ที่บริเวณสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง อ.เมือง จ.ตรัง นายเชตวัน อนันตสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธานในในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 21 โดยมี นายนิพันธ์ ศิริธร ปลัดจังหวัดตรัง กล่าวต้อนรับ และมีนายพงศ์ภวัน จิตรบรรเจิดกุล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตรัง กล่าวรายงาน สำหรับความเป็นมาของการแข่งขันกีฬาฯ นั้น ในปี พ.ศ.2530 ได้เริ่มมีการจัดการแข่งขันกีฬาโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภาคใต้ขึ้นที่จังหวัดพังงาเป็นครั้งแรก และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจังหวัดเจ้าภาพจัดการแข่งขันเรื่อยมาถึงครั้งที่ 13
ในปี พ.ศ.2542 จึงหยุดจัดการแข่งขันเนื่องจากการปฏิรูประบบราชการ ต่อมาในปี พ.ศ.2550 ได้จัดการแข่งขันครั้งที่ 14 ที่จังหวัดพังงา โดยใช้ชื่อว่า "การแข่งขันกีฬาโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภาคใต้” และจัดการแข่งขันต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงครั้งที่ 21 ในปี พ.ศ.2557 ที่จังหวัดตรัง โดยมี สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตรังเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อ "พะยูนเกมส์” และคำขวัญ กีฬาดี มีน้ำใจ ใฝ่สามัคคี โดยจัดการจัดการแข่งขันครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ ความรัก ความสัมพันธ์และความสามัคคีของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภาคใต้ และเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์จังหวัดตรัง ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวบนพื้นฐานของวิสัยทัศน์ ตรังเมืองแห่งความสุข และกีฬาในวันนี้จัดการแข่งขันกีฬา 4 ชนิด คือ ฟุตซอล วอลเลย์บอล วิ่งเปี้ยวลูกโป่งน้ำ และโยนไข่ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,000 คน
วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
นายกอบจ.ตรัง และคณะผู้บริหาร ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ ที่ อ.กันตัง จ.ตรัง มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ขณะนี้คืบหน้าไปแล้วเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์
นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง ได้นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างบนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ บริเวณหมู่ที่ 2 ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง โดยจะครอบคลุมพื้นที่หลังท่า พื้นที่เทกองสินค้า อาคารสำนักงานบริหารท่าเรือ อาคารซ่อมบำรุง อาคารห้องสุขา ด่านตรวจและชั่งน้ำหนักโกดังสินค้า กักกันพืช-สัตว์ ที่จอดรถ สถานีสูบน้ำและห้องเครื่อง โรงอาหาร ลานที่จอดรถ รวมทั้งที่ตั้งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ถนนในโครงการ และเชื่อมต่อจนถึงถนนไปบ้านนาเกลือเหนือ
โดย อบจ.ตรัง ได้รับงบประมาณจากกรมเจ้าท่า มาดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ จำนวน 406,945,000 บาท ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 เพื่อให้เป็นท่าเรือที่มีขนาดความกว้าง 29 เมตร ยาว 185 เมตร ความลึกหน้าท่า 5.5 เมตร สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง ขนาด 4,000 ตัน เรือจอดเทียบท่าได้ 2 ลำ/ครั้ง แยกเป็นท่าเรือส่งออก 1 ท่าและเป็นท่าเรือนำเข้า 1 ท่า โดยมีบริษัท พร้อมมิตร เอสเอเอฟที จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ภายในระยะเวลา 900 วัน โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญาภายในวันที่ 16 กันยายน 2557 อย่างไรก็ตาม จากการติดตามล่าสุดพบว่า การก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้ว 87.24 %
ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือแล้วเสร็จจะทำให้การขนส่งสินค้าจาก จังหวัดตรัง รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงไปยังประเทศต่างๆ เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้ง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ ศรีลังกา และอินเดีย ที่เป็นคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งล่าสุดนักธุรกิจชาวอินเดียมีกำหนดการเดินทางมาติดต่อสอบถามข้อมูล ศักยภาพของท่าเรือน้ำลึก(บ้านนาเกลือ) กับนายกอบจ.ตรังและผู้บริหาร ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อการพัฒนาท่าเทียบเรือและการพัฒนาการส่งออกในจ.ตรังอย่างแน่นอนนอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558
โดย อบจ.ตรัง ได้รับงบประมาณจากกรมเจ้าท่า มาดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือ จำนวน 406,945,000 บาท ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 เพื่อให้เป็นท่าเรือที่มีขนาดความกว้าง 29 เมตร ยาว 185 เมตร ความลึกหน้าท่า 5.5 เมตร สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง ขนาด 4,000 ตัน เรือจอดเทียบท่าได้ 2 ลำ/ครั้ง แยกเป็นท่าเรือส่งออก 1 ท่าและเป็นท่าเรือนำเข้า 1 ท่า โดยมีบริษัท พร้อมมิตร เอสเอเอฟที จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ภายในระยะเวลา 900 วัน โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญาภายในวันที่ 16 กันยายน 2557 อย่างไรก็ตาม จากการติดตามล่าสุดพบว่า การก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้ว 87.24 %
ทั้งนี้ เมื่อการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านนาเกลือแล้วเสร็จจะทำให้การขนส่งสินค้าจาก จังหวัดตรัง รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงไปยังประเทศต่างๆ เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้ง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ ศรีลังกา และอินเดีย ที่เป็นคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งล่าสุดนักธุรกิจชาวอินเดียมีกำหนดการเดินทางมาติดต่อสอบถามข้อมูล ศักยภาพของท่าเรือน้ำลึก(บ้านนาเกลือ) กับนายกอบจ.ตรังและผู้บริหาร ซึ่งย่อมส่งผลดีต่อการพัฒนาท่าเทียบเรือและการพัฒนาการส่งออกในจ.ตรังอย่างแน่นอนนอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558
