพารา นางประกาย เปิดเผยต่อว่า แม้ชาวสวนคนอื่นๆ คิดว่าไม่ได้ผล เพราะจะเป็นการแย่งอาหารของต้นยางพารา และการดูแลรักษายางพาราจะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นจึงไม่นิยมปลูกกัน แต่กลับพบว่าปัจจุบันผลผลิตน้ำยางพาราเพิ่มขึ้นกว่าปกติถึง 2-3 เท่า และสามารถกรีดยางในช่วงหน้าแล้งได้ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันระกำและสละก็สร้างรายได้ให้ครอบครัวเดือนละประมาณ 13,000 บาท นอกจากนี้ยังได้นำผักเหมียง ผักพื้นเมืองของภาคใต้มาปลูกร่วมในสวนยางพาราจนประสบความสำเร็จ โดยมีรายได้เดือนละ 4-5 พันบาท และเป็นที่ต้องการของตลาดมากทั้งใบและกิ่งตอนเพื่อขยายพันธุ์ ทั้งนี้การนำความรู้เข้ามาประยุกต์ใช้ในสวนยางพารา ทำให้ครอบครัวตัวเองและเกษตรกรรายอื่นๆ หันมาปลูกตามจนมีรายได้มากขึ้น และสามารถเป็นแปลงตัวอย่างให้กับชาวสวนยางพาราทั่วไปได้มาศึกษาหาความรู้ นำไปปลูกในสวนของตนเองต่อไปด้วย

อบจ.ตรัง จัดโครงการฝึกอบรมเทคนิคการลับมีดกรีดยางให้กับชาวบ้านในตำบลนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จ.ตรัง

ที่อาคารเอนกประสงค์ อาคารเรียนเก่าโรงเรียนบ้านนาหาร หมู่ที่ 6 ตำบลนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จ.ตรังนายสิทธิ หลีกภัย เลขานุการนายก อบจ.ตรัง นายทวี สัตยาไชย ที่ปรึกษานายก อบจ.ตรัง เป็นประธานและร่วมในพิธีเปิดการฝึกอบรม "หลักสูตรเทคนิคการลับมีดกรีดยางพารา” รุ่นที่ 12 ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ได้ร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดตรัง จัดทำโครงการฯ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ในปีงบประมาณ 2557 จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นอีก มีเป้าหมายในการฝึกอบรม จำนวน 3,000 คน จำนวน 30 รุ่น แบ่งการฝึกอบรมเป็นรุ่นๆละ 100 คน ใช้เวลาฝึกอบรม 1 วัน สำหรับครั้งนี้มีเข้าร่วมการฝึกอบรมจำนวน 100 คน โดยสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จ.ตรัง เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการถ่ายทอดให้ความรู้ สำหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมครั้งนี้ทางองค์การบริหารส่วน จ.ตรังเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้กรีดยางพาราให้เป็นนักลับมีดกรีดยางที่มีฝีมือ เรียกว่า "ช่างลับมีดกรีดยางมือชีพ” โดยทุกคนที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องการลับมีดกรีดยาง การดูแลรักษาสวนยางพาราที่ถูกต้อง ตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งโค่นต้นยางเพื่อปลูกแทนรอบใหม่ และที่สำคัญคือทุกคนจะได้ทราบหลักการกรีดยางอย่างน้อย 4 ประการคือ การลับมีดอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพส่งผลให้มีปริมาณน้ำยางในการกรีดต่อครั้งสูง,การกรีดอย่างไรให้น้ำยางมากที่สุด,กรีด ยางอย่างไรให้ต้นยางเสียหายน้อยที่สุดและกรีดได้นานที่สุดและกรีดยางอย่างไร จึงทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ทั้งนี้นอกจากความรู้และเทคนิคต่างๆแล้ว ผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้รับมีดกรีดยางและหินลับมีดคนละ 1 ชุดเพื่อนำไปฝึกปฏิบัติจริง

สสจ.ตรัง จัดงานวันรณรงค์ความดันโลหิตสูงโลก ตามคำขวัญ “Know Your Blood Pressure”

นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก รายงานว่าทั่วโลกมีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากถึงพันล้านคน ซึ่งสองในสามของจำนวนนี้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก 1 คน ใน 3 คนมีภาวะความดันโลหิตสูง และประชากรวัยผู้ใหญ่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็พบ มี 1 คนใน 3 คน ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเช่นกัน และได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2568 ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วทั้งโลกจะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 1.56 พันล้านคน และจากข้อมูลสถิติ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี พ.ศ.2555 มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุความดันโลหิตสูง เป็นจำนวน 3,684 คน สถานการณ์ป่วยและเข้ารับการรักษาในสถานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขด้วยโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภาค เมื่อเปรียบเทียบจากปี 2544 และปี 2555 พบว่า อัตราผู้ป่วยในต่อประชากรแสนคนด้วยโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มจากจำนวน 156,442 ราย เป็น 1,009,385 ราย ถือว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นกว่า 5.46 เท่า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง ได้กล่าวอีกว่า จากข้อมูลดังกล่าวถึงภาระโรค อันตราย และปัจจัยเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก

จึงได้มีการกำหนดวันความดันโลหิตสูงโลก เป็นวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อจะสื่อสารสร้างกระแสให้ประชาชนตื่นตัวต่อโรคความดันโลหิตสูง โดยเน้นการป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ โรคไต ที่มีสาเหตุจากโรคความดันโลหิตสูง และเพื่อการส่งข้อมูล การป้องกัน การคัดกรอง และการดูแลรักษาไปสู่สาธารณสุข โดยในปีนี้คำขวัญเพื่อการรณรงค์จากสมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก คือ "Know Your Blood Pressure” ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่ ดังนั้น ขอแนะนำประชาชนถึงวิธีปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ดังนี้ 1.ใช้ชีวิตกระฉับกระเฉงอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดิน การทำสวน การทำงานบ้าน การออกกำลังกาย เป็นต้น 2.เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้รสหวานน้อย 3.ลดการรับประทานอาหารผ่านกระบวนการ อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอก 4.จำกัด การบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และ 5.งดสูบบุหรี่ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่ด้วย นอกจากนี้ความเครียดและอายุที่เพิ่มขึ้น ก็อาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้เช่นกัน ทั้งนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรมงานวันรณรงค์ความดันโลหิตสูงโลก ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2557 ณ โรงพยาบาลตรัง โดยมีกิจกรรมงานบริการคัดกรองความเสี่ยง บริการตรวจวัดความดันโลหิตสูง ตรวจประเมินสัดส่วนไขมัน งานนิทรรศการ สาธิต/ชิมฟรี น้ำสมุนไพรลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ลดไขมันในลำไส้ สาธิตเมนูอาหารต้านโรค อาหารแลกเปลี่ยน อาหารบำบัดโรคความดันโลหิตสูง จากทีมโภชนาการ

สถิติจังหวัดชุมพร ออกสัมภาษณ์สถานประกอบการและครัวเรือนตัวอย่าง ประจำเดือน พฤษภาคม 2557

สำนักงานสถิติจังหวัดชุมพร  ดำเนินการสำรวจข้อมูลโครงการต่างๆ โดยให้เจ้าหน้าที่ออกสัมภาษณ์สถานประกอบการและครัวเรือนตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดชุมพร ประจำเดือน พฤษภาคม 2557 ดังนี้

โครงการสำรวจครัวเรือน จำนวน 4 โครงการ ได้แก่
          1  โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ.2557
          2  โครงการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร พ.ศ. 2557
          3  โครงการสำรวจการใช้พลังงานของครัวเรือน พ.ศ. 2557
          4  โครงการสำรวจสุขภาพจิตคนไทย พ.ศ. 2557

โครงการสำรวจสถานประกอบการ จำนวน 4 โครงการได้แก่
          1  โครงการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสถานประกอบการ พ.ศ.2557
          2  โครงการสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2557
          3  โครงการสำรวจธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ พ.ศ. 2557
          4  โครงการสำรวจการประกอบกิจการโรงแรมและเกสต์เฮาส์ พ.ศ. 2557

สำหรับภาครัฐ ใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ในส่วนภาคเอกชน เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งการวางแผนตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุน บริหารและควบคุมการดำเนินกิจการ ใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน รวมไปถึงยังสามารถนำไปศึกษาวิเคราะห์ต่อยอดสร้างนวัตกรรม เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจและขยายตลาดฐานข้อมูลลูกค้าให้เหมาะสมตรงเป้าหมายมากขึ้น

