วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จังหวัดสตูลจัดแถลงข่าว การเตรียมความพร้อมของสโมสรฟูตบอลสตูล ยูไนเต็ด ปี ๒๐๑๔

เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ น. วันนี้ (๘ ก.พ. ๕๗) ที่ห้างบิ๊กซี สาขาสตูล นายดาลัน นุงอาหลี ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชน จังหวัดสตูล และรองประธานควบคุมผู้จัดการทีมสตูล ยูไนเต็ด เอฟซี , นายรอสี ใบกาเด็ม ผู้จัดการทั่วไป พร้อมทีมงาน จัดงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมของนักกีฬาทีมสตูล ยูไนเต็ด เพื่อเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลเอไอเอส ภูมิภาค "ดิวิชั่น ๒” ๒๐๑๔ ประจำปี ๒๕๕๗ ภายในงานยังจัดจำหน่ายตั๋วปี เสื้อแข่ง และของที่ระลึกต่างๆ ซึ่งเป็นการนำมาวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก พร้อมกันนี้ยังมีการแสดงเปิดตัวนักเตะ เป็นสีสันของงานด้วย สำหรับการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอส ภูมิภาค "ดิวิชั่น ๒ " นัดแรกจะมีในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. เป็นต้นไป ทีมสตูล ยูไนเต็ดพบทีมยะลาเอฟซี ค่าผ่านประตูท่านละ ๕๐ บาท

ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 4 รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กพิการ จำนวน 1 อัตรา

ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 4 จังหวัดตรัง  รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กพิการ

- เพศชาย จำนวน 1 อัตรา

ค่าตอบแทน 9,000 บาท/เดือน
ระยะเวลาการจ้าง นับแต่วันทำสัญญาจ้าง ถึงวันที่ 30 กันยายน 2557
มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าขึ้นไป
สามารถขับรถยนต์ได้

มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ประเภทที่ 1 ขึ้นไป
ผู้สนใจ สมัครได้ด้วยตนเอง ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 4 จังหวัดตรัง ตั้งแต่วันที่ 5-12 กุมภาพันธ์ 2557 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 075-501192 เว็บไซต์  http://school.obec.go.th/speced4  

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง เปิดจำหน่ายกิ่งพันธุ์ยางเพื่อกระจายพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรในเขตพื้นที่ใกล้เคียง

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง
กำหนดการจำหน่ายกิ่งพันธุ์ยาง
เพื่อกระจายพันธุ์ดีให้เกษตรกรให้ทั่วถึงเสมอกัน

กำหนดหลักเกณฑ์ดังนี้

1. ตัดกิ่งพันธุ์ยางจำหน่ายได้วันละ 10,000 - 15,000 ฟุต
2. เกษตรกรที่มาเป็นคณะ กรรมการจะพิจารณาเฉลี่ยจำหน่ายให้ตามความเหมาะสมในแต่ละวัน
3. เกษตรกรที่มารับบริการให้รับบัตรคิว (ในสั่งซื้อ)ที่หน้าป้อมยามรักษาการณ์ พร้อมแสดงบัตรประชาชน หรือเอกสารทางราชกรที่รับรองตน โดยจะจ่ายบัตรคิวเวลา 07.00 น. (50 ราย/วัน)
4. เกษตรกรต้องจัดหาภาชนะใส่ หรือห่อหุ้มกิ่งพันธุ์ยางของตนเองมาด้วย

รายละเอียดอื่น ๆ

1. กำหนดจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 07.00 - 11.00 น. (เว้นวันหยุดราชการ) และจำหน่ายต่อไปจนกว่ากิ่งพันธุ์จะหมด
2. ราคาจำหน่ายกิ่งพันธุ์ยาง ฟุตละ 3 บาท
3. พันธุ์ยางจำหน่าย RRIM 600,  RRIT 251 , สข.36  ,PB 235 , RRIT 226, RRIT 250,   RRIT 408

วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร รับสมัครบุคคลเป็นลูกจ้างเหมาบริการ จำนวน 2 ตำแหน่ง

ด้วยวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง มีความประสงค์เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อจ้างเป็นลูกจ้างเหมาบริการ จำนวน 2 ตำแหน่ง ดังนี้
1. ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา จำนวน 1 อัตรา  อัตราเงินเดือน 15,000 บาท
2. ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ (ปฏิบัติงานด้านเลขานุการ) จำนวน 1 อัตรา  อัตราเงินเดือน 9,500 บาท

คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

1. ตำแหน่ง นักวิชาการศึกษา
- ได้รับวุฒิปริญญาตรีด้านสถิติ ด้านวัดและประเมินผลการศึกษา หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ด้านสถิติ ด้านวัดและประเมินผลการศึกษา
- หากมีประสบการณ์ปฏิบัติงานด้านทะเบียนและสถิติจะพิจารณาเป็นพิเศษ

2. ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ (ปฏิบัติงานด้านเลขานุการ)
- เป็นผู้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาเลขานุการ หรือเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ด้านเลขานุการ
- มีประสบการณ์ด้านงานเลขานุการจะพิจารณาเป็นพิเศษ

ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือก  ขอและยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานการสมัครได้ที่ งานการเจ้าหน้าที่ กลุ่มอำนวยการ อาคารอำนวยการ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรั ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง เวลา 09.00 - 16.30 น. ในวันและเวลาราชการ หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.scphtrang.ac.th หรือ ส่งทางไปรษณีย์ โดยวงเล็บมุมซอง "สมัครงานตำแหน่ง........."   ไปที่ 89 ม.2 .ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง 92110  ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 075-263325   หรือ เว็บไซต์  www.scphtrang.ac.th 

ศูนย์สุขภาพจิตตรังจัดอบรมผู้ดูแลเด็กปฐมวัย กระเป๋าความรู้สู่การพัฒนาสมองเด็กปฐมวัย

วันนี้ (8 ก.พ.) ที่โรงแรมวัฒนาพาร์ค อำเภอเมืองตรัง นางศุภวรรณ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตจังหวัดตรัง เปิดการอบรมครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตามโครงการ "กระเป๋าความรู้สู่การพัฒนาสมองเด็กปฐมวัย” เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของครูผู้ดูแลเด็กปฐมวัย ทั้งภาคราชการ เอกชน ระหว่างวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2557 ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตจังหวัดตรัง กล่าวว่า เด็กปฐมวัย เป็นระยะวัยทองของชีวิต โดยเฉพาะ 3 ปีแรก เป็นจังหวะของการเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก เป็นการวางรากฐานของการพัฒนาความเจริญเติบโตทุกด้าน โดยเฉพาะด้านสมอง เพราะสมองจะเติบโตและพัฒนาเร็วที่สุด การอบรมเลี้ยงดูเด็กในช่วงระยะนี้ จะมีผลต่อคุณภาพชีวิตของคนตลอดชีวิต ดังนั้นองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาเด็กในช่วงนี้ จะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย นับตั้งแต่พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแล และบุคลากรที่ทำงานด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย การร่วมมือกันพัฒนา ส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ให้แข็งแกร่งจะช่วยให้เด็กไปเป็นรากฐานของการพัฒนาไปสู่วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ พัฒนา เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต โดยในครั้งนี้เป็นการอบรมครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล และเอกชน จำนวน 155 คน โดยมีวิทยากรเป็นนักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเด็กปฐมวัย อบรมระหว่าง 8-9 กุมภาพันธ์ นี้

ตรังจัดประชุมผู้บริหาร ผู้เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือชาวบ้าน 14 จังหวัดภาคใต้

วันนี้ ( 8 ก.พ.57 ) ที่โรงแรมวัฒนา ปาร์ค อำเภอเมืองตรัง นายนิพันธ์ ศิริธร ปลัดจังหวัดตรัง เปิดการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมลูกเสือชาวบ้านภาคใต้ สมัยสามัญ ครั้งที่ 1 /2557 เพื่อเป็นการรับทราบนโยบายการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้านในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยมุ่งเน้นการสร้างความสงบสุขให้แก่สังคม สร้างความรักสามัคคี ความปรองดอง ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนเป็นคนดีมีความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นที่ตั้ง ดร.ถาวร เรืองวรุณวัฒนา ประธานชมรมลูกเสือชาวบ้านภาคใต้ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมลูกเสือชาวบ้านภาคใต้ จะมีการจัดประชุมติดต่อกันเป็นประจำทุกปี โดยกำหนดการประชุม 4 เดือนต่อ 1 ครั้ง โดยชมรมลูกเสือชาวบ้าน แต่ละจังหวัดจะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นการรับทราบนโยบายการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้านในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยมุ่งเน้นการสร้างความสงบสุขให้แก่สังคม สร้างความรักสามัคคี ความปรองดอง ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนเป็นคนดีมีความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นที่ตั้ง ซึ่งได้ปรึกษาหารือแนวทางการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของลูกเสือชาวบ้านภาคใต้ไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นการสรุปผลดำเนินงานของลูกเสือชาวบ้านในแต่ละจังหวัดที่ผ่านมาในรอบ 4 เดือน รวมถึงการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้านในพระบรม ราชานุเคราะห์ ชมรมลูกเสือชาวบ้าน 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 82 คน

ผู้นำศาสนายะลา ระบุ การแขวนป้ายผ้าน่าจะเป็นกลุ่มเดิมๆ ต้องการเยอะเย้ยการทำงานของภาครัฐในเรื่องของการเจรจาสันติภาพ

กรณีเกิดเหตุผู้ไม่หวังดี ได้แขวนป้ายผ้า มีลักษณะสีขาว เขียนตัวหนังสือ สีแดงและสีน้ำเงิน เขียนเป็นภาษารูมี มีข้อความว่า SIAM merintah negeri sendini tak mampu.. Apakah lagi untuk merintah bangsa Melayu PATAN I แปลว่า “หากสยามปกครองตนเองไม่ได้ จงให้มาลายูปกครองแทน”โดยทุกที่ที่มีการแขวนป้ายจะมีวัตถุต้องสงสัย หรือ กล่องต้องสงสัยวางอยู่บนป้ายผ้า สร้างความป่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น

นายนิมุ มะกาเจ  ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดยะลา อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตนเองได้รับข้อมูลว่ามีการแขวนป้ายผ้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง ข้อความว่า SIAM merintah negeri sendini tak mampu.. Apakah lagi untuk merintah bangsa Melayu PATAN มีความหมายว่า “หากสยามปกครองตนเองไม่ได้ จงให้มาลายูปกครองแทน” ซึ่งเป็นการเขียนข้อความเชิงเยอะเย้ย โดยสิ่งที่น่าสนใจ คือ การที่มีป้ายผ้าในเวลาเดียวกันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา หากมองย้อนกลับไปก็น่าจะมีการแขวนในลักษณะดังกล่าวหลายต่อหลายครั้งมาแล้ว หลายฝ่ายมีการตั้งคำถามว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่อย่างไร ขั้นตอนนี้ก็คงจะไม่ยากที่จะทำการพิสูจน์ทราบ หากเจ้าหน้าที่นำป้ายผ้าเก่าๆที่ผู้ไม่หวังดี เคยแขวนไว้ มาทำการเปรียบเทียบ ว่ามีลายมือและตัวอักษร ในแบบเดียวกันหรือไม่ ซึ่งจากการที่ตนเองดูการเขียนข้อความในป้ายผ้าในหลายๆจุด แหล่งผลิต หรือ คนที่เขียน น่าจะมาจากจุดเดียวกัน เพราะลายมือรวมทั้งการวรรคตอนของคำ มีลักษณะเดียวกัน แสดงว่าทั้งหมดนี้ ต้องมีเครือข่ายในการติดตั้ง เพราะมีการติดตั้งในเวลาเดียวกันเกือบจะทุกที่ ตนเองเชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็คงจะพิสูจน์ได้ในอนาคต

ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดยะลา อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ยังกล่าวอีกว่า หากจะให้วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเห็นได้ว่าผู้ที่ไปติดตั้งป้ายผ้า อาจจะได้รับคำสั่ง ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหน้าและในเบื้องหลัง ก็คงจะติดตามสถานการณ์และสถานภาพของรัฐบาลไทยมาโดยตลอด พวกเขาเหล่านั้นจะไม่เรียกว่าไทย แต่จะเรียกว่า เสียม(SIAM) เพราะยังมีความอาฆาตแค้นในเรื่องราวของอดีต ถ้าเป็นลักษณะของการเขียนข้อความเยอะเย้ยแบบนี้ เป็นการลดเครดิด ของคณะที่ไปเจรจาสันติภาพ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นตัวชี้วัด หาคณะเจรจาชุดนี้จะทำการเจรจาต่อไป ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพื่อให้มีเครดิดที่สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ หรือ ไม่เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ก็ตาม ตนเองใคร่ขอให้ความคิดเห็นว่า ในเมื่อเริ่มต้นไปได้ดีอยู่แล้ว ก็ควรจะมีการพัฒนาให้ดีกว่าเดิมยิ่งๆขึ้นไป ให้เห็นผลที่ชัดเจน มีการยอมรับในศักยภาพของการเจรจา ตนเองรวมทั้งประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังยืนยันที่จะสนับสนุนให้มีการเจรจาสันติภาพเกิดขึ้นอีกในครั้งต่อๆไป โดยจะวิธีใดๆ ก็ตาม โดยการเจรจากับกลุ่มแรก ๆ ก็จะนำไปสู่การเจรจากับอีกหลายๆกลุ่มต่อไป เท่าที่ตนเองได้ติดตามการเจรจาสันติภาพ ที่ผ่านมาก็เป็นที่ยอมรับจากหลายๆฝ่าย หากมีการเจรจาครั้งต่อไป ก็ขึ้นอยู่ที่ศักยภาพของทางรัฐบาล ว่าจะมีศักยภาพและมีอำนาจมากน้อยแค่ไหน หากรัฐบาลมีศักยภาพและอำนาจจริงในการที่จะคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นที่หลายฝ่ายต้องการได้ ก็คิดว่าอีกหลายๆกลุ่มจะเข้ามาพูดคุยเพื่อให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ได้



ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จังหวัดสตูล เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ๑ เดือน ๑ กิจกรรม ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม นี้ รวม ๓ กิจกรรม

(๕ ก.พ.๕๗) นายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสตูล เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล ช่วงระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ๒๕๕๗

นางสาวจรรยารักษ์ สาธิตกิจ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล กล่าวว่าสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ได้รับงบประมาณโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี ๒๕๕๗ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล ช่วงระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ๒๕๕๗ สนองนโยบาย ๑ เดือน ๑ กิจกรรมของจังหวัดสตูล รวม ๓ กิจกรรม ประกอบด้วย โครงการวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา ครั้งที่ ๑๑ ช่วงระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ เกาะตะรุเตา อำเภอเมืองสตูล โครงการกีฬามหาสนุก มหัศจรรย์สันหลังมังกรครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ ณ หาดสันหลังมังกร ตำบลตันหยงโป อำเภอเมืองสตูล และโครงการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาและจักรยานทางเรียบ (Satun MTB Challenge) วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ สนามโรงเรียนบ้านนาลาน ตำบลควนขัน อำเภอเมืองสตูล ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล โทรศัพท์ ๐ ๗๔๗๑ ๑๒๒๕

ฟุตบอล เอ ไอ เอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น ๒ ประจำปี ๒๕๕๗ เปิดสถานที่จังหวัดสตูลกลางเดือนนี้

วันที่ ๗ ก.พ. ๒๕๕๗ ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล นายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอล เอ ไอ เอส ลีกภูมิภาค "ดิวิชั่น ๒” ๒๐๑๔ ประจำปี ๒๕๕๗ เพื่อรับทราบความพร้อมการเตรียมการต่างๆ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดการจัดการแข่งขันฟุตบอล เอ ไอ เอส ลีกภูมิภาค ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-กันยายน ๒๕๕๗ แบ่งการแข่งขันออกเป็น ๖ กลุ่ม คือ กลุ่มภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพและภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และกลุ่มภาคใต้ ในการนี้ ส่วนของจังหวัดสตูลจะมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นเจ้าภาพหลักดำเนินงาน ในส่วนของการแข่งขันกลุ่มภาคใต้ มีทีมเข้าแข่งขัน ๑๓ ทีม นัดแรกของการแข่งขันเปิดสนามที่ จังหวัดสตูล เป็นการแข่งขันระหว่างทีมสตูลยูไนเต็ดพบทีมยะลา เอฟซี การแข่งขันจะมีกระจายไปทุกจังหวัดของภาคใต้ โดยการแข่งขันนัดแรกจะมีในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. เป็นต้นไป ค่าผ่านประตูท่านละ ๕๐ บาท รายละเอียดอื่นๆ จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบเป็นระยะต่อไป

ชาวบาจุ มอบโฉนดที่ดินที่ตั้งโรงเรียบ้านบาจุ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา โดยรอง ผวจ.ยะลา และชาวบ้านร่วมเป็นสักขียาน ในโครงการจังหวัดเคลื่อนที่

วันที่ 6 ก.พ 57  ที่โรงเรียนบ้านบาจุ ม.5 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะหา นายสามารถ วราดิศัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นตัวแทนรับมอบโฉนดที่ดิน ที่ตั้งโรงเรียนบ้านบาจุ จากนายดอรอนิง ดาราแม อายุ 70 ปี ชาวบ้านบาจุ เพื่อมอบให้เป็นของโรงเรียนบ้านบาจุ โดยมีนายอำเภอยะหา หัวหน้าส่วนราชการ นายกอบต.ปะแต และชาวบ้านร่วมเป็นสักขีพยาน ในโครงการจังหวัดเคลื่อนที่

ทั้งนี้นายสามารถ วราดิศัย รอง ผวจ.ยะลา ได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนผู้ด้อยโอกาส 20 ทุน จักรยาน 10 คัน และถุงยังชีพแก่ชาวบ้านบาจุ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มาบริการรักษาโรคทั่วไป เพื่อให้พี่น้องในตำบลยะหาและใกล้เคียง ได้รับการตรวจรักษา ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ซึ่งทั้งนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้จัดหน่วยบริการ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน เช่นการจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่  เพื่อแนะนำการประกอบอาชีพด้านเกษตร บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า บริการตัดผม และจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับประชาชนในพื้นที่



นายนิแอ  สามะอาลี / ข่าว

แถลงจับเครือข่ายยาเสพติด ยาบ้า 106,000 เม็ด พร้อมของกลางผู้ต้องหา เตรียมขยายผลต่อไป

วันที่ 7 ก.พ.57 (เวลา 13.30 น.)  ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา  พล.ต.ท. ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการ ศชต. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ศชต. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้ร่วมแถลงจับกุมและขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 1ราย พร้อมผู้ต้องหา 1 คน คือ 1.นายอุสมาน อาแวดือเระ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ที่ 4 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 106,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าวีออส หมายเลขทะเบียน กท 5542 สงขลา จำนวน 1 คัน (ซุกซ่อนไว้กันชนด้านหลัง ดัดแปลงเป็นช่องลับซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ), รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่น NV สีขาว หมายเลขทะเบียน บฉ 3171 ปัตตานี จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่วยโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิดที่ถนนภายในหมู่บ้านมะนังดาลำ บริเวณข้างองค์การบริหารส่วนตำบลมะนังดาลำ หมู่ที่ 5 ต.มะนังดาลำ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

พฤติกรรมของคนร้าย ก่อนเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับคำสั่งผู้บังคับบัญชา ให้สืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.ปัตตานี สืบทราบว่ากลุ่มของนายมะยากี ดือรามัด ซึ่งเคยถูกจำคุกในคดียาเสพติด และพึ่งพ้นโทษมาไม่นาน ได้กลับมามีพฤติกรรมร่วมกับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ อ.สายบุรี ติดต่อกับผู้ต้องขังในเรือนจำ เพื่อรับยาเสพติด (ยาบ้า) จากเครือข่ายผู้ต้องขังในพื้นที่ภาคกลาง มาส่งให้เครือข่ายในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติดเพื่อส่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้ รถยนต์ 2 คัน เป็นยานพาหนะ เป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าวีออส ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน และรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน NV สีขาว
เมื่อสืบทราบ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจสกัดเส้นทางสาย 42 ต่อมาได้พบรถยนต์ดังกล่าวขับมุ่งหน้าไปทาง จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ พร้อมด้วยรถยนต์ เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าวีออส หมายเลขทะเบียน กท 5542 สงขลา จำนวน 1 คัน (ซุกซ่อนไว้กันชนด้านหลัง ดัดแปลงเป็นช่องลับซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ) ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 รายได้ทิ้งรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน NV สีขาว หมายเลขทะเบียน บฉ 3171 ปัตตานี แล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังเข้าทำการตรวจค้นบริเวณใกล้เคียง แต่ยังไม่เจอตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป ส่วนทรัพย์สินอื่นๆที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

ผู้นำศาสนายะลา ระบุ การแขวนป้ายผ้าน่าจะเป็นกลุ่มเดิมๆ ต้องการเยอะเย้ยการทำงานของภาครัฐในเรื่องของการเจรจาสันติภาพ

กรณีเกิดเหตุผู้ไม่หวังดี ได้แขวนป้ายผ้า มีข้อความว่า SIAM merintah negeri sendini tak mampu.. Apakah lagi untuk merintah bangsa Melayu PATAN I แปลว่า “หากสยามปกครองตนเองไม่ได้ จงให้มาลายูปกครองแทน”โดยทุกที่ที่มีการแขวนป้ายจะมีวัตถุต้องสงสัย หรือ กล่องต้องสงสัยวางอยู่บนป้ายผ้า สร้างความป่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 นายนิมุ มะกาเจ ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดยะลา และ อดีต รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา มองในเรื่องนี้ว่า เป็นการเขียนข้อความเชิงเยอะเย้ย โดยสิ่งที่น่าสนใจ คือ การที่มีป้ายผ้าในเวลาเดียวกันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ซึ่งจากการที่ตนเองดูการเขียนข้อความในป้ายผ้าในหลายๆจุด แหล่งผลิต หรือ คนที่เขียน น่าจะมาจากจุดเดียวกัน เพราะลายมือรวมทั้งการวรรคตอนของคำ มีลักษณะเดียวกัน แสดงว่าทั้งหมดนี้ ต้องมีเครือข่ายในการติดตั้ง เพราะมีการติดตั้งในเวลาเดียวกันเกือบจะทุกที่ ตนเองเชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็คงจะพิสูจน์ได้ในอนาคต



 นายนิแอ  สามะอาลี  / ข่าว

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเชิญชวนนักเรียนนักศึกษาร่วมประกวดโครงการรักชาติถูกทางสร้างเสริมความซื่อสัตย์สุจริต ประจำปี 2557

สำนักงาน ป.ป.ช.ขอเชิญชวนสถานศึกษาทั้งในระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวะศึกษาทุกสังกัด ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เข้าร่วมประกวดโครงการรักชาติถูกทางสร้างเสริมความซื่อสัตย์สุจริต ประจำปี 2557 โดยสถานศึกษาในจังหวัดพังงาสามารถส่งโครงการได้ที่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพังงา หรือส่งไปยัง ผู้อำนวยการสำนักป้องกันการทุจริตภาครัฐ สนง.ป.ป.ช. 361 ถ.นนทบุรี (สนามบินน้ำ) ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี 11000 หมดเขต 16 มิถุนายน 2557 ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักป้องกันการทุจริตภาครัฐ สำนักงาน ป.ป.ช. 02-2828712 หรือ www.nacc.go.th

ชาวอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ร่วมงานพิธีเททองหล่อชิ้นส่วนของพระอวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์กวนอิม องค์ใหญ่ที่สุดในโลก กันอย่างคึกคัก

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 16.45 น. ที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้มีการจัดพิธีเททองหล่อพระอวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์กวนอิม หรือเจ้าแม่กวนอิม องค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยนายชัยวัฒน์ ศิรินุพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธี มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมงานกันอย่างคึกคัก

โครงการสร้างรูปเคารพพระอวโลกิเตศวร โพธิสัตว์กวนอิม หรือเจ้าแม่กวนอิม องค์ใหญที่สุดในโลก มีขนาดความสูง 84 เมตร ลักษณะประทับยืนบนก้อนเมฆ ผสมผสานศิลปะไทยจีนอย่างกลมกลืน โดยมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี และสมาคมพุทธไทยจีน 2008 ร่วมกันจัดสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษาในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ซึ่งได้มีการเริ่มเททองหล่อชิ้นส่วนขององค์เจ้าแม่กวนอิม เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2555 ที่สนามด้านหน้าวิหารพระมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นจะนำไปประกอบพิธีเททองในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย 77 จังหวัด และประเทศเพื่อนบ้านอีก 7 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศจีน พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ เมื่อการเททองหล่อส่วนต่าง ๆ แล้วเสร็จจะจัดส่งไปประกอบ ณ สถานที่อันเรียกว่า ตำหนักเจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่ที่เขาแก่นจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี จากนั้นจะประดิษฐาน ณ วัดหินสี ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป

สำหรับจังหวัดพังงา เป็นจังหวัดลำดับที่ 71 ในการทำพิธีเททองหล่อฯ ซึ่งได้ทำพิธีเสร็จไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2557) จากนั้นก็จะเคลื่อนขบวนสู่จังหวัดระนองต่อไป

จังหวัดนราธิวาสมอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือเจ้าของเรือประมง ลูกเรือประมง และเด็กกำพร้า หลังออกทะเลประกอบอาชีพไม่ได้ช่วงมีมรสุมพัดผ่าน

(7 ก.พ. 57 ) นายปิยะ  กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  พร้อมด้วย นายวีระพงศ์ แก้วสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  และนายสุรพล พร้อมมูล นายอำเภอเมืองนราธิวาส  พร้อมหัวหน้าส่วนราชการร่วมมอบถุงยังชีพให้กับกลุ่มเจ้าของเรือประมง ลูกเรือประมง และเด็กกำพร้าในพื้นที่ของตำบลโคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มดังกล่าวไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้เนื่องจากในพื้นที่มีมรสุมพัดผ่าน ประกอบกับคลื่นลมในทะเลแรงคลื่นสูงกว่า 2 – 3 เมตร

โดยการมอบครั้งนี้มีการจัดพิธีมอบที่บริเวณหาดบ้านทอน ต.โคกเคียน อ.เมือง มีกลุ่มเจ้าของเรือประมงเข้ารับจำนวน 251 คน กลุ่มลุกเรือ 255 คน และกลุ่มเด็กกำพร้า 144 คน

อย่างไรก็ตามสำหรับพื้นที่ ต.โคกเคียน อ.เมือง ของจังหวัดนราธิวาสนั้นเป็นพื้นที่ที่ติดแนวทะเล ประชาชนส่วนใหญ่มักประกอบอาชีพประมงเป็นหลัก @import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);



นำเสนอโดย  โสรายา สาเรป

เครือข่ายผู้นำศาสนา โต๊ะอิหม่าม ในนราธิวาสร่วมละหมาดขอความสันติสุขในพื้นที่ หลังเกิดเหตุยิงครอบครัวมะมันในบาเจาะ ขณะที่นายเจ๊ะมุ มะมันกล่าวทั้งน้ำขอบคุณทุกฝ่ายและขอให้จับคนร้ายให้ได้

เมื่อเวลา 14.30 น. ( 7 ก.พ. 57 ) กลุ่มเครือข่ายผู้นำศาสนา โต๊ะอิหม่าม และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ได้ร่วมกันละหมาดฮายัติขอพรให้พื้นที่เกิดความสันติสุขหลังจากเกิดเหตุคนร้ายบุกยิงครอบครัวนายเจ๊ะมุ มะมัน จนเป็นเหตุให้บุตรชายของครอบครัวเสียชีวิต 3 คนและนางพาดีละห์  แมยู ภรรยาที่ท้อง 4 เดือนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีการละหมาดพร้อมกันที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ในพิธีละหมาดฮายัติ นายปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายณัฐพงศ์  ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  นาวาเอกนพดล ฐิตะวัฒนสกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส นายจำนัล เหมือนดำ ปลัดจังหวัดนราธิวาส และ พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอบาเจาะ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงร่วมในพิธีด้วย

ด้านนายมะมัน  มะอูเซ็ง เลขาอิหม่าม ฆอเต็บ ประจำ อ.บาเจาะ  กล่าวว่า  อาวุธของชาวมุสลิมคือการวิงวอนขอจากอัลลอฮ์เท่านั้นไม่มีการใช้อาวุธในการเข็ญฆ่ากัน  และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเจ๊ะมุ ถือเป็นการสูญเสียครั้งที่ยิงใหญ่ของชาวมุสลิมในพื้นที่เพราะเป็นการกระทำที่จงใจให้เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งเปรียบเสมือนผ้าขาว โดยกระทำการของกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงไม่สามารถที่จะให้อภัยได้ และเป็นเรื่องที่ผิดต่อหลักศาสนาด้วย

ขณะที่ด้านเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ได้มีการยืนยันกับกลุ่มที่มาร่วมละหมาดในครั้งนี้ว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้

และหลังจากละหมาดเสร็จสิ้น นายปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายณัฐพงศ์  ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  นาวาเอกนพดล ฐิตะวัฒนสกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และนายเจ๊ะมุ มะมัน  ได้ร่วมแถลงข่าวถึงความคืบหน้าทางคดีครั้งนี้ โดยนายเจ๊ะมุ กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเร่งติดตามคดี ซึ่งตนเองขอเพียงให้จับผู้ที่ก่อเหตุให้ได้เท่านั้น ส่วนหลังจากนี้ตนเองก็จะยังคงใช้ชีวิตในพื้นที่ต่อไป เนื่องจากมีบ้านเกิดอยู่ในพื้นที่ แต่คงจะต้องระมัดระวังตนเองมากขึ้นแต่ก็ไม่รู้จะต้องดูแลตนเองเช่นไร ขณะที่ด้าน รองเลขาธิการ ศอ.บต.  กล่าวว่าในคดีนี้จะต้องมีการดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด  โดยยึดหลักทางนิติวิทยาศาสตร์  ส่วนการดูแลเยียวยาครอบครัวถือเป็นหน้าที่หลักของ ศอ.บต.ที่จะต้องดูแลเพื่อครอบครัวสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

ด้าน นาวาเอกนภดล ฐิตะวัฒนสกุล ผู้บังคับหน่วยนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหารเรือซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ อ.บาเจาะ นั้นหลังจากนี้จะมีการเพิ่มความเข้มสำหรับการดูแลนายเจ๊ะมุ มากขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นมุ่งทำร้ายชีวิตของเจ๊ะมุอย่างชัดเจน ส่วนการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติเช่นเดิมต่อไปทั้งการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ และดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น

ด้าน พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนในครั้งนี้ว่า ล่าสุดจากการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ในที่เกิดเหตุ ทั้ง เอเค 47  เอ็ม 16 และ 9 มม. นั้นพบว่าปลอกทั้งหมดไม่เคยมีการก่อเหตุในพื้นที่ใดมาก่อน ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนหาแหล่งที่มาของปืน พร้อมกันนี้ต้องเร่งสืบสวนสอบสวนพยานผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งนายเจ๊ะมุ และภรรยา เพื่อให้ได้เบาะแสของกลุ่มที่ก่อเหตุเพิ่มเติม  @import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);



นำเสนอโดย  โสรายา สาเรป

คณะกรรมการอาชีวศึกษา เชิญกลุ่มประเทศอาเซียนเข้าร่วมการแข่งขันใน 4 ทักษะวิชาชีพ

สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา เชิญกลุ่มประเทศอาเซียนเข้าร่วมการแข่งขันใน 4 ทักษะวิชาชีพ ในการประชุมวิชาการองค์การวิชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช หวังพัฒนาและแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนกับกลุ่มประเทศอาเซียน

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมพบปะคณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน นักศึกษา จาก 5 ประเทศกลุ่มอาเซียน ประกอบด้วยพม่า กัญพูชา ลาว เวียดนาม และอินโดเนียเซียน ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันทักษะวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย โดยกำหนดจัดขึ้น ณ วิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช ในระหว่าง วันที่ 3-7 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากการประชุมวิชาการแล้ว ยังจัดให้มีการแข่งขันทักษะวิชาชีพในระดับชาติ ประเภทช่างอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม บริหารธุรกิจ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิชาชีพระยะสั้น ทักษะวิชาพื้นฐาน โดยผู้เข้าร่วมแข่งขันมาจากตัวแทนที่ได้รับรางวัลระดับภาคทั่วประเทศ

และในปีนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาระบบการเรียน การสอนที่จะก้าวเข้าสู่เอาเซียน จึงได้ประสานงานเชิญประเทศในกลุ่มอาเซียนซึ่งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอยู่บ้างแล้ว เข้าร่วมการแข่งขันทักษะด้วย ประกอบด้วย 5 ประเทศ คือ พม่า ลาว กัญพูชา เวียดนาม และอินโดเนียเซียน โดยทำการแข่งขันใน 4 ทักษะวิชาชีพ คือ ประเภทวิชาพาณิชยกรรม/บริหารธุรกิจ ทักษะการแข่งขันพิมพ์ดีดอังกฤษด้วยคอมพิวเตอร์ 2 .ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร/คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ทักษะการออกแบบ Webpage 3.การแข่งขันทักษะพื้นฐาน การประกวดร้องเพลงสากลชาย หญิง และ 4.การแข่งขันทักษะวิชาพื้นฐาน การประกวดพูดในที่สาธารณะเป็นภาษาอังกฤษ โดยทางสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษามีความมั่นใจที่จะเดินหน้าพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้เท่าเทียมกับนานาประเทศ และจะพัฒนาให้อยู่ในลำดับต้นของอาเซียน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมโยงการศึกษาของสถาบันทั้ง 10 ประเทศให้เกิดขึ้นในอนาคต และหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียน นักศึกษาจะได้รับประโยชน์และเกิดการพัฒนาต่อไป



พรรณี กลสามัญ/ภาพข่าว

กองทัพภาคที่ 4 จัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากองทัพภาคที่ 4 ครบปีที่ 39

ในวันนี้ ( 7 กุมภาพันธ์ 2557 ) พลโทสกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่4 เป็นประธานประกอบพิธี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา กองทัพภาคที่ 4 ครบรอบปีที่ 39 โดยมีนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี ซึ่งกิจกรรมภายในงาน ได้จัดให้มีพิธีสักการะวางพานพุ่มศาลสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช, ศาลาวงกลมพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 , ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช , พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 และวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรไทย , พิธีมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์ ให้กับข้าราชการทหาร ข้าราชการพลเรือน และบุคคลที่ทำคุณประโยชน์แก่กองทัพภาคที่ 4 และส่วนรวม โดยมีนายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นางเสาวลักษณ์ แหละบัง ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ข้าราชการ นายทหารสัญญาบัตรที่เหมาะสม และบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับกองทัพภาคที่ 4 สำหรับ เข็มวชิราวุธานุสรณ์นั้นถือได้ว่าเป็นเกียรติยศสูงสุดของกองทัพภาคที่ 4 โดยสมัยที่อังกฤษปกครองอาณานิคมในภูมิภาคนี้ อังกฤษไม่ยินยอมให้ประเทศไทย มีหน่วยทหารในภาคใต้ จังหวัดใต้สุดที่มีหน่วยทหาร คือ จังหวัดราชบุรี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้กุศลโลบาย โดยการสร้างที่ประทับชั่วคราวขึ้น ที่บ้านสวนจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาพระราชทานนามว่า “สวนรื่นฤดี” ทั้งนี้ได้ทรงตั้งกองพันที่ 3 กรมทหารรักษาวังขึ้น ณ ที่ตั้งประทับชั่วคราวนั้น เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2459 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามค่ายว่า ค่ายวชิราวุธ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กองทัพภาคที่ 4 จัดทำเข็มวชิรานุธานุสรณ์เป็นลักษณะคันชีพสำหรับประดับบนฝากระเป๋าเสื้อด้านซ้ายของเครื่องแบบทหารหรือชุดสุภาพ สำหรับมอบให้นายทหารสัญญาบัตรที่เหมาะสม และบุคคลผู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งถือว่าเข้มวชิราวุธานุสรณ์ เป็นเกียรติสูงสุดของกองทัพภาคที่ 4

กองทัพภาคที่ 4 จัดตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2518 เป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก เรียกชื่อย่อว่า “ทภ.4 ” มีหน้าที่ปกครองบังคับบัญชามณฑลทหารบก และหน่วยทหารที่กระทรวงกลาโหมกำหนด โดยมี แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ ที่ตั้งอยู่ ณ ค่ายวชิราวุธ หมู่ที่ 5 ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประวัติความเป็นมาของค่ายวชิราวุธ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเป็นผู้ให้กำเนิดหน่วยทหารภาคใต้ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงก่อตั้งกองพันที่ 3 กรมทหารรักษาวัง ณ ตำบลสวนจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช และต่อมาขนานนามว่า “ สวนรื่นฤดี ” ซึ่งนับว่าเป็นการก่อตั้งหน่วยทหารขึ้นในพื้นที่ภาคใต้เป็นครั้งแรก อีกประการหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบันพระราชทานนามให้กับค่ายทหารจังหวัดนครศรีธรรมราชแห่งนี้ว่า“ ค่ายวชิราวุธ ” ตามแจ้งความ กองทัพบก ที่ 15/12123 ลง 8 สิงหาคม 2494 เรื่องขนานนามชื่อค่ายทหาร ซึ่งต่อมาหน่วยทหารแห่งนี้ได้พัฒนาขึ้นเป็น กองทัพภาคที่ 4 จนถึงปัจจุบัน



พรรณี กลสามัญ/ภาพ-ข่าว

เชิญชมคอนเสิร์ต “สืบสานประเพณี วิถีไทย ร่วมในลดใช้พลังงาน”

กระทรวงพลังงานร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดฟรีคอนเสิร์ต “สืบสานประเพณี วิถีไทย ร่วมในลดใช้พลังงาน” เนื่องในเทศกาลมาฆบูชาแห่งผ้าขึ้นธาตุ ประจำปี 2557 เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้มีการใช้พลังงานอย่างประหยัดและรู้คุณค่า

วันนี้ (7 ก.พ.57) ที่ห้องอรพินธ์ โรงแรมทวินโลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ต “สืบสานประเพณี วิถีไทย ร่วมในลดใช้พลังงาน” ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดจัดให้มีขึ้นเพื่อสร้างสีสันในการจัดงานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติ ประจำปี 2557 ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2557 และเพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้มีการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพผ่านการบอกกล่าวของศิลปินนักร้องที่เป็นที่นิยม โดยกิจกรรมคอนเสิร์ต “สืบสานประเพณี วิถีไทย ร่วมในลดใช้พลังงาน” กำหนดให้มีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สนามโรงเรียนวัดพระมหาธาตุ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ภายในงานจะได้พบกับศิลปินขวัญใจพี่น้องชาวปักษ์ใต้ อาทิ หลวงไก่,เจี๊ยบ เบญจพร,อู่ พันทาง รวมทั้งศิลปินจากค่ายอาร์สยาม ,ค่ายมาสคอทเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และรถไฟดนตรีอีกมากกมาย โดยผู้สนใจสามารถเข้ารับชมคอนเสิร์ตดังกล่าวได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น



อุไรวรรณ/ข่าว

มอบเครื่องแบบนักเรียนแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 2 แห่ง

จังหวัดนครศรีธรรมราช มอบเครื่องแบบนักเรียนแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 2 แห่ง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (7 ก.พ.57) ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช/รองประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 หมู่ที่ 8 ต.หนองหงส์ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 455 ชุด โดยมีกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช นายอำเภอทุ่งสง ผู้บริหารสถานศึกษา และนักเรียนร่วมในพิธี สำหรับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 มีนักเรียนทั้งสิ้น 455 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 60 คน จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แบบพักประจำ สถานศึกษาแห่งนี้ผ่านการประเมินจากกระทรวงศึกษาธิการเป็นสถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2555

จากนั้นเวลา 11.00 น. ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 6 หมู่ที่ 3 ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จำนวน 430 ชุด ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนทั้งสิ้น 430 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 33 คน โดยโรงเรียนได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบรุ่นที่ 3

รองประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานสิ่งของสนับสนุนการเรียนการสอนแก่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ รวมทั้ง พระราชทานการสงเคราะห์แก่นักเรียน ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประจำทุกปี ดังนั้น จึงขอให้นักเรียนทุกคนจงมีความภาคภูมิใจ และได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ด้วยการตั้งใจเล่าเรียนหนังสือ ตั้งมั่นอยู่ในความดี มีความขยันหมั่นเพียร อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน ช่วยเหลือสังคม รู้รักสามัคคี เชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเมื่อจบการศึกษาจะได้ประกอบอาชีพสุจริต เป็นพลเมืองที่ดี และดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ศาลากลางภูเก็ตและสำนักงานสรรพากรทุกแห่งในพื้นที่ยังปิดทำการหลังมวลชนเข้ากดดัน

ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตและศูนย์ราชการกระทรวงการคลังรวมถึงสรรพากรพื้นที่ทุกแห่งในจังหวัดภูเก็ตยังปิดทำการ หลังจากที่เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทาง ทางกลุ่มกบฏรักชาติภูเก็ตที่นำโดยนาย สุรทิน เลี่ยนอุดม ได้รวมตัวเคลื่อนขบวนมาขอให้ข้าราชการหยุดทำงานและให้ปิดศูนย์ราชการอีกระยะหนึ่ง ทำให้วันนี้บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเงียบเหงาประตูทางเข้าออกถูกปิดมีเพียงเจ้าหน้าที่ อส.ที่มาดูแลความเรียบร้อยเท่านั้นนอกจากนี้ยังพบว่ามีข้าราชการบางรายได้ทยอยนำเอกสารสำคัญออกจากสำนักงานไปบ้างแล้วขณะที่ศูนย์ราชการกระทรวงการคลังรวมถึงสรรพากรจังหวัดเองบรรยากาศก็เงียบเหงาเช่นกันเพราะข้าราชการหยุดทำงานและมีการปิดประตูทางเข้าออกมีเพียง รปภ.ที่คอยดูแลความเรียบร้อยภายในอาคารเท่านั้น

อย่างไรก็ตามการเลือกปิดสถานที่ราชการในครั้งนี้ที่เน้นเฉพาะศาลากลางจังหวัดและสรรพากรพื้นที่นั้นทางแกนนำให้เหตุผลว่าเพื่อต้องการตัดท่อน้ำเลี้ยงรัฐบาลเนื่องจากจะทำให้ทางจังหวัดภูเก็ตจะไม่สามารถส่งภาษีให้รัฐบาลชุดนี้ใช้จ่ายในทางที่ไม่เหมาะสม

นพ.ประเวศ ยก “ภูเก็ต-น่าน” ต้นแบบจังหวัดปฏิรูปการเรียนรู้

นพ.ประเวศ ชำแหละการศึกษาไทยอ่อนแอมา 100 ปี ไม่อยู่บนพื้นฐานชีวิตจริง ยก "ภูเก็ต-น่าน” ต้นแบบจังหวัดปฏิรูปการเรียนรู้ ดึงพลังความร่วมมือทั้งจังหวัดแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 25 หัวข้อ "ปฏิรูปการเรียนรู้:กลไกระดับจังหวัด” โดยหยิบยกกรณีศึกษาของจ.ภูเก็ต ที่มีการจัดตั้งสภาการศึกษาจังหวัดเพื่อเป็นกลไกความร่วมมือของจังหวัด ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการศึกษาของเด็กและเยาวชนทั้งจังหวัด และจ.น่าน ที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ระดับจังหวัด และท้องถิ่นอีก 6 ตำบล

นพ.ประเวศ กล่าวถึงการศึกษาที่อ่อนแอมา 100 ปี ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความจริงของชีวิต จากเดิมเราเอาตำราเป็นฐาน ปัจจุบันก็ยังใช้ตำราอยู่ จึงลอยไปจากความจริงของชีวิต เพราะชีวิตต้องมีศีลธรรม การทำงานร่วมกัน อาชีพและรายได้ การปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญจึงต้องเปลี่ยนฐานการเรียนรู้จากฐานตำรามาสู่ชีวิตจริง โดยนำพื้นที่เป็นตัวตั้ง และหากเกิดเครือข่ายการทำงานและเครือข่ายเด็กและเยาวชนในระดับตำบล ถ้าทำในทุกพื้นที่ทุกตำบลจะทำให้จังหวัดเข้มแข็งและประเทศเข้มแข็งได้ หากเอาทรัพยากรในพื้นที่มาเชื่อมโยงจะช่วยแก้ปัญหาการรวมศูนย์

ซึ่งในปี 53สำนักงานสถิติแห่งชาติ เก็บข้อมูลประชากรและประชากรแฝงในทุกพื้นที่จะช่วยเป็นข้อมูลพื้นฐานได้ เพราะอยากให้เก็บข้อมูลประชากรแต่ละช่วงวัยเป็นฐานข้อมูล ไม่อยากให้เก็บข้อมูลเฉพาะในโรงเรียน เพราะจะไม่ได้ข้อมูลเด็กที่หลุดออกจากระบบโรงเรียนไปแล้ว เพราะโรงเรียนส่วนใหญ่จะไม่รายงานเนื่องจากอาจตกเกณฑ์ประเมิน ทั้งนี้ทิศทางของการปฏิรูปประเทศไทยคือการกระจายอำนาจและคืนอำนาจให้กับท้องถิ่นมากขึ้นตามแผนชาติ ซึ่งมีระยะเวลา 5 ปี แต่ท้องถิ่นเองก็ต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง โดยต้องเป็นนักพัฒนา

ทั้งนี้การเรียนรู้ของทั้ง 2จังหวัดที่เห็นชัด คือ
1) การใช้ต้นทุนของชุมชน ทั้งทุนทางวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ผู้คน เพื่อใช้เป็นกลไกในการเชื่อมต่อกัน
2)การจัดระบบเครือข่ายเข้ามาร่วมทำงาน เช่น อบจ. อบต. วัด เราได้เรียนรู้การบริหารจัดการคนมามาก แต่การบริหารจัดการเครือข่าย เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เราจะต้องถอดรหัสออกมาเป็นองค์ความรู้เพื่อให้เกิดพลวัตรให้มากที่สุด ถ้าเราสามารถรวมคนเหล่านี้เข้ามา จะนำไปสู่การประกันความสำเร็จได้ และ
3) การจัดเวทีกลางที่มีผู้นำที่ดี แต่ประเด็นท้าทายคือการทำอย่างไรที่จะเชื่อมต่อกับคานงัดในระดับนโยบายเพื่อให้เกิดการยกระดับขึ้น 

พบบัตรเลือกตั้งที่ 29 เป็น เป็นของเขตเลือกตั้งที่ 6 ที่ถูก มวลชนปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา

กรณีพบบัตรเลือกตั้งที่ 29 เป็น เป็นของเขตเลือกตั้งที่ 6 ที่ถูก มวลชนปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กพ.ที่ผ่านมาและทิ้งบัตรไว้ที่หน่วยเลือกตั้งทำให้บัตรถูกนำออกจากหน่วยไป

ส่วนบรรยากาศที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้่ ไม่มีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส.นศ ส่วนราชการต่าง ๆ เปิดทำการตามปกติ

บัตรเลือกตั้งที่พบถูกทิ้งไว้ที่ใกล้แยกหนองดี อ.นาบอน เป็นบัตรเลือกตั้งที่ใช้เลือกตั้งจริง แต่หน่วยเลือกตั้งถูกมวลชนปิดล้อม ทำให้บัตรที่ถูกทิ้งไว้ที่หน่วยเลือกตั้งถูกนำออกไป

กกต.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงบัตรเลือกตั้งที่พบถูกทิ้งไว้ที่ใกล้แยกหนองดี อ.นาบอน เป็นบัตรเลือกตั้งที่ใช้เลือกตั้งจริง แต่หน่วยเลือกตั้งถูกมวลชนปิดล้อม ทำให้บัตรที่ถูกทิ้งไว้ที่หน่วยเลือกตั้งถูกนำออกไป และพร้อมจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

จากกรณีที่ ชาวบ้าน ต.หนองดี อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช พบบัตรเลือกตั้งถูกทิ้งไว้บริเวณใกล้แยกหนองดี จำนวน 29 เล่ม เมื่อวานนี้ (วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557) และได้เกิดกระแสข่าวออกมาต่าง ๆ นั้น นายสมบัติ จันทรา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวหลังทราบเรื่องดังกล่าวจากสื่อเมื่อวานนี้ ด้วยติดราชการที่จังหวัดชลบุรี แต่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ทราบว่า บัตรเลือกตั้งดังกล่าวเป็นบัตรสำหรับหน่วยเลือกตั้งที่ 1 และ 2 โรงเรียนบ้านหนองคล้า อ.ทุ่งใหญ่ เขตเลือกตั้งที่ 6 ซึ่งได้เปิดหน่วยเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ ผ่านมา รับบัตรเลือกตั้งไป 31 เล่ม มีผู้มาใช้สิทธิ 29 คน แต่ได้มีมวลชน เข้ามาปิดล้อม คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รีบออกจากหน่วยเลือกตั้งไป ทิ้งบัตรเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ใช้อีก 29 เล่มไว้ ทำให้มีผู้นำออกไปจากหน่วยเลือกตั้งได้ ซึ่งคณะกรรมการได้แจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว

อย่างไรก็ตามวันนี้จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบรายละเอียดและติดตามเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง

สำหรับการเลือกตั้งในพื้นที่ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ นั้นได้รายงานให้ กกต.ทราบอย่างละเอียดแล้วและแนวทางที่ออกมาในวันนี้ กกต.นครศรีธรรมราช พร้อมดำเนินการ 

จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมเนื่องในวันชุมนุมลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เช้าวันนี้ (6 ก.พ. 57)  จังหวัดสงขลา จัดงานวันชุมนุมลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมถวายเครื่องสักการะต่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าอยู่หัว และนำกล่าวปฏิญาณของลูกเสือและเนตรนารีอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือ ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีลูกเสือจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดสงขลาเข้าร่วมกว่า 150 คน

สำหรับวันชุมนุมลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือในการสร้างจิตสำนึกของลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2552 ณ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงเจตจำนงที่จะร่วมมือกันพัฒนาเยาวชน ผ่านกิจกรรมลูกเสือเนตรนารี ด้วยการบูรณาการสาระองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในกิจกรรมลูกเสือรูปแบบต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นพลเมืองไทยที่มีจิตสำนึกและมีความรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และมีส่วนร่วมตามบทบาทหน้าที่หรืออาชีพของตนในอนาคต เพื่อสังคมส่วนรวมและประเทศชาติ

วัตถุประสงค์ของโครงการลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาจากแนวคิดที่เห็นความสำคัญของพลังเยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมทางการลูกเสือ ซึ่งเป็นผู้มีระเบียบวินัย มีความมุ่งมั่นประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ ย่อมสามารถร่วมกันดูแลรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ตลอดไป

พี่น้องประชาชนทุกศาสนิกและทุกเชื้อชาติ ร่วมชมการแสดงกายกรรมซางไห่ จากประเทศจีน สร้างความสุขและความบันเทิงของผู้คนบนพื้นที่พหุวัฒนธรรม

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 (เวลา 19.00 น.) ที่อาคารพระเศวตรสุรคชาธาร สนามโรงพิธีช้างเผือก  อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงศ์โพธิ์พันธ์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา พันโทนายแพทย์เอนก ยมจินดา ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นายอุดร น้อยทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นางอนงค์ศรี สิมศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา และพี่น้องประชาชนชาวยะลา รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงกว่า 10,000 คน ร่วมชมการแสดงกายกรรมซางไห่ จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับเสียงปรบมือชื่นชมความสามารถของนักแสดงดังอย่างกึกก้อง

ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงศ์โพธิ์พันธ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่าวันนี้ผมรู้สึกมีความสุขที่เห็นพี่น้องประชาชนทุกศาสนิกชน ทุกเชื้อชาติ มาร่วมชมการแสดงกายกรรมจากประเทศจีนอย่างมีความสุข เป็นการส่งเสริมพหุวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกันของพี่น้องในพื้นที่ ซึ่งอะไรก็ตามที่ทำให้พี่น้องประชาชนมีความสุข ศอ.บต.จะสนับสนุนและทำสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้น สำหรับประชาชนที่ชื่นชอบการแสดงกายกรรม ผมอยากเชิญชวนผู้ที่สนใจชมการแสดงกายกรรมอี้หลินจากสาธารณรัฐประเทศจีน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 นี้ ณ โรงเรียนเทศบาล 1 (เอ็งเสียงสามัคคี) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งรายได้ดังกล่าวจะนำไปบำรุงซ่อมแซมโรงเรียนสงขลาวิทยามูลนิธิด้วย

ด้านนายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ต้องขอบคุณทางเทศบาลนครยะลาที่ส่งเสริมการจัดงานประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นในทุกกิจกรรมของทุกศาสนาและทุกเชื้อชาติ ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงของเทศกาลตรุษจีน จึงได้จัดกิจกรรมสำหรับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ได้ชมการแสดงกายกรรมซางไห่ จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน นับเป็นกิจกรรมที่สามารถทำให้ประชาชนไม่เฉพาะแต่เพียงคนไทยเชื้อสายจีนเท่านั้น แต่เป็นการรวมประชาชนคนไทยทุกเชื้อชาติทุกศาสนาให้ได้รับความสุข ความบันเทิง ความตื่นเต้น ความหวาดเสี่ยง เพื่อลดความตรึงเครียดจากสถานการณ์ต่างๆของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นการร่วมเฉลิมฉลองกับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย

คนพิการมาแต่กำเนิดและคนพิการเหยื่อไฟใต้ ในพื้นที่ยะลากว่า 1,000 คน ร่วมงานวันคนพิการสากล “ขจัดอุปสรรค เปิดโอกาส สู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน”

วันที่ 6 ก.พ.57 (เวลา 10.00 น.) ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2556 “ขจัดอุปสรรค เปิดโอกาส สู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” โดยมีนางอนงค์ศรี สิมศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา นายอับดุลอายี สาเม็ง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา นายเกษมสุข พสุนธราธรรม ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 2 จังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ปกครอง นำผู้พิการในพื้นที่จังหวัดยะลา ผู้พิการจากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา และเด็กด้อยโอกาส กว่า 1,000 คน เข้าร่วมในงาน

สำหรับวันคนพิการสากล ได้เกิดขึ้น สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้ วันที่ 3 ธันวาคม ของทุก ๆ ปี เป็นวันคนพิการสากล สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมต่อคนพิการ และให้โอกาสคนพิการ ได้ร่วมกิจกรรมของสังคมในทุก ๆ ด้านด้วยความเสมอภาค ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศสมาชิกได้จัดกิจกรรมงานวันคนพิการสากล ตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา สำหรับการจัดงานวันคนพิการสากล ในปีนี้สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ อุทกภัยของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงได้มีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนพิการ ครอบครัวคนพิการ และผู้ดูแลคนพิการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่าย เพื่อนำไปสู่ในการพัฒนาสร้างสังคมบูรณาการที่ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิ ใช้ประโยชน์ได้ และมีความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ในการมีส่วนร่วม และเป็นโอกาสสำคัญที่คนพิการจะได้แสดงพลัง“เพื่อสร้าง สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน และแสดงพลังแห่งการดำเนินชีวิต ในสังคมร่วมกันในสังคมบนพื้นฐานแห่งความเท่าเทียม

ในการจัดงานวันคนพิการสากลของจังหวัดยะลาในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการวันคนพิการสากล มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น การมอบประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูให้กับบุคคลและองค์กรที่ช่วยงานด้านคนพิการ การสาธิตการฝึกอาชีพ การตรวจสุขภาพ การมอบของขวัญและของที่ระลึกให้กับคนพิการ การแสดงกิจกรรมนันทนาการ การแสดงอานาซีด และการมอบเครื่องอุปโภค – บริโภค การจับฉลากมอบของรางวัล การแสดงความสามารถของผู้พิการ การให้ความรู้สิทธิประโยชน์แก่คนพิการ


ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

จังหวัดยะลาจัดกิจกรรม “ข้าราชการดี ศรียะลา” เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการที่ทำความดี มีคุณธรรม จริยธรรม

จังหวัดยะลา จัดกิจกรรม “ข้าราชการดี ศรียะลา” เพื่อให้ส่วนราชการทุกส่วนราชการเสนอชื่อข้าราชการที่กระทำความดี มีคุณธรรม จริยธรรม อุทิศตนทุ่มเท เสียสละ ซื่อสัตย์ สุจริต ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณเป็น “ข้าราชการดี ศรียะลา” ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือก เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2557 ณ ห้องประชุมพิกุล ศาลากลางจังหวัดยะลา
นายเดชรัฐ  สิมศิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา  ได้เปิดเผยถึงผลการพิจารณาข้าราชการดี ศรียะลา ทั้งหมด 3 สาขา  คือ กลุ่มที่ 1 สาขาการบริหารองค์กรดีเด่น ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ นายนิยม สองแก้ว แรงงานจังหวัดยะลา สำนักงานแรงงานจังหวัดยะลา  รองชนะเลิศอันดับ 1 นายสวัสดิ์  อภิวัจนีวงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา  รองชนะเลิศอันดับ 2  พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ  ผู้กำกับการ สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา  รางวัลชมเชย นายสมชาย ปานไม้ ขนส่งจังหวัดยะลา สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา

กลุ่มที่ 2 สาขา คุณธรรม จริยธรรม ทุ่มเท เสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและสาธารณชน  ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ  นายศรัทธา ห้องทอง  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองน้ำใส อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2  รองชนะเลิศอันดับ 1 นายพีระพงษ์ ภาวสุทธิไพศิฐ  ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยะลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา  รองชนะเลิศอันดับ 2  นายเวสารัช คงนวลใย ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา  รางวัลชมเชย นางวรรณี เสือสิงห์  ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนสามแยกบ้านเนียง(สิทธิพันธ์อนุกูล) อำเภอเมืองยะลาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1
กลุ่มที่ 3 สาขา การเสริมสร้างสันติสุข ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ  นายวชิระ อัลภาชน์  ตำแหน่ง ปลัดจังหวัดยะลา  ที่ทำการปกครองจังหวัดยะลา  รองชนะเลิศอันดับ 1  พ.ต.ต. ธนพล เยาวพักตร์ ตำแหน่ง สารวัตร กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา  รองชนะเลิศอันดับ 2  นายสุรยุทธ เอี่ยมสอาด ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยายะลา สำนักงานอุตุนิยมจังหวัดยะลา  รางวัลชมเชย นายพิชิต พนังคสิริ ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา        

เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 3 สาขานี้ จะได้รับโล่รางวัลในวันข้าราชการพลเรือน วันที่ 1 เมษายน 2557  นี้



กฤษฎาพร  ฐิธรรมโม ส.ปชส.ยะลา  ข่าว

คนร้ายปาระเบิด K75 ใส่ชาวบ้านกำลังเต้นแอโรบิคกลางเมืองยะลา โชคดีระเบิดไม่ทำงาน

วันที่ 6 ก.พ.57 เวลา 18.05 น. พ.ต.ท.พรหมพัฒน์ สนิทศรี รองผู้กำกับการ สภ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดเหตุคนร้ายโยนวัตถุระเบิดเข้าไปภายในศาลเจ้าแม่กวนอิม ในซอย 5 ธันวา เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา แต่ระเบิดไม่ทำงาน หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประยงค์ โครตสาขา ผู้กำกับการ สภ.ยะลา เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD-ARMY) ชุดศรศึก-ศรชัย ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 10 จ.ยะลา

ที่เกิดเหตุภายในศาลาเจ้าแม่กวนอิม บริเวณประตูทางเข้าอาคาร พบระเบิดชนิด เค 75 จำนวน 1 ลูก ตกอยู่ ซึ่งเป็นระเบิดสังหารที่ผลิตในประเทศเกาหลี มีอานุภาพทำลายล้างเทียบเท่าระเบิด เอ็ม 67 ที่มีระยะสังหาร 5 เมตร ระยะสร้างความเสียหายรัศมี 30 เมตร แต่ระเบิดไม่ทำงาน เนื่องจากกระเดื่องถูกถอดออก แต่สลักนิรภัยไม่ได้ถูกดึงออกไป

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ มีชาวบ้านทั้งชายและหญิง กว่า 10 คน กำลังเต้นแอโรบิค  บริเวณลานภายในศาลเจ้าแม่กวนอิม มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบสียี่ห้อและหมายเลขทะเบียน มีผู้ชายเป็นผู้ขับขี่ มีผู้หญิงซ้อนท้ายแต่งกายด้วยชุดดาวะห์ ปกปิดใบหน้า โดยคนซ้อนท้ายได้ขว้างระเบิด เค 75 เข้าใส่  ชาวบ้านที่กำลังเต้นแอโรบิค แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายต้องการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ หวังให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ทำการสอบสวนชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดว่าสามารถจับภาพคนร้ายที่ก่อได้หรือไม่



ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

สนง.บังคับคดี นครฯ เตรียมจัดมหกรรมขายทอดตลาดบ้านและที่ดิน ทรัพย์ถูกตา ราคาถูกใจ มากกว่า 200 รายการ

นายคมเดช ชูวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดจัดมหกรรมขายทอดตลาดบ้านและที่ดิน มีทรัพย์ถูกตา ราคาถูกใจ มากกว่า 200 รายการ โดยทรัพย์ที่จะขาย มีทั้ง บ้านพร้อมที่ดิน ที่ดินสวน และที่ดินว่างเปล่า โดยจะทำการขาย ณ ห้องอรพินทร์ โรงแรมทวินโลตัส ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
นัดที่ 1 ขายวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 นัดที่ 2 ขายวันที่ 8 มีนาคม 2557 และนัดที่ 3 ขายวันที่ 29 มีนาคม 2557

ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้กำหนดขายอีก 3 นัด ณ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช ถ.เทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยนัดที่ 4 ขายในวันที่ 19 เมษายน 2557 นัดที่ 5 ขายวันที่ 10 พฤษภาคม 2557 และนัดที่ 6 ทำการขายวันที่ 31 พฤษภาคม 2557 ทั้งนี้จะเปิดการลงทะเบียนผู้เข้าประมูลซื้อทรัพย์แต่ละนัด ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

ผู้เข้าประมูลซื้อทรัพย์ต้องวางเงินประกันก่อนเข้าสู้ราคา ร้อยละ 5 ของราคาเริ่มต้นทรัพย์ในการขายแต่ละครั้ง ส่วนที่เหลือชำระภายใน 15 วัน ผู้สนใจสามารถตรวจดูรายการทรัพย์ได้ที่ www.led.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช ถ.เทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 075-340374-5

จ.นครศรีธรรมราช กำหนดจัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ชาวอำเภอหัวไทร ที่วัดแหลม

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดจัดโครงการ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 มีการนำหน่วยบริการของรัฐและภาคเอกชนให้บริการเชิงรุกในลักษณะของเคาน์เตอร์บริการ(Counter Service) แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน พร้อมพบปะเยี่ยมเยียนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำและผู้ทรงคุณวุฒิในอำเภอ รวมทั้งรับทราบปัญหาความต้องการของประชาชนนำไปสู่การแก้ไขเยียวยา สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2557 กำหนดออกปฏิบัติงานในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557 ณ วัดแหลม หมู่ที่ 2 ตำบลแหลม อำเภอหัวไทร เริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป สำหรับกิจกรรมจัดให้มีพิธีทางศาสนาทอดผ้าป่าสามัคคี พิธีถวายราชสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกล่าวปฏิญาณตนเทิดทูนสถาบัน ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีมหาราชา จากนั้นนายอำเภอบรรยายสรุปเสนอกรอบความคิดทิศทางการพัฒนาอำเภอ รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน มอบของขวัญเด็กเล็ก มอบเครื่องอุปโภคบริโภคเครื่องนุ่งห่มแก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส มอบอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียน มอบเงินทุนการศึกษาเด็กนักเรียน/เงินสงเคราะห์ครอบครัวยากจน จึงขอเชิญชวนชาวตำบลแหลม และพื้นที่ใกล้เคียงไปรับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใด ๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป 

นราธิวาสเดินหน้าแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหลังพบพื้นที่วิกฤต 2 แห่ง ขณะที่มีพื้นที่ภาพรวมได้รับผลกระทบ 7 แห่ง

( 6 ก.พ. 57 )  ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายวีระพงศ์ แก้วสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมโครงการจัดทำแผนหลักและแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดจนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมโครงการ เพื่อร่วมจัดทำแผนร่วมกัน

ในการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลบ้างแล้ว รวมถึงวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในสภาพพื้นที่จริงและวิเคราะห์จากภาพถ่ายทางอากาศตั้งแต่ปี 2518 จนถึงปัจจุบัน

จากการสำรวจนั้นพบว่าพื้นที่จังหวัดนราธิวาสได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งทั้งหมด 7 แห่ง ประกอบด้วยพื้นที่บริเวณบ้านโคกพะยอม – หาดนราทัศน์ ต.โคกเคียน อ.เมือง , บริเวณบ้านบึงฉลาม – บ้านกูบู – บ้านคลองตัน ตงไพรวัน – ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ , บริเวณบ้านทอน ต.โคกเคียน อ.เมือง , บริเวณบ้านปูลาเจ๊ะมูดอ – บ้านปุลาโต๊ะบีซู ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ , บริเวณบ้านเกาะยาว ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ , บริเวณอ่าวมะนาว ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง , บริเวณบ้านสะปอม ต.ไพรวัน อ.ตากใบ

และจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 7 มีการพิจารณาพื้นที่ที่ควรได้รับการจัดทำแผนและดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน 2 จุด คือ บ้านโคกพะยอม – หาดนราทัศน์ ต.โคกเคียน อ.เมือง และบริเวณบ้านบึงฉลาม – บ้านกูบู – บ้านคลองตัน ตงไพรวัน – ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ

อย่างไรก็ตามในการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นของการกัดเซาะชายฝั่งพบว่าในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีคลื่นลมทะเลแรงกว่าพื้นที่อื่นรวมถึงได้รับอิทธิพลมรสุมต่างๆบ่อยครั้ง และจากการก่อสร้างบริเวณน่านน้ำทำให้เกิดการกัดเซาะเกิดขึ้นด้วย




 นำเสนอโดย  โสรายา สาเรป

กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงจับกุมเครือข่ายยาเสพติด คาดมีความเกี่ยวพันธ์กับการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อเวลา 10.00 น. ( 6 ก.พ. 57 ) ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พ.อ. จตุพร  กลัมพสุต หัวหน้าแผนกขจัดเงื่อนไขและภัยแทรกซ้อน สำนักงานบังคับกฎหมายและสิทธิมนุษยชนและนิติวิทยาศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมผู้เกี่ยวข้อง  ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด และของผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสระหว่างวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านว่า  เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 5 คน บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 26 คน รถยนต์ จำนวน 2 คัน รถแมคโคร จำนวน 1 คัน อาวุธปืน จำนวน 3 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 57 นัด อาวุธมีด จำนวน 5 เล่ม วิทยุสื่อสาร จำนวน 3 เครื่อง สารโซเดียมคลอเรตและสารแอมโมเนี่ยมไนเตรต ซึ่งเป็นสารประกอบใช้ทำระบิด จำนวนหนึ่ง รวมถึงแผ่นบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเพลงปลุกใจ ภาพ และข้อความปลุกระดมมวลชนอีกทั้งเอกสารปลุกระดมมวลชนของกลุ่มก่อเหตุรุนแรง นอกจากนี้มียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง

พ.อ.จตุพร  กลัมพสุต กล่าวว่า หลักฐานที่ตรวจพบ ยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายผู้ค้าเสพติด กลุ่มองค์กรอาชญากรรม และกลุ่มผู้ก่อรุนแรง โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวบางราย เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งถูกให้ออกจากราชการเนื่องจากเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีพฤติกรรมอยู่ตรงกลางระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งอาจทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่า การก่อเหตุบางครั้งเกิดจากฝีมือเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม จะได้สอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป



 นำเสนอโดย  โสรายา สาเรป

จ.ตรัง จัดงานวันนัดพบแรงงานและแนะแนวอาชีพ ให้กับนักศึกษาและผู้ว่างงานผู้ที่สนใจได้สมัครเข้าร่วมพร้อมสัมภาษณ์งานกับสถานประกอบการโดยตรง

ที่อาคารเรียนรวม 2 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง นายอมรเศรษฐ์ สุวรรณมาศ รองผู้ว่าราชการ จ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันนัดพบแรงงาน และแนะแนวอาชีพ ซึ่งสำนักงานจัดหางานจังหวัดตรังร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง จัดงานวันนัดพบแรงงานและแนะแนวอาชีพ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บริการแนะแนวอาชีพแชะส่งเสริมการประกอบอาชีพแก่นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เปิดโอกาสให้ผู้ว่างงานที่ต้องการหางานทำ ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงาน คนพิการ นักเรียน นักศึกษาที่จะสำเร็จการศึกษา ได้สมัครงานพบนายจ้างโดยตรงและนายจ้างสามารถรับสมัครและพิจารณาคัดเลือกพนักงานได้ตามต้องการ

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมนัดพบแรงงาน เป็นการส่งเสริมการมีงานทำ โดยนายจ้าง/สถานประกอบการ มารับสมัครงาน สัมภาษณ์งานโดยตรง เพิ่มโอกาสการมีงานทำ โดยมีตำแหน่งว่าง จำนวน 112 ตำแหน่ง 779 อัตรา ซึ่งมีตำแหน่งที่น่าสนใจ ดังนี้ พนักงานขาย,เจ้าหน้าที่ธุรการ, พนักงานจัดเรียงสินค้า,พนักงานบัญชี,และพนักงานคลังสินค้า/ส่วนตำแหน่งว่างงานคนพิการ 8 ตำแหน่ง 33 อัตราซึ่งมีตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้ ตัวแทนขาย,พนักงานรวบรวมข้อมูล,พนักงานทำเอกสาร ขณะที่นายจ้างและสถานประกอบการเข้าร่วมรับสมัครงานจำนวน 30 ราย ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า/ค้าปลีก,โรงแรม/รีสอร์ท,ประกันชีวิต,สกัดน้ำมันปาล์มดิบ,จำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้าง ในส่วนของการแนวแนวอาชีพ ทดสอบความพร้อมทางอาชีพ ส่งเสริมการเรียนรุ้ด้านอาชีพ โดยการฝึกอาชีพอิสระจำนวน 6 อาชีพ ได้แก่ การทำพวงกุญแจผีเสื้อจากผ้าใยบัว, การทำการบูรหอม,การทำซูชิ,การทำผ้าเช็ดหน้าบาติก ,การทำขนมตาล,และการทำเทียนเจล นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการโลกอาชีพ โลกการศึกษา ของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาและนิทรรศการให้บริการประชาชนของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งมีการเผยแพร่ข้อมูลอาชีพรวมจำนวน 16 แห่งด้วยกัน

หอการค้าจังหวัดตรัง ทำพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดพิธีวิวาห์ใต้สมุทร และขอให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่น

วันนี้ (6 ก.พ.) เวลา 07.00 น. ที่อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายสุรินทร์ โตทับเที่ยง รองประธานหอการค้าไทย นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง และหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ร่วมพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ อดีตเจ้าเมืองตรัง และบิดาแห่งยางพาราไทย เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเตรียมจัดงานพิธีวิวาห์ใต้สมุทร ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ซึ่งพิธีวิวาห์ใต้สมุทรที่มีการจัดขึ้นที่จังหวัดตรังนั้น ได้มีการจัดงานต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่ 18 และยังคงมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เหมือนเช่นทุกปี ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ให้เดินทางมากลับมาท่องเที่ยวภายหลังจากสถานการณ์ต่างๆเริ่มคลี่คลายไปในทาง ที่ดีขึ้น สำหรับการจัดงานพิธีวิวาห์ใต้สมุทรที่จังหวัดตรังนั้นทางจังหวัดมุ่งหวังว่าจะเป็น การกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังมากขึ้น การบวงสรวงในวันนี้เป็นการบวงสรวงโดยการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์และทำพิธีทางศาสนาพราหมณ์ ซึ่งการบวงสรวงจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่จัดงานพิธีวิวาห์ใต้สมุทร ในปีนี้มีคู่บ่าวสาวร่วมพิธี 31 คู่ เป็นชาวต่างชาติ 5 คู่

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารเรียน คสล.8 ชั้น

ที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายแพทย์ ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศ เขต 12 และนายแพทย์ วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดตรัง ร่วมเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารเรียน คสล.ชั้น 8 ชั้น โดยมี ดร.ขวัญตา บุญวาศ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง กล่าวรายงาน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง เป็นสถาบันอุดมศึกษา สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ก่อตั้งขึ้นเป็นอันดับที่ 23 ในจำนวน 29 แห่ง โดยดำริของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของการผลิตบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพ เพื่อให้บริการได้ครอบคลุมทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้แถบชายฝั่งอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงมาจนถึงจังหวัดพัทลุง ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีวิทยาลัยพยาบาล และจังหวัดตรังเป็นพื้นที่เหมาะสมแก่การประสานงานกับจังหวัดอื่น ๆ คณะผู้ริเริ่มดำเนินการประกอบด้วยบุคลากรหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนจังหวัดตรัง โดย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขอการสนับสนุนการจัดตั้งวิทยาลัยพยาบาลในที่สุดในพื้นที่ก่อสร้างอาคาร จำนวน 19 ไร่เศษ ในราคา 7.7 ล้านบาท โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง จำนวน 3.5 ล้านบาท เทศบาลนครตรัง 4 ล้านบาท และตระกูลจันทรสกุล จำนวน 2 แสนบาท สืบเนื่องจากนโยบายการเพิ่มจำนวนการผลิตของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตอบสนองความต้องการพยาบาล ซึ่งเป็นบุคลากรสาขาขาดแคลนของประเทศ ส่งผลให้วิทยาลัยมีห้องเรียนและหอพักไม่เพียงพอต่อจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นทุกปี จึงได้ดำเนินการจัดทำคำของบประมาณการก่อสร้างอาคารเรียน คสล.8 ชั้น ซึ่งเป็นแบบที่ทันสมัย เน้นพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 8,540 ตารางเมตร พร้อมอุปกรณ์ประกอบอาคาร ได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนเป็นงบผูกพัน 3 ปี คือ ปีงบประมาณ 2556-2558 จำนวน 127,154,700 บาท และใช้เงินรายได้สมทบอีก 6,095,300 บาท รวมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง เป็นเงิน 133,250,000 บาท

เกษตรจังหวัดกระบี่สัมมนาเครือข่ายการผลิตปาล์มน้ำมันคุณภาพ

วันนี้ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕7 นายกฤช รังสิเสนา ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดการสัมมนาเครือข่ายการผลิตปาล์มน้ำมันคุณภาพแก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรแกนนำศูนย์เรียนรู้ปาล์มน้ำมันชุมชนตำบล ตามโครงการพัฒนาศักยภาพครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อการผลิตน้ำมันอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมี นายไชยยุทธ์ ขุนฤทธิ์แก้ว เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน ผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วย เกษตรอำเภอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบงานปาล์มน้ำมันอำเภอและเกษตรกรแกนนำศูนย์เรียนรู้ปาล์มน้ำมันชุมชนตำบล จำนวน 100 คน

จังหวัดกระบี่มีการปลูกปาล์มน้ำมันมากที่สุดของประเทศ ซึ่งปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่สร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดและมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต มีพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากกว่า 22,000 ครัวเรือน มีเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมันตั้งแต่ 2-5 ไร่ จนถึงผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทมหาชนมีพื้นที่ปลูกมากกว่า 10,000 ไร่ มีแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน และองค์ความรู้ด้านปาล์มน้ำมันที่ครบวงจรที่จังหวัดกระบี่ ที่พร้อมจะให้เกษตรกร ผู้ประกอบการทั้งในและต่างจังหวัด ได้เข้ามาเรียนรู้จนอาจจะเรียกได้ว่าเมื่อกล่าวถึงปาล์มน้ำมันจะต้องนึกถึงจังหวัดกระบี่

ปัญหาที่สำคัญประการหนึ่งในกระบวนการผลิตปาล์มน้ำมัน คือคุณภาพปาล์มน้ำมันที่เก็บเกี่ยวปาล์มดิบรวมทั้งต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะปุ๋ย เนื่องจากปาล์มน้ำมันเป็นพืชอายุยาว ดังนั้นในการบริหารจัดการสวนปาล์มน้ำมัน จะต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพราะหากมีการบริหารจัดการผิดพลาดไปในช่วงแรกก็จะมีผลต่อการให้ผลผลิตในช่วงต่อไปของปาล์มน้ำมันการบริหารจัดการสวนปาล์มน้ำมัน การใช้ปุ๋ย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าการจัดการสวนมีประสิทธิภาพมากหรือน้อย เนื่องจากปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ต้องการใช้ปุ๋ย ในปริมาณมาก พบว่าค่าใช้จ่ายมากกว่า 50% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เป็นต้นทุน เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อปุ๋ยเพื่อใส่ให้ปาล์มน้ำมัน สาเหตุหนึ่งที่ปาล์มน้ำมันต้องการปุ๋ยในปริมาณมาก เนื่องจากปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ให้ผลผลิตทั้งปี

ดังนั้นการใช้ปุ๋ยในปาล์มน้ำมันจำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะหากมีการใช้ปุ๋ยในปริมาณที่น้อยกว่าความต้องการของปาล์มน้ำมัน ก็จะทำให้ ผลผลิตลดลง ในทางตรงกันข้าม หากมีการใช้ปุ๋ยในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะทำให้สิ้นเปลือง เพราะเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต นอกจากปริมาณของปุ๋ยที่เหมาะสมแล้ว ความเหมาะสมของสัดส่วนปุ๋ยแต่ละชนิดก็มีความสำคัญ เช่นเดียวกับการใช้ปุ๋ยเพียงชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ทำให้สัดส่วนของความต้องการปุ๋ยมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีผลทำให้ผลผลิตลดลงได้

ปัจจุบันการใส่ปุ๋ยพืชอย่างถูกต้องและเหมาะสม ควรมีการวิเคราะห์ปริมาณอาหารที่มีอยู่ในพืช เพื่อให้ทราบถึงความต้องการปริมาณและชนิดของธาตุอาหารที่มีในพืชว่าเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตหรือไม่ หากทราบข้อมูลดังกล่าวจะทำให้มีการใช้ปุ๋ยได้ถูกต้อง ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนการผลิตในการใช้ปุ๋ยได้ประมาณ 20-30% และจะสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ การสัมมนาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรแกนนำศูนย์เรียนรู้ปาล์มน้ำมันชุมชนตำบล ได้นำความรู้ไปปฏิบัติในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการผลิตปาล์มน้ำมันของจังหวัดกระบี่ก็จะประสบผลสำเร็จและก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป 

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สถานการณ์ในพื้นที่ อ.ทุ่งสง เป็นปกติ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษา เปิดทำงาน ทำการเรียนการสอนตามปกติ


สถานการณ์ในพื้นที่ อ.ทุ่งสง เป็นปกติ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษา เปิดทำงาน ทำการเรียนการสอนตามปกติ

ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟทุ่งสง มีการตั้งเวทีปราศรัย รับสัญญาณการชุมนุมของ กปปส.ที่ ชุมนุมที่ กทม.แต่มีการชุมุนมจำนวนไม่มากนักในช่วงค่ำๆ

แนวร่วมกปปส.ระนองขอประชาชนติดต่อราชการภายในวันศุกร์

แกนนำกลุ่มแนวร่วมกปปส.ระนอง ขอบคุณส่วนราชการที่ให้ความร่วมมือ พร้อมขอให้ประชาชนติดต่อราชการได้ภายในวันศุกร์ ก่อนระดมคนปิดต่อจนกว่ารัฐบาลรักษาการจะลาออก

นายสุชีพ พัฒน์ทอง หนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วม กปปส.จังหวัดระนอง เปิดเผยถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนระนอง ว่าในระหว่างนี้ได้ผ่อนคลายให้ส่วนราชการสามารถดำเนินงานที่คั่งค้างได้ และขอให้ประชาชนที่ต้องการติดต่อราชการต่าง ๆ ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ เพราะหลังจากนั้น ในวันจันทร์ ที่ 10กุมภาพันธ์ จะระดมมวลชนไปปิดล้อมขอความร่วมมือให้ปิดส่วนราชการต่าง ๆ ต่อไป จนกว่ารัฐบาลรักษาการจะลาออกและเปิดทางให้มีการปฏิรูปการเมือง โดยจะมีการกำหนดตั้งเวทีใหญ่อีกครั้ง อยู่ระหว่างหารือว่าจะเป็นที่ใด เพื่อร่วมชุมนุมคู่ขนานกับเวที กปปส.ในกรุงเทพ ฯ มหานคร

พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวขอบคุณส่วนราชการต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือ ปิดสถานที่ราชการมาก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าทางกลุ่มแนวร่วม กปปส.ไม่ได้ต้องการสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น เพียงแต่ต้องการช่วยเหลือสนับสนุนข้าราชการดี ๆ ที่ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้หลุดจากอำนาจการบริหารที่ไม่ชอบธรรม ซึ่งจังหวัดระนองมีลักษณะพิเศษตรงที่อยู่กันแบบครอบครัวเป็นพี่เป็นน้องกัน จึงสามารถเจรจาพูดคุยกันได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรง

ซึ่งหลังจากวันที่ 10 กุมภาพันธ์ การชุมนุมก็ยังคงยึดหลักอหิงสา ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และจะไม่สร้างความเสียหายให้กับสถานที่ใด ๆ โดยช่วงนี้จะยังไม่มีการชุมนุมและจัดตั้งเวทีในสถานที่ชุมชนต่าง ๆ

หน่วยงานราชการที่จังหวัดนครศรีธรรมราชทุกหน่วยสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ

หน่วยงานราชการทุกหน่วยสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ สำหรับศาลากลางจังหวัดฯ ยังไม่ยกเลิกมาตรการ รปภ. แต่ลดระดับความเข้มลงมาเพื่อป้องกันการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบจากบุคคลที่ 3

ทั้งนี้ ไม่มีเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ในพื้นที่

เลื่อนการจัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “พระธาตุเจดีย์สู่มรดกโลก” หลังนักวิชาการต่างประเทศตอบปฏิเสธเข้าร่วม เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

จังหวัดนครศรีธรรมราช เลื่อนการจัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "พระธาตุเจดีย์สู่มรดกโลก” หลังนักวิชาการต่างประเทศตอบปฏิเสธเข้าร่วม เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังแถลงจัดงานระหว่าง ๑๔ – ๑๕ ก.พ.๕๗

ศอ.บต.เตรียมจัดการประกวดสุนทรพจน์ภาษามลายูเพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการรักษาอัตลักษณ์ทางภาษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 (เวลา 13.30 น. ) ที่ห้องประชุมปฏิบัติการ (OR) อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดร.มะรอนิง  สาแลมิง รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดประกวดสุนทรพจน์ภาษามลายู ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการอำนวยการสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ร่วมกับคณะทำงานสถานีวิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมลายู มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาภาษามลายูและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์ผ่านสื่อวิทยุโทรทัศน์ภาษามลายูให้สังคมและโรงเรียนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาด้านภาษามลายูที่สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยมีสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาษามลายูเป็นสื่อกลางในการเป็นแม่ข่าย การส่งกระจายภาพและเสียง ซึ่งสามารถสื่อสารเชื่อมโยงกับโลกมลายูในบริบทของประชาคมอาเซียน โดยมี พลตำตรีจำรูญ  เด่นอุดม  และคณะกรรมการดำเนินงานเข้าร่วมประชุม 30 คน

ดร.มะรอนิง  สาแลมิง รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ภาษามลายูเป็นภาษาที่มีความสำคัญต่ออัตลักษณ์ของคนในท้องถิ่น เพราะประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้ภาษามลายูสื่อสารในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อสื่อสารในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศบรูไน กิจกรรมที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญ เพราะเป็นเหมือนการขยายให้ชุมชน ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ จัดการประกวดสุนทรพจน์ในครั้งนี้เป็นการแสดงให้คนในพื้นที่และนอกพื้นที่ได้เห็นว่าทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เปิดพื้นที่และเปิดโอกาสอย่างจริงจังในเรื่องของอัตลักษณ์ทางภาษามลายู เรามีสถานีวิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียงมลายู เรามีสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ กลไกต่างๆเหล่านี้ เราจึงต้องมีกิจกรรมต่างๆมาสนองให้เห็น หากเราไม่ได้มีการขับเคลื่อน เราก็จะไม่มีภาพที่ชัดเจนให้ประชาชนในพื้นที่ได้เห็น  แต่กิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการเปิดพื้นที่ทางอัตลักษณ์ที่สำคัญในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สัมผัสอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้มหกรรมภาษามลายู ประกวดสุนทรพจน์จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ห้องประชุมชั้น 1 (ห้องโถง) อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป มีกิจกรรมบนเวทีต่างๆ อาทิเช่น  ผู้แทนผู้ประกวดจาก 19 คน แสดงทักษะความสามารถทางภาษาอังกฤษและภาษามลายูโดยนักเรียนโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิจังหวัดยะลา มีการแสดงอานาซีด และผู้ชนะเลิศในกิจกรรมครั้งนี้จะได้รับเกียรติจากกงสุลมาเลเซียและกงสุลอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลาเป็นผู้มอบรางวัลอีกด้วย


สำนักสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ ศอ.บต. รายงาน

เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางยะลา ยึดยาบ้าและโทรศัพท์มือถือ หลังคนร้ายพยายามโยนเข้าไปในเรือนจำ

วันนี้ 5 ก.พ.57 เวลา 11.30 น. ศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งจาก นายมณฑล ศรีกระจิบ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดยะลา ว่า เรือนจำสามารถยึดยาบ้า และโทรศัพท์มือถือ ที่คนร้ายพยายามโยนเข้าไปภายในแดนนักโทษ หลังรับแจ้งจึงได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.ยะลา เข้าตรวจสอบภายในเรือนจำกลางยะลา ก็พบว่า เจ้าหน้าที่ของเรือนจำกลางยะลา กำลังตรวจสอบถุงกระดาษพันด้วยกระดาษกาวสีน้ำตาล โดยของกลางที่พบเป็นยาบ้า จำนวน 363 เม็ด โทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย รุ่น ซี 2 จำนวน 2 เครื่อง พร้อมที่ชาร์ต 1 อัน หูฟังโทรศัพท์ จำนวน 2 ชุด และ แบตเตอร์รี่โทรศัพท์ อีก 3 ก้อน

นายมณฑล ศรีกระจิบ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า นายจิรพงศ์ จันทร์งาม เจ้าหน้าที่ รปภ.ของเรือนจำ ได้ตรวจพบถุงกระดาษสีน้ำตาลพันด้วยพลาสติกอย่างดี ตกอยู่ริมกำแพงข้างเรือนจำ ด้านซ้ายมือใกล้กับที่จอดรถ จึงได้แจ้งให้ตนเองทราบ จากนั้นจึงได้แกะถุงออกก็พบว่าข้างในมียาบ้า และโทรศัพท์มือถือ ดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่าคนร้ายพยายามที่จะโยนยาบ้าและโทรศัพท์มือถือให้กับนักโทษภายในเรือนจำ แต่เกิดการผิดพลาด ทำให้ถุงดังกล่าวไม่เข้าในเรือนจำ ตกหล่นข้างกำแพง จึงสามารถยึดของกลางได้ ซึ่งทางเรือนจำกลางยะลา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ทำการตรวจสอบและหาข้อมูลเพื่อติดตามขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายที่เหลือต่อไป

สำหรับเรือนจำกลางยะลา เมื่อวันที่ 30 มี.ค.56 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เคยจับกุมตัวผู้ต้องหา ที่กำลังพยายามจะโยนยาบ้า จำนวน 83 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และ มีดปลายแหลม 1 ด้าม เข้าไปภายในแดนนักโทษ มาแล้ว 1 ครั้ง


ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

ผู้ว่านราธิวาส ลงพื้นที่สุไหงปาดีรับฟังปัญหาจากประชาชน พร้อมประสานหน่วยงานรับผิดชอบแก้ไขทันที

( 5 ก.พ. 57 )  ที่บริเวณโรงเรียนบ้านสากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ซึ่งมีการหมุนเวียนจัดในทุกอำเภอเพื่อให้หน่วยงานราชการและหัวหน้าส่วนราชการเดินทางไปพบปะและให้บริการกับประชาชนถึงพื้นที่ โดยครั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ต.สากอ อ.สุไหงปาดี ทั้งปัญหาด้านสาธารณูปโภค ปัญหาการขาดน้ำทำให้ทำนาไม่ได้  ซึ่งรับที่จะรีบแก้ปัญหาให้ทันที

และในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มอบเอกสารสิทธิ์ที่ทำกินให้กับประชาชนในพื้นที่ ต.สากอ และ ต.สุไหงปาดี พร้อมมอบเครื่องยังชีพให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ รวมถึงมีการมอบทุนการศึกษาของกองทุนพัฒนาเด็กเล็กในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระราชสุดาฯจำนวน 3 ทุน

สำหรับพื้นที่ ต.สากอ ปัจจุบันมีประชากรรวม 10,326 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และประกอบอาชีพเกษตรกรสวนยางพารา และสวนผลไม้ตามลำดับ


เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายสรุปเหตุยิงครอบครัวมะมันเป็นการสร้างสถานการณ์ มอบเงินเยียวยากว่า 1,500,000 บาท

( 5 ก.พ. 57 ) นายศุภณัฐ  สิรันทวิเนติ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญนายเจ๊ะมุ มะมัน บิดาของ ด.ช.มูยาเฮค มะมัน อายุ 11 ปี ด.ช.บาฮารี มะมัน อายุ 9 ปี และ ด.ช.อีลยาส มะมัน อายุ 6 ปี ที่ถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิตคาบ้านพักในพื้นที่ บ.ปะลุกาแปเราะ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา มาพบที่ห้องทำงานของ พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอบาเจาะ เพื่อชี้แจงผลสรุปของการดำเนินการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัว โดยจากการสอบสวนนั้นเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองของอำเภอบาเจาะได้เห็นพ้องว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวมะมันเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และในโอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยากรณีผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบให้กับนายเจ๊ะมุ มะมัน แยกเป็นกรณีบุตรทั้ง 3 เสียชีวิต เป็นเงิน 1,500,000 บาท กรณีนางพาดีละห์ แมยู ภรรยาท้อง 4 เดือนได้รับบาดเจ็บ 50,000 บาท และนายเจ๊ะมุ ที่ได้รับบาดเจ็บ 10,000 บาท  ซึ่งนางพาดีละห์นั้นในวันนี้โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรักษากระดูกข้อศอกขวาที่ได้นับบาดเจ็บ

ส่วนความคืบหน้าทางคดีขณะนี้เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายได้เร่งดำเนินการด้านการข่าวเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ของ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อีกทั้งรอผลตรวจสอบจากปลอกกระสุนปืนที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ในที่เกิดเหตุว่าเคยใช้อาวุธดังกล่าวในพื้นที่ใดบ้าง 

นครฯ ได้ ป.ป.จ.แล้ว รวม 5 คน

สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เผยรายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นป.ป.จ.นครศรีธรรมราช

นายพล ศรัทโธ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ดำเนินการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือป.ป.จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 10 คน ส่งให้กรรมการ ป.ป.ช. ส่วนกลาง ได้พิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งเป็น ป.ป.จ.นครศรีธรรมราช และบัดนี้นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ได้ลงนามแต่งตั้งกรรมการ ป.ป.จ.ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 5 คน มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.57 เป็นต้นไป มีรายชื่อดังนี้ นายอรุณ พุมเพรา เป็นประธานกรรมการ ป.ป.จ.และกรรมการ ป.ป.จ. ประกอบด้วย นางมลินีนัน ณัฐศรีวัฒน นายสุเมธ เม่งช่วย นางฐิติพร บุญเรืองขาว และนายสำเนียง กุญชรินทร์

ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า กรรมการ ป.ป.จ. เป็นบุคคลสำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต โดยตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สิน เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งการประสานความร่วมมือกับประชาชนและส่วนราชการ เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนในทุกระดับได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการทุจริต อันเป็นการป้องกันการทุจริต เสริมสร้างทัศนคติ รวมทั้งค่านิยมเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตให้ประชาชนในทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระดับพื้นที่

ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดต่อราชการกับสำนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ที่อาคารพาณิชย์ทางเข้าหมู่บ้านเมืองทอง เลขที่ 161 ถ.วันดีโฆษิตกุลพร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สอบถามเพิ่มเติม โทร.075-432205-6

ประชุมคณะกรรมการศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชุมคณะกรรมการศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เน้นการบูรณาการแผนงาน/โครงการ การเตรียมความพร้อมรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ

วันนี้(5 ก.พ.57) ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 1/2557 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการเตรียมรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จทรงงานในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 26 – 27 มิถุนายน 2557 ได้แก่ พื้นที่นาข้าว นากุ้ง และป่าจาก ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง /พระตำหนักประทับแรมอำเภอปากพนัง /พื้นที่ส่งเสริมการผลิตข้าว หมู่ที่ 7 ต.ชะเมา อ.ปากพนัง และพื้นที่ป่าพรุเสม็ดขาวมูลนิธิชัยพัฒนา หมู่ที่ 1 ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ นอกจากนี้ยังได้รับทราบผลการดำเนินงานและแผนปฏิบัติงาน ปี 2557 ของหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 250 โครงการ งบประมาณ 241 ล้านบาทเศษ การดำเนินงานของโครงการศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง แนวทางการดำเนินงานโครงการเซรามิค หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 2 นอกจากนี้ยังได้ติดตามความก้าวหน้าการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากมาดำเนินการในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยกำหนดดำเนินการนำร่อง 5 หมู่บ้าน ในพื้นที่ 5 อำเภอ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในการดำเนินงานตามโครงการต่าง ๆ ขอให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งงบปกติจากกรมต้นสังกัด งบ กปร. งบจังหวัด งบท้องถิ่น หรืองบจากแหล่งอื่น ๆ มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด เกิดความยั่งยืนของโครงการ เป็นไปตามแนวพระราชดำริ โดยในส่วนของจังหวัดยินดีสนับสนุนงบประมาณต่าง ๆ ในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การจัดตั้งศูนย์สาธิตการเกษตร การพัฒนาศักยภาพการผลิตส้มโอทับทิมสยาม เป็นต้น ส่วนปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 จะตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการพระราชดำริเพิ่มขึ้น โดยจะเน้นเรื่องการทำนาปลูกข้าวในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เช่น อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร เป็นต้นและการพัฒนาอาชีพอื่น ๆ สำหรับการเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่จริงแล้วประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อให้การดำเนินงานด้านต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากมีปัญหาอุปสรรคทางจังหวัดพร้อมที่จะลงไปแก้ไขปัญหาร่วมกัน 

นครฯ เลื่อนสัมมนาวิชาการนานาชาติเรื่อง “พระธาตุเจดีย์สู่มรดกโลก”

จังหวัดนครศรีธรรมราช เลื่อนการจัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “พระธาตุเจดีย์สู่มรดกโลก” หลังนักวิชาการต่างประเทศตอบปฏิเสธเข้าร่วม เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

รศ. ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช/ประธานคณะกรรมการฝ่ายวิชาการ การนำเสนอพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก เปิดเผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชได้กำหนดการจัดสัมมนาทางวิชาการระดับนานาชาติ เรื่อง “พระธาตุเจดีย์สู่มรดกโลก” ในช่วงการจัดงานประเพณี มาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ นานาชาติ ที่เมืองนครฯ” ประจำปี 2557 ในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2557 ณ โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช เพื่อรวบรวมข้อมูล หลักฐานที่ได้รับจากนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ มาประกอบในการจัดทำเอกสารทางวิชาการฉบับสมบูรณ์( Nomination Dossier) ก่อนเสนอต่อยูเนสโก เพื่อประกอบการนำเสนอพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อีกทั้งเพื่อให้นักวิชาการจากต่างประเทศได้เห็นถึงการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่ปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องกันมายาวนานถึง 784 ปี ซึ่งตรงตามหลักเกณฑ์ทางวัฒนธรรมในการพิจารณาให้เป็นมรดกโลกข้อที่ 6 คือ มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

รศ.ฉัตรชัย กล่าวว่า หลังจากที่ได้ทำหนังสือเชิญไปยังนักวิชาการจากต่างประเทศ จำนวน 14 คน เพื่อเข้าร่วมสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ เรื่อง “พระธาตุเจดีย์สู่มรดกโลก” ในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2557 ปรากฏว่า มีนักวิชาการ 10 คนจาก 14 คน เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เป็นต้น ตอบกลับมาว่าไม่สามารถเดินทางมาเข้าร่วมสัมมนาได้เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัยหลังจากที่รัฐบาลไทยมีการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นผลกระทบที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่นอกพื้นที่การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องเลื่อนการจัดสัมมนาครั้งนี้ออกไปก่อน แต่ได้กำหนดจัดสัมมนาใหม่อีกครั้งในช่วงเทศกาลวิสาขบูชา ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2557 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมทางศาสนาแห่ผ้าขึ้นธาตุเช่นเดียวกับเทศกาลมาฆบูชา อย่างไรก็ตามในการจัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2557 นี้ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อนำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการเป็นมรดกโลกอย่างสมบูรณ์ ใน ปี 2558 ตามขั้นตอนต่อไป