ประชาชนชาวอำเภอย่านตาขาว ร่วมฟังผลการตรวจสุขภาพ ตามโครงการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดตรัง ประจำปี 2557
ที่ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรอำเภอย่านตาขาว นายสมจิตร คงฉาง รองนายก อบจ.ตรัง นายทวี สัตยาไชย ที่ปรึกษานายก อบจ.ตรัง เป็นประธานและร่วมฟังผลเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ ตามโครงการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน ในเขตพื้นที่ จ.ตรัง ประจำปี 2557 โดยวันนี้เป็นการฟังผลของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว ตำบลย่านตาขาว ตำบลหนองบ่อ ตำบลนาชุมเห็ด ตำบลในควนและตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว ซึ่งประชาชนให้ความสนใจร่วมฟังผลเป็นจำนวนมาก มี นายแพทย์ตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการกลุ่มงานโสต ศอ นาสิก รพ.ตรังให้ความรู้เพื่อให้ประชาชนนำไปปฏิบัติและขยายผลการเฝ้าระวังถึงคนในครอบครัว และในชุมชนต่อไป โครงการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน ในเขตพื้นที่ จ.ตรัง ประจำปี 2557 อบจ.ตรัง ได้ตั้งงบประมาณไว้ 18 ล้านบาท เพื่อทำการเจาะเลือด เก็บตัวอย่างปัสสาวะให้กับประชากรกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดตรัง จำนวน 30,000 คน
ซึ่งจะทำการตรวจร่างกายให้ 14 รายการประกอบด้วยวัดความดัน,ชั่งน้ำหนัก,ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด,ตรวจปัสสาวะสมบูรณ์แบบ,ตรวจหาหมู่เลือด,ตรวจหาไขมันความหนาแน่นต่ำในเลือด,ตรวจการทำงานของไต,ตรวจการทำงานของไต,ตรวจวัดระดับยูริค (โรคเก๊าท์),ตรวจการทำงานของตับ,ตรวจระดับแคลเซียมในเลือด,ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์,ตรวจหามะเร็งจากกลุ่มเสี่ยงร้อยละ 10 หรือ 3,000 คน (ผู้ชายจะตรวจ 3จุดคือ ตับ ลำไส้ และต่อมลูกหมาก ผู้หญิงจะตรวจ มะเร็งเต้านม ปากมดลูก ลำไส้และท่อรังไข่) และปีนี้เพิ่มการตรวจไวรัสตับ ซึ่งหากประชาชนไปตรวจสุขภาพที่รพ.ทั่วไปตามรายการดังกล่าวทั้ง 14 รายการต้องมีค่าใช้จ่ายคนละไม่ต่ำกว่า 3 พันบาท ซึ่งทาง อบจ.ตรังจัดบริการตรวจให้ฟรี
ซึ่งจะทำการตรวจร่างกายให้ 14 รายการประกอบด้วยวัดความดัน,ชั่งน้ำหนัก,ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด,ตรวจปัสสาวะสมบูรณ์แบบ,ตรวจหาหมู่เลือด,ตรวจหาไขมันความหนาแน่นต่ำในเลือด,ตรวจการทำงานของไต,ตรวจการทำงานของไต,ตรวจวัดระดับยูริค (โรคเก๊าท์),ตรวจการทำงานของตับ,ตรวจระดับแคลเซียมในเลือด,ตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์,ตรวจหามะเร็งจากกลุ่มเสี่ยงร้อยละ 10 หรือ 3,000 คน (ผู้ชายจะตรวจ 3จุดคือ ตับ ลำไส้ และต่อมลูกหมาก ผู้หญิงจะตรวจ มะเร็งเต้านม ปากมดลูก ลำไส้และท่อรังไข่) และปีนี้เพิ่มการตรวจไวรัสตับ ซึ่งหากประชาชนไปตรวจสุขภาพที่รพ.ทั่วไปตามรายการดังกล่าวทั้ง 14 รายการต้องมีค่าใช้จ่ายคนละไม่ต่ำกว่า 3 พันบาท ซึ่งทาง อบจ.ตรังจัดบริการตรวจให้ฟรี
นายกอบจ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาชุมชนสัมพันธ์เทศบาลตำบลนาวง ประจำปี 2557
ที่สนามโรงเรียนวัดนาวง อำเภอห้วยยอด นายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาชุมชนสัมพันธ์เทศบาลตำบลนาวง ประจำปี 2557 โดยมีนายพิทักษ์ สุวคันธ์ นายกเทศบาลตำบลนาวง สมาชิกสภาอบจ.ตรัง เขต 1 อำเภอห้วยยอด นายกอบต.นาวง ผู้นำท้องถิ่น คณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าวรายงานและให้การต้อนรับ การแข่งขันกีฬาชุมชนสัมพันธ์เทศบาลตำบลนาวง จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เสริมสร้างพลานามัยของสมาชิกในชุมชน ให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ก่อให้เกิดการพัฒนาที่เป็นประโยชน์กับเทศบาลตำบลนาวง โดยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 ชนิด ดังนี้ การแข่งขันกีฬาฟุตบอล ประเภทประชาชนชาย และประเภทอาวุโสชาย /การแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอล ประเภทประชาชนชาย และประเภทประชาชนหญิง /การแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อ ประเภทประชาชนชาย / การแข่งขันกีฬาเปตอง ประเภทผสมชาย/หญิง และการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ซึ่งสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการแข่งขันลากตอกหมากจากชุมชนต่างๆ
วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
คณะทำงาน ครม.น้อยจังหวัดพัทลุง ลงพื้นที่ประชุมสัญจรร่วมกับ ครม.น้อยอำเภอควนขนุนที่โรงเรียนธรรมเถียร ตำบลพนางตุง เพื่อเปิดโอกาสให้พื้นที่ ได้เสนอปัญหาเข้าสู่การพิจารณาแก้ไขในระดับจังหวัด
ที่โรงเรียนธรรมเถียร หมู่ที่ ๑๐ ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน (๒๔ เม.ย.๕๗) นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงเป็นประธานการประชุม ครม.พัทลุงสัญจร ประจำเดือนเมษายน ๒๕๕๗ โดยมี คณะทำงาน ครม.น้อยอำเภอควนขนุนประชุมร่วมด้วย
ทั้งนี้โดยมีการติดตามผลการประชุมครั้งที่ผ่านมาในเรื่องสำคัญ เช่น การพิจารณาแก้ปัญหาโรงงนสกัดน้ำมันปาล์มดิบของสหกรณ์ชาวสวนปาล์มจังหวัดพัทลุง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลพนางตุง ซึ่งมีปัญหาเรื่องของการขออนุญาตตั้งโรงงาน และ การเบิกจ่ายงวดงานการก่อสร้างซึ่งมีปัญหายืดเยื้อมานาน ขณะนี้สามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาราคาผลผลิตปาล์มตกต่ำได้ในอนาคต อีกเรื่องหนึ่งที่มีการติดตามในวาระการประชุมวันนี้คือ การเตรียมการรับสานการภัยแล้ง ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและโครงการชลประทานจังหวัดเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวว่า โดยพบว่าในขณะนี้พื้นที่จังหวัดพัทลุงยังไม่ประสบปัญหาภัยแล้งแต่อย่างใด เนื่องจากช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีฝนตกลงมาหลายพื้นที่ ส่วนปริมาณน้ำท่าในอ่างเก็บน้ำสำคัญ ๓ แห่งคืออ่างเก็บน้ำป่าพะยอม มีปริมาณน้ำ ๕๘ % ของความจุ อ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง มีปริมารน้ำ ๗๒ % และอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนมีปริมาณน้ำ ๖๔ % หากไม่มีปัญหาเกิดฝนทิ้งช่วงระยายาว ก็สามารถที่จะเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น ส่วนการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งระยายาว
นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงสั่งสำนักงานปกครองจังหวัดซึ่งเป็นคณะทำงานฝ่ายเลขา จัดตั้งทีมแก้ปัญหาเรื่องนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพราะปัญหาเรื่องน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนบางพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เช่น ที่ตำบลแหลมตะโหนด อำเภอป่าพะยอม พบว่าขณะนี้เกิดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ คือมีน้ำท่วมในหน้าฝน และขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง ทำให้เกษตรกรทำนาไม่ได้ ต้องเปลี่ยนอาชีพจากการทำนามาเป็นทำสวนยางพาราและ ปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น ซึ่งสุ่มเสียงจะสูญเสียพื้นที่ทำนาในอนาคต เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงยังได้ให้นโยบายการดำเนินการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ๓ ประเด็น คือการรักษาป่า การบริหารจัดการน้ำ และการรักษาแหล่งปลูกข้าว ให้เป็นภาระหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องช่วยกันหาวิธีอนุรักษ์และฟื้นฟูให้ประสบผลสำเร็จ เพราะในอนาคตหากขาดแคลน ๓ อย่างนี้จะทำให้สังคมเข้าสู่ภาวะวิกฤติได้
นอกจากนี้ยังมีวาระการพิจารณา มีประเด็นน่าสนใจ ซึ่งผู้อำนวยการทางหลวงชนบทได้เสนอที่ประชุมคือการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองด้านทิศเหนือของตัวเมืองพัทลุง เพื่อรองรับปัญหาการจราจรและการขยายตัวของเมืองในอนาคต ซึ่งในที่ประชุมได้รับในหลักการ แต่ขอให้ทางสำนักงานทางหลวงชนบทกลับไปทำรายละเอียดเพิ่มเติม โดยให้ระบุผลได้ผลเสียและความคิดเห็นของประชาชนเข้ามาประกอบและให้น้ำเสนอเข้าพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ส่วนทาง ครม.น้อยอำเภอควนขนุน ได้เสนอเรื่องเพื่อพิจารณาเข้าทีประชุมทั้ง หมด ๓๐ เรื่อง โดยทั้ง ๓๐ เรื่องเป็นการเสนอของบประมาณการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ตำบลต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การปรับปรุงถนนที่ชำรุด การจัดสร้างระบบน้ำประปา การขยายเขตไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมได้รับไว้เป็นหลักการเพื่อมอบหมายให้ส่วนราชการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบโดยตรงไปจัดลำดับความสำคัญ และเสนอขอตั้งงบประมาณไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้โดยมีการติดตามผลการประชุมครั้งที่ผ่านมาในเรื่องสำคัญ เช่น การพิจารณาแก้ปัญหาโรงงนสกัดน้ำมันปาล์มดิบของสหกรณ์ชาวสวนปาล์มจังหวัดพัทลุง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลพนางตุง ซึ่งมีปัญหาเรื่องของการขออนุญาตตั้งโรงงาน และ การเบิกจ่ายงวดงานการก่อสร้างซึ่งมีปัญหายืดเยื้อมานาน ขณะนี้สามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาราคาผลผลิตปาล์มตกต่ำได้ในอนาคต อีกเรื่องหนึ่งที่มีการติดตามในวาระการประชุมวันนี้คือ การเตรียมการรับสานการภัยแล้ง ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและโครงการชลประทานจังหวัดเป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวว่า โดยพบว่าในขณะนี้พื้นที่จังหวัดพัทลุงยังไม่ประสบปัญหาภัยแล้งแต่อย่างใด เนื่องจากช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีฝนตกลงมาหลายพื้นที่ ส่วนปริมาณน้ำท่าในอ่างเก็บน้ำสำคัญ ๓ แห่งคืออ่างเก็บน้ำป่าพะยอม มีปริมาณน้ำ ๕๘ % ของความจุ อ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง มีปริมารน้ำ ๗๒ % และอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอนมีปริมาณน้ำ ๖๔ % หากไม่มีปัญหาเกิดฝนทิ้งช่วงระยายาว ก็สามารถที่จะเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น ส่วนการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งระยายาว
นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงสั่งสำนักงานปกครองจังหวัดซึ่งเป็นคณะทำงานฝ่ายเลขา จัดตั้งทีมแก้ปัญหาเรื่องนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพราะปัญหาเรื่องน้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนบางพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เช่น ที่ตำบลแหลมตะโหนด อำเภอป่าพะยอม พบว่าขณะนี้เกิดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ คือมีน้ำท่วมในหน้าฝน และขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง ทำให้เกษตรกรทำนาไม่ได้ ต้องเปลี่ยนอาชีพจากการทำนามาเป็นทำสวนยางพาราและ ปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น ซึ่งสุ่มเสียงจะสูญเสียพื้นที่ทำนาในอนาคต เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงยังได้ให้นโยบายการดำเนินการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ๓ ประเด็น คือการรักษาป่า การบริหารจัดการน้ำ และการรักษาแหล่งปลูกข้าว ให้เป็นภาระหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องช่วยกันหาวิธีอนุรักษ์และฟื้นฟูให้ประสบผลสำเร็จ เพราะในอนาคตหากขาดแคลน ๓ อย่างนี้จะทำให้สังคมเข้าสู่ภาวะวิกฤติได้
นอกจากนี้ยังมีวาระการพิจารณา มีประเด็นน่าสนใจ ซึ่งผู้อำนวยการทางหลวงชนบทได้เสนอที่ประชุมคือการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองด้านทิศเหนือของตัวเมืองพัทลุง เพื่อรองรับปัญหาการจราจรและการขยายตัวของเมืองในอนาคต ซึ่งในที่ประชุมได้รับในหลักการ แต่ขอให้ทางสำนักงานทางหลวงชนบทกลับไปทำรายละเอียดเพิ่มเติม โดยให้ระบุผลได้ผลเสียและความคิดเห็นของประชาชนเข้ามาประกอบและให้น้ำเสนอเข้าพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ส่วนทาง ครม.น้อยอำเภอควนขนุน ได้เสนอเรื่องเพื่อพิจารณาเข้าทีประชุมทั้ง หมด ๓๐ เรื่อง โดยทั้ง ๓๐ เรื่องเป็นการเสนอของบประมาณการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ตำบลต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การปรับปรุงถนนที่ชำรุด การจัดสร้างระบบน้ำประปา การขยายเขตไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมได้รับไว้เป็นหลักการเพื่อมอบหมายให้ส่วนราชการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบโดยตรงไปจัดลำดับความสำคัญ และเสนอขอตั้งงบประมาณไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง
นายกเหล่ากาชาดออกเยี่ยมและมอบเงินสงเคราะห์แก่ผู้ป่วยยากไร้ที่โรงพยาบาลพัทลุง ในโอกาสครับรอบ ๑๒๑ ปี วันสถาปนากาชาดไทย
ที่โรงพยาบาลพัทลุงเมื่อวันที่ ๒๙ เม.ย.๕๗ นางสุวิมล ศรีหะไตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุง มอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้จำนวน ๒๕ คน ๆ ๒,๐๐๐ บาทรวม ๕๐,๐๐๐ บาท โดยแยกเป็นเงินสด คนละ ๑,๕๐๐ บาท และเครื่องอุปโภคบริโภคมูลค่ารายละ ๕๐๐ บาท พร้อมเยี่ยมอาการและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยขอให้หายจากอาการป่วยโดยเร็ว
ซึ่งการมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยครั้งนี้ จัดขึ้นในโอกาสครบ ๑๒๑ ปีของการสถาปนาสภากาชาดไทย ตรงกับวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ โดยทางโรงพยาบาลพัทลุงได้ทำการตรวจสอบผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลพัทลุงซึ่งมีฐานะยากจน จำนวน ๒๐ คน เพื่อรับความช่วยเหลือจากเหล่ากาชาดดังกล่าว นางสุวิมล ศรีหะไตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า สภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นองค์กรสาธารณะกุศล ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๓๖ ตรงกับ ร.ศ. ๑๑๒ เดิมเรียก "สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม" ริเริ่มก่อตั้งโดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ ซึ่งมีสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นสภานายิกาพระองค์แรก ทั้งนี้โดยมีต้นเหตุมาจากกรณีพิพาทระหว่าง ประเทศสยาม กับ ประเทศฝรั่งเศส เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ซึ่งส่งผลให้ทหารบาดเจ็บล้มตายมาก แต่ไม่มีองค์การกุศลหลักที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือพยาบาลและบรรเทาทุกข์ ดังนั้น ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ จึงได้ชักชวนสตรีอาสาสมัครขึ้น และได้กราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ตั้ง "สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม" ขึ้น และเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสว่า เป็นความคิดอันดีตามแบบอย่างประเทศที่เจริญแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง "สภาอุณาโลมแดง" ขึ้น เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๖ ซึ่งถือเป็น "วันสถาปนาสภากาชาดไทย" นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ทรงเป็น"สภาชนนี" สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ทรงเป็น"สภานายิกา" และท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ เป็นเลขานุการิณีสภาอุณาโลมแดง
ปัจจุบันสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นสภานายิกา ของสภากาชาดไทย มีกิจกรรมสำคัญหลายอย่างในด้านการสาธารณกุศล เช่น การให้การช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ ในสังคม ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง คนพิการ เด็กด้อยโอกาส ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ไฟไหม้ ผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นต้น
ซึ่งการมอบเงินและสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยครั้งนี้ จัดขึ้นในโอกาสครบ ๑๒๑ ปีของการสถาปนาสภากาชาดไทย ตรงกับวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ โดยทางโรงพยาบาลพัทลุงได้ทำการตรวจสอบผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลพัทลุงซึ่งมีฐานะยากจน จำนวน ๒๐ คน เพื่อรับความช่วยเหลือจากเหล่ากาชาดดังกล่าว นางสุวิมล ศรีหะไตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า สภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัด เป็นองค์กรสาธารณะกุศล ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๓๖ ตรงกับ ร.ศ. ๑๑๒ เดิมเรียก "สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม" ริเริ่มก่อตั้งโดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ ซึ่งมีสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นสภานายิกาพระองค์แรก ทั้งนี้โดยมีต้นเหตุมาจากกรณีพิพาทระหว่าง ประเทศสยาม กับ ประเทศฝรั่งเศส เรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ซึ่งส่งผลให้ทหารบาดเจ็บล้มตายมาก แต่ไม่มีองค์การกุศลหลักที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือพยาบาลและบรรเทาทุกข์ ดังนั้น ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ จึงได้ชักชวนสตรีอาสาสมัครขึ้น และได้กราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ตั้ง "สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม" ขึ้น และเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสว่า เป็นความคิดอันดีตามแบบอย่างประเทศที่เจริญแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง "สภาอุณาโลมแดง" ขึ้น เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๖ ซึ่งถือเป็น "วันสถาปนาสภากาชาดไทย" นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ทรงเป็น"สภาชนนี" สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ทรงเป็น"สภานายิกา" และท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์ เป็นเลขานุการิณีสภาอุณาโลมแดง
ปัจจุบันสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นสภานายิกา ของสภากาชาดไทย มีกิจกรรมสำคัญหลายอย่างในด้านการสาธารณกุศล เช่น การให้การช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสต่าง ๆ ในสังคม ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง คนพิการ เด็กด้อยโอกาส ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ไฟไหม้ ผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นต้น
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานพวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพนักวิชาการสาธารณสุข ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อวันที่ ๒ พ.ค.๕๗ นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเชิญพวงมาลาหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาพระราชทานของ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร และ บรมวงศานุวงศ์รวม ๑๒ พวง ซึ่งทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้วางหน้าหีบศพ น.ส.จริยา พรหมนวล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีสาคร ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา
ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เปิดโรงเรียนชาวนาในพื้นที่อำเภอกงหรา เพื่อสืบทอดทายาทอาชีพทำนาแก่อนุชนรักษาความมั่นคงทางอาหารแก่ชาวพัทลุง
นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดโรงเรียนชาวนา ตามโครงการสร้างทายาทสืบทอดอาชีพเกษตรกรรมด้านทำนา ซึ่งจัดขึ้นที่บ้านนายก้อหลัด บุญมี บ้านเลขที่ ๒๑๘ หมู่ที่ ๑ ตำบลชะรัด อำเภอกรงหรา จังหวัดพัทลุง โดยจังหวัดพัทลุงร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุง ธกส.จังหวัดพัทลุง สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง เป็นต้น
ทั้งนี้เพื่อปลูกฝังให้เยาวชน เห็นความสำคัญของอาชีพการทำนา อาชีพที่ผลิตอาหารเลี้ยงชีวิตผู้คนมาอย่างยาวนาน และสนองตอบต่อวาระเมืองลุงพอเพียง เฉลิมพระเกียรติในหลวง เพื่ออนาคตลูกหลานคนเมืองลง ที่มุ่งหวังให้จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดแห่งความสงบสันติและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สมคิด สงเนียม ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า จังหวัดพัทลุงถือเป็นจังหวัดอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของภาคใต้ มีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย พันธุ์ข้าวสำคัญที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภค เช่น ข้าวพันธุ์สังหยด ข้าวเล็บนก ข้าวเฉี้ยง เป็นต้น และขณะนี้ทางศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดพัทลุงได้พัฒนาข้าวพันธุ์ กข ๕๕ ขึ้นมาอีกหนึ่งพันธุ์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีผลผลิตสูง และเหมาะสมกับการปลูกในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งในอดีตจังหวัดพัทลุงมีพื้นที่ปลูกข้าวราว ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันลดเหลือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ ส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนพื้นที่ไปเป็นสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ปล่อยเป็นพื้นที่รกร้าง และ ถูกพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย และมีแนวโน้มจะลดพื้นที่ทำนาลงอีก เพราะเยาวชนรุ่นหลังไม่สนใจที่จะประกอบอาชีพการทำนา เนื่องจากเป็นอาชีพที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจน้อย
ด้านนายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงกล่าวว่า การเปิดโรงเรียนชาวนา เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวนา ได้เห็นความสำคัญของอาชีพของตัวเอง เพราะอาชีพชาวนาเป็นอาชีพการผลิตอาหารซึ่งจำเป็นต่อการเลี้ยงชีวิต หากชาวนาทิ้งอาชีพการทำนา อนาคตจะทำให้จังหวัดพัทลุงสูญเสียพื้นที่ที่จะผลิตอาหารและต้องซื้อข้าวจากภายนอกซึ่งจะส่งผลให้มีค่าครองชีพสูง และอาจสูญเสียที่ทำกินได้ อย่างไรก็ตามการรักษาพื้นที่ทำนาให้คงอยู่อย่างถาวร ชาวนาต้องมีความภาคภูมิใจและมีศักดิ์ศรีในอาชีพของตัวเอง มีการพัฒนาต่อยอดให้นาเป็นมากกว่าการปลูกข้าวอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบหรือนวัตกรรมที่เกื้อกูลต่อการมีรายได้เพิ่มขึ้น มีการพัฒนาผลผลิตและรักษาคุณภาพของข้าว หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีเพื่อความปลอดภัยและความเชื่อมันของผู้บริโภค ที่สำคัญคือการมีทายาดสืบทอด ไม่ปล่อยให้ลูกหลานขายพื้นที่นาของตัวเอง ซึ่งภายหลังมีพิธีเปิดแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้ร่วมปลูกข้าวกับเยาวชนและชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย ซึ่งการปลูกข้าววันนี้เป็นการปลูกข้าวแบบนาโยน ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของการทำนาที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากกว่าการทำนาแบบอื่น ๆ ด้วย
ทั้งนี้เพื่อปลูกฝังให้เยาวชน เห็นความสำคัญของอาชีพการทำนา อาชีพที่ผลิตอาหารเลี้ยงชีวิตผู้คนมาอย่างยาวนาน และสนองตอบต่อวาระเมืองลุงพอเพียง เฉลิมพระเกียรติในหลวง เพื่ออนาคตลูกหลานคนเมืองลง ที่มุ่งหวังให้จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดแห่งความสงบสันติและมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สมคิด สงเนียม ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า จังหวัดพัทลุงถือเป็นจังหวัดอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของภาคใต้ มีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย พันธุ์ข้าวสำคัญที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภค เช่น ข้าวพันธุ์สังหยด ข้าวเล็บนก ข้าวเฉี้ยง เป็นต้น และขณะนี้ทางศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดพัทลุงได้พัฒนาข้าวพันธุ์ กข ๕๕ ขึ้นมาอีกหนึ่งพันธุ์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีผลผลิตสูง และเหมาะสมกับการปลูกในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งในอดีตจังหวัดพัทลุงมีพื้นที่ปลูกข้าวราว ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันลดเหลือประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ ส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนพื้นที่ไปเป็นสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ปล่อยเป็นพื้นที่รกร้าง และ ถูกพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย และมีแนวโน้มจะลดพื้นที่ทำนาลงอีก เพราะเยาวชนรุ่นหลังไม่สนใจที่จะประกอบอาชีพการทำนา เนื่องจากเป็นอาชีพที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจน้อย
ด้านนายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงกล่าวว่า การเปิดโรงเรียนชาวนา เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวนา ได้เห็นความสำคัญของอาชีพของตัวเอง เพราะอาชีพชาวนาเป็นอาชีพการผลิตอาหารซึ่งจำเป็นต่อการเลี้ยงชีวิต หากชาวนาทิ้งอาชีพการทำนา อนาคตจะทำให้จังหวัดพัทลุงสูญเสียพื้นที่ที่จะผลิตอาหารและต้องซื้อข้าวจากภายนอกซึ่งจะส่งผลให้มีค่าครองชีพสูง และอาจสูญเสียที่ทำกินได้ อย่างไรก็ตามการรักษาพื้นที่ทำนาให้คงอยู่อย่างถาวร ชาวนาต้องมีความภาคภูมิใจและมีศักดิ์ศรีในอาชีพของตัวเอง มีการพัฒนาต่อยอดให้นาเป็นมากกว่าการปลูกข้าวอย่างเดียว แต่มีองค์ประกอบหรือนวัตกรรมที่เกื้อกูลต่อการมีรายได้เพิ่มขึ้น มีการพัฒนาผลผลิตและรักษาคุณภาพของข้าว หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีเพื่อความปลอดภัยและความเชื่อมันของผู้บริโภค ที่สำคัญคือการมีทายาดสืบทอด ไม่ปล่อยให้ลูกหลานขายพื้นที่นาของตัวเอง ซึ่งภายหลังมีพิธีเปิดแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้ร่วมปลูกข้าวกับเยาวชนและชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย ซึ่งการปลูกข้าววันนี้เป็นการปลูกข้าวแบบนาโยน ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของการทำนาที่สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากกว่าการทำนาแบบอื่น ๆ ด้วย
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง
ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง คุยกับประชาชนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุง ส่งเสริมให้เกษตรกรนำน้ำหมักชีวภาพมาใช้ในการเกษตร
นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง คุยกับประชาชนทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพัทลุงคลื่นความถี่ ๙๘ เมกะเฮิร์ต ในเช้าวันเสาร์เวลา ๐๖.๐๐ – ๐๗.๐๐ น.
โดยในวันเสาร์ที่ผ่านมาได้นำผู้ร่วมรายการ ประกอบด้วยนายไพโรจน์ อินทรศรี ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง นายสมชาติ นาควิโรจน์เกษตรอำเภอบางแก้ว นายสมศักดิ์ ทองใส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๕ ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง และนายสมนึก ทองใส เกษตรกรตำบลควนมะพร้าว
ทั้งนี้โดยพูดคุยกันในเรื่องของการทำเกษตรแบบชีววิถี ลดต้นทุนการผลิตและลดใช้เคมีในภาคเกษตร โดยหันมาใช้น้ำหมักชีวภาพ ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่มีคุณประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ใช้เป็นปุ๋ยในการปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้พืชเจริญเติบโตดี ใช้ผสมในน้ำให้สัตว์กินแก้ปัญหากลิ่นเหม็นในมูลสัตว์ และทำให้สัตว์เลี้ยงสุขภาพแข็งแรง ใช้ผสมน้ำราดมูลสัตว์ทำลายการแพร่พันธุ์ของแมลงวัน และกำจัดกลิ่นรบกวน ซึ่งนายสมนึก ทองใส ผู้นำน้ำหมักมาใช้อย่างจริงจังกล่าวว่า ตนเองเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ทั้งวัว หมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ โดยก่อนหน้านี้มีปัญหามากจากแมลงวันและกลิ่นรบกวนจากมูลหมูมูลไก่ สร้างความรำคาญแก่เพื่อบ้าน แต่ภายหลังได้นำน้ำหมักชีวภาพหรือ อีเอ็ม มาใช้ พบว่ากลิ่นของมูลไก่หายไป และไม่มีแมลงวันมารบกวนอีกเลย นอกจากนี้ยังทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย โดยเฉพาะเมื่อนำไปผสมน้ำให้ไก่กิน พบว่าไก่ออกไข่ดกขึ้นและมีระยะเวลาการให้ไข่ยาวนานขึ้น
ด้านนายสมศักดิ์ ทองใส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๕ ตำบลควนมะพร้าว ซึ่งได้เปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรกล่าวว่า ตนได้นำน้ำหมักชีวภาพมาใช้ในแปลงเกษตรนานแล้วและทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี เพราะน้ำหมักอีเอ็มทำให้ดินร่วนซุย พืชสามารถดูซึมสารอาหารได้ดีขึ้น และทำให้มีสิ่งมีชีวิตในดินเพิ่มมากขึ้น ส่วนปศุสัตว์จังหวัดพัทลุงกล่าวว่า ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด พร้อมให้การสนับสนุนด้านความรู้แก่เกษตรกรที่จะนำไปผลิตน้ำมักชีวภาพด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการนำมาใช้ในภาคการผลิตด้านปศุสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมักประสบปัญหากลิ่นรบกวนและน้ำเสีย น้ำหมักชีวภาพหรือ อีเอ็ม สามารแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี แต่เกษตรกรยังให้ความสนใจนำไปใช้น้อย ซึ่งหากส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตใช้ด้วยตัวเอง จะส่งผลดีต่อการผลิตด้านปศุสัตว์ และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก
โดยในวันเสาร์ที่ผ่านมาได้นำผู้ร่วมรายการ ประกอบด้วยนายไพโรจน์ อินทรศรี ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง นายสมชาติ นาควิโรจน์เกษตรอำเภอบางแก้ว นายสมศักดิ์ ทองใส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๕ ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง และนายสมนึก ทองใส เกษตรกรตำบลควนมะพร้าว
ทั้งนี้โดยพูดคุยกันในเรื่องของการทำเกษตรแบบชีววิถี ลดต้นทุนการผลิตและลดใช้เคมีในภาคเกษตร โดยหันมาใช้น้ำหมักชีวภาพ ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่มีคุณประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ใช้เป็นปุ๋ยในการปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้พืชเจริญเติบโตดี ใช้ผสมในน้ำให้สัตว์กินแก้ปัญหากลิ่นเหม็นในมูลสัตว์ และทำให้สัตว์เลี้ยงสุขภาพแข็งแรง ใช้ผสมน้ำราดมูลสัตว์ทำลายการแพร่พันธุ์ของแมลงวัน และกำจัดกลิ่นรบกวน ซึ่งนายสมนึก ทองใส ผู้นำน้ำหมักมาใช้อย่างจริงจังกล่าวว่า ตนเองเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ทั้งวัว หมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ โดยก่อนหน้านี้มีปัญหามากจากแมลงวันและกลิ่นรบกวนจากมูลหมูมูลไก่ สร้างความรำคาญแก่เพื่อบ้าน แต่ภายหลังได้นำน้ำหมักชีวภาพหรือ อีเอ็ม มาใช้ พบว่ากลิ่นของมูลไก่หายไป และไม่มีแมลงวันมารบกวนอีกเลย นอกจากนี้ยังทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย โดยเฉพาะเมื่อนำไปผสมน้ำให้ไก่กิน พบว่าไก่ออกไข่ดกขึ้นและมีระยะเวลาการให้ไข่ยาวนานขึ้น
ด้านนายสมศักดิ์ ทองใส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๕ ตำบลควนมะพร้าว ซึ่งได้เปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรกล่าวว่า ตนได้นำน้ำหมักชีวภาพมาใช้ในแปลงเกษตรนานแล้วและทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี เพราะน้ำหมักอีเอ็มทำให้ดินร่วนซุย พืชสามารถดูซึมสารอาหารได้ดีขึ้น และทำให้มีสิ่งมีชีวิตในดินเพิ่มมากขึ้น ส่วนปศุสัตว์จังหวัดพัทลุงกล่าวว่า ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด พร้อมให้การสนับสนุนด้านความรู้แก่เกษตรกรที่จะนำไปผลิตน้ำมักชีวภาพด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการนำมาใช้ในภาคการผลิตด้านปศุสัตว์ ซึ่งที่ผ่านมักประสบปัญหากลิ่นรบกวนและน้ำเสีย น้ำหมักชีวภาพหรือ อีเอ็ม สามารแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี แต่เกษตรกรยังให้ความสนใจนำไปใช้น้อย ซึ่งหากส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตใช้ด้วยตัวเอง จะส่งผลดีต่อการผลิตด้านปศุสัตว์ และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง
พัทลุง เปิดตัวข้าวพันธุ์ใหม่ กข ๕๕ หลังพัฒนาพันธุ์มากว่า ๑๐ ปี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรชาวนา
ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์วันนี้ (๖ พ.ค.๕๗) นายวิชิต พันธุรัตน์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายเลิศเกียรติ ชูศิริ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง นายสมควร สุวรรณรัตน์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง และนายสุจิน กรุณกิจ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง ได้ร่วมกันแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ข้าวพันธุ์ใหม่ พันธุ์ กข๕๕ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรชาวนาได้นำไปปลูกในแปลงนาของตัวเอง เนื่องจากเป็นข้าวที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง มีความทนทานต่อโรค สามารถปลูกได้ทั้งนาปรังและนาปี
ทั้งนี้ข้าวพันธุ์ กข ๕๕ เป็นพันธุ์ข้าวที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้ทำการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ โดยการผสมสายพันธุ์ระหว่างข้าวพันธุ์ กข๒๓ ข้าวเล็บนกปัตตานี และข้าวพันธุ์ชัยนาท ๑ และได้รับการรับรองจากกรมการข้าวเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ ให้ชื่อว่า กข ๕๕ โดยมีลักษณะเด่นของข้าวพันธุ์นี้คือ ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย ๗๑๒ กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่พันธุ์ชัยนาท ๑ ให้ผลผลิตเฉลี่ยที่ ๖๓๑ กิโลกรัมต่อไร่ อายุการเก็บเกี่ยวเพียง ๑๑๗ วัน สามารถปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง มีความต้านทานต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และโรคใบจุดสีน้ำตาล เหมาะสมแก่ในการปลูกในพื้นที่จังหวัดพัทลุง บริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และ ลุ่มน้ำปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช คุณภาพข้าวสุกมีลักษณะค่อนข้างนุ่ม ไม่เหนียว และไม่ร่วน แต่ไม่มีกลิ่นหอมคล้ายคลึงกับข้าวพันธุ์เล็บนกซึ่งเป็นข้าวที่เป็นที่นิยมบริโภคของชาวจังหวัดพัทลุง
ส่วนการส่งเสริมการปลูก ขณะนี้ทางศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้ทำการกระจายเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรอำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน และอำเภอป่าพะยอมนำไปทำการปลูกแล้วบางส่วน โดยนำไปปลูกเป็นข้านาปรับสลับกับข้าวสังหยดซึ่งเป็นข้าวนาปีที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วประเทศในขณะนี้ ซึ่งพบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเกษตรกรรายใดสนใจนำข้าว กข ๕๕ ไปปลูก สามารถซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง หรือติดต่อได้ที่หมายเลข ๐๗๔ – ๘๔๐-๑๑๑ ในวันและเวลาราชการ
ทั้งนี้ข้าวพันธุ์ กข ๕๕ เป็นพันธุ์ข้าวที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้ทำการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ โดยการผสมสายพันธุ์ระหว่างข้าวพันธุ์ กข๒๓ ข้าวเล็บนกปัตตานี และข้าวพันธุ์ชัยนาท ๑ และได้รับการรับรองจากกรมการข้าวเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ ให้ชื่อว่า กข ๕๕ โดยมีลักษณะเด่นของข้าวพันธุ์นี้คือ ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย ๗๑๒ กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่พันธุ์ชัยนาท ๑ ให้ผลผลิตเฉลี่ยที่ ๖๓๑ กิโลกรัมต่อไร่ อายุการเก็บเกี่ยวเพียง ๑๑๗ วัน สามารถปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง มีความต้านทานต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และโรคใบจุดสีน้ำตาล เหมาะสมแก่ในการปลูกในพื้นที่จังหวัดพัทลุง บริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และ ลุ่มน้ำปากพนังจังหวัดนครศรีธรรมราช คุณภาพข้าวสุกมีลักษณะค่อนข้างนุ่ม ไม่เหนียว และไม่ร่วน แต่ไม่มีกลิ่นหอมคล้ายคลึงกับข้าวพันธุ์เล็บนกซึ่งเป็นข้าวที่เป็นที่นิยมบริโภคของชาวจังหวัดพัทลุง
ส่วนการส่งเสริมการปลูก ขณะนี้ทางศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้ทำการกระจายเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรอำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน และอำเภอป่าพะยอมนำไปทำการปลูกแล้วบางส่วน โดยนำไปปลูกเป็นข้านาปรับสลับกับข้าวสังหยดซึ่งเป็นข้าวนาปีที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วประเทศในขณะนี้ ซึ่งพบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเกษตรกรรายใดสนใจนำข้าว กข ๕๕ ไปปลูก สามารถซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง หรือติดต่อได้ที่หมายเลข ๐๗๔ – ๘๔๐-๑๑๑ ในวันและเวลาราชการ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นำข้าราชการทุกหมู่เหล่าร่วมประกอบพิธีถวายราชสักการะ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล
ที่ศูนย์ประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ ๕ พ.ค.๕๗ นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายสุรินทร์ เพชรสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน กลุ่มพลังมวลชน และ พ่อค้าประชาชนชาวจังหวัดพัทลุง ร่วมกันประกอบพิธีถวายสักการะ และแสดงความจงรักภักดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์ ในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ โดยครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชทานพระปฐมบรมราชโองการแก่ปวงชนชาวไทยว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้เป็นประธานในการกล่าวคำถวายราชสดุดี และถวายสัตย์ปฏิญาณ ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดี เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน และการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และปกป้องการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้นำผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ร่วมกันเสวนา สืบสานปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” โดยเน้นการนำพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส และโครงการต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการดำเนินชีวิต พัฒนาครอบครัว พัฒนาชุมชน และประเทศชาติ เพื่อสนองพระราชปณิธาน พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันฉัตรมงคลเมื่อ ๖๔ ปีที่แล้ว
ในการนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้เป็นประธานในการกล่าวคำถวายราชสดุดี และถวายสัตย์ปฏิญาณ ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดี เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน และการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และปกป้องการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้นำผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ร่วมกันเสวนา สืบสานปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” โดยเน้นการนำพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส และโครงการต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในการดำเนินชีวิต พัฒนาครอบครัว พัฒนาชุมชน และประเทศชาติ เพื่อสนองพระราชปณิธาน พระปฐมบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันฉัตรมงคลเมื่อ ๖๔ ปีที่แล้ว
การแข่งขันวิ่ง "ป่าบอนมินิ-ฮาล์ฟมาราธอนและฟันรัน" ครั้งที่ ๗ ประจำปี ๒๕๕๗ ที่จังหวัดพัทลุงยังคงได้รับความนิยมจากบรรดานักวิ่งเป็นอย่างมากโดยมีผู้สมัครร่วมแข่งขันจำนวนมาก
เวลา ๐๖.๐๐ น. ของวันที่ ๔ พ.ค.๕๗ นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดและปล่อยตัวการแข่งขันวิ่ง "ป่าบอนมินิ-ฮาล์ฟมาราธอน” ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองป่าบอน ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง
โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๗ แล้ว และยังคงได้รับความสนใจจากนักวิ่ง ทั้งในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงร่วมแข่งขันจำนวนมาก ทั้งนี้เนื่องจากเส้นทางการแข่งขัน ซึ่งมีจุดสตาร์ท บนสันเขื่อนของอย่างเก็บน้ำคลองป่าบอน แวดล้อมด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของทิวเขาและป่าไม้ ทำให้สนามการแข่งขันป่าบอนมินิ – ฮาลฟ์มาราธอนเป็นเส้นทางการแข่งขันที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง
สำหรับการแข่งขันพัทลุง แบ่งเป็นประเภท มินิมาราธอน ระยะทาง ๑๐.๕ กิโลเมตร และ ฟันรัน ๔ กิโลเมตร การแข่งขันวิ่งป่าบอนมