วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2557

หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดงานสุดยอดของหรอยเมืองนคร ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. - 1 มิ.ย. 57 ณ ลานกิจกรรมราชพฤกษ์ ไนท์บาร์ซา

วันนี้ (26 เม.ย. 57) ที่ห้องประชุมอรพิน โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช นายกรกฎ เตติรานนท์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายอภิชาติ แก้วสุวรรณ ปฏิคมหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานสุดยอดของหรอยเมืองนคร ประจำปี 2557

ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 28 พ.ค. - 1 มิ.ย. 57 ณ ลานกิจกรรมราชพฤกษ์ ไนท์บาร์ซา ตรงข้ามห้างโอเชี่ยนโรบินสันนครศรีธรรมราช

นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช มีประวัติมายาวนาน มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้านอาหารการกิน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมงานสามารถเลือกชิมลิ้มรสอาหารนานาชนิดของปักษ์ใต้ได้ตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงาน ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย

นางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การจัดงาน “สุดยอดของหรอยเมืองนคร” หอการค้าจังหวัดได้จัดต่อเนื่องมาหลายแล้ว โดยอาหารที่นำมาจัดจำหน่ายในงาน เน้นความเป็นเอกลักษณ์การกินของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการรวบรวมอาหารชื่อดังของร้านอาหารต่าง ๆ ในจังหวัด มาไว้ในงานเพื่อให้นักท่องเที่ยว ประชาชน และเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ชิมลิ้มรสชาติอาหาร เพื่อให้คุ้นชินกับรสชาติของอาหารพื้นบ้าน ให้สืบทอดไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่ลืมรสชาติอาหารของบ้านเกิดตัวเอง ลดการกินอาหารต่างประเทศตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้อาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้ไปสู่นานาชาติ รองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปี พ.ศ.2558

นายกรกฎ เตติรานนท์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ร้านอาหารต่าง ๆ ที่มาออกร้านจำหน่ายอาหารไม่เน้นถึงผลกำไร แต่เน้นการมีส่วนร่วม มีการลดราคาอาหารเป็นกรณีพิเศษจากปกติ 50 % แต่ปริมาณเท่าเดิม โดยมีการแจกคูปองให้นักท่องเที่ยวนำไปแลกซื้ออาหารได้ทุกร้านภายในงานทุกวัน นอกจากได้อิ่มอร่อยจากอาหารรสเด็ดแล้ว ยังได้สนุกสนานกับความบันเทิงภายในงาน เช่น การประกวด มิส สุดยอดของหรอยเมืองนคร 57 ทั้งสาวแท้และสาวเทียม การประกวดวงดนตรีลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง การแสดงศิลปินพื้นบ้าน เช่น มโนราห์ หนังตะลุง การประกวดวงดนตรีเยาวชน และการแสดงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของป้าง “นครินทร์ กิ่งศักดิ์” ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช



ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 26 เม.ย. 2557

จังหวัดนครศรีธรรมราช จับมือหอการค้าจังหวัด จัดงานเกษตรลุ่มน้ำปากพนัง สู่ตลาดกลางผักและผลไม้ 10-11 พฤษภาคม 2557

วันนี้ (26 เม.ย. 57) ที่ห้องประชุมอรพิน โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช นายกรกฎ เตติรานนท์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายอภิชาติ แก้วสุวรรณ ปฏิคมหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเกษตรลุ่มน้ำปากพนัง สู่ตลาดกลางผักและผลไม้ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2557 ณ ถนนหน้าศาลาประชาสันต์ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว จำนวน 1 ล้านบาท โดยให้หอการค้าจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรชาวลุ่มน้ำปากพนัง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และช่วยแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ มีการเจรจาตกลงทางการค้า ผู้ซื้อพบผู้ขายโดยตรง

นางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนอย่างแท้จริง เพื่อร่วมกันช่วยเหลือเกษตรกรชาวลุ่มน้ำปากพนังและชาวนครศรีธรรมราช โดยมีการนำนวัตกรรม เทคโลยีทางการเกษตรมาจัดแสดงภายในงานเพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงเทคโนโลยีทางการเกษตร การจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริ มีการประกวดและจัดจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรลุ่มน้ำปากพนัง การจำหน่ายสินค้าโอทอป รังนก และอาหารทะเลสด ๆ และแปรรูป กว่า 50 บู๊ธ การเจรจาตกลงทางการค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ผลิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านราคา เป็นการตกลงซื้อขายสินค้ากันล่วงหน้า สามารถแก้ไขปัญหาสินค้าล้นตลาดได้ในระดับหนึ่ง เกษตรกรจะได้ผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของตลาด

นายอภิชาติ แก้วสุวรรณ ปฏิคมหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีภาคบันเทิงพบกับรำวงเวียนครก และการแสดงคอนเสิร์ตเต็มวงของตั๊กแตน ชลดา อย่าลืม 10-11 พฤษภาคม 2557 พบกันในงานเกษตรลุ่มน้ำปากพนัง สู่ตลาดกลางผักและผลไม้



ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 26 เม.ย. 2557

นครสงขลา แถลงข่าวการจัดงาน "เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์" ครั้งที่ 15 และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ประจำปี 2557

ค่ำวันนี้ (25 เม.ย. 57) เวลา 18.30 น. ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ อ.เมือง จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา และผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “อาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2557 และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เทศบาลนครสงขลา ร่วมกับจังหวัดสงขลา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และอีกหลายหน่วยงาน กำหนดจัดงาน ‘ เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์’ ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 24 พฤษภาคม 2557 และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ระหว่างวันที่  12 – 18 พฤษภาคม 2557  ณ บริเวณสระบัว แหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา โดยภายในงานจัดให้มีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล และอาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทะเล สินค้า OTOP ของชุมชน ชมการแสดงบนเวที การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและศิลปวัฒนธรรมในแต่ละภาคจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ การแสดงดนตรีของศิลปินที่มีชื่อเสียง การแสดงของนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครสงขลาและโรงเรียน สถาบันการศึกษาอื่น ๆ กิจกรรมการแข่งขันประกอบอาหาร สาธิตการประกอบอาหาร และอื่น ๆ มากมาย พร้อมชมฟรี คอนเสิร์ต จากศิลปินดังมากมาย ตลอดจนกิจกรรมการประกวดนางสาวสมิหลา ซึ่งได้รับความสนใจจากสาวงามทั่วประเทศ เข้าร่วมการประกวดเป็นอย่างมาก

ด้าน นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี  นายกเทศมนตรีนครสงขลา  กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้    เพื่อเป็นการกระจายรายได้ และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา และเป็นการประชาสัมพันธ์อาหารทะเล อาหารพื้นบ้านของจังหวัดสงขลาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีอันดีงามในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสงขลาอีกด้วย




ภาพ/ชิดนัย แก้วมณีโชติ
ข่าว/จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจ สงขลา กอ.รมน. จังหวัดสงขลา ส่วนหน้า จัดบรรยายพิเศษศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ กับแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เช้าวันนี้ (25 เม.ย.57) น. ที่ห้องประชุม สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาสงขลา เขต 3 อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา   เวลา.09.30 น. พล.ต. ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาค 4 ประธานบรรยายพิเศษ  ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอกับแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอเข้าร่วม

พล.ต.ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอในพื้นที่ 4 อำเภอของ จังหวัดสงขลา ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ เป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ซึ่งมีสถิติเหตุการณ์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะยังคงใช้กำลังส่วนหนึ่ง ในการเฝ้าระวังพื้นที่ จึงถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเข็มแข็งของภาคประชาชน จึงทำให้ไม่มีการบ่มเพาะ หรือขยายตัวของกลุ่มเครือข่ายผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความเข้มแข็ง และทำให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงานให้เป็นไปในแนวทางแนวกัน จึงทำให้การทำงานในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งทุกหน่วยงานต้องมาบูรณาการ และปฏิบัติงานร่วมกันทั้งงานด้านการพัฒนางานด้านการทหาร จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจ และให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตามยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ ในการร่วมบูรณาการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป



จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง/ภาพ/ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลา จัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เช้าวันนี้ (25 เม.ย. 57) ที่หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.เมืองสงขลา  นายกฤษฎา  บุญราช  ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานในพิธีถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนจังหวัดสงขลา ร่วมวางพานพุมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระคุณอนันต์ต่อแผ่นดินไทย โดยพระองค์ได้ทรงกอบกู้อิสรภาพของประเทศไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า และนับตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพเป็นต้นมา แม้หงสาวดีจะเพียรพยายามส่งกองทัพเข้ามารบหลายครั้ง แต่ก็ถูกกองทัพของกรุงศรีอยุธยาตีแตกพ่ายไปทุกครั้ง โดยพระองค์ทรงเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย ไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขเสมอมา และทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวมพระชนมมายุ 50 พรรษา สิริรวมการครองราชสมบัติ 15 ปี

ดังนั้น เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเชิดชูพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ รัฐบาลไทยโดยมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 จึงกำหนดให้ทุกวันที่ 25 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช



ยุสรา  วาจิ//ข่าว
ชิดนัย  แก้วมณีโชติ//ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ชาวบ้านหวั่นสร้างมลพิษระยะยาว หลังเอกชนรับสัมปทานจัดการขยะทั้งเมือง

เทศบาลตำบลบางนอน เตรียมทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็น การจัดการขยะบริเวณห้วยค้างคาว หลังเอกชนรับสัมปทานเป็นพื้นที่จัดการขยะทั้งเมือง

ชาวบ้านหวั่นสร้างมลพิษระยะยาว ด.ต.ประนอม รอดแคล้ว นายกเทศมนตรีตำบลบางนอน เปิดเผยถึงการจัดเวทีประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ตำบลบางนอน กรณีที่บริษัท หจก.ณัฐพัฒน์ เทรดดิ้ง จะเป็นผู้ดำเนินการจัดทำบ่อขยะโดยรับขยะจากพื้นที่อำเภอเมืองทั้งหมด โดยใช้สถานที่บริเวณ ห้วยค้างคาว หมู่ 1 ตำบลบางนอน อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ทางเทศบาลตำบลบางนอน จึงได้จัดให้มีการทำประชาพิจารณ์ตามขั้นตอน ในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ณ โรงอาหารวิทยาลัยเทคนิคระนอง โดยขอให้ประชาชนที่จะเข้าร่วมประชาพิจารณ์ครั้งนี้ นำบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันว่าเป็นคนในพื้นที่จริงในการลงทะเบียนแสดงตนด้วย พร้อมกันนี้ได้เชิญตัวแทนบริษัทที่รับเหมางาน มาอธิบายรายละเอียดของโครงการ และเชิญตัวแทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งตัวแทนจังหวัดระนอง เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้ด้วย

สำหรับพื้นที่เทศบาลตำบลบางนอน มีการจัดการขยะอย่างเป็นสัดส่วน โดยใช้วิธีฝังกลบ และไม่เป็นปัญหามากว่า 10 ปีแล้ว แต่เนื่องจากครั้งนี้ จะมีการนำขยะจากภายนอกพื้นที่มาใช้พื้นที่ตำบลบางนอน จึงต้องเปิดเวทีประชาพิจารณ์ เพราะมีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง จึงต้องให้ประชาชนในพื้นที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

ผลกระทบจากการชุมนุมประท้วงการดำเนินคดีรุมโทรมหญิงท้องของตำรวจภูเก็ต

(ลำดับที่ 1)

ชาวบ้านปิดถนนเรียกร้องตำรวจนำ 2 โจ๋ชิงทรัพย์ – ข่มขืนสาวท้อง5เดือนทำแผนพร้อมให้ขอโทษผู้เสียหาย

ชาวบ้านไม่พอใจเรียกร้องตำรวจท่าฉัตรไชยนำตัวโจ๋พี่น้องฝาแฝดวัย 17 ปี ก่อคดีชิงทรัพย์-ข่มขืนสาวท้อง 5 เดือน ทำแผน - ขอโทษผู้เสียหาย รวมตัวปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้า –ขาออกบริเวณปากทางเข้าวัดไม้ขาวแล้ว ทำรถติดเป็นทางยาว ขณะที่ตำรวจขอฝากขังที่ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต พร้อมนำตัวส่งควบคุมที่สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนภูเก็ต

สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนนาย A และนาย B สองพี่น้องฝาแฝดที่ก่อเหตุรุมข่มขืน และชิงทรัพย์สาวท้อง 5 เดือน ที่บริเวณถนนสายบ้านหมากปรก – บ้านไม้ขาว ต.ไม้ขาว หมู่ที่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ จ.13/2557 และ จ.14/2557 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2557 ในฐานความผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันเป็นลักษณะโทรมหญิง ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

ล่าสุดเมื่อเวลา 11 .00 น.วันที่ 23 เม.ย.57 บริเวณจุดที่เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์และข่มขืนผู้เสียหาย ได้มีประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งหลังจากที่ชาวบ้านรอเป็นเวลานานแต่ทางตำรวจยังไม่นำตัวมาผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาทำแผนแต่อย่างใดทำให้ชาวบ้านพอใจและรวมตัวกันปิดถนนในบริเวณที่เกิดเหตุ จนกระทั่งเวลา 16 .00 น.ชาวบ้านได้รวมตัวกันและย้ายมาปิดถนนสายหลักเส้นเทพกระษัตรีทั้งขาเข้าและขาออกที่บริเวณหน้าทางเข้าวันไม้ขาว อ.ถลางจ.ภูเก็ต เพื่อเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนและขอโทษผู้เสียหายรวมทั้งญาติของผู้เสียหาย ทำให้รถที่จะสัญญาไปมาในเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถเคลื่อนตัวได้


(ลำดับที่ 2)

ชาวบ้านยังปิดถนนทั้งขาเข้า –ขาออก จี้ตร.ขอโทษจับผิดตัว ชาวบ้านยังไม่ยอมเปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้า – ขาออก ภูเก็ต เรียกร้องตำรวจท่าฉัตรไชยนำเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำตัววัยรุ่นในพื้นที่ไม้ขาวไปสอบสวนสงสัยเป็นคนร้าย ก่อนที่จะจับกุมผู้ต้องหาตัวจริงได้ ขณะที่ในส่วนของญาติผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายชิงทรัพย์ –ข่มขืนยังอยู่ในพื้นที่

สำหรับความคืบหน้ากรณีชาวบ้านปิดถนนเทพกระเทพกระษัตรี บริเวณสามแยกทางหมู่บ้านวัดไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ทั้งขาเข้า – ขาออก เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ และข่มขืน สาวท้อง 5เดือน มาทำแผนและมาขอโทษผู้เสียหาย รวมทั้งกลุ่มชาวบ้านได้เรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่าฉัตรไชย นำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัววัยรุ่นในพื้นที่จำนวน 3 คนไปสอบสวน เนื่องจากสงสัยว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว ก่อนที่จะติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุจริงๆมาดำเนินคดีในภายหลัง ซึ่งขณะนี้การปิดถนนดังกล่าวได้ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว และสถานการณ์การปิดถนนยังตึงเครียด อย่างไรก็ตามขณะนี้พ.ต.อ.พีรยุทธ การเจดีย์ พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผู้บังคับการคำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.สมชาย สรรประเสริฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ แต่ไม่เป็นผล กลุ่มผู้ชุมนุมยังยืนยันที่จะปิดถนนต่อไปจนกว่าจะมีการนำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ท่าฉัตรไชย จำนวน 4 คน ที่ควบคุมตัวเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ไปสอบสวนทั้งๆที่ไม่ใช่คนร้าย มาขอโทษกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกควบคุมตัวไป และเรียกร้องร้องให้ย้ายตำรวจทั้ง 4 คน ออกจากพื้นที่ทันที

สำหรับข้อเรียนร้องของชาวบ้านดังกล่าวทางตำรวจได้รับปากที่จะดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้เวลา20.00 น.ยังไม่มีการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย เข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามสำหรับการปิดถนนดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องเดินทางไปยังสนามบิน ไม่สามารถที่จะเดินทางไปได้ ซึ่งบางส่วนได้ลงจากรถเดินผ่านกลุ่มชุมนุมเพื่อไปขึ้นรถที่ทางบริษัทจัดหามารับ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากที่ยังต้องรออยู่ ซึ่งรวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรไปมา ที่รถต้องจอดติดอยู่กับที่เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว



(ลำดับที่ 3)

ชาวบ้านยอมเปิดถนนทั้งขาเข้า-ขาออกแล้วหลังปิดถนนนานกว่า 7ชั่วโมง.หลังผู้ว่าฯภูเก็ตเข้าเจรจายอมรับข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมให้ย้ายตำรวจ 4 นายออกจากพื้นที่ทันที สำหรับความคืบหน้ากรณีชาวบ้านปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้าและขาออกจังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้การจราจรเข้าออกยังไม่สามารถสัญจรไปมา ได้ ล่าสุดเมื่อเวลา 23.15 น. ของวันที่ 23 เม.ย.57 สถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้วเมื่อ นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ. พีระยุทธ การะเจดีย์ พ.ต.อ. ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ. สมชาย สรรประเสริฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเจรจากับ ญาติของวัยรุ่นที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบปากคำ เนื่องจากสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับคดีชิงทรัพย์ และข่มขืนสาวท้อง 5 เดือน ซึ่งเป็นการเชิญไปสอบผิดตัว ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่พอใจออกมารวมตัวปิดถนนดังกล่าว

อย่างไรก็ตามการเจราจาในครั้งนี้ ซึ่งมีนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ใช้เวลาในการพูดคุยนานประมาณ ครึ่งชั่วโมง ได้ข้อสรุปดังนี้คือทางผู้ว่ารับปากที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 3 คน รวมทั้งดูแลความปลอดภัยบ้านพ่อ แม่ และญาติที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย ที่เกี่ยวข้องในการคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นไปสอบสวนนั้น ในเบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ย้ายออกนอกพื้นที่แล้วซึ่งมีผลทันที นอกจากนั้นจะมีการเรียกตัวมาสอบสวนและขอโทษผู้เสียหายทั้งหมด รวมทั้งจะให้ อส.เข้ามาดูแลอีกส่วนหนึ่งจนเกิดความมั่นใจในการดำรงชีวิตของกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 3 คน นายไมตรี กล่าวอีกว่า อยากวิงวอนให้ทุกคนเห็นใจซึ่งกันและกัน และเปิดเส้นทางเข้าออกเพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ ตนเองพร้อมที่จะขอโทษพ่อแม่ของวัยรุ่นทั้ง 3 คนที่มีเรื่องเกิดขึ้น และพร้อมที่จะกำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก หลังการเจรจาจบชาวบ้านยอมเปิดถนนหลังจากที่ปิดมานานกว่า 7 ชั่วโมงทำให้รถติดยาวเหยียดประมาณ 10 กิโลเมตรทั้งขาเข้าและขาออกจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงจะเคลียรถได้ทั้งหมดจากนั้นผู้ว่าราชการได้เดินทางไปยังบ้านของพ่อแม่ วัยรุ่นที่ถูกคุมตัวไปสอบสวน เพื่อขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามขณะที่กลุ่มชาวบ้านกำลังช่วยกันรื้อสิ่งกีดขวางที่วางกั้นถนนไว้นั้นได้มีเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเมื่อมีวัยรุ่นชายไม่ทราบชื่อใช้มือถือถ่ายภาพกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมปิดถนนทำให้มีปากเสียงกันจนกลุ่มวัยรุ่นที่ปิดถนนรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งกันตัวออกนอกพื้นที่ทันที




(ลำดับที่ 4)

ตำรวจนำสองผู้ต้องหาข่มขืนสาวท้องส่งเข้าสถานพินิจแล้วขณะแม่ผู้เสียหายยืนยันจะไปหาเพื่อต้องการให้ออกมาขอโทษและจะดำเนินคคีให้ถึงที่สุดส่วนมตราการเยียวยาผู้เสียหน่อยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายเอ และนายบี สองพี่น้องฝาแฝดที่ก่อเหตุรุมข่มขืน และชิงทรัพย์สาวท้อง 5 เดือน ที่บริเวณถนนสายบ้านหมากปรก-บ้านไม้ขาว ต.ไม้ขาว หมู่ที่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ จ.13/2557 และ จ.14/2557 ลงวันที่ 22 เม.ย.2557 ในฐานความผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันเป็นลักษณะโทรมหญิง ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

ล่าสุดทาง พ.ต.อ. สมชาย สรรประเสริฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย เปิดเผย พนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปยืนขอฝากขังที่ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต และ ซึ่งศาลได้รับคำร้องและส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปควบคุมที่สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนภูเก็ต แล้ว ซึ่งการสอบปากคำหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเพราะผู้ต้องหายังเป็นเยาวชน ทางตำรวจไม่สามารถสอบปากคำได้ฝ่ายเดียว แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไว้แล้ว ส่วนผู้เสียหายนั้นทางพนักงานสอบสวนได้เข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติม และแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมคนที่ก่อเหตุได้แล้ว ซึ่งในส่วนของผู้เสียหายนั้นยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อไป ในส่วนของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องนั้นผู้กำกับท่าฉัตรไชยเปิดเผยว่าไม่สามารถนำตัวออกมาได้แล้วเพราะตอนนี้ผู้ต้องหาอยู่ในความดูแลของสถานพินิจหากจะนำตัวออกมาต้องขออนุญาตศาลฯและจากการสอบถามไปยังมารดาผู้เสียหายยังยืนยันว่าต้องการเจอหน้าสองผู้ต้องหาดังกล่าวแต่จะรอให้ผู้เสียหายคือลูกสาวออกจากโรงพยาบาลก่อนจึงจะเดินทางไปสถานพินิจเพื่อดูตัวผู้ต้องหาและให้ผู้ต้องหาออกมากราบขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปกับผู้เสียหายส่วนคดีความนั้นจะดำเนินการตามกฏหมายให้ถึงที่สุด

นายณรงค์ศักดิ์ อิ่มด้วง นักวิชาการอบรมและฝึกอาชีพชำนาญการพิเศษ สถานพินิจฯ กล่าวว่า ในส่วนของเยาวชน 2 คนที่ถูกดำเนินคดีนั้น ทางสถานพินิจฯ จะทำการบำบัดโดยทีมนักวิชาชีพ ประกอบด้วย นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล นักวิชาการอบรมและฝึกอาชีพ ให้ดูแลปรับตัวหลังจากนั้นจะทำการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู เตรียมพร้อม ก่อนพิจารณาคดีของศาลจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา โดยเป็นการควบคุมตัวตามอำนาจศาล พรบ.ศาลเยาวชนและครอบครัว ปี 2553

นางนริศา ปานสะอาด หัวหน้าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าในส่วนของสำนักงานฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อให้ยื่นคำร้องรับเงินค่าเสียหายตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา 2544 ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการ

ศาลปกครองจัดเสวนาศาลปกครองของประชาชนให้กับสื่อมวลชนจังหวัดระนอง

ดร.หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด นำคณะผู้บริหารศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง นายไชยวัฒน์ ธำรงศรีสุข อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช นายวชิระชอบแต่ง รองโฆษกศาลปกครอง และนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เดินทางมาร่วมพบปะเสวนากับสื่อมวลชนจังหวัดระนอง ในกิจกรรมเสวนา “ศาลปกครองของประชาชนในเวทีสื่อมวลชน” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาลปกครอง กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครองซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างจากวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญาในศาลยุติธรรม ที่โรงแรมทินิดีระนอง

ดร.หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า ศาลปกครองเป็นศาลที่ตั้งใหม่ ประชาชนยังรู้จักศาลปกครองน้อยมาก ทำให้จำเป็นต้องประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ไปสู่ประชาชน โดยเฉพาะผ่าน"สื่อมวลชน" ช่วยกระจายข่าวให้อย่างเข้าถึง สะดวก รวดเร็ว ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาลปกครอง กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างจากวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญาในศาลยุติธรรมที่คุ้นเคยกันทั่วไป เพื่อให้สื่อมวลชนสามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทั้ง อำนาจหน้าที่ของศาลปกครองและตระหนักรู้ถึงความสำคัญและความจำเป็นของกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจทางปกครองของรัฐโดยศาลรวมทั้งการปกป้องสิทธิเสรีภาพมิให้ถูกล่วงละเมิดโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันจะส่งผลให้เกิดบรรทัดฐานและการปฏิบัติราชการทางปกครองที่ดีในสังคมต่อไป

ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้เปิดเผยถึงสถิติปกครองว่า ตั้งแต่เปิดทำการศาลปกครองเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2554 เป็นต้นมา มีปริมาณคดีที่รับเข้าสู่การพิจารณา ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 จำนวน 94,299 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ จำนวน 73,092 คดี คิดเป็นร้อยละ 78 และมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวน 21,207 คดี คิดเป็นร้อยละประมาณ 22 ของคดีรับเข้าทั้งหมด ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน คดีเกี่ยวกับพัสดุ สัญญาทางปกครอง การลงทุน การเงิน การคลัง และการธนาคาร คดีเกี่ยวกับการควบคุมอาคาร เหตุเดือดร้อนรำคาญ และสิ่งแวดล้อม คดีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล สวัสดิการและการประกอบอาชีพ คดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน คดีเกี่ยวกับกิจการคมนาคม โทรคมนาคม วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ คดีเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และคดีเกี่ยวกับการศึกษาและคดีประเภทอื่น

จับผู้ค้าเฮโรอีนรายใหญ่น้ำหนักรวม 148 กิโลกรัม

ปปส.ร่วมตำรวจสหพันธ์รัฐออสเตรเลีย  จับหนุ่มมาเลเซียและหนุ่มไทย พร้อมเฮโรอินอัดแท่งจำนวน 420 แท่ง น้ำรวม 148 กิโลกรัม  ใส่ในลังบรรจุปลา เตรียมส่งไปประเทศออสเตรเลียมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลต่อ

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 พต.ต.อ.พงศ์พัศ พงษ์เจริญ  รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการ ปปส. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.กิกติสันห์ เดชสุนทรวัตร รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วิศิษฐ์ ศุกรเสพย์ ผบก.ภ.จว.ระนอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์รัฐออสเตรเลีย พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ จำปาเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร่วมแถลงข่าวการจับกุม นาย ยี ยอง โฮ อายุ 40 ปี ชาวมาเลเซีย และกฤษณะ มีนันท์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58  ซอยจ่าโสด แขวงบางนา เขตบางนา กทม. ที่บริษัทพิสมัยอินเตอร์เทรดดิ้ง ม.1 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง พร้อมเฮโรอีนอัดแท่งจำนวน 420 แท่ง น้ำหนักรวมทั้งหมด 148 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษสำหรับบรรจุอาหารทะเลแช่แข็ง ขณะเตรียมส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย

พต.ต.อ. พงศ์พัศ กล่าวว่า การจับกุมเฮโรอินชุดนี้ ถือว่าเป็นรายใหญ่ที่สุดของภาคใต้ โดยทางการไทยได้รับการประสนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์รัฐออสเตรเลียว่าจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ข้ามชาติ ลักลอบขนยาเสพติดเฮโรอีนจำนวนมากจากประเทศไทยเพื่อส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยลักลอบบรรจุไปกับอาหารทะเลแช่แข็ง หากว่าเฮโรอีนชุดนี้หลุดไปถึงประเทศออสเตรเลีย จะมีมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาท

ซึ่งทางการไทยจึงได้เริ่มทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายดังกล่าว จนทราบว่านาย ยี ยอง โอ ผู้ค้ายาเสพติด ชาวมาเลเซีย และนายกฤษณะ จะร่วมกันนำยาเสพติดเฮโรอีนจำนวน 148 กิโลกรัม แบ่งเป็นถุงๆ ละ 350 กรัม มาบรรจุรวมกับอาหารทะเลสดแช่แข็ง โดยว่าจ้างให้บริษัทพิสมัยอินเตอร์เทรดดิ้ง  ทำการส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย

เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2557 เวลาประมาณ 19.30 น. ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ขับรถเก๋ง ยี่ห้อฟอร์ด หมายเลขทะเบียน ญษ 2688 กทม. ออกจากโรงแรมที่เช่าพัก โดยนำยาเสพติดเฮโรอีนบรรจุในกระเป๋าเดินทางมีล้อลาก จำนวน 3 ใบ และเป้สะพาย 2 ใบ เพื่อนำไปทำการบรรจุซุกซ่อนในกล่องอาหารทะเลแช่แข็ง เตรียมส่งออกไปประเทศออสเตรเลีย ที่บริษัทพิสมัยอินเตอร์เทรดดิ้ง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจค้นและทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไว้ได้  พร้อมของกลางยาเสพติดเฮโรอีนจำนวน 420 แท่ง น้ำหนักรวม 147 กิโลกรัม
เลขาธิการ ปปส.กล่าวว่า เฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกที่จับได้ครั้งนี้หายไปนานแล้ว และเมื่อเร็วๆนี้สามารถจับกุมยาบ้าได้และผสมเฮโรอีนยี่ห้อนี้ด้วย ก็จะดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลต่อว่าเกี่ยวข้องกันด้วยหรือไม่

จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายขึ้นรถตู้เพื่อนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อทำการขยายผลที่มีของยาและผู้ร่วมขบวนการที่อาจจะมีเพิ่มอีก จากนั้นจะได้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรมอบนโยบายแก่เกษตรจังหวัดสตูล พร้อมติดตามความก้าวหน้าโครงการแก้ไขยางพาราทั้งระบบ ปี ๒๕๕๗


ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล อ.เมือง จ.สตูล นายนำชัย พรมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ฝ่ายบริหาร พร้อมคณะ เดินทางมายังจังหวัดสตูล เพื่อติดตามความก้าวหน้าตามโครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ พร้อมมอบนโยบายกรมส่งเสริมการเกษตร ปี ๒๕๕๗ แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจังหวัดสตูล โดยมีเกษตรจังหวัดสตูลนำเสนอผลการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ และข้อเสนอแนะต่างๆ พร้อมรับฟังนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งมีนโยบายสำคัญ คือ การส่งเสริมการเกษตรตามรูปแบบการส่งเสริมการเกษตรมิติใหม่ MRCF

โอกาสนี้ นายนำชัย พรมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในการมาครั้งนี้เพื่อให้ขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จกว่า ๙๗% และยังคงเหลือเพียง ๔๐๐ กว่ารายเท่านั้น ซึ่งจะประสานไปยังสำนักงบประมาณเพื่อเตรียมเบิกจ่ายแก่เกษตรกรที่ยังตกค้างอยู่ สำหรับเกษตรกรที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขของการช่วยเหลือตามโครงการฯ ก็จะให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับเกษตรกรอีกครั้ง



กนกพิชญ์ / ข่าว
ส.ปชส.สตูล

จังหวัดสตูล เตรียมจัดกิจกรรม Satun MTB Challenge พร้อมเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมแข่งขันจักรยานทางเรียบ ประจำปี ๒๕๕๗

จังหวัดสตูล โดยนายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ชมรมจักรยานเสือภูเขาจังหวัดสตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือเตรียมความพร้อมดำเนินการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวจังหวัด ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยกำหนดจัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ (Satun MTB Challenge) ในวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านนาลาน ต.ควนขัน อ.เมือง จ.สตูล พร้อมกับการจัดกิจกรรมขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ และการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองสตูลควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูล ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวประเทศ

สำหรับการแข่งขัน แบ่งออกเป็น ๕ รุ่น ได้แก่ รุ่น A ไม่จำกัดอายุ/เพศ ระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร, รุ่น B ไม่จำกัดอายุ/เพศชาย ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร, รุ่น C อายุไม่เกิน ๑๕ ปี/ไม่จำกัดเพศ ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร, รุ่น W ไม่จำกัดอายุ/เพศหญิง ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร และรุ่น VIP ไม่จำกัดอายุ/เพศ ระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล สนามกีฬากลางจังหวัดสตูล อ.เมือง จ.สตูล โทร.๐๗๔-๗๑๑๒๒๕ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗



กนกพิชญ์ / ข่าว
ส.ปชส.สตูล

จังหวัดสตูล จัดพิธีวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี ๒๕๕๗


วันนี้ (๒๕ เม.ย. ๕๗) ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล นายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำหัวหน้าข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัดสตูล ประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะ จุดธูป เทียน เครื่องทองน้อย และกล่าวถวายราชสดุดี ถวายความเคารพต่อพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระคุณอนันต์ต่อแผ่นดินไทย โดยพระองค์ได้ทรงกอบกู้อิสรภาพของประเทศไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า และนับตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพเป็นต้นมา แม้หงสาวดีจะเพียรพยายามส่งกองทัพเข้ามารบหลายครั้ง แต่ก็ถูกกองทัพของกรุงศรีอยุธยาตีแตกพ่ายไปทุกครั้ง โดยพระองค์ทรงเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๑๓๓ ซึ่งในขณะนั้น มีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย ไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขเสมอมา และทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๑๔๘ รวมพระชนมายุ ๕๐ พรรษา สิริรวมการครองราชย์สมบัติ ๑๕ ปี

ดังนั้น เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเชิดชูพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ รัฐบาลไทยโดยมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ จึงกำหนดให้ทุกวันที่ ๒๕ เมษายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสืบต่อไป



กนกพิชญ์ / ข่าว
ส.ปชส.สตูล

ผลกระทบจากการชุมนุมประท้วงการดำเนินคดีรุมโทรมหญิงท้องของตำรวจภูเก็ต

  (ลำดับที่ 1)

ชาวบ้านปิดถนนเรียกร้องตำรวจนำ 2 โจ๋ชิงทรัพย์ – ข่มขืนสาวท้อง5เดือนทำแผนพร้อมให้ขอโทษผู้เสียหาย ชาวบ้านไม่พอใจเรียกร้องตำรวจท่าฉัตรไชยนำตัวโจ๋พี่น้องฝาแฝดวัย 17 ปี ก่อคดีชิงทรัพย์-ข่มขืนสาวท้อง 5 เดือน ทำแผน - ขอโทษผู้เสียหาย รวมตัวปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้า –ขาออกบริเวณปากทางเข้าวัดไม้ขาวแล้ว ทำรถติดเป็นทางยาว ขณะที่ตำรวจขอฝากขังที่ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต พร้อมนำตัวส่งควบคุมที่สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนภูเก็ต

สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนนาย A และนาย B สองพี่น้องฝาแฝดที่ก่อเหตุรุมข่มขืน และชิงทรัพย์สาวท้อง 5 เดือน ที่บริเวณถนนสายบ้านหมากปรก – บ้านไม้ขาว ต.ไม้ขาว หมู่ที่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ จ.13/2557 และ จ.14/2557 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2557 ในฐานความผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันเป็นลักษณะโทรมหญิง ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ล่าสุดเมื่อเวลา 11 .00 น.วันที่ 23 เม.ย.57 บริเวณจุดที่เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์และข่มขืนผู้เสียหาย ได้มีประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งหลังจากที่ชาวบ้านรอเป็นเวลานานแต่ทางตำรวจยังไม่นำตัวมาผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาทำแผนแต่อย่างใดทำให้ชาวบ้านพอใจและรวมตัวกันปิดถนนในบริเวณที่เกิดเหตุ จนกระทั่งเวลา 16 .00 น.ชาวบ้านได้รวมตัวกันและย้ายมาปิดถนนสายหลักเส้นเทพกระษัตรีทั้งขาเข้าและขาออกที่บริเวณหน้าทางเข้าวันไม้ขาว อ.ถลางจ.ภูเก็ต เพื่อเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนและขอโทษผู้เสียหายรวมทั้งญาติของผู้เสียหาย ทำให้รถที่จะสัญญาไปมาในเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถเคลื่อนตัวได้

(ลำดับที่ 2)

ชาวบ้านยังปิดถนนทั้งขาเข้า –ขาออก จี้ตร.ขอโทษจับผิดตัว ชาวบ้านยังไม่ยอมเปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้า – ขาออก ภูเก็ต เรียกร้องตำรวจท่าฉัตรไชยนำเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำตัววัยรุ่นในพื้นที่ไม้ขาวไปสอบสวนสงสัยเป็นคนร้าย ก่อนที่จะจับกุมผู้ต้องหาตัวจริงได้ ขณะที่ในส่วนของญาติผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายชิงทรัพย์ –ข่มขืนยังอยู่ในพื้นที่

สำหรับความคืบหน้ากรณีชาวบ้านปิดถนนเทพกระเทพกระษัตรี บริเวณสามแยกทางหมู่บ้านวัดไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ทั้งขาเข้า – ขาออก เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ และข่มขืน สาวท้อง 5เดือน มาทำแผนและมาขอโทษผู้เสียหาย รวมทั้งกลุ่มชาวบ้านได้เรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่าฉัตรไชย นำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัววัยรุ่นในพื้นที่จำนวน 3 คนไปสอบสวน เนื่องจากสงสัยว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว ก่อนที่จะติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุจริงๆมาดำเนินคดีในภายหลัง ซึ่งขณะนี้การปิดถนนดังกล่าวได้ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว และสถานการณ์การปิดถนนยังตึงเครียด อย่างไรก็ตามขณะนี้พ.ต.อ.พีรยุทธ การเจดีย์ พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผู้บังคับการคำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.สมชาย สรรประเสริฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ แต่ไม่เป็นผล กลุ่มผู้ชุมนุมยังยืนยันที่จะปิดถนนต่อไปจนกว่าจะมีการนำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ท่าฉัตรไชย จำนวน 4 คน ที่ควบคุมตัวเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ไปสอบสวนทั้งๆที่ไม่ใช่คนร้าย มาขอโทษกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกควบคุมตัวไป และเรียกร้องร้องให้ย้ายตำรวจทั้ง 4 คน ออกจากพื้นที่ทันที

สำหรับข้อเรียนร้องของชาวบ้านดังกล่าวทางตำรวจได้รับปากที่จะดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้เวลา20.00 น.ยังไม่มีการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย เข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามสำหรับการปิดถนนดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องเดินทางไปยังสนามบิน ไม่สามารถที่จะเดินทางไปได้ ซึ่งบางส่วนได้ลงจากรถเดินผ่านกลุ่มชุมนุมเพื่อไปขึ้นรถที่ทางบริษัทจัดหามารับ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากที่ยังต้องรออยู่ ซึ่งรวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรไปมา ที่รถต้องจอดติดอยู่กับที่เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว

(ลำดับที่ 3)

ชาวบ้านยอมเปิดถนนทั้งขาเข้า-ขาออกแล้วหลังปิดถนนนานกว่า 7ชั่วโมง.หลังผู้ว่าฯภูเก็ตเข้าเจรจายอมรับข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมให้ย้ายตำรวจ 4 นายออกจากพื้นที่ทันที สำหรับความคืบหน้ากรณีชาวบ้านปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้าและขาออกจังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้การจราจรเข้าออกยังไม่สามารถสัญจรไปมา ได้ ล่าสุดเมื่อเวลา 23.15 น. ของวันที่ 23 เม.ย.57 สถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้วเมื่อ นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ. พีระยุทธ การะเจดีย์ พ.ต.อ. ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ. สมชาย สรรประเสริฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเจรจากับ ญาติของวัยรุ่นที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบปากคำ เนื่องจากสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับคดีชิงทรัพย์ และข่มขืนสาวท้อง 5 เดือน ซึ่งเป็นการเชิญไปสอบผิดตัว ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่พอใจออกมารวมตัวปิดถนนดังกล่าว

อย่างไรก็ตามการเจราจาในครั้งนี้ ซึ่งมีนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ใช้เวลาในการพูดคุยนานประมาณ ครึ่งชั่วโมง ได้ข้อสรุปดังนี้คือทางผู้ว่ารับปากที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 3 คน รวมทั้งดูแลความปลอดภัยบ้านพ่อ แม่ และญาติที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย ที่เกี่ยวข้องในการคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นไปสอบสวนนั้น ในเบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ย้ายออกนอกพื้นที่แล้วซึ่งมีผลทันที นอกจากนั้นจะมีการเรียกตัวมาสอบสวนและขอโทษผู้เสียหายทั้งหมด รวมทั้งจะให้ อส.เข้ามาดูแลอีกส่วนหนึ่งจนเกิดความมั่นใจในการดำรงชีวิตของกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 3 คน นายไมตรี กล่าวอีกว่า อยากวิงวอนให้ทุกคนเห็นใจซึ่งกันและกัน และเปิดเส้นทางเข้าออกเพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ ตนเองพร้อมที่จะขอโทษพ่อแม่ของวัยรุ่นทั้ง 3 คนที่มีเรื่องเกิดขึ้น และพร้อมที่จะกำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก หลังการเจรจาจบชาวบ้านยอมเปิดถนนหลังจากที่ปิดมานานกว่า 7 ชั่วโมงทำให้รถติดยาวเหยียดประมาณ 10 กิโลเมตรทั้งขาเข้าและขาออกจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงจะเคลียรถได้ทั้งหมดจากนั้นผู้ว่าราชการได้เดินทางไปยังบ้านของพ่อแม่ วัยรุ่นที่ถูกคุมตัวไปสอบสวน เพื่อขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามขณะที่กลุ่มชาวบ้านกำลังช่วยกันรื้อสิ่งกีดขวางที่วางกั้นถนนไว้นั้นได้มีเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเมื่อมีวัยรุ่นชายไม่ทราบชื่อใช้มือถือถ่ายภาพกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมปิดถนนทำให้มีปากเสียงกันจนกลุ่มวัยรุ่นที่ปิดถนนรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งกันตัวออกนอกพื้นที่ทันที

(ลำดับที่ 4)

ตำรวจนำสองผู้ต้องหาข่มขืนสาวท้องส่งเข้าสถานพินิจแล้วขณะแม่ผู้เสียหายยืนยันจะไปหาเพื่อต้องการให้ออกมาขอโทษและจะดำเนินคคีให้ถึงที่สุดส่วนมตราการเยียวยาผู้เสียหน่อยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายเอ และนายบี สองพี่น้องฝาแฝดที่ก่อเหตุรุมข่มขืน และชิงทรัพย์สาวท้อง 5 เดือน ที่บริเวณถนนสายบ้านหมากปรก-บ้านไม้ขาว ต.ไม้ขาว หมู่ที่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ จ.13/2557 และ จ.14/2557 ลงวันที่ 22 เม.ย.2557 ในฐานความผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันเป็นลักษณะโทรมหญิง ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

ล่าสุดทาง พ.ต.อ. สมชาย สรรประเสริฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย เปิดเผย พนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปยืนขอฝากขังที่ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต และ ซึ่งศาลได้รับคำร้องและส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปควบคุมที่สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนภูเก็ต แล้ว ซึ่งการสอบปากคำหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเพราะผู้ต้องหายังเป็นเยาวชน ทางตำรวจไม่สามารถสอบปากคำได้ฝ่ายเดียว แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไว้แล้ว ส่วนผู้เสียหายนั้นทางพนักงานสอบสวนได้เข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติม และแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมคนที่ก่อเหตุได้แล้ว ซึ่งในส่วนของผู้เสียหายนั้นยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อไป ในส่วนของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องนั้นผู้กำกับท่าฉัตรไชยเปิดเผยว่าไม่สามารถนำตัวออกมาได้แล้วเพราะตอนนี้ผู้ต้องหาอยู่ในความดูแลของสถานพินิจหากจะนำตัวออกมาต้องขออนุญาตศาลฯและจากการสอบถามไปยังมารดาผู้เสียหายยังยืนยันว่าต้องการเจอหน้าสองผู้ต้องหาดังกล่าวแต่จะรอให้ผู้เสียหายคือลูกสาวออกจากโรงพยาบาลก่อนจึงจะเดินทางไปสถานพินิจเพื่อดูตัวผู้ต้องหาและให้ผู้ต้องหาออกมากราบขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปกับผู้เสียหายส่วนคดีความนั้นจะดำเนินการตามกฏหมายให้ถึงที่สุด

นายณรงค์ศักดิ์ อิ่มด้วง นักวิชาการอบรมและฝึกอาชีพชำนาญการพิเศษ สถานพินิจฯ กล่าวว่า ในส่วนของเยาวชน 2 คนที่ถูกดำเนินคดีนั้น ทางสถานพินิจฯ จะทำการบำบัดโดยทีมนักวิชาชีพ ประกอบด้วย นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล นักวิชาการอบรมและฝึกอาชีพ ให้ดูแลปรับตัวหลังจากนั้นจะทำการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู เตรียมพร้อม ก่อนพิจารณาคดีของศาลจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา โดยเป็นการควบคุมตัวตามอำนาจศาล พรบ.ศาลเยาวชนและครอบครัว ปี 2553

นางนริศา ปานสะอาด หัวหน้าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าในส่วนของสำนักงานฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อให้ยื่นคำร้องรับเงินค่าเสียหายตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา 2544 ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการ

จังหวัดสงขลา จัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เช้าวันนี้ (25 เม.ย. 57) ที่หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.เมืองสงขลา  นายกฤษฎา  บุญราช   ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานในพิธีถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนจังหวัดสงขลา ร่วมวางพานพุมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระคุณอนันต์ต่อแผ่นดินไทย

โดยพระองค์ได้ทรงกอบกู้อิสรภาพของประเทศไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า และนับตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพเป็นต้นมา แม้หงสาวดีจะเพียรพยายามส่งกองทัพเข้ามารบหลายครั้ง แต่ก็ถูกกองทัพของกรุงศรีอยุธยาตีแตกพ่ายไปทุกครั้ง โดยพระองค์ทรงเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย ไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขเสมอมา และทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวมพระชนมมายุ 50 พรรษา สิริรวมการครองราชสมบัติ 15 ปี

ดังนั้น เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเชิดชูพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ รัฐบาลไทยโดยมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 จึงกำหนดให้ทุกวันที่ 25 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช



ยุสรา  วาจิ//ข่าว
ชิดนัย  แก้วมณีโชติ//ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจ สงขลา กอ.รมน. จังหวัดสงขลา ส่วนหน้า จัดบรรยายพิเศษศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ กับแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้


เช้าวันนี้ (25 เม.ย.57)  ที่ห้องประชุม สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาสงขลา เขต 3 อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เวลา 09.30 น. พล.ต. ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาค 4 ประธานบรรยายพิเศษ  ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอกับแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอเข้าร่วม

พล.ต.ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอในพื้นที่ 4 อำเภอของ จังหวัดสงขลา ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ เป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ซึ่งมีสถิติเหตุการณ์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะยังคงใช้กำลังส่วนหนึ่ง ในการเฝ้าระวังพื้นที่ จึงถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเข็มแข็งของภาคประชาชน จึงทำให้ไม่มีการบ่มเพาะ หรือขยายตัวของกลุ่มเครือข่ายผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความเข้มแข็ง และทำให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงานให้เป็นไปในแนวทางแนวกัน จึงทำให้การทำงานในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งทุกหน่วยงานต้องมาบูรณาการ และปฏิบัติงานร่วมกันทั้งงานด้านการพัฒนางานด้านการทหาร จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจ และให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตามยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ ในการร่วมบูรณาการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป



จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง/ภาพ/ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

นครสงขลา แถลงข่าวการจัดงาน "เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์" ครั้งที่ 15 และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ประจำปี 2557

ค่ำวันนี้ (25 เม.ย.57) เวลา 18.30 น. ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ อ.เมือง จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา และผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “อาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2557 และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เทศบาลนครสงขลา ร่วมกับจังหวัดสงขลา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และอีกหลายหน่วยงาน กำหนดจัดงาน ‘ เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์’ ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 24 พฤษภาคม 2557 และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ระหว่างวันที่  12 – 18 พฤษภาคม 2557  ณ บริเวณสระบัว แหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา โดยภายในงานจัดให้มีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล และอาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทะเล สินค้า OTOP ของชุมชน ชมการแสดงบนเวที การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและศิลปวัฒนธรรมในแต่ละภาคจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ การแสดงดนตรีของศิลปินที่มีชื่อเสียง การแสดงของนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครสงขลาและโรงเรียน สถาบันการศึกษาอื่น ๆ กิจกรรมการแข่งขันประกอบอาหาร สาธิตการประกอบอาหาร และอื่น ๆ มากมาย พร้อมชมฟรี คอนเสิร์ต จากศิลปินดังมากมาย ตลอดจนกิจกรรมการประกวดนางสาวสมิหลา ซึ่งได้รับความสนใจจากสาวงามทั่วประเทศ เข้าร่วมการประกวดเป็นอย่างมาก

ด้าน นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี  นายกเทศมนตรีนครสงขลา  กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้    เพื่อเป็นการกระจายรายได้ และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา และเป็นการประชาสัมพันธ์อาหารทะเล อาหารพื้นบ้านของจังหวัดสงขลาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีอันดีงามในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสงขลาอีกด้วย




ภาพ/ชิดนัย แก้วมณีโชติ
ข่าว/จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

เยาวชนภูเก็ตทีมสโมสรดราก้อนจูเนียร์ เป็นตัวแทนประเทศไทย ร่วมแข่งฟุตบอลรุ่น อายุ 9 ปี และ 12 ปี รายการ COPA FOOTBALL SEA ที่ประเทศสิงคโปร์


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 เมษายน 2557 ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายอนุรักษ์  บุญมี ผู้จัดการทีมสโมสรดราก้อนจูเนียร์จังหวัดภูเก็ต  นำนักกีฬาฟุตบอลที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยให้เป็นตัวแทนของประเทศไทย ไปแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่ประเทศสิงคโปร์เข้าเยี่ยมคารวะรับโอวาทจาก นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ก่อนเดินทางไปแข่งขันฯ

นายอนุรักษ์  กล่าวว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ทางทีมได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอล รายการ COPA FOOTBALL SEA ที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีการจัดแข่งขันทั้งหมด 3 รุ่น ทางทีมได้ส่งตัวนักกีฬาเข้าแข่งขัน 2 รุ่นคือ รุ่นอายุ 9 ปี  และรุ่นอายุ 14 ปี โดยมีนักฟุตบอลรุ่นละ 12 คน จะเดินทางไปแข่งที่ประเทศสิงคโปร์ในการแข่งขันระหว่างวันที่ 26 - 29 เมษายน 2557 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 9 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย เวียดนาม มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์และไทยโดยการนำนักกีฬามาเยี่ยมคารวะครั้งนี้ก็เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และรับโอวาทจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตก่อนจะเดินทางไปแข่งขัน สำหรับความพร้อมของทีมได้เตรียมความพร้อมทั้งเรื่องการฝึกซ้อม โดยผู้เล่นชุดนี้มีความสมบูรณ์ 100% ส่วนเรื่องแพ้-ชนะก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามทางทีมมั่นใจว่าจะคว้าถ้วยรางวัลมาฝากพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตและคนไทยอย่างแน่นอน อยากให้ทุกคนเป็น แรงเชียร์ให้นักเตะเยาวชนชุดนี้ด้วย

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภูเก็ต ฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ 4 ภูมิภาค (ภาคใต้) หลักสูตรวิชาบุกเบิก

เมื่อเวลา  09.00 น. วันที่ 25 เมษายน 2557 ที่ ค่ายลูกเสือจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ 4 ภูมิภาค (ภาคใต้) หลักสูตรวิชาบุกเบิก โดยมี นายชลำ อรรถธรรม ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต  องค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชนและผู้เข้ารับการฝึกอบรมจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วม

นายสมเกียรติ  กล่าวว่า  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนโยบายในการส่งเสริมการจัดกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษา ซึ่งเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีวินัย มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เสียสละเพื่อส่วนรวม และรู้จักการพึ่งตนเอง ซึ่งในปัจจุบันทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น ผู้บังคับบัญชาลูกเสือยังขาดทักษะและองค์ความรู้ในเรื่องต่อไปนี้ ได้แก่ วิชาการบันเทิงในลูกเสือ วิชาแผนที่เข็มทิศและวิชาบุกเบิก สำหรับโครงการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือขึ้นใน 4 ภูมิภาคนั้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือมีความรู้วิชาบุกเบิกเป็นมาตรฐานเดียวกันและมีทักษะวิธีดำเนินการวิชาบุกเบิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การจัดการฝึกอบรมวิชาบุกเบิก สำหรับบุคลากรทางการลูกเสือในภาคใต้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 เมษายน 2557 เป็นการฝึกอบรมแบบอยู่ค่ายพักแรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จำนวน 5 วัน 4 คืน โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้น 80 คน จากโรงเรียนใน14จังหวัดภาคใต้ คณะวิทยากร จำนวน 32 คน

โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลป่าตองและสมาชิกสภาเทศบาล คึกคัก คาดผู้ใช้สิทธิเกิน 60%

นายพูนศักดิ์  นาคเสนา  ปลัดเทศบาลเมืองป่าตอง กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (26 เมษายน 2557) จะมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง และสมาชิกสภาเทศบาลแทนตำแหน่งที่ว่าง  โดยมีผู้มีสิทธิ์ตามบัญชีการเลือกตั้ง 12,663 คน ทางเทศบาลฯ ตั้งเป้าให้มีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า 60% หลายการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็บรรลุเป้าหมาย ในการเตรียมการวันนี้ ทางคณะกรรมการหน่วยเลือกตั้งมารับหีบบัตร และตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว หน่วยการเลือกตั้งทุกหน่วยได้ดำเนินการตั้งอุปกรณ์ ติดตั้งเต้นท์ ครบ ทั้งหมด 23 หน่วย โดยเขตที่ 1 มี 7 หน่วย เขตที่ 2 มี 7 หน่วย เขตที่ 3 มี 9 หน่วย คณะกรรมการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 1 ท่าน ส่วนหน่วยที่ 1 สมาชิก  2 ตำแหน่ง ผู้มีสิทธิ์เลือกได้ 2 คน ส่วนเขตที่ 2 และเขตที่3 จะมีตำแหน่งว่าง 1 ตำแหน่ง เลือกได้เขตละ 1 คน เรื่องร้องเรียนไม่มี ค่อนข้างเรียบร้อย การติดป้ายประกาศไม่ได้มีเหตุผิดกฎหมาย การนับคะแนนรู้ผลตามเป้าหมายไม่เกิน 18.00 น. เวลาประมาณ 21.00 น. น่าจะเรียบร้อย ขอเชิญชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเทศบาลป่าตอง ซึ่งการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิก มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับพ่อแม่พี่น้องชาวป่าตอง อยากให้ทุกคนมาใช้สิทธิ์ การตรวจสอบบัญชีรายชื่อ ถ้ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆที่ขัดข้อง เช่นบัตรประชาชนมีปัญหา ก็สามารถมาติดต่อที่เทศบาลได้ ในวันพรุ่งนี้ (26 เมษายน 2557) ซึ่งจะเปิดทำการปกติ สามรถติดต่อสอบถามได้ว่ามีชื่ออยู่ที่หน่วยไหน หรือมีเหตุขัดข้องประการใด เรามีเจ้าหน้าที่คอยบริการอำนวยความสะดวกให้ และอยากเชิญชวนให้ทุกหน่วยเลือกตั้งมีป้ายบอกทาง อยากให้ไปใช้สิทธิ์กันตั้งแต่ช่วงเช้าเพราะเรามีเวลาเพียง 15.00 น.

สำหรับผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง ประกอบด้วย เบอร์ 1 นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ 3 สมัย และมีสมาชิกสภาเทศบาลเขต 1 เบอร์ 1 นายมนัส อิสลาม  เบอร์ 2 นายมาโนด  ทองหอม  เขต 2 เบอร์ 1 นายประสบ  ประทีป ณ ถลาง เขต 3 เบอร์ 1 นายกอบชัย  ตรึกตรองกิจ  ชูนโยบายถึงเวลาก้าวข้ามความจำทน สู่อนาคตที่ยั่งยืน ทั้งเรื่องวิกฤติจราจร วิกฤติน้ำท่วม วิกฤติสิ่งแวดล้อม วิกฤติคุณภาพการศึกษา วิกฤติการใช้พื้นที่สาธารณะ และวิกฤติยาเสพติด

ด้านนายเปี่ยน  กี่สิ้น ผู้สมัครหมายเลข 2 และสมาชิกสภาเทศบาลเขต 1 เบอร์ 4 นายยุทธพงศ์  หะสัน เบอร์ 5 นายศิวกร  ไกรทอง เขต 2 นายสหัส  จรุงกลิ่น เบอร์ 2 และเขต 3 นายวีรชิชญ์  เครือสมบัติ เบอร์ 2 โดยชูนโยบายเราทำมาแล้ว เราทำจริง เราพร้อมจะทำต่อไป ทำเพื่อประชาชนชาวป่าตอง พร้อมชูผลงานด้านการบริหารในครั้งที่ผ่านมา     ขณะที่ นายกิตติสัณห์  คุรุ ผู้สมัครหมายเลข 3 เน้นการหาเสียง ด้วยการใช้ป้ายประชาสัมพันธ์ชูนโยบาย ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม กล้านำปฏิรูป

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า จะมีป้ายคำว่า ชาวป่าตอง ไม่เห็นแก่เงินซื้อเสียง ติดคู่กับป้ายผู้สมัครทั้ง 3 คน

ภูเก็ต Smart Province จังหวัดต้นแบบนำร่องด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 เมษายน 2557 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมการดำเนินงานโครงการ Smart Province (จังหวัดอัจฉริยะ) โดยมีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเสรี พาณิชย์กุล ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายประเสริฐ ศรีพนารัตนกุล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นางละอองดาว คมสัน สถิติจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชน เข้าร่วม

นางละอองดาว กล่าวว่า โครงการ Smart Province จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อีกทั้งเพื่อร่วมจัดทำจังหวัดต้นแบบขึ้น ณ. จังหวัดภูเก็ต โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศพร้อมทั้งระบบการบริหารและการจัดการที่มุ่งเน้นคุณภาพ เพื่อเป็นจังหวัดต้นแบบและจังหวัดเรียนรู้แบบบูรณาการในมิติใหม่ และเพื่อพัฒนาบุคลากรพร้อมทั้งสร้างเครือข่ายต้นแบบพนักงานของรัฐ ตลอดจนพัฒนาความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสานเทศและการสื่อสารแก่ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงประเมินผลและศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายผลจากจังหวัดอัจฉริยะ สิ่งที่เป็นกังกลจากการทำโครงการจังหวัดอัจฉริยะคือ ประชาชนชาวบ้านอาจจะไม่ค่อยมีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีมากนัก อาจทำให้การจัดทำโครงการไม่เป็นผล และการใช้ทะเบียนราษฎร์บัตรประจำประชาชนในการเก็บฐานข้อมูลครัวเรือนอาจเกิดปัญหาในการบิดเบือนข้อมูลบุคคลเพื่อการใส่ร้ายผู้อื่น ซึ่งมีความเสี่ยงและอาจส่งผลกระทบต่อโครงการฯ

ทั้งนี้การดำเนินงานโครงการได้มีการสุ่มหมู่บ้าน 10 หมู่บ้านในจังหวัดภูเก็ต เป็นต้นแบบนำร่องเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาต่อไป

เกษตรจังหวัดกระบี่เปิดอบรมถ่ายทอดความรู้การจัดการสินค้าเกษตรแปรรูป


เกษตรจังหวัดกระบี่เปิดอบรมถ่ายทอดความรู้การจัดการสินค้าเกษตรแปรรูป เข้าสู่ประชาคมอาเซียนแก่สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จังหวัดกระบี่ ปี 2557

วันที่ 24 เมษายน 2557 เวลา 09.30 น.นายกฤช รังสิเสนา ณ อยุธยารองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดเปิดอบรมถ่ายทอดความรู้การจัดการสินค้าเกษตรแปรรูปเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแก่สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร จังหวัดกระบี่ ปี 2557ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ หมู่ที่ 7 ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยมีนายไชยยุทธ์ ขุนฤทธิ์แก้ว เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน

การอบรมการถ่ายทอดความรู้การจัดการสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแก่สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน จังหวัดกระบี่ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้สินค้าเกษตรแปรรูปได้รับการพัฒนากระบวนการผลิตรูปแบบ คุณภาพ และบรรจุภัณฑ์ ให้มีเอกลักษณ์ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและสามารถแข่งขันได้ในตลาด ให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในคุณภาพของสินค้าเกษตรแปรรูปที่ผลิตโดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างความภาคภูมิใจในอาชีพด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรจังหวัดกระบี่ เนื่องจากจังหวัดกระบี่ ในปัจจุบันมีรายได้จากภาคเกษตรที่เกิดจากอาชีพการเกษตรของเกษตรกร มีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้เกิดการพัฒนาและขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจของจังหวัด และในการให้ความสำคัญของอาชีพการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร องค์กรเกษตรกรและ วิสาหกิจชุมชน ให้ได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้อาชีพการเกษตร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ในชุมชนเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย ในการจัดอบรมการถ่ายทอดความรู้การจัดการสินค้าเกษตรแปรรูป ฯ ครั้งนี้ ได้ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ได้สนับสนุนวิทยากรให้ความรู้ เรื่อง “หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารให้ถูกสุขลักษณะ , การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์แปรรูป และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนให้เป็นที่ต้องการของลูกค้า ซึ่งการจัดอบรมครั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมจาก 8 อำเภอ รวม 120 ราย เป็นสมาชิกแม่บ้านเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน จำนวน 90 ราย เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน จากสาธารสุขจังหวัด/อำเภอ พัฒนาชุมชนอำเภอ และจากสำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ ระยะเวลาการจัดอบรม จำนวน 1 วัน






จังหวัดกระบี่ จัดงานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


วันนี้ 25 เมษายน 2557 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมสุดมงคล ชั้น 2 สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ อ.เมือง จ.กระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานประกอบพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีข้าราชการ นักเรียน มาร่วมงานประมาณ 100 คน

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2098 พระองค์ทรงเป็นวีรกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพและฝีพระหัตถ์ในทางการรบ และเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิด ทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ โดยมิได้ว่างเว้น นับตั้งแต่พระชนมายุ 16 พรรษา ทรงสามารถขับไล่กองทัพพระยาจีนจันตุ จนแตกพ่ายไป ในวันที่ 18 มกราคม ปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนได้รับชัยชนะ ทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐมพี หลังจากศึกสงครามยุทธหัตถีนี้แล้ว ได้ทรงปราบปรามหัวเมืองมอญฝ่ายใต้ ได้เมืองตะนาวศรี มะริด และทวาย ปีพุทธศักราช 2138 และ 2142 ทรงกรีฑาทัพไปตีเมืองหงสาวดี ได้เมืองเมาะลำเลิง แล้วทรงยกทัพไปถึงเมืองหงสาวดีและเมืองตองอู จนหัวเมืองไทยใหญ่ทั้งปวง ยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา ในปีพุทธศักราช 2148 พระเจ้าอังวะมีอำนาจขึ้น จึงขยายอาณาเขตเข้ามาทางแคว้นไทยใหญ่ สมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปยังเมืองห้างหลวง และประชวนหนักจนเสด็จสวรรคต เมื่อเดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พุทธศักราช 2148 พระชนมายุ 50 พรรษา อยู่ในราชสมบัติ 15 ปี จากวันนั้นถึงวันนี้ แม้พระองค์จะได้เสด็จสวรรคต มานานกว่า 400 ปี แล้วก็ตาม พสกนิกรไทยทั้งมวล ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย และเป็นมหาวีรกรรมที่เลื่องลือ ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบจนทุกวันนี้






จังหวัดกระบี่ มอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนปอเนาะอัลฮารุ้ลอูลูม(ปอเนาะคลองกำ)


วันที่ 25 เมษายน 2557 นายประสิทธิ์ โอสถานนนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนางสุไลรัตน์ โอสถานนท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ และคณะได้เดินทางไปมอบส่งของและตรวจเยี่ยม ที่โรงเรียนอันฮารุ้ลอูลุม หรือปอเนาะคลองกำ ม.3 ต.คลองประสงค์ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เนื่องในวันสถาปนาสถากาชาดไทย ครบรอบ 121 ปี พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬา และผ้าห่ม จำนวน 150 ผืน เพื่อ่ให้เยาวชนในสถาบันได้ใช้และใช้ออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลาย ภายหลังเข้ารับการบำบัดยาเสพติด นอกจากนี้ยังได้เลี้ยงอาหาร ผลไม้ แก่นักเรียนในโรงเรียน โดยมีนายอนุรักษ์ กิ่งเล็ก ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียน ให้การต้อนรับ

นางสุไลรัตน์ โอสถานนท์ นายกเหล่ากาชาด จังหวัดกระบี่ กล่าว่า สำหรับเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม และบำบัดผู้ติดยาเสพติด ด้วยวิธีการทางศาสนา ปัจจุบันมีนักเรียน และเยาวชนที่เข้ามารับการบำบัดยาเสพติดอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุดมี จำนวนกว่า 1,200 คน ทำให้เกิดความแออัด ขาดแคลนในหลายๆด้าน เช่น สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น รวมทั้งอุปกรณ์กีฬา ดังนั้นเนื่องในโอกาส วันสถาปนาสถากาชาดไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 26 เมษายน 2557 ในวันนี้ จึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แก่สถาบันที่ทำประโยชน์ ต่อสังคม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และสามารถทำให้เยาวชนที่ติดยาเสพติดสามารถเลิกยาเสพติดได้ และกลับไปเป็นคนดีของสังคมต่อไป



หน่วยงานที่แจ้งประชาสัมพันธ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่

คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นปี2556 ลงพื้นที่อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ มอบหอถังน้ำสูง12 เมตร รถจักรยาน48คัน ชุดกระเป๋า 300 ชุด สนามเด็กเล่น อุปกรณ์กีฬา เวชภัณฑ์ ชุดสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมเพื่อการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนบ้านาพรุ อ.ลำทับ จ.กระบี่


คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นปี 2556 ลงพื้นที่อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ มอบหอถังน้ำสูง12 เมตร รถจักรยาน 48 คัน ชุดกระเป๋า 300 ชุด สนามเด็กเล่น อุปกรณ์กีฬา เวชภัณฑ์ ชุดสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมเพื่อการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนบ้านาพรุ อ.ลำทับ จ.กระบี่

วันนี้ 24 เมษายน 2557 คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นปี 2556 จำนวนกว่า 300 คน นำโดยพลโทอรรณพ ศิริศักดิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอานาจักร สถาบันป้องกันประเทศได้ ได้ทำพิธีมอบหอถังน้ำสูง12 เมตร ให้แก่โรงเรียนบ้านาพรุ อ.ลำทับ จ.กระบี่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร ขาดแลนน้ำอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ยังได้มอบรถจักรยาน48คัน ชุดกระเป๋า 300 ชุด สนามเด็กเล่น อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ชุดสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมเพื่อการเรียนรู้ และเวชภัณฑ์ อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้โอกาสทางด้านการศึกษาและสาธารณสุขแก่เด็กนักเรียนอย่างเท่าเทียมกัน

พลโทอรรณพ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ได้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าทางของการให้โอกาสทางการศึกษาและสาธารณสุขที่เท่าเทียมกัน เพื่อจะได้พัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน จึงได้จัดโครงการ วปอ.เพื่อสังคมขึ้น โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญการศึกษา และมีความเชื่อมั่นว่าการให้การศึกษาแก่เด็กด้วยโอกาส เป็นการให้โอกาสเพื่อพัฒนาชีวิตที่เท่าเทียม ทางคณะนักศึกษา วปอ. จึงได้มีการสำรวจและพบว่า โรงเรียนบ้านนาพรุเป็นโรงเรียนที่ดีมีคุณภาพ แต่อยู่ห่างไกลพื้นที่และทุรกันดาร และขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน

สำหรับหอถังน้ำสูง ทรงแชมเปญ ความสูง12เมตร ที่มอบให้กับโรงเรียนบ้านนาพรุ มีความจุได้ประมาร 1,200 ลิตร สามรุรองรับการใช้งานได้ 50 ครัวเรือน ซึ่งคณะวปอ. เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งได้รับการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้โดยเฉพาะด้านการศึกษาและสาธารสุขต่อไป



หน่วยงานที่แจ้งประชาสัมพันธ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่ง นักสื่อสารมวลชน จำนวน 1 ตำแหน่ง


สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่ง นักสื่อสารมวลชน จำนวน 1 ตำแหน่ง  อัตราค่าตอบแทนเดือนละ 18,000 บาท   ระยะเวลาการจ้าง  นับแต่วันที่ทำสัญญาจ้าง - 30 กันยายน 2559

คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

1. ได้รับวุฒิปริญญาตรี สาขาวิชานิเทศศาสตร์, สื่อสารมวลชน หรือ
2. ได้รับวุฒิปริญญาตรี ทุกสาขาวิชา มีประสบการณ์และหนังสือรับรองการผ่านงานด้านสื่อสารมวลชนจากหน่วยงานของนิติบุคคล (ภาครัฐ/ภาคเอกชน) มาไม่น้อยกว่า 2 ปี

ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ สำนักประชาสัมพันธ์ขเต 6 ฝ่ายบริหารทัวไป ชั้น 2 เลขที่ 40 ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 1 ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 19 - 23 พฤษภาคม 2557 ในวันและเวลาราชการ ภาคเช้าเวลา 08.30 -12.00 น. และภาคบ่าย เวลา 13.00 - 16.00 น.

ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ
- ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมสอบ จำนวน 300 บาท
- เมื่อสม้ัครสอบแล้วค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ  ทั้งสิ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 074-231840

จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

เช้าวันนี้ (25 เมษายน 2557) ที่ห้องประชุมวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยจัดให้มีพิธีทางศาสนา ถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มดอกไม้สด พร้อมกล่าวคำถวายอาศิรวาทราชสดุดี หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทยและเป็นมหาวีรกรรมที่เลื่องลือ ปรากฏว่าอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบจนทุกวันนี้ มีข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร พนักงานรัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน กลุ่มพลังมวลชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระราชสมภพ ณ พระราชวังจันทร์ เมื่อปีพุทธศักราช 2098 พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถอย่างล้ำเลิศ มีพระอัจฉริยภาพ และฝีพระหัตถ์ในทางการรบ และเชี่ยวชาญในอาวุธทุกชนิด ทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ โดยมิได้ว่างเว้น นับตั้งแต่พระชนมายุ 16 พรรษา ทรงสามารถขับไล่กองทัพพระยาจีนจันตุจนแตกพ่ายไป

ครั้นถึงปีพุทธศักราช 2133 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นครองราชย์ และในวันที่ 18 มกราคม ปีพุทธศักราช 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา จนได้รับชัยชนะ ทำให้พระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาลไปทั่วปฐพี ได้เมืองตะนาวศรี มะริด และทวาย ครั้นปีพุทธศักราช 2138 และพุทธศักราช 2142 ทรงกรีฑาทัพไปตีเมืองหงสาวดี ได้เมืองเมาะลำเลิง แล้วทรงยกทัพไปถึงเมืองหงสาวดี และเมืองตองอู จนหัวเมืองไทยใหญ่ทั้งปวง ยอมขึ้นต่อกรุงศรีอยุธยา

ในปีพุทธศักราช 2448 พระเจ้าอังวะมีอำนาจขึ้น จึงขยายอาณาเขตเข้ามาทางแคว้นไทยใหญ่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยกทัพไปยังเมืองห้างหลวง และประชวรหนักจนสวรรคต เมื่อเดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเส็ง พุทธศักราช 2148 พระชนมายุ 50 พรรษา อยู่ในราชสมบัติ 15 ปี จากวันนั้นถึงวันนี้ แม้พระองค์จะได้เสด็จสวรรคต มานานกว่า 400 ปีแล้วก็ตาม พสกนิกรไทยทั้งมวล ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณของพระองค์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย และเป็นมหาวีรกรรมที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบจนทุกวันนี้

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้ทุกวันที่ 25 เมษายนของทุกปีเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และให้ประกอบรัฐพิธี แต่ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ

พิธีเชิญเครื่องราชสักการะพระราชทานถวายพระบรมธาตุเจดีย์


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เชิญเครื่องราชสักการะที่พระราชทานอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในพระราชพิธีสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช 2557 ณ พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจังหวัดนครศรีธรรมราช

เมื่อเวลา 13.39 น.วันนี้ (25 เม.ย. 57) ที่วิหารพระทรงม้า ภายในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้อัญเชิญเครื่องราชสักการะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในพระราชพิธีสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช 2557 ณ พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งประกอบด้วย ต้นไม้ทอง 1 ต้น ต้นไม้เงิน 1 ต้น เทียน 180 แกรม 2 เล่ม ธูปไม้ระกำ 2 ดอก แพรแดงติดขลิบ 1 ผืน และน้ำหอม 1 คณโฑ

ทั้งนี้ ขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะดังกล่าว ได้เคลื่อนออกจากศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปตามถนนราชดำเนินก่อนเคลื่อนเข้าสู่วิหารพระทรงม้า ภายในบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อประกอบพิธีเครื่องราชสักการะถวายเป็นพุทธบูชา โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร/เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช(ธ) เป็นประธานสงฆ์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย วางเครื่องราชสักการะที่ตะหลุมมุก และกล่าวถวายเครื่องราชสักการะ พระสงฆ์ 3 รูป สวดชยันโต ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและคณะนำน้ำหอมไปสรงองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เสร็จแล้วถวายปัจจัย พระสงฆ์อนุโทนา

ซึ่งในการประกอบพิธีอัญเชิญเครื่องราชสักการะดังกล่าว ได้รับความสนใจจากพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวที่ได้รับทราบข่าว เข้าร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

จังหวัดนราธิวาส จัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ข้าราชการทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรม

วันนี้ (25 เม.ย. 57) ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส  นายณัฐพงศ์  ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ  และประชาชน ร่วมพิธี ถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยในพิธีผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสและผู้แทนกระทรวงร่วมถวายเครื่องราชสักการะ พวงมาลา  ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และจุดเครื่องทองน้อย จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ผู้ทรงคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ และรำลึกถึงวีรกรรมอันห้าวหาญเด็ดเดี่ยว

สำหรับการจัดพิธีดังกล่าว เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้วันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แทนวัน ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 โดยให้มีการถวายพวงมาลาถวายราชสักการะ โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ

@import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);



นำเสนอโดย  โสรายา สาเรป

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

ผู้ว่าฯภูเก็ต นำคณะลงพื้นที่ซอยพะเนียง อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะลงพื้นที่ซอยพะเนียง อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อติดตามรับฟังแนวทางการแก้ไข ปัญหาน้ำเน่าเสีย

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.57 นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุววรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายภูดิท รักษาราษฎร์ นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่ เกี่ยวข้อง และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในซอยพะเนียงร่วมพูดคุยหารือเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาดังกล่าวร่วมกัน โดยข้อสรุปที่ได้จากการหารือและนำไปสู่การบำบัดน้ำเสียใน 3 ระยะ

คือ ระยะที่ 1 เก็บเศษขยะและผักตบชวา ออกจากลำราง , ดำเนินการเติมน้ำ EM และโยน EM Ball , สูบน้ำเสียปล่อยทิ้งในพื้นที่ว่าง และนำน้ำดีเติมเข้าไป แทนที่เพื่อเจือจางและทดลองเติมโอโซนเพื่อเพิ่มอ๊อกซิเจนในน้ำ , สร้างทำนบแบ่งแยกน้ำดี/ น้ำเสีย

ระยะที่ 2 สำรวจชาวบ้าน/ สถานประกอบการ เพื่อหาแหล่งปล่อยน้ำเสีย , ทำ MOU ระหว่าง เทศบาลตำบลรัษฎา กับ องค์การกำจัดน้ำเสีย (อจน.) , จัดจ้างสำรวจหาค่าระดับ/ ทำแผนที่ ฯ เพื่อส่งข้อมูลให้ อจน. ออกแบบการบำบัด , ทดลองการทำขั้นบันไดด้วยกระสอบทราย หรือการถมดิน

และระยะที่ 3 ตั้งงบประมาณตามแบบของ อจน. และขอใช้พื้นที่จากเจ้าของพื้นที่เพื่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังได้มอบให้ผู้ใหญ่บ้านนัดหมายประชาชนและผู้มีส่วน ได้เสียร่วมเวที ประชาคมเพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันในการแก้ปัญหาดังกล่าว ในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2557 เวลา 19.00 น. ที่บริเวณศาลเจ้าจ้อซูก๊ง ซอยพะเนียง

จังหวัดสตูล เตรียมฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ประจำปี ๒๕๕๗

วันนี้ (๒๔ เม.ย. ๕๗) นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กำหนดฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี ๒๕๕๗ เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร ยานพาหนะ เครื่องมือ และอุปกรณต่างๆ ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยให้มีการบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมในการฝึกซ้อมแผนจังหวัดสตูล

สำหรับการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดขึ้น ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดสตูล จำนวน ๓ ครั้ง โดยครั้งแรก ในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๗ จะมีการฝึกอบรมการป้องกันระงับอัคคีภัย การใช้ถังเคมีดับเพลิงข้นต้น การใช้แก๊สหุงต้ม, ครั้งที่ ๒ มีการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ และการฝึกซ้อมแผนเฉพาะหน้าที่ ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และจะมีการฝึกซ้อมแผนเต็มรูปแบบ ในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยจะมีการสร้างสถานการณ์สมมุติเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ณ บริเวณอาคารหลังเก่า ศาลากลางจังหวัดสตูล ซึ่งต้องมีการวางแผนช่วยเหลือประสบอัคคีภัยให้ปลอดภัย อพยพผู้บาดเจ็บเพื่อนำส่งโรงพยาบาล ตลอดจนการประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงและการเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังประสานผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ทั้งหน่วยพยาบาล หน่วยกู้ชีพ การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวหรือใกล้เคียง อย่าได้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่สมมุติขึ้นเท่านั้น พร้อมขอให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการฝึกซ้อมแผนครั้งนี้ เพราะการฝึกซ้อมแผนดังกล่าว นอกจากจะได้ประเมินผลการฝึกแล้วยังต้องวิเคราะห์หาความบกพร่องให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงจะได้นำมาใช้และเป็นประสบการณ์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง



กนกพิชญ์ / ข่าว

จังหวัดสตูล กราบทูลเชิญพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เปิดลานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล ในต้นเดือนหน้า

วันนี้ (๒๔ เม.ย. ๕๗) นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับเสด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ซึ่งจะเสด็จเยือนพื้นที่จังหวัดสตูล และทรงประกอบพระกรณียกิจที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ในช่วงวันที่ ๗-๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จะเสด็จมาประกอบพระกรณียกิจพื้นที่จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จังหวัดสตูล จะกราบทูลเชิญเป็นประธานเปิดลานวัฒนธรรม และเสด็จเยือนพื้นที่ต่างๆ เช่น ถ้ำเลสเตโกดอน พิพิธภัณฑ์ช้าง อำเภอทุ่งหว้า, วิถีชุมชนตำมะลัง อำเภอเมืองสตูล, การเปิดลานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล บริเวณคฤหาสกูเด็น หรือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสตูล จะดำเนินการในวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. ซึ่งขณะนี้ได้นำเรื่องกราบทูลเชิญไปแล้ว







   

สถาบัน กศน.ภาคใต้ จัดแข่งขัน “สุดยอด กศน.ครั้งที่ 2 รอบ Audition เฟ้นหาทีมตัวแทนภาคใต้เข้าแข่งขันระดับภาค

ที่อาคารศรีเกียรติพัฒน์องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เช้าวันนี้ (24 เม.ย.57) บรรยากาศคึกคัก คลาคล่ำไปด้วย นักเรียน กศน. ที่เดินทางมาจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อร่วมแข่งขัน สุดยอด กศน.   ทั้งนี้สืบเนื่องจาก สถาบัน กศน.ภาคใต้ ได้จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านความสามารถพิเศษของนักศึกษา กศน. “สุดยอด กศน.” ครั้งที่ 2โดยมีนายอับดุลรอหมาน กาเหย็ม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานพิธีเปิด

นายอรัญ คงนวลใย ผู้อำนวยการสถาบัน กศน.ภาคใต้ กล่าวว่า สำนักงาน กศน.ภาคใต้ ได้กำหนดนโยบายให้มีกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านความสามารถ เพื่อให้นักศึกษา กศน. ได้มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้ ความสามารถและมีพรสวรรค์ในด้านต่าง ๆ รวมถึงได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิด ความรู้ ประสบการณ์ และวิธีการสู่ความสำเร็จ ที่เกิดจาการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยนำเสนอเรื่องราว ผ่านการแสดงที่ไม่จำกัดรูปแบบ   เช่น การร้องเพลง การแต่งเพลง การเล่นดนตรี การเต้นประกอบเรื่องราว การแสดงละครสั้น ทอล์คโชว์ เป็นต้น

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านความสามารถพิเศษของนักศึกษา กศน .   สุดยอด กศน. ครั้งนี้ จัดเป็นปีที่ 2 โดยมีทีมนักศึกษา กศน. ภาคใต้ จาก 14 จังหวัดภาคใต้ รวม 14 ทีม เข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ เป็นรอบ Audition ของภาคใต้ เพื่อคัดเลือกการแสดงของนักศึกษา กศน.จาก 14 ทีม ให้เหลือ 6 ทีมเพื่อเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันระดับภาค และเข้าสู่การแข่งขันในระดับประเทศต่อไป..



จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง/ข่าว
ชิดนัย แก้วมณีโชติ//ภาพ
23 เม.ย.57
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลาจัดประชุมเชิงปฎิบัติการรอบที่ 1 โครงการศึกษาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

วันนี้ (24 เม.ย.57) เวลา 13.00 น. ที่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการรอบที่ 1 โครงการศึกษาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยระบุถึงรูปแบบและขั้นตอนในการพัฒนาพื้นที่ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการพิจารณาพื้นที่ที่จะพัฒนา และเพื่อจัดทำแผนฯในระดับพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง       โดยมี นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมดังกล่าว และมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมจำนวนกว่า 80 คน

การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นสืบเนื่องมาจากรัฐบาลมีนโยบายในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษขึ้น เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศโดยใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียนตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีภายใต้กรอบอาเซียนและข้อตกลงภายใต้กรอบเศรษฐกิจอื่นและจากการค้าบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับมีนโยบายสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถให้บริการสาธารณะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และหลักการมีส่วนร่วม จึงได้จัดทำโครงการศึกษาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น เพื่อรองรับโอกาส เตรียมความพร้อม และสร้างภูมิคุ้มกันในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เพื่อเตรียมพื้นที่ กิจกรรม กฎระเบียบ พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวด้านการค้า การลงทุนในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นที่ยอมรับของประชาชน สามารถดึงดูดการลงทุนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยมีการคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในทุกด้านเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 12 พื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ พื้นที่ชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับประเทศมาเลเซีย และมีจุดแข็งหลายด้าน อาทิ เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยางพารา และผลิตภัณฑ์อาหารทะเล อิเลคทรอนิกส์ และมีเครือข่ายการผลิตระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย สามารถส่งสินค้าผ่านท่าเรือปีนัง ท่าเรือกลางในมาเลเซียออกไปยังตลาดโลกได้ ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ได้มาตรฐาน มีสิ่งอำนวยความสะดวก และสินค้าที่รองรับธุรกรรมการค้าและการท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ นอกจากนี้จังหวัดสงขลายังมีกรอบการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ IMT-GT ระหว่างไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่สามารถใช้เป็นเวทีในการเจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป


สุธิดา พฤกษ์อุดม / ข่าว
จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลา มอบเงินอุดหนุนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน

บ่ายวันนี้ 24 เม.ย.57 ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสงขลา เวลา 15.00 น. นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานพิธีมอบเงินอุดหนุน ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ของจังหวัดสงขลา เพื่อให้เกิดการประสานการร่วมมือในการพัฒนาสถาบันครอบครัวในลักษณะบูรณาการจากทุกภาคส่วนในสังคม และส่งเสริมให้ชุมชนมีศูนย์รวมในการพัฒนาสถาบันครอบครัวที่มีการบริหารจัดการโดยชุมชนในรูปของศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถาบันครอบครัวที่จะนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนในการบริหารงานและแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน


ภาพ/ข่าว/จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

จังหวัดยะลา นำส่วนราชการในพื้นที่ออกให้บริการเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ให้บริการประชาชน

วันนี้ 24 เมษายน 2557 เวลา 10.30 น. ที่โรงเรียนโรงเรียนคณะราษฏร 2  ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา นายสามารถ วราดิศัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการนำส่วนราชการออกให้บริการประชาชนตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ภายใต้ยุทธศาสตร์ รวมพลังสร้างสุข รุกการพัฒนา ปวงประชาปลอดภัย โดยมีนายอำเภอเมือง ผู้บังคับหน่วยกำลังทหาร ตำรวจ จ.ยะลา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการ ผู้นำศาสนา นักเรียน และ ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ และการจัดหน่วย บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน  นอกจากจะนำส่วนราชการต่างๆ มาให้บริการประชาชนแล้ว ถือเป็นการพบปะเยี่ยมเยียนสอบถามทุกข์สุขความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะได้รับทราบปัญหา ความต้องการ และกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหา และยังได้ร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. นับเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้รับการตรวจรักษา การดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังมีบริการของหน่วยงานอื่นๆ เช่น คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า บริการตัดผม จำหน่ายสินค้าราคาถูก การนำวิชาการความรู้ด้านกฎหมาย และให้คำแนะคำปรึกษาด้านคดีความต่างๆ การรับสมัครงาน รวมทั้งการนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้แก่คนชรา คนยากจน นายสามารถ วราดิศัย กล่าว



นายนิแอ  สามะอาลี / ภาพข่าว

สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดภูเก็ตติวเข้มสมาชิกสามัญ รุ่นที่ 9 เน้นการช่วยเหลือเบื้องต้นยามเกิดภัยฉุกเฉิน

เมื่อเวลา 10.00 น. 24 เมษายน 57  ที่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ภูเก็ต พลตรี พีรพล วิริยากุล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมสมาชิกสามัญ รุ่นที่ 9 ขั้นต้นและขั้นกลาง ของนายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดภูเก็ต โดยมี นางสุทธภา โกยอัครเดช นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต และครูฝึก วิทยากร ส่วนราชการผู้นำท้องถิ่นและผู้เข้ารับการฝึกอบรมสมาชิกสามัญสตรีสมัครรักษาดินแดน เข้าร่วม

นางสุทธภา กล่าวว่า สหพันธ์สมาชิกสามัญสตรีสมัครรักษาดินแดนแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีได้อนุญาตให้สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนภูเก็ต ฝึกอบรมสมาชิกสามัญ รุ่นที่ 9 ขั้นต้นและขั้นกลาง ระหว่างวันที่ 24-28  เมษายน 2557 รวมระยะเวลา 4 คืน 5 วัน มีผู้เข้ารับฝึกอบรม จำนวน 50 คน โดยการฝึกครั้งนี้เพื่อฝึกให้มีความรู้ และชำนาญในการป้องกันตนเองและประเทศชาติ เพื่อรวบรวมและผนึกกำลังความรู้และความชำนาญนั้นๆให้เป็นประโยชน์ในยามคับขัน เพื่อจัดให้เป็นหน่วยสมทบสนับสนุนงานของกรรมการรักษาดินแดน เพื่อฝึกทักษะที่จำเป็นในยามฉุกเฉิน เช่น การอพยพโยกย้าย การปฐมพยาบาล การลำเลียง การสื่อสาร  การป้องกันภัยทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แพทย์ และพยาบาล

จังหวัดภูเก็ต จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.)

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 เมษายน 2557 ที่ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุม คณะกรรมการศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.) โดยมี นายเสรี พาณิชกุล ปลัดจังหวัดภูเก็ต  นายชัยยา  ขำสะอาด  พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต  นายเกรียงศักดิ์ สุขสมบูรณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายซัยยา กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณกิจกรรมตามยุทธศาสตร์ กรมการพัฒนาชุมชน ปี 2557 เพื่อดำเนินโครงการบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการ เป็นเงิน 471,050 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนครัวเรือนเป้าหมายให้สามารถบริหารจัดการชีวิตตนเองได้อย่างเหมาะสม ดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถพึ่งตนเองและชุมชนได้อย่างเหมาะสม และตอบสนองต่ออุดมการณ์หรือปรัชญาของกระทรวงมหาดไทยในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ครัวเรือนยากจนและสร้างศรัทธาแก่ประชาชน และบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับพื้นที่ โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ จปฐ. ปี 2556 หมู่ 8 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต จำนวน 3 ครัวเรือน และชุมชนชาวเล จำนวน 5 ชุมชนๆละ 20 ครัวเรือน ได้แก่ ชุมชนชาวเลแหลมตุ๊กแก หมู่ที่ 4 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ชุมชนชาวเลสะปำ หมู่ที่ 3 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต ชุมชนชาวเลราไวย์ หมู่ที่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ชุมชนชาวเลแหลมหลา หมู่ที่ 4 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง และชุมชนชาวเลหินลูกเดียว หมู่ที่ 5 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต

สำหรับการดำเนินกิจกรรมตามโครงการฯ ประกอบด้วย 10 กิจกรรม คือ ประชุมเตรียมความพร้อมการดำเนินงานระดับจังหวัด ประชุมเตรียมความพร้อมการดำเนินงานระดับอำเภอ จัดมหกรรมป้องกันแลกแก้ไขความยากจน ฝึกอบรมสร้างความเข้าใจทีมปฏิบัติการตำบล ตรวจสอบและแยกฐานะครัวเรือนยากจน จำนวน 3 ครัวเรือน และครัวเรือนชุมชนชาวเล ชุมชนละ 20 ครัวเรือน รวม 100 คน จัดทำแผนพัฒนาชีวิตครัวเรือนยากจนและครัวเรือนเป้าหมายต้นแบบ จัดทำบัญชีครัวเรือน (บำบัดทุกข์บำรุงสุข แบบAEC)  จัดคลินิกแก้จน ปรึกษาอาชีพ ทีมปฏิบัติการตำบลติดตามความก้าวหน้าและรายงานผล และประชุม ศจพ.จ.เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและนำเสนอการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครัวเรือนยากจนและครัวเรือนชุมชนชาวเล

ภูเก็ตพิจารณากลั่นกรองพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชน 14 โครงการ งบ 309 ล้านบาทเศษ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 2557 ที่ห้องประชุมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการภูเก็ต เป็นประธานการประชุมพิจารณากลั่นกรองเรื่องการแก้ปัญหาของประชาชนของกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายสมัคร เลือดวงศ์หัด ผอ.แขวงการทางจังหวัดภูเก็ต นายสัน จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภูเก็ต และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยได้รับจัดสรรงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ได้แก่โครงการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดนใต้ โครงการแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน และโครงการยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ เงินงบประมาณจำนวน 4,500 ล้านบาท พร้อมทั้งให้จังหวัดนำเสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้วางกรอบเพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชนไว้ 4 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดนใต้ งบประมาณในการใช้จ่ายประมาณ 500 ล้านบาท ด้านการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน งบประมาณการใช้จ่ายประมาณ 950 ล้านบาท ด้านการพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชนงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ด้านการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่งบประมาณ 2,000 ล้านบาท

สำหรับจังหวัดภูเก็ตมีโครงการพิจารณากลั่นกรองเพื่อพัฒนาและแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยปีงบประมาณ 2557 จำนวน 14 โครงการ บงประมาณ 309 ล้านบาทเศษ แยกเป็นโครงการด้านการพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งชุมชนจำนวน 12 โครงการ งบประมาณ 301 ล้านบาทเศษ และโครงการด้านการทำยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ 2 โครงการ งบประมาณ 7.9 ล้านบาทเศษ

พ่อเมืองภูเก็ต ยอมรับ การปิดถนนประท้วง ไม่กระทบการท่องเที่ยวในภาพรวม ด้านผอ.ททท. สำนักงานภูเก็ตเผยนักท่องเที่ยวที่ตกค้างสามารถเดินทางได้ครบแล้ว

นายไมตรี   อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบกรณี ชาวบ้านประท้วงปิดถนนเทพกระษัตรี บ้านหมากปรก ตำบลไม้ขาว อำเภอถลางว่า  การปิดถนนไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวภูเก็ตในภาพรวมมากนัก โดยหลังจากมีการเจรจา ทำความเข้าใจ ก็สามารถรระบายรถได้ใน 45 นาทีหลังจาการสลายการชุมนม รถจากพังงาจะเคลื่อนตัวได้ และ รถจากภูเก็ตไปจังหวัดพังงาก็มีการเลื่อนไหลและซ้อนกันสองเลนส์ประมาณเที่ยงคืนถึงตี 1 การจราจรมีความคล่องตัวเป็นปกติ อย่างไรก็ตามทางจังหวัด ต้องขอโทษนักท่องเที่ยวและผู้ที่สัญจร ที่ด้รับความลำบากในการจราจร ทางจังหวัดจะพยายามป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ทั้งนี้ได้พูดคุยกับที่ประชุมพร้อมได้เน้นย้ำไปแล้วว่า อะไรที่เป็นเหตุ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันหน่วยทีเกี่ยวข้องต้องรีบไปแก้ไขก่อน หากทางพื้นที่แก้ไขได้ทางจังหวัดไม่ต้องลงไป แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เลยต้องลงพื้นที่ และป้องกันไม่เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก โดยหลังเหตุการณ์คลี่คลายก่อน ต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านเพราะการเป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดี ไม่ไปรบกวนและเบียดเบียนชาวบ้าน ส่วนการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งกรรมการหลายฝ่ายเข้าไปร่วมเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

นางสาวอโนมา วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบในการท่องเที่ยวกรณีเหตุการณ์ปิดถนนเทพกษัตรีบริเวณบ้านหมากปรก ตำบลไม้ขาว อำเภอถลางว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ทางสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ลงพื้นมี่ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาภูเก็ตเข้าไปช่วยเหลือ โดยนำรถของสำนักงานและตำรวจท่องเที่ยวไปอำนวยความสะดวกบริเวณทางแยกเข้าสนามบินเพื่อนำคนท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบไปยังสนามบินภูเก็ต นอกจากนี้ยังประสานนักท่องเที่ยวที่ตกค้างป่าตองโดยให้แท็กซี่คอยบริการรับส่ง ซึ่งสามารถช่วยได้หลายรอบมา ขณะที่ในส่วนของสายการบินก็ได้มีการเลื่อนไฟท์บินอาทิเช่น สายการบินอินเตอร์ อย่างแอร์เบอร์ลิน บางกอกแอร์ มีการเลื่อนไฟท์ให้นักท่องเที่ยว และจัดที่พักให้ผู้โดยสารที่ตกค้าง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือกันอย่างดีช่วยนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของทักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ณ ปัจจุบันที่จะมีศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต นักท่องเที่ยวที่ตกค้างได้ทยอยกลับเรียบร้อยแล้ว

ผวจ ภูเก็ต สั่งหัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่น เร่งแก้ปัญหาน้ำเสีย ปล่อยลงชายหาดหวั่นกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 2557 ที่ห้องประชุม 1 อาคารศูนย์ประชุมกลุ่มจังหวัดฯ  นายไมตรี  อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1/2557 โดยมี นางสาวสมหมาย  ปรีชาศิลป์ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ นายจำเริญ  ทิพยพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญได้แก่ แนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่โยกย้ายมาดำรงตำแหน่งในจังหวัดภูเก็ต และโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งจังหวัดอื่นๆ รวมทั้งวาระการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญได้แก่การสรุปผล OTOP ON THE BEACH ครั้งที่ 1 ณ. ริมหาดป่าตอง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเดินชมซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก กระทรวงพลังงานยืนยันสถาณการณ์การหยุดซ่อมบำรุงท่อก๊าซไม่มีผลกระทบระหว่างหยุดซ้อมบำรุงเนื่องจากทางกระทรวงได้สำรองพลังงานการใช้ไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟดับในจังหวัดภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความก้าวหน้าการดำเนินการศูนย์ควบคุมท่าเรือ (ppcc) ที่สามารถตรวจสอบการเข้าออกของเรือที่มาติดต่อกับท่าเรือในพื้นที่ภูเก็ตว่าชื่อเรืออะไร ขนส่งสินค้าใด การขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลในการดำเนินการด้านยาเสพติด เข้มงวดด้านการตรวจจับเพื่อลดความเสี่ยงในพื้นที่ให้ลดลง และการชี้แจงการจัดงานแพะแห่งชาติ ครั้ง 21 ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2557 ณ. สนามด้านหลังโลตัส สาขาเชิงทะเล ตำบลเชิงทะเล  รวมถึงการแก้ไขปัญหาร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม

นายไมตรีกล่าวให้นโยบายตอนหนึ่งว่า ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและเทศบาล เข้มงวดความปลอดภัยและขั้นตอนการขออนุญาติ เนื่องจากมีอุบัติเหตุเครื่องเล่นปันจี้จั๊มพ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ปัญหาน้ำเสียที่มีการร้องเรียนมาตลอด โดยเฉพาะชาวต่างชาติให้ความสำคัญอย่างมากทั้งพื้นที่ หาดกะรน หาดบางเทา หาดกมลา เทศบาล อบต ในพื้นที่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องไปแก้ไข อย่างจริงจังเป็นไปตามกระบวนกฎหมายอย่าให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก  ด้านการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ อาทิ เช่น รถไฟฟ้ารางเบา ให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมพร้อมเชิญภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านรับฟังส่วนได้ส่วนเสียเพื่อไม่ให้มีผลกระทบ เมื่อมีการดำเนินการ

สพป.พังงา จัดกิจกรรม “ว่ายน้ำเพื่อชีวิต” (LIFE SAVING) โดยทำการสอนเด็กว่ายน้ำช่วงปิดภาคเรียน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำ

ที่สระว่ายน้ำสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา อ.เมือง จ.พังงา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา (สพป.พังงา) นำโดยนายสมโภช ไชยผดุงนิรันดร์ รอง ผอ.สพป.พังงา ได้จัดโครงการ "ว่ายน้ำเพื่อชีวิต” (LIFE SAVING) ซึ่งทาง สพป.พังงา ได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จาก สพฐ. เปิดทำการสอนเด็กว่ายน้ำช่วงปิดภาคเรียน เพื่อลดอัตราการการเสียงชีวิตจากการจมน้ำ และได้กำหนดสระว่ายน้ำสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา , สระว่ายน้ำโรงเรียนบ้านคอกช้าง, สระว่ายน้ำโรงเรียนตะกั่วป่า "เสนานุกูล” และสระว่ายน้ำโรงเรียนเยาววิทย์ เป็นจุดฝึกสอน รวม ๔ จุด กลุ่มเป้าหมายจุดละ ๕๐ คน รวม ๒๐๐ คน

นายสมโภช ไชยผดุงนิรันดร์ รอง ผอ.สพป.พังงา กล่าวว่า สพป.พังงา ได้จัดทีมครูฝึกสอนและฝึกหัดให้เด็กนักเรียน เยาวชนในโรงเรียนและในชุมชน ให้มีความสามารถว่ายน้ำเป็น มีความรู้ความเข้าใจวิธีการช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุทางน้ำได้อย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล ทั้งนี้จากสถิติการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี จากการจมน้ำ มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาปิดภาคเรียนในเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม โดยการรายงานจากกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ พบว่าการเสียชีวิตของเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ ๑,๔๐๐ คน หมายถึงวันละเกือบ ๔ คน ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยที่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตทุกสาเหตุ

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คาดว่าเด็กนักเรียน เยาวชน ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน จะได้มีความรู้ ทักษะ ในด้านการช่วยเหลือตนเองได้อย่างถูกต้อง สามารถว่ายน้ำเป็น ทั้งนี้จะสามารถช่วยลดสถิติจากการเสียชีวิตของเด็กที่เกิดจากการจมน้ำของเด็กไทยไม่มากก็น้อย

จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นห่วงเรื่องการจราจรในวันสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น

ว่าที่ร้อยตรี ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2556 โดยกำหนดให้มีการสอบแข่งขัน ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) และภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) พร้อมกันทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2557 และกำหนดศูนย์สอบเป็นภาค/เขต รวม 10 เขต โดยกำหนดให้จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์สอบ ประจำภาคใต้ (เขต 1) มีผู้สมัครสอบแข่งขัน จำนวน 52,975 คน 1,518 ห้องสอบ โดยใช้สถานศึกษาต่าง ๆ เป็นสนามสอบแข่งขัน 56 แห่ง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้สถานที่พักต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชถูกจองเกือบเต็มแล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องการจราจร เพราะหากผู้สมัครสอบ จำนวน 1 ใน 3 เอารถส่วนตัวมาย่อมเกิดปัญหาแน่นอนทั้งในเรื่องของจราจรและที่จอดรถเนื่องจากมีการห้ามนำรถทุกชนิดเข้าไปจอดในสถานศึกษาที่ใช้เป็นสนามสอบแข่งขัน ซึ่งในเบื้องต้นทางจังหวัดได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไว้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้รถใช้ถนน การให้คำแนะนำเส้นทาง รวมทั้งการเฝ้าระวังอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ขอให้ผู้ที่สมัครเข้าสอบการแข่งขันสามารถเข้าไปดูข้อแนะนำเส้นทางการเดินทางไปยังสนามสอบแข่งขัน ที่พักพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช www.nakhonlocal.go.th. หรือ www.dlaapplicant.com/


ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 24 เม.ย. 2557

นครศรีธรรมราช ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัวระดับจังหวัด ประจำปี 2557

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดประชุมสมัชชาสตรีและครอบครัวระดับจังหวัด ประจำปี 2557 เพื่อทบทวนและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัว และร่วมกำหนดแนวทางการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพสตรีและครอบครัว

วันนี้ (24 เม.ย. 57) ที่ห้องโรงแรมแกรนด์ปาร์ค อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชาสตรีและครอบครัวระดับจังหวัด ประจำปี 2557 ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อทบทวนปัญหาและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัวของจังหวัด รวมทั้งเพื่อรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำไปสู่การกำหนดและผลักดันในเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรีและส่งเสริมสถาบันครอบครัวของจังหวัดต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม อาทิ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการพัฒนาสตรีระดับจังหวัด ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนและผู้สนใจ จำนวน 150 คน กิจกรรมประกอบด้วย การระดมความคิดเห็นในแนวทางการดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัวของจังหวัดนครศรีธรรมราช การมอบเกียรติบัตรครอบครัวร่มเย็นระดับจังหวัด ประจำปี 2557 แก่ผู้แทนที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก จำนวน 8 ครอบครัว คือ ครอบครัวนายพยันต์ หนูเอก อำเภอพระพรหม,ครอบครัวนางพรศรี โชติพันธ์ อำเภอพรหมคีรี,ครอบครัวนางแต๋ว ทองสัมฤทธิ์ อำเภอทุ่งใหญ่,ครอบครัวนางอัจฉราภรณ์ หนูนารถ อำเภอจุฬาภรณ์,ครอบครัวนายแก๊ป ไชยฤกษ์ อำเภอพิปูน,ครอบครัวนายวิชิต รัตนภรณ์ อำเภอนาบอน,ครอบครัวนายชำนาญ ศรีเทพ อำเภอทุ่งใหญ่ และครอบครัวนางสาวจันทรา จันทร์ศรีนาค อำเภอพิปูน รวมทั้งการบรรยายพิเศษจากในหัวข้อ “หน้าที่ของสตรีกับการสร้างสุขในครอบครัวและสังคมปัจจุบัน” โดยพันเอกนายแพทย์พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการประชุมคณะอนุกรรมการจัดประชุมสมัชชาสตรีระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2557 และการประชุมอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2557 ที่มีมติให้มีการบูรณาการจัดโครงการประชุมสมัชชาสตรี ประจำปี 2557 ร่วมกับสมัชชาครอบครัวระดับจังหวัด ประจำปี 2557 ใน 2 ประเด็น คือ การส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และประเด็นการเสริมพลังครอบครัวเพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ซึ่งในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้จะมีการแบ่งกลุ่มเพื่อเปิดเวทีประชุมกลุ่มและร่วมแสดงความคิดเห็นใน 2 ประเด็นดังกล่าว ก่อนสรุปเป็นแนวทางการดำเนินงานในระดับจังหวัดและนำเสนอสู่การพิจารณาในระดับชาติต่อไป



อุไรวรรณ/ข่าว
ศุภภักษร/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราช นำหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในพื้นที่ อำเภอสิชล

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ในพื้นที่อำเภอสิชล ที่โรงเรียนบ้านช่องเขาหมาก ตำบลสีขีด จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ตามโครงการเทิดทูนสถาบัน นำปฏิญาณตนเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด นายอำเภอสิชล หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียนและประชาชน เข้าร่วมพิธี โดยปฏิญาณว่าจะร่วมกันเทิดทูนและป้องป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล จากนั้นนายกอำเภอสิชล ได้รายงานถึงสถานการณ์ทั่วไปของอำเภอสิชล และสภาพปัญหาในพื้นที่ ซึ่งปัญหาเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอยู่ขณะนี้ คือ ปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากสภาวะอากาศในฤดูร้อนปีนี้มากกว่าปกติ และฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้ราษฎรในพื้นที่อำเภอสิชลหลายแห่งได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค เพื่อการเกษตรและปศุสัตว์ มาตรการการเตรียมการป้องกัน ทางอำเภอได้ร่วมกับค่ายฝึกรบพิเศษที่ 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บินสำรวจสภาพป่าบริเวณแหล่งน้ำต้นน้ำคลองสายหลัก 5 สาย ทั้ง เทือกเขานัน เทือกเขาเผียน เทือกเขาได เทือกเขาใหญ่ และเทือกเขาหลวง

ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยและดินโคลนถล่มเมื่อ ปี 2554 ที่ผ่านมา ทำให้สภาพป่าต้นน้ำ ห้วย ลำคลองสายต่าง ๆ ได้รับผลกระทบมีสภาพตื้นเขินและเปลี่ยนสภาพทางเดินน้ำส่งผลให้ราษฎรมีปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยอำเภอได้แก้ไขปัญหาเบื้องต้น ได้ก่อสร้างฝายชะลอน้ำ 8 แห่ง ในพื้นที่หมู่ 3,15 ตำบลเทพราช หมู่ 2 ตำบลฉลอง หมู่7 ตำบลเขาน้อย ก่อสร้างทำนบดินชั่วคราว 1 แห่ง และขุดลอกคลองบริเวณฝายตำบลเขาน้อย และ ตำบลเสาเภา นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด ทางอำเภอได้ดำเนินการแก้ไข 3 ด้าน คือ ด้านการป้องกันด้วยการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่กับฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน ออกตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ เป็นประจำ ในด้านการปราบปราบ ได้บูรณาการกับฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน และในกรณีเป้าหมายสำคัญได้ประสานชุดสืบสวน บก.สภภ.8 เข้าร่วมปฏิบัติการจับกุมด้วย ในส่วนของการบำบัด ขณะนี้กำลังค้นหาบุคคลเป้าหมายเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดต่อไป

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้นำเงินทอดผ้าป่าได้ทั้งหมด 40,660 บาท มอบให้แก่โรงเรียนบ้านช่องเขา เพื่อใช้ในการบำรุงโรงเรียน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ได้มอบของขวัญเด็กเล็ก มอบเครื่องอุปโภคบริโภคเครื่องนุ่งห่มแก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส มอบอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียน มอบเงินทุนการศึกษาเด็กนักเรียน/เงินสงเคราะห์ครอบครัวยากจน และตรวจเยี่ยมการให้บริการของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงไปรับบริการจำนวนมาก โดยเฉพาะการบริการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในการออกให้บริการทำหมันสุนัข และแมว มีประชาชนนำสุนัข และแมวมาทำหมันกว่า 50 ตัว



พรรณี กลสามัญ/ภาพ-ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช // 24 เมษายน 2557

จังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดจัดงานเทศกาลวิสาขบูชา 10-13 พฤษภาคม 2557

จังหวัดนครศรีธรรมราชกำหนดจัดงานส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 พร้อมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนแต่งกายด้วยชุดสีขาวและลดละเลิกอบายมุข

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.57 ที่ห้องประชุมพุทธสมาคมจังหวัดนครศรีธรรมราช วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าอาวาสวัดสวนป่าน ในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมประชุม

พระศรีธรรมประสาธน์ กล่าวว่า วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน และเป็นวันสำคัญสากลของโลก จังหวัดนครศรีธรรมราชได้จัดกิจกรรมที่เป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นประจำต่อเนื่องมาทุกปี สำหรับในปี 2557 นี้ กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา การปฏิบัติธรรมกรรมฐานถวายเป็นพุทธบูชา การประชุมทางวิชาการ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารสู่มรดกโลก” พิธีสมโภชและถวายผ้าพระบฏพระราชทาน พิธีตักบาตร พิธีเวียนเทียน กิจกรรมเดิน-วิ่ง สมาธิวิสาขบูชา ฉายภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง พระพุทธศาสดา และการจัดแสดงนิทรรศการ “สถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” เป็นต้น

พระศรีธรรมประสาธน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร กล่าวว่า นอกจากนี้ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกันแต่งกายด้วยชุดสีขาว เข้าวัดปฏิบัติธรรม และ ลด ละ เลิก อบายมุขทุกชิด และขอเชิญชวนร่วมประดับโคมประทีป หน้าหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา วัด บริษัท ห้าง ร้าน และบ้านเรือน ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะสองฝั่งถนนราชดำเนิน และบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา


ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 24 เม.ย. 2557

ศพส.จ.นครศรีธรรมราช มอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีผลงานดีเด่นด้านปราบปรามยาเสพติด 6 คดี

วันนี้(24 เม.ย.57) ก่อนการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ ศพส.จ.นครศรีธรรมราช ครั้งที่ 5/2557 ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้มีผลงานดีเด่นด้านปราบปรามยาเสพติด ในห้วงเดือน มีนาคม 2557 จำนวน 6 คดี ประกอบด้วย 1.) นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ อ.ท่าศาลาและคณะ รวม 7 นาย ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาบ้า จำนวน 3,800 เม็ด 2.) พ.ต.อ. ทวี พรหมมาลี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากพนัง และคณะ รวม 9 นาย ร่วมกันจับกุมผู้ค้าไอซ์ น้ำหนัก 112.96 กรัม 3.)นายหมวดตรีอำพล สังข์ทอง หัวหน้าชุดเฉพาะกิจศรีวิชัย และคณะ จำนวน 17 นาย 3 คดี คือ 1.ร่วมกันจับกุมผู้ค้าไอซ์ น้ำหนัก 45.80 กรัม 2. ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาบ้า จำนวน 84,000 เม็ด และ 3. ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาบ้า จำนวน 20,000 เม็ด 4.)พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะ จำนวน 10 นาย ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาบ้า จำนวน 3,000 เม็ด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอชมเชยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านปราบปรามที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง



ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 24 เม.ย. 2557