สำนักงานสถิติจังหวัดดำเนินการสำรวจ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2550 จึงขอความร่วมมือจากสถานประกอบการและครัวเรือนที่ตกเป็นตัวอย่างของการสำรวจ โปรดเสียสละเวลาตอบข้อคำถามแก่เจ้าหน้าที่ ตามความเป็นจริง และขอให้มั่นใจว่าข้อความ หรือข้อมูลที่ได้รับในแบบสอบถาม จะเก็บไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด และไม่นำไปเปิดเผยเป็นรายกิจการหรือรายบุคคลแต่จะนำไปใช้ประมวลผลเสนอเป็นยอดรวมเท่านั้น

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศเตือนผู้รับอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว (สป.2)

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานว่า ผู้รับใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว (สป.2) เลี้ยงดูสัตว์ป่าคุมครองตามบัญชีแนบท้ายใบอนุญาตฯ ในลักษณะไม่เหมาะสม โดยนำสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวไปเลี้ยงดูในสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ตามใบอนุญาตฯ และผู้เลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นมิใช่เป็นผู้รับใบอนุญาตฯ แต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้รับใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว (สป.2) ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง และวิธีการครอบครอง สัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง

โดยใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวและการออกใบรับรองการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2550 ดังนี้

1. ต้องเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตฯ และดูแลสัตว์ป่าคุ้มครองด้วยความเอาใจใส่ในสภาพอันสมควรและปลอดภัยตามชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น

2. ในกรณีมีความจำเป็นต้องนำสัตว์ป่าคุ้มครองไปเก็บไว้ ณ สถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตฯ ให้ยื่นเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และเมื่ออธิบดีได้ให้ความเห็นชอบการย้ายสถานที่แล้ว จึงจะดำเนินการย้ายได้

ดังนั้น หากผู้รับใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว(สป.2) ไม่เลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในสถานที่ที่กำหนด หรือย้ายสัตว์ป่าคุ้มครองไปยังสถานที่อื่นโดยยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีอาจเป็นความผิดตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และถูกเพิกถอนใบอนุญาติฯฉบับดังกล่าวได้

กรณีมีความประสงค์ขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยงดู หรือการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองเพิ่มเติม โปรดติดต่อส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าโทรศัพท์ 02-5794621 หรือ 02-5790666 ต่อ 1631,1632 หรือ http://www.dnp.go.th/Dnplaw_main.asp 

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังวิทยาเขตชุมพร จัดโครงการอบรม หลักสูตร Micro M.B.A. KMITL-PCC รุ่นที่ 1

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณ ทหารลาดกระบังวิทยาเขตชุมพร เขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร จัดโครงการอบรม หลักสูตร Micro M.B.A. KMITL-PCC รุ่นที่ 1  เรื่อง ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอา เซียน (AEC) ซึ่งเป็นการบรรยาย และปฏิบัติการแบบเข้มข้น 45 ชั่วโมง เรียนเฉพาะวันเสาร์ ในรายวิชาด้านบริหารธุรกิจ 5 วิชา วิชาละ 1 ครั้ง  ครั้งละ 6 ชั่วโมง และค้นคว้าอิสระ 3 ชั่วโมง

ผศ.ดร.เผชิญชัยภัต ไชยสิทธิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี  เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการเปลี่ยนของสังคมโลกมากมาย ทุกส่วนของการดำเนินชีวิตล้วนแล้วแต่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น องค์กรต่างๆต้องอาศัยศาสตร์ทางด้านการบริหารจัดการ เพื่อการพัฒนากำลังคนในด้านธุรกิจอุตสาหกรรม ที่ส่งผลให้องค์กรให้มีความเข้มแข้ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้องค์กรอยู่ได้อย่างยังยืนในระดับท้องถิ่น และในระดับนานาชาติ รวมถึงยังเป็นการรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในฐานะที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังวิทยาเขตชุมพร เขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร หลักสูตรบริหารธุรกิจ เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ได้ตระหนักถึงความต้องการดังกล่าว จึงจัดโครงการฝึกอบรมทางวิชาการเรื่อง ความรู้เรื่องการบริหารธุรกิจอย่างเข้มข้น เพื่อการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน สำหรับผู้ประกอบการผู้บริหาร และบุคคลทั่วไป ซึ่งเรียกว่า หลักสูตร Micro M.B.A.  ขึ้น

ซึ่งหลักสูตรดังกล่าว ต้องการให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารธุรกิจที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมในท้องถิ่น  เพื่อการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ในด้านการปฏิบัติงานทางธุรกิจทั่วไป เกี่ยวกับงานทรัพยากรบุคคล การวางแผนการผลิต การบัญชีและการเงิน การตลาด ตลอดจนการใช้ภาษาอังกฤษ ในการทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในธุรกิจโดยตรง รวมทั้งการสร้างเครือข่ายในการทำงานธุรกิจร่วมกันอุตสาหกรรมอื่นๆ  ได้อีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สาธารณสุขจังหวัดตรัง จัดอบรมปฏิบัติการดำเนินงานคลินิกไร้พุง

ที่ห้องประชุมธนารมย์ 2 โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา อ.เมืองตรัง จ.ตรัง นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการการดำเนินงานคลินิกไร้พุง (Diet Physical Activity Clinic : DPAC) ทั้งนี้ในการอบรมดังกล่าว โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยบุคลากรสาธารณสุข ผู้รับผิดชอบงานคลินิก DPAC ของโรงพยาบาลศูนย์ตรัง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่งในจังหวัดตรัง ร่วมเข้ารับการอบรมจำนวน 145 คน ซึ่งมุ่งเน้นให้การปรึกษาแนะนำผู้ป่วยเป็นรายบุคคล โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสาธารณสุข เพื่อแบ่งเบาภาระของแพทย์ ด้วยมาตรการ 5 ขั้นตอน

ซึ่งใช้ในคลินิกเลิกบุหรี่มาประยุกต์ใช้ในการแนะนำเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การลดน้ำหนักและรอบเอว ส่งเสริมการออกกำลังกาย การกินอาหาร เครื่องมือนับก้าวทักษะ การออกกำลังที่จำเป็น และการทดสอบสมรรถภาพ การประสานงานกับคลินิกตาง ๆ โดยเฉพาะคลินิกเรื้อรัง อายุรกรรม ให้ส่งผู้รับบริการที่มีน้ำเกินหรืออ้วน ไปที่คลินิกให้คำปรึกษาเรื่องการออกกำลังการและการโภชนาการ มาตรการ 5 ขั้นตอนที่จะต้องฝึกอบรมแนวทางครั้งนี้จะสามารถทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และได้รับการรักษาอย่างถูกต้องด้วยการแก้ปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวอีกว่า ในการอบรมวันนี้นอกจากจะได้รับความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเทคนิคและเกณฑ์มาตรฐานการดำเนินงานคลินิกไร้พุง รวมทั้งแนวทางการพัฒนาคลินิกไร้พุงคุณภาพ จะทำให้สถานบริการทุกแห่งมีคลินิกไร้พุงคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานสำหรับให้บริการประชาชน และจะมีการจัดประกวดคลินิกไร้พุงคุณภาพ ในวันที่ 20 มิถุนายน 2557 นี้

เทศบาลตำบลโคกหล่อ จัดโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล

นายธนกฤต ภูมิมาตร นายกเทศมนตรีตำบลโคกหล่อ เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลโคกหล่อร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง จัดโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการใช้รถในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ โดยในปัจจุบันปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นบ่อยครั้งและเกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินในแต่ละปีเป็นมูลค่ามหาศาล ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ในขณะเมาสุราและขับรถไม่ถูกกฎจราจรรวมทั้งยังขาดทักษะในการขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ถูกวิธี และผู้ขับขี่รถจะอยู่ในช่วยวัยเรียนหรือกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุของรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ของบริษัทฮอนด้า (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า สาเหตุเกิดจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มีพฤติกรรมการขับขี่ไม่เหมาะสม มีสารเสพติด มึนเมา ประมาท คึกคะนองไม่เคารพกฎจราจร ประกอบกับสภาพของรถจักรยานยนต์ ขาดอุปกรณ์ในการป้องกันที่เหมาะสม และขาดทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง

เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่ผ่านการอบรมและขอมีใบอนุญาตใบขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่ประสบอุบัติเหตุได้ ดังนั้นเทศบาลตำบลโคกหล่อ จึงได้ร่วมกับสำนักงานขนส่งจัดโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมีการอบรมพร้อมสอบใบขับขี่ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เกิดทักษะเกี่ยวกับการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกหลักการขับขี่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย และได้นำความรู้ที่ได้อบรมเข้าสอบเพื่อรับใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์จากสำนักงานขนส่งจังหวัดตรัง ตลอดจนเพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุจราจรให้น้อยลงตามนโยบายของรัฐบาล

เทศบาลนครตรัง ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมเทศกาลวันวิสาขบูชา และร่วมแต่งกายชุดสีขาว ระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2557

นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพราะมีเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์เกี่ยวกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เทศบาลนครตรังจึงได้กำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 ในวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 ณ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง และวัดนิโครธาราม นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวอีกว่า ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้พุทธศาสนิกชนงดเว้นจากอบายมุขเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และสืบทอดและทำนุบำรุงพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป อีกทั้งวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก และของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ชาวพุทธจึงได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่านผู้เป็นประทีปของโลก นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมในวันดังกล่าว

โดยในช่วงเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ณ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง, การจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา และโครงการหมู่บ้านถือศีล 5 ส่วนในภาคกลางคืนตั้งแต่เวลา 18.30 น. จะมีพิธีสวดมนต์ไหว้พระและเวียนเทียน ที่วัดนิโครธาราม มีการแสดงพระธรรมเทศนา ฯลฯ ทั้งนี้ ทางเทศบาลนครตรังจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวตรังทุกท่าน แต่งกายด้วยชุดสีขาว หรือชุดปฏิบัติธรรมโดยพร้อมเพรียงกัน และรณรงค์การลด ละ เลิกอบายมุข การประดับธงทิวตามอาคารบ้านเรือน ร้านค้า สถานที่ราชการ การเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ การแสดงตนเป็นพุทธมามกะบูชา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 21 ที่จังหวัดตรัง

ที่บริเวณสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง อ.เมือง จ.ตรัง นายเชตวัน อนันตสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธานในในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 21 โดยมี นายนิพันธ์ ศิริธร ปลัดจังหวัดตรัง กล่าวต้อนรับ และมีนายพงศ์ภวัน จิตรบรรเจิดกุล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตรัง กล่าวรายงาน สำหรับความเป็นมาของการแข่งขันกีฬาฯ นั้น ในปี พ.ศ.2530 ได้เริ่มมีการจัดการแข่งขันกีฬาโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภาคใต้ขึ้นที่จังหวัดพังงาเป็นครั้งแรก และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจังหวัดเจ้าภาพจัดการแข่งขันเรื่อยมาถึงครั้งที่ 13

ในปี พ.ศ.2542 จึงหยุดจัดการแข่งขันเนื่องจากการปฏิรูประบบราชการ ต่อมาในปี พ.ศ.2550 ได้จัดการแข่งขันครั้งที่ 14 ที่จังหวัดพังงา โดยใช้ชื่อว่า "การแข่งขันกีฬาโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภาคใต้” และจัดการแข่งขันต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงครั้งที่ 21 ในปี พ.ศ.2557 ที่จังหวัดตรัง โดยมี สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตรังเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อ "พะยูนเกมส์” และคำขวัญ กีฬาดี มีน้ำใจ ใฝ่สามัคคี โดยจัดการจัดการแข่งขันครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ ความรัก ความสัมพันธ์และความสามัคคีของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภาคใต้ และเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์จังหวัดตรัง ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวบนพื้นฐานของวิสัยทัศน์ ตรังเมืองแห่งความสุข และกีฬาในวันนี้จัดการแข่งขันกีฬา 4 ชนิด คือ ฟุตซอล วอลเลย์บอล วิ่งเปี้ยวลูกโป่งน้ำ และโยนไข่ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,000 คน

นายกอบจ.ตรัง และคณะผู้บริหาร ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ ที่ อ.กันตัง จ.ตรัง มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ขณะนี้คืบหน้าไปแล้วเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์

นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง ได้นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างบนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ บริเวณหมู่ที่ 2 ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง โดยจะครอบคลุมพื้นที่หลังท่า พื้นที่เทกองสินค้า อาคารสำนักงานบริหารท่าเรือ อาคารซ่อมบำรุง อาคารห้องสุขา ด่านตรวจและชั่งน้ำหนักโกดังสินค้า กักกันพืช-สัตว์ ที่จอดรถ สถานีสูบน้ำและห้องเครื่อง โรงอาหาร ลานที่จอดรถ รวมทั้งที่ตั้งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ถนนในโครงการ และเชื่อมต่อจนถึงถนนไปบ้านนาเกลือเหนือ

โดย อบจ.ตรัง ได้รับงบประมาณจากกรมเจ้าท่า มาดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ จำนวน 406,945,000 บาท ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 เพื่อให้เป็นท่าเรือที่มีขนาดความกว้าง 29 เมตร ยาว 185 เมตร ความลึกหน้าท่า 5.5 เมตร สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง ขนาด 4,000 ตัน เรือจอดเทียบท่าได้ 2 ลำ/ครั้ง แยกเป็นท่าเรือส่งออก 1 ท่าและเป็นท่าเรือนำเข้า 1 ท่า โดยมีบริษัท พร้อมมิตร เอสเอเอฟที จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ภายในระยะเวลา 900 วัน โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญาภายในวันที่ 16 กันยายน 2557 อย่างไรก็ตาม จากการติดตามล่าสุดพบว่า การก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้ว 87.24 %

ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือแล้วเสร็จจะทำให้การขนส่งสินค้าจาก จังหวัดตรัง รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงไปยังประเทศต่างๆ เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้ง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ ศรีลังกา และอินเดีย ที่เป็นคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งล่าสุดนักธุรกิจชาวอินเดียมีกำหนดการเดินทางมาติดต่อสอบถามข้อมูล ศักยภาพของท่าเรือน้ำลึก(บ้านนาเกลือ) กับนายกอบจ.ตรังและผู้บริหาร ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อการพัฒนาท่าเทียบเรือและการพัฒนาการส่งออกในจ.ตรังอย่างแน่นอนนอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558
   

ประชาชนชาวอำเภอย่านตาขาว ร่วมฟังผลการตรวจสุขภาพ ตามโครงการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดตรัง ประจำปี 2557

ที่ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรอำเภอย่านตาขาว นายสมจิตร คงฉาง รองนายก อบจ.ตรัง นายทวี สัตยาไชย ที่ปรึกษานายก อบจ.ตรัง เป็นประธานและร่วมฟังผลเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ ตามโครงการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน ในเขตพื้นที่ จ.ตรัง ประจำปี 2557 โดยวันนี้เป็นการฟังผลของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว ตำบลย่านตาขาว ตำบลหนองบ่อ ตำบลนาชุมเห็ด ตำบลในควนและตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว ซึ่งประชาชนให้ความสนใจร่วมฟังผลเป็นจำนวนมาก มี นายแพทย์ตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการกลุ่มงานโสต ศอ นาสิก รพ.ตรังให้ความรู้เพื่อให้ประชาชนนำไปปฏิบัติและขยายผลการเฝ้าระวังถึงคนในครอบครัว และในชุมชนต่อไป โครงการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน ในเขตพื้นที่ จ.ตรัง ประจำปี 2557 อบจ.ตรัง ได้ตั้งงบประมาณไว้ 18 ล้านบาท เพื่อทำการเจาะเลือด เก็บตัวอย่างปัสสาวะให้กับประชากรกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดตรัง จำนวน 30,000 คน

ซึ่งจะทำการตรวจร่างกายให้ 14 รายการประกอบด้วยวัดความดัน,ชั่งน้ำหนัก,ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด,ตรวจปัสสาวะสมบูรณ์แบบ,ตรวจหาหมู่เลือด,ตรวจหาไขมันความหนาแน่นต่ำในเลือด,ตรวจการทำงานของไต,ตรวจการทำงานของไต,ตรวจวัดระดับยูริค (โรคเก๊าท์),ตรวจการทำงานของตับ,ตรวจระดับแคลเซียมในเลือด,ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์,ตรวจหามะเร็งจากกลุ่มเสี่ยงร้อยละ 10 หรือ 3,000 คน (ผู้ชายจะตรวจ 3จุดคือ ตับ ลำไส้ และต่อมลูกหมาก ผู้หญิงจะตรวจ มะเร็งเต้านม ปากมดลูก ลำไส้และท่อรังไข่) และปีนี้เพิ่มการตรวจไวรัสตับ ซึ่งหากประชาชนไปตรวจสุขภาพที่รพ.ทั่วไปตามรายการดังกล่าวทั้ง 14 รายการต้องมีค่าใช้จ่ายคนละไม่ต่ำกว่า 3 พันบาท ซึ่งทาง อบจ.ตรังจัดบริการตรวจให้ฟรี

นายกอบจ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาชุมชนสัมพันธ์เทศบาลตำบลนาวง ประจำปี 2557

ที่สนามโรงเรียนวัดนาวง อำเภอห้วยยอด นายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาชุมชนสัมพันธ์เทศบาลตำบลนาวง ประจำปี 2557 โดยมีนายพิทักษ์ สุวคันธ์ นายกเทศบาลตำบลนาวง สมาชิกสภาอบจ.ตรัง เขต 1 อำเภอห้วยยอด นายกอบต.นาวง ผู้นำท้องถิ่น คณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวรายงานและให้การต้อนรับ การแข่งขันกีฬาชุมชนสัมพันธ์เทศบาลตำบลนาวง จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เสริมสร้างพลานามัยของสมาชิกในชุมชน ให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ก่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นประโยชน์กับเทศบาลตำบลนาวง โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 ชนิด ดังนี้ การแข่งขันกีฬาฟุตบอล ประเภทประชาชนชาย และประเภทอาวุโสชาย /การแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอล ประเภทประชาชนชาย และประเภทประชาชนหญิง /การแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ ประเภทประชาชนชาย / การแข่งขันกีฬาเปตอง ประเภทผสมชาย/หญิง และการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ซึ่งสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการแข่งขันลากตอกหมากจากชุมชนต่างๆ

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

คณะทำงาน ครม.น้อยจังหวัดพัทลุง ลงพื้นที่ประชุมสัญจรร่วมกับ ครม.น้อยอำเภอควนขนุนที่โรงเรียนธรรมเถียร ตำบลพนางตุง เพื่อเปิดโอกาสให้พื้นที่ ได้เสนอปัญหาเข้าสู่การพิจารณาแก้ไขในระดับจังหวัด

ที่โรงเรียนธรรมเถียร หมู่ที่ ๑๐ ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน (๒๔ เม.ย.๕๗) นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงเป็นประธานการประชุม ครม.พัทลุงสัญจร ประจำเดือนเมษายน ๒๕๕๗ โดยมี คณะทำงาน ครม.น้อยอำเภอควนขนุนประชุมร่วมด้วย

ทั้งนี้โดยมีการติดตามผลการประชุมครั้งที่ผ่านมาในเรื่องสำคัญ เช่น การพิจารณาแก้ปัญหาโรงงนสกัดน้ำมันปาล์มดิบของสหกรณ์ชาวสวนปาล์มจังหวัดพัทลุง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลพนางตุง ซึ่งมีปัญหาเรื่องของการขออนุญาตตั้งโรงงาน และ การเบิกจ่ายงวดงานการก่อสร้างซึ่งมีปัญหายืดเยื้อมานาน ขณะนี้สามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาราคาผลผลิตปาล์มตกต่ำได้ในอนาคต อีกเรื่องหนึ่งที่มีการติดตามในวาระการประชุมวันนี้คือ การเตรียมการรับสานการภัยแล้ง ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและโครงการชลประทานจังหวัดเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวว่า โดยพบว่าในขณะนี้พื้นที่จังหวัดพัทลุงยังไม่ประสบปัญหาภัยแล้งแต่อย่างใด เนื่องจากช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีฝนตกลงมาหลายพื้นที่ ส่วนปริมาณน้ำท่าในอ่างเก็บน้ำสำคัญ ๓ แห่งคืออ่างเก็บน้ำป่าพะยอม มีปริมาณน้ำ ๕๘ % ของความจุ อ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง มีปริมารน้ำ ๗๒ % และอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนมีปริมาณน้ำ ๖๔ % หากไม่มีปัญหาเกิดฝนทิ้งช่วงระยายาว ก็สามารถที่จะเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น ส่วนการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งระยายาว

นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงสั่งสำนักงานปกครองจังหวัดซึ่งเป็นคณะทำงานฝ่ายเลขา จัดตั้งทีมแก้ปัญหาเรื่องนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพราะปัญหาเรื่องน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนบางพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เช่น ที่ตำบลแหลมตะโหนด อำเภอป่าพะยอม พบว่าขณะนี้เกิดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ คือมีน้ำท่วมในหน้าฝน และขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง ทำให้เกษตรกรทำนาไม่ได้ ต้องเปลี่ยนอาชีพจากการทำนามาเป็นทำสวนยางพาราและ ปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น ซึ่งสุ่มเสียงจะสูญเสียพื้นที่ทำนาในอนาคต เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงยังได้ให้นโยบายการดำเนินการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ๓ ประเด็น คือการรักษาป่า การบริหารจัดการน้ำ และการรักษาแหล่งปลูกข้าว ให้เป็นภาระหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องช่วยกันหาวิธีอนุรักษ์และฟื้นฟูให้ประสบผลสำเร็จ เพราะในอนาคตหากขาดแคลน ๓ อย่างนี้จะทำให้สังคมเข้าสู่ภาวะวิกฤติได้

นอกจากนี้ยังมีวาระการพิจารณา มีประเด็นน่าสนใจ ซึ่งผู้อำนวยการทางหลวงชนบทได้เสนอที่ประชุมคือการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองด้านทิศเหนือของตัวเมืองพัทลุง เพื่อรองรับปัญหาการจราจรและการขยายตัวของเมืองในอนาคต ซึ่งในที่ประชุมได้รับในหลักการ แต่ขอให้ทางสำนักงานทางหลวงชนบทกลับไปทำรายละเอียดเพิ่มเติม โดยให้ระบุผลได้ผลเสียและความคิดเห็นของประชาชนเข้ามาประกอบและให้น้ำเสนอเข้าพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ส่วนทาง ครม.น้อยอำเภอควนขนุน ได้เสนอเรื่องเพื่อพิจารณาเข้าทีประชุมทั้ง หมด ๓๐ เรื่อง โดยทั้ง ๓๐ เรื่องเป็นการเสนอของบประมาณการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ตำบลต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การปรับปรุงถนนที่ชำรุด การจัดสร้างระบบน้ำประปา การขยายเขตไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมได้รับไว้เป็นหลักการเพื่อมอบหมายให้ส่วนราชการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบโดยตรงไปจัดลำดับความสำคัญ และเสนอขอตั้งงบประมาณไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง

นายกเหล่ากาชาดออกเยี่ยมและมอบเงินสงเคราะห์แก่ผู้ป่วยยากไร้ที่โรงพยาบาลพัทลุง ในโอกาสครับรอบ ๑๒๑ ปี วันสถาปนากาชาดไทย

ที่โรงพยาบาลพัทลุงเมื่อวันที่ ๒๙ เม.ย.๕๗ นางสุวิมล ศรีหะไตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุง มอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้จำนวน ๒๕ คน ๆ ๒,๐๐๐ บาทรวม ๕๐,๐๐๐ บาท โดยแยกเป็นเงินสด คนละ ๑,๕๐๐ บาท และเครื่องอุปโภคบริโภคมูลค่ารายละ ๕๐๐ บาท พร้อมเยี่ยมอาการและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยขอให้หายจากอาการป่วยโดยเร็ว

ซึ่งการมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยครั้งนี้ จัดขึ้นในโอกาสครบ ๑๒๑ ปีของการสถาปนาสภากาชาดไทย ตรงกับวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ โดยทางโรงพยาบาลพัทลุงได้ทำการตรวจสอบผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลพัทลุงซึ่งมีฐานะยากจน จำนวน ๒๐ คน เพื่อรับความช่วยเหลือจากเหล่ากาชาดดังกล่าว นางสุวิมล ศรีหะไตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า สภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นองค์กรสาธารณะกุศล ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๓๖ ตรงกับ ร.ศ. ๑๑๒ เดิมเรียก "สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม" ริเริ่มก่อตั้งโดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ ซึ่งมีสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นสภานายิกาพระองค์แรก ทั้งนี้โดยมีต้นเหตุมาจากกรณีพิพาทระหว่าง ประเทศสยาม กับ ประเทศฝรั่งเศส เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ซึ่งส่งผลให้ทหารบาดเจ็บล้มตายมาก แต่ไม่มีองค์การกุศลหลักที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือพยาบาลและบรรเทาทุกข์ ดังนั้น ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ จึงได้ชักชวนสตรีอาสาสมัครขึ้น และได้กราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ตั้ง "สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม" ขึ้น และเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสว่า เป็นความคิดอันดีตามแบบอย่างประเทศที่เจริญแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง "สภาอุณาโลมแดง" ขึ้น เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๖ ซึ่งถือเป็น "วันสถาปนาสภากาชาดไทย" นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ทรงเป็น"สภาชนนี" สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ทรงเป็น"สภานายิกา" และท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ เป็นเลขานุการิณีสภาอุณาโลมแดง

ปัจจุบันสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นสภานายิกา ของสภากาชาดไทย มีกิจกรรมสำคัญหลายอย่างในด้านการสาธารณกุศล เช่น การให้การช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ ในสังคม ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง คนพิการ เด็กด้อยโอกาส ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ไฟไหม้ ผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นต้น



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานพวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพนักวิชาการสาธารณสุข ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ ๒ พ.ค.๕๗ นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเชิญพวงมาลาหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาพระราชทานของ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร และ บรมวงศานุวงศ์รวม ๑๒ พวง ซึ่งทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้วางหน้าหีบศพ น.ส.จริยา พรหมนวล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีสาคร ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา

ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เปิดโรงเรียนชาวนาในพื้นที่อำเภอกงหรา เพื่อสืบทอดทายาทอาชีพทำนาแก่อนุชนรักษาความมั่นคงทางอาหารแก่ชาวพัทลุง

นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดโรงเรียนชาวนา ตามโครงการสร้างทายาทสืบทอดอาชีพเกษตรกรรมด้านทำนา ซึ่งจัดขึ้นที่บ้านนายก้อหลัด บุญมี บ้านเลขที่ ๒๑๘ หมู่ที่ ๑ ตำบลชะรัด อำเภอกรงหรา จังหวัดพัทลุง โดยจังหวัดพัทลุงร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุง ธกส.จังหวัดพัทลุง สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง เป็นต้น

ทั้งนี้เพื่อปลูกฝังให้เยาวชน เห็นความสำคัญของอาชีพการทำนา อาชีพที่ผลิตอาหารเลี้ยงชีวิตผู้คนมาอย่างยาวนาน และสนองตอบต่อวาระเมืองลุงพอเพียง เฉลิมพระเกียรติในหลวง เพื่ออนาคตลูกหลานคนเมืองลง ที่มุ่งหวังให้จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดแห่งความสงบสันติและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สมคิด สงเนียม ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า จังหวัดพัทลุงถือเป็นจังหวัดอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของภาคใต้ มีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย พันธุ์ข้าวสำคัญที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภค เช่น ข้าวพันธุ์สังหยด ข้าวเล็บนก ข้าวเฉี้ยง เป็นต้น และขณะนี้ทางศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดพัทลุงได้พัฒนาข้าวพันธุ์ กข ๕๕ ขึ้นมาอีกหนึ่งพันธุ์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีผลผลิตสูง และเหมาะสมกับการปลูกในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งในอดีตจังหวัดพัทลุงมีพื้นที่ปลูกข้าวราว ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันลดเหลือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ ส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนพื้นที่ไปเป็นสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ปล่อยเป็นพื้นที่รกร้าง และ ถูกพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย และมีแนวโน้มจะลดพื้นที่ทำนาลงอีก เพราะเยาวชนรุ่นหลังไม่สนใจที่จะประกอบอาชีพการทำนา เนื่องจากเป็นอาชีพที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจน้อย

ด้านนายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงกล่าวว่า การเปิดโรงเรียนชาวนา เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวนา ได้เห็นความสำคัญของอาชีพของตัวเอง เพราะอาชีพชาวนาเป็นอาชีพการผลิตอาหารซึ่งจำเป็นต่อการเลี้ยงชีวิต หากชาวนาทิ้งอาชีพการทำนา อนาคตจะทำให้จังหวัดพัทลุงสูญเสียพื้นที่ที่จะผลิตอาหารและต้องซื้อข้าวจากภายนอกซึ่งจะส่งผลให้มีค่าครองชีพสูง และอาจสูญเสียที่ทำกินได้ อย่างไรก็ตามการรักษาพื้นที่ทำนาให้คงอยู่อย่างถาวร ชาวนาต้องมีความภาคภูมิใจและมีศักดิ์ศรีในอาชีพของตัวเอง มีการพัฒนาต่อยอดให้นาเป็นมากกว่าการปลูกข้าวอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบหรือนวัตกรรมที่เกื้อกูลต่อการมีรายได้เพิ่มขึ้น มีการพัฒนาผลผลิตและรักษาคุณภาพของข้าว หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีเพื่อความปลอดภัยและความเชื่อมันของผู้บริโภค ที่สำคัญคือการมีทายาดสืบทอด ไม่ปล่อยให้ลูกหลานขายพื้นที่นาของตัวเอง ซึ่งภายหลังมีพิธีเปิดแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้ร่วมปลูกข้าวกับเยาวชนและชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย ซึ่งการปลูกข้าววันนี้เป็นการปลูกข้าวแบบนาโยน ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของการทำนาที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากกว่าการทำนาแบบอื่น ๆ ด้วย



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง

ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง คุยกับประชาชนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง ส่งเสริมให้เกษตรกรนำน้ำหมักชีวภาพมาใช้ในการเกษตร

นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง คุยกับประชาชนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุงคลื่นความถี่ ๙๘ เมกะเฮิร์ต ในเช้าวันเสาร์เวลา ๐๖.๐๐ – ๐๗.๐๐ น.

โดยในวันเสาร์ที่ผ่านมาได้นำผู้ร่วมรายการ ประกอบด้วยนายไพโรจน์ อินทรศรี ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง นายสมชาติ นาควิโรจน์เกษตรอำเภอบางแก้ว นายสมศักดิ์ ทองใส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๕ ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง และนายสมนึก ทองใส เกษตรกรตำบลควนมะพร้าว

ทั้งนี้โดยพูดคุยกันในเรื่องของการทำเกษตรแบบชีววิถี ลดต้นทุนการผลิตและลดใช้เคมีในภาคเกษตร โดยหันมาใช้น้ำหมักชีวภาพ ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่มีคุณประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ใช้เป็นปุ๋ยในการปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้พืชเจริญเติบโตดี ใช้ผสมในน้ำให้สัตว์กินแก้ปัญหากลิ่นเหม็นในมูลสัตว์ และทำให้สัตว์เลี้ยงสุขภาพแข็งแรง ใช้ผสมน้ำราดมูลสัตว์ทำลายการแพร่พันธุ์ของแมลงวัน และกำจัดกลิ่นรบกวน ซึ่งนายสมนึก ทองใส ผู้นำน้ำหมักมาใช้อย่างจริงจังกล่าวว่า ตนเองเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ทั้งวัว หมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ โดยก่อนหน้านี้มีปัญหามากจากแมลงวันและกลิ่นรบกวนจากมูลหมูมูลไก่ สร้างความรำคาญแก่เพื่อบ้าน แต่ภายหลังได้นำน้ำหมักชีวภาพหรือ อีเอ็ม มาใช้ พบว่ากลิ่นของมูลไก่หายไป และไม่มีแมลงวันมารบกวนอีกเลย นอกจากนี้ยังทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย โดยเฉพาะเมื่อนำไปผสมน้ำให้ไก่กิน พบว่าไก่ออกไข่ดกขึ้นและมีระยะเวลาการให้ไข่ยาวนานขึ้น

ด้านนายสมศักดิ์ ทองใส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๕ ตำบลควนมะพร้าว ซึ่งได้เปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรกล่าวว่า ตนได้นำน้ำหมักชีวภาพมาใช้ในแปลงเกษตรนานแล้วและทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี เพราะน้ำหมักอีเอ็มทำให้ดินร่วนซุย พืชสามารถดูซึมสารอาหารได้ดีขึ้น และทำให้มีสิ่งมีชีวิตในดินเพิ่มมากขึ้น ส่วนปศุสัตว์จังหวัดพัทลุงกล่าวว่า ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด พร้อมให้การสนับสนุนด้านความรู้แก่เกษตรกรที่จะนำไปผลิตน้ำมักชีวภาพด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการนำมาใช้ในภาคการผลิตด้านปศุสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมักประสบปัญหากลิ่นรบกวนและน้ำเสีย น้ำหมักชีวภาพหรือ อีเอ็ม สามารแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี แต่เกษตรกรยังให้ความสนใจนำไปใช้น้อย ซึ่งหากส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตใช้ด้วยตัวเอง จะส่งผลดีต่อการผลิตด้านปศุสัตว์ และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง

พัทลุง เปิดตัวข้าวพันธุ์ใหม่ กข ๕๕ หลังพัฒนาพันธุ์มากว่า ๑๐ ปี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรชาวนา

ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์วันนี้ (๖ พ.ค.๕๗) นายวิชิต พันธุรัตน์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายเลิศเกียรติ ชูศิริ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง นายสมควร สุวรรณรัตน์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง และนายสุจิน กรุณกิจ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง ได้ร่วมกันแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ข้าวพันธุ์ใหม่ พันธุ์ กข๕๕ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรชาวนาได้นำไปปลูกในแปลงนาของตัวเอง เนื่องจากเป็นข้าวที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง มีความทนทานต่อโรค สามารถปลูกได้ทั้งนาปรังและนาปี

ทั้งนี้ข้าวพันธุ์ กข ๕๕ เป็นพันธุ์ข้าวที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้ทำการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ โดยการผสมสายพันธุ์ระหว่างข้าวพันธุ์ กข๒๓ ข้าวเล็บนกปัตตานี และข้าวพันธุ์ชัยนาท ๑ และได้รับการรับรองจากกรมการข้าวเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ ให้ชื่อว่า กข ๕๕ โดยมีลักษณะเด่นของข้าวพันธุ์นี้คือ ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย ๗๑๒ กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่พันธุ์ชัยนาท ๑ ให้ผลผลิตเฉลี่ยที่ ๖๓๑ กิโลกรัมต่อไร่ อายุการเก็บเกี่ยวเพียง ๑๑๗ วัน สามารถปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง มีความต้านทานต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และโรคใบจุดสีน้ำตาล เหมาะสมแก่ในการปลูกในพื้นที่จังหวัดพัทลุง บริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และ ลุ่มน้ำปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช คุณภาพข้าวสุกมีลักษณะค่อนข้างนุ่ม ไม่เหนียว และไม่ร่วน แต่ไม่มีกลิ่นหอมคล้ายคลึงกับข้าวพันธุ์เล็บนกซึ่งเป็นข้าวที่เป็นที่นิยมบริโภคของชาวจังหวัดพัทลุง

ส่วนการส่งเสริมการปลูก ขณะนี้ทางศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้ทำการกระจายเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรอำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน และอำเภอป่าพะยอมนำไปทำการปลูกแล้วบางส่วน โดยนำไปปลูกเป็นข้านาปรับสลับกับข้าวสังหยดซึ่งเป็นข้าวนาปีที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วประเทศในขณะนี้ ซึ่งพบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเกษตรกรรายใดสนใจนำข้าว กข ๕๕ ไปปลูก สามารถซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง หรือติดต่อได้ที่หมายเลข ๐๗๔ – ๘๔๐-๑๑๑ ในวันและเวลาราชการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นำข้าราชการทุกหมู่เหล่าร่วมประกอบพิธีถวายราชสักการะ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล

ที่ศูนย์ประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ ๕ พ.ค.๕๗ นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายสุรินทร์ เพชรสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน กลุ่มพลังมวลชน และ พ่อค้าประชาชนชาวจังหวัดพัทลุง ร่วมกันประกอบพิธีถวายสักการะ และแสดงความจงรักภักดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์ ในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ โดยครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการแก่ปวงชนชาวไทยว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้เป็นประธานในการกล่าวคำถวายราชสดุดี และถวายสัตย์ปฏิญาณ ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดี เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน และการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และปกป้องการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้นำผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ร่วมกันเสวนา สืบสานปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” โดยเน้นการนำพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส และโครงการต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการดำเนินชีวิต พัฒนาครอบครัว พัฒนาชุมชน และประเทศชาติ เพื่อสนองพระราชปณิธาน พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันฉัตรมงคลเมื่อ ๖๔ ปีที่แล้ว

การแข่งขันวิ่ง "ป่าบอนมินิ-ฮาล์ฟมาราธอนและฟันรัน" ครั้งที่ ๗ ประจำปี ๒๕๕๗ ที่จังหวัดพัทลุงยังคงได้รับความนิยมจากบรรดานักวิ่งเป็นอย่างมากโดยมีผู้สมัครร่วมแข่งขันจำนวนมาก

เวลา ๐๖.๐๐ น. ของวันที่ ๔ พ.ค.๕๗ นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดและปล่อยตัวการแข่งขันวิ่ง "ป่าบอนมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน” ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง

โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๗ แล้ว และยังคงได้รับความสนใจจากนักวิ่ง ทั้งในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงร่วมแข่งขันจำนวนมาก ทั้งนี้เนื่องจากเส้นทางการแข่งขัน ซึ่งมีจุดสตาร์ท บนสันเขื่อนของอย่างเก็บน้ำคลองป่าบอน แวดล้อมด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของทิวเขาและป่าไม้ ทำให้สนามการแข่งขันป่าบอนมินิ – ฮาลฟ์มาราธอนเป็นเส้นทางการแข่งขันที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง

สำหรับการแข่งขันพัทลุง แบ่งเป็นประเภท มินิมาราธอน ระยะทาง ๑๐.๕ กิโลเมตร และ ฟันรัน ๔ กิโลเมตร การแข่งขันวิ่งป่าบอนมินา-ฮาล์ฟมาราธอน เป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอป่าบอน ซึ่งมีจุดขายสำคัญคือการท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่ามันนิ หรือ เงาะป่าซาไกซึ่งอาศัยอยู่ในป่าเทือกเขาบรรทัด เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง พัทลุง ไปถึงจังหวัดสตูล ซึ่งยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมคือการล่าสัตว์ และกินหัวเผือกหัวมัน ผลไม้ป่าที่หาได้ในเทือกเขาบรรทัด มีการย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ ตามความสมบูรณ์ของอาหารที่มี

นอกจากนี้อำเภอป่าบอนยังมีสินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียง คือ สัปปะรด, สละ, พืชเศรษฐกิจสินค้าตัวใหม่ของจังหวัดพัทลุงเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง

งานสืบสานศิลป์ถิ่นโนรา หรืองานโนราโรงครูท่าแค ประจำปี ๒๕๕๗ ของจังหวัดพัทลุงเริ่มแล้วพบว่ามีผู้สนใจร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ที่วัดท่าแค ตำบลท่าแค อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง ค่ำวันที่ (๗ พ.ค.๕๗) นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดงานสืบสาน

ที่วัดท่าแค ตำบลท่าแค อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง ค่ำวันที่ (๗ พ.ค.๕๗) นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดงานสืบสานศิลป์ถิ่นโนรา หรืองาน โนราโรงครู ท่าแค ประจำปี ๒๕๕๗ซึ่งกำหนดจัดให้มีขึ้น ณ วัดท่าแค ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง ระหว่างวันที่ ๗ –๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เพื่ออนุรักษ์และสืบสานพิธีกรรมไหว้ครูโนรา พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวพัทลุง โดยเฉพาะผู้มีเชื้อสายศิลปินมโนรา ศิลปะการแสดงท้องถิ่นภาคใต้ซึ่งเชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดพัทลุง

พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงเชื่องโยงสูอาเซียน ซึ่งการจัดงานโนราโรงครูปีนี้ มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นเพื่อการต่อยอดให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของ มโนรา คือการจัดเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ "สืบทอดสิ่งที่ดีงามโนราท่าแค เพื่ออนาคตลูกหลานคนเมืองลุง” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรม เช่น ดร สืบพงษ์ ธรรมชาติ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อาจารย์จิต แก้วทิพย์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง หนังณรงค์ ตะลุงบัณฑิต เป็นต้น สำหรับกิจกรรมในพิธีเปิดงานซึ่งมีขึ้นในช่วง ๑๙.๐๐ น.วานนี้ มีการแสดงแสงสีเสียงเรื่อง "ตามรอยโนรา” ซึ่งทำให้ได้ทราบว่าโนรามีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดพัทลุง และมีความเกี่ยวข้องระหว่างลัทธิความเชื่อท้องถิ่น กับพระพุทธศาสนา และ ศาสนาพราหมณ์ ที่กล่อมเกลาวัฒนธรรมทางสังคมให้ชาวพัทลุงยึดมั่นอยู่ในความดี ความกตัญญู และความกล้าหารมาอย่างต่อเรื่อง

นอกจากนี้พิธีเปิดยังมีการแสดงการแสดงรำมโนราห์ พิธีเชิญครูโนรา โดยมโนราสมพงษ์น้อยดาวรุ่ง หรือ นายสมพงษ์ ชนะบาล เป็นโนราใหญ่เจ้าพิธี ซึ่งในการนี้นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้เข้ารับการครอบเทริดเสริมมงคลในพิธีครั้งนี้ด้วย สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ในงานระหว่างวันที่ ๘ – ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จะเป็นพิธีรำแก้บน สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตา รักษาโรค เหยียบเสน เป็นต้น ซึ่งบุคคลทั่วไป หากต้องการครอบเทริด เพื่อเสริมดวงชะตา ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ส่วนพี่น้องประชาชน ที่จะไปแก้บน หรือต้องการไปเหยียบเสน ขอให้ไปร่วมพิธีในวันที่ ๘ พฤษภาคม ได้ตลอดทั้งวัน แต่หากไม่สามารถไปร่วมในวันดังกล่าวได้ ขอให้ไปร่วมพิธีในช่วงเช้าของวันที่ ๙ พฤษภาคม ได้

โนรา หรือ มโนราห์ เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ มี ๒ ลักษณะ คือ มโนราที่มีการแสดงเพื่อความบันเทิงทั่วไป กับอีกลักษณะคือมโนราโรงครู เป็นการแสดงเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์ที่เรียกว่าครูหมอโนรา ซึ่งเป็นบรรพบุรุษผู้สืบสายเลือดการแสดงที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับวัฒนธรรมของชาวภาคใต้ คือการยึดมั่นในความดีและความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยความเชื่อว่าลูกหลานมโนราที่มีการบูชาครูอย่างถูกต้อง จะทำให้ชีวิตมีความรุ่งเรือง แต่หากทำผิดหรือไม่บูชาครู จะทำให้ชีวิตอับจน มีความเจ็บป่วยเป็นต้น ดังนั้นเมื่อขึ้นเดือน ๖ ในช่วงเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม ของทุกปี คณะมโนราและลูกหลานเชื้อสายมโนรา จะจัดกิจกรรม " โนราโรงครู ”ขึ้นเพื่อแสดงถึงความกตัญญูต่อครูหมอโนรา และบรรพบุรุษ ซึ่งในจังหวัดพัทลุง มีมโนราที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมอยู่จำนวนมากหลายคณะ ที่มีช่อเสียงชั้นบรมครู เช่น มโนราพุ่มเทวา หรือ ขุนอุปถัมภ์นรากร มโนรายก ชูบัว ศิลปินแห่งชาติสาขาการแสดงมโนรา เป็นต้น



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง

จ.ตรัง เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ (29 เมษายน)

ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง นายบุญเลี้ยง ข่ายม่าน เกษตรจังหวัดตรัง เป็นประธานในการประชุมเตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ (29 เมษายน) โดยกำหนดจัดงานในวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2557 ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอสิเกา หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมเตรียมการ สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ นอกจากจะจัดขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรแล้ว ยังเสริมสร้างความรู้ทางการเกษตร เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยในงานจัดให้มีกิจกรรมบริการเกษตรกรในรูปแบบคลินิกเกษตร เช่น คลินิกดิน คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกพืช คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย คลินิกยางพารา โครงการสายใยรักแห่งความครอบครัว คลินิกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

จ.ตรัง จัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ร่วม 3 สร้าง ของกลุ่มผู้นำและเยาวชน ตามโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง

ที่ห้องประชุมกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรังที่ 1 นายนิพันธ์ ศิริธร ปลัดจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ร่วม 3 สร้าง ของกลุ่มผู้นำและเยาวชน ตามโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ประจำปี 2557 โดยมี นายมานะ เทือกสุบรรณ ป้องกันจังหวัดตรัง กล่าวรายงาน ปัจจุบันปัญหาความแตกแยกในสังคมไทย นับวันจะทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นทุกขณะ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วน จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาและปรับเปลี่ยนวิกฤตการณ์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ ด้วยการร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทย ให้เป็นสังคมแห่งความสมานฉันท์ ด้วยการเสริมสร้างแนวความคิดในการเคารพซึ่งความแตกต่างทางความคิด ความแตกต่างทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนาร่วมกันฟื้นฟูกระบวนการหล่อหลอมคุณธรรม จริยธรรม การเสียสละ เพื่อส่วนรวม และสร้างจิตสำนึกสาธารณะ ประกอบกับการเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติวิธีที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักคุณธรรมร่วมกันสร้างชุมชนเข้มแข็งที่มีความพร้อม และมีศักยภาพในการจัดการกับปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเองได้ ก่อนที่จะลุกลามใหญ่โตกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งรุนแรงของจังหวัดและประเทศชาติ

ทั้งนี้โครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง นี้เป็นโครงการขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริมการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่ โดยการปลูกฝังและเสริมสร้างแนวคิดของเยาวชนและผู้นำกลุ่มต่าง ๆ ได้เรียนรู้หลักการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่พื้นที่ของตนเอง อันจะเป็นการปลูกสร้างจิตสำนึกจงรักภักดีให้ยั่งยืนอยู่ในจิตใจควบคู่ไปกับการตระหนักถึงประโยชน์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนำไปสู่ความรักสามัคคีปรองดองของคนในพื้นที่ ซึ่งในการจัดทำกิจกรรมนี้ได้มีผู้นำกลุ่มต่าง ๆ จากอำเภอ ๆ ละ 5 คน จำนวน 50 คน และกลุ่มเยาวชนจากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง จำนวน 50 คน รวม 100 คนเข้าร่วมจัดทำกิจกรรม รวมระยะเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-13 พฤษภาคม 2557 นอกจากนี้ยังได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปศึกษาดูงาน ณ โครงการพระราชดำริ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 5 ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรม เพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลักการพัฒนาตามแนวทางพระราชดำริ และแนวทางพระราชดำริ พร้อมทั้งศึกษาเรียนรู้การดำเนินชีวิตของปราชญ์ชาวบ้านอีกด้วย

แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชาแถลงการณ์แนวทางการปฏิบัติงาน

ที่เวทีกลางกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา นำโดย นายปรีดิ์ปราโมทย์ เลิศวรภัทร แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา ได้อ่านคำแถลงการณ์ดังนี้ กลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชาแนวร่วม กปปส.ส่วนกลาง ได้เล็งเห็นถึงแนวทางการปฏิบัติงานของ กปปส.ส่วนกลาง ว่า มีการควบคุมการทำงานของภาครัฐ โดยการไปชุมนุมยังทำเนียบรัฐบาล และมีการไปทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนด้วยการไปร่วมชุมนุม ณ สถานีโทรทัศน์ฟรีทวี ทุกช่อง ซึ่งทางกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชาก็ได้ยึดแนวทางการปฏิบัติงานของ กปปส.ส่วนกลาง โดยตลอดมาจึงขอแถลงการณ์การดำเนินงาน 4 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1.ทางกลุ่มจะปฏิบัติการให้สอดคล้องกับส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลการบริหารงานของส่วนราชการให้เป็นไปในแนวทางของการปฏิรูปประเทศไทยทุกองค์กรในจังหวัดตรัง ส่วนวิธีปฏิบัติจะเป็นอย่างไรจะพิจารณาตามสถานการณ์ เหตุการณ์และหน่วยงานเป็นกรณี ๆ ไป 2.ทางกลุ่มจะปฏิบัติการทำความเข้าใจกับสื่อมวลชน ถึงแนวคิด แนวทางนโยบายและวิธีปฏิบัติเพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้ของสื่อมวลชนทุกคน จะได้นำไปเผยแพร่ข่าวสารได้ถูกต้อง อยู่ในจรรยาบรรณของสื่อมวลชน ไม่นำเอาผลงานที่ทางกลุ่มได้ปฏิบัติไปแต่งเติม เปลี่ยนแปลงว่าเป็นผลงานของกลุ่มอื่นอีกต่อไป เพราะกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา เป็นกลุ่มภาคประชาชน ที่มีความเป็นอิสระไม่มีใครมาสั่งการ แต่ทางกลุ่มได้ยึดแนวทางของ กปปส.ส่วนกลางมาโดยตลอด 3.กลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา ยังมีนโยบายที่เป็นมิตรกับข้าราชการทุกคน ทุกองค์กร เว้นแต่ข้าราชการผู้นั้นเป็นขี้ข้าระบอบทักษิณ มาตั้งแต่เริ่มตั้งเวที 31 ตุลาคม 2556 จนถึงปัจจุบันและจะทำอย่างนี้ต่อไปในอนาคต และ 4.กลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา มีนโยบายเป็นมิตรกับสื่อมวลชนทุกคนทุกแขนงและต้องการให้สื่อมวลชนทำข่าวกิจกรรมของทางกลุ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมยินดีรับฟังคำแนะนำและให้ความช่วยเหลือกับสื่อมวลชนทุกคน

ตรัง ระดมความคิดในการเตรียมซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุหมุนเขตร้อนระดับกลุ่มจังหวัด

นายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันอิทธิพลของพายุเขตร้อนได้ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในประเทศไทยและพื้นที่ของภาคใต้ โดยก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ในส่วนของจังหวัดตรังเคยประสบปัญหาพิบัติภัยจากน้ำป่าไหลหลาก บริเวณน้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกไพรสวรรค์ ในเขตพื้นที่ตำบลนาชุมเห็ด และตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2550 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 38 คน และมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้สภาวะภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไป การเกิดภัยพิบัติสึนามิ และแผ่นดินไหวระดับโลก พื้นที่เสียงภัยบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลกที่ชนกันส่วนใหญ่ สำหรับพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้อยบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ทะเลเมอร์ดิเตอร์เรเนียน สำหรับประเทศไทย มีรอยเลื่อนซึ่งมีพลังอยู่จำนวน 14 กลุ่ม ที่อาจก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้ รอยเลื่อนที่สามารถส่งผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลของไทย ด้านภาคใต้ฝั่งอันดามัน และครั้งล่าสุด เกิดรอยเลื่อนขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต นับเป็นครั้งแรกของจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

ดังนั้น จังหวัดตรังร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต ได้เห็นความสำคัญในการที่จะทำให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจในการช่วยเหลือและป้องกันสาธารณภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต จึงได้กำหนดการฝึกซ้อมเป็นเวลา 2 วัน คือวันที่ 20 พ.ค.จะเป็นการฝึกซ้อมภาคทฤษฎีให้ความรู้ ความเข้าใจในการช่วยเหลือทุกฝ่าย และในวันที่ 21 พ.ค.จะเป็นการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ นายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้กล่าวเน้นย้ำเรื่องของการสื่อสาร และการบัญชาการเป็นหลัก นอกจากนี้ในเรื่องของการออกตรวจราให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับสถานการณ์ซักซ้อม รวมทั้งแจ้งหมายเลขสายด่วนให้กับนักท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาหรือแจ้งเหตุได้ที่หมายเลข 1155 หรือ 1669 ซึ่งผลคาดว่าจากการระดมพลังกำลังและการฝึกซ้อมครั้งนี้จะทำให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ รวมทั้งสามารถเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ อันจะนำไปสู่ความปลอดภัยและลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์ได้

สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์กรมหาชน)หรือ BEDO ร่วมกับสายการบิน R-Airlines จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานโครงการตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ตามหลัก PES พื้นที่ตำบลคลองประสงค์ ปล่อยพันธ์ปลา กุ้ง และปู ลงสู่ทะเล และเยี่ยมชมระบบนิเวศน์ ภายในพื้นที่ป่าชายเลน


สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์กรมหาชน)หรือ BEDO ร่วมกับสายการบิน R-Airlines จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานโครงการตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ตามหลัก PES พื้นที่ตำบลคลองประสงค์ ปล่อยพันธ์ปลา กุ้ง และปู ลงสู่ทะเล และเยี่ยมชมระบบนิเวศน์ ภายในพื้นที่ป่าชายเลน

เวลา 14.00 น.วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์กรมหาชน)หรือ BEDO ร่วมกับสายการบิน R-Airlines จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานโครงการตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ตามหลัก PES พื้นที่ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง ตังหวัดกระบี่ โดยนำคณะสื่อมวลชนทำกิจกรรม บริเวณเขาขนาบน้ำโดยการปล่อยพันธ์ปลา กุ้ง และปู ลงสู่ทะเล และเยี่ยมชมระบบนิเวศน์ ภายในพื้นที่ป่าชายเลน โดยมีนายประดิษฐ์ จันทร์ทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองประสงค์ นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และชาวบ้านตำบลคลองประสงค์ เข้าร่วม

ผศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวว่า BEDO ร่วมกับบริษัทสกายวิว แอว์ เวย์ จำกัด สายการบิน R-Airlines และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมและศึกษาดูงานในพื้นที่ตำบลคลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องโครงการตอบแทนคุณระบบนิเวศ ตามหลัก PES เป็นแนวคิดการส่งเสริมให้ผู้ได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศน์ ตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ เพื่อช่วยดูแลรักษาและฟื้นฟูให้ระบบนิเวศน์ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน เนื่องจากระบบนิเวศน์ที่สมบูรน์จะสามารถให้บริการระบบนิเวศน์ที่มีคุณภาพเอื้อประโยชน์ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยว ธุรกิจแปรรูปอาหารและอื่นๆ BEDO และจังหวัดกระบี่จะยกระดับการดำเนินโครงการ PES นี้ด้วยการขยายพื้นที่การดำเนินโครงการให้ครอบคลุมในหลายพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ ทั้งการดำเนินโครงการในพื้นที่ตำบลคลองประสงค์ ที่ผ่านมา BEDO ได้จัดให้มีการลงนามข้อตกลงการดำเนินงานตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ตามหลัก PES เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2555 จัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ และตั้งกองทุนตอบแทนคุณฯสำเหร็จเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

ร้อยเอก ดร.รชฏ พิสิษบรรณกร ประธานกรรมการบริษัทสกายวิว แอว์ เวย์ จำกัด กล่าวว่า R-Airlines ร่วมมือ BEDO เพื่อปลุกกระแสนิยมสินค้า จากความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และคงไว้ซึ่งคุณค่าของทรัพยากรชีวภาพของประเทศ โดยในขั้นต้น R-Airlines จะช่วยประชาสัมพันธ์ ด้วยการนำ BEDO Magazine ไปประชาสัมพันธ์ให้กับผู้โดยสาร และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสงเสริม Bio-Economy บนเครื่องบิน ของ R-Airlines ในทุกเส้นทางการบิน

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นายยกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวด้วยว่า จังหวัดกระบี่ มีความต้องการที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน ในรูปแบบ ของ Krabi Go Green โดยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม นี้ จะมีการผนึกกำลังกับ BEDO และทุกภาส่วนในจังหวัดกระบี่ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ให้เป็นไปตามรูปแบบ ของ Krabi Go Green โดยใช้กลไกของตราส่งเสริมผลิตภัณฑ์ Bio-Economy และหลักการของ PES เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ




หน่วยงานที่แจ้งประชาสัมพันธ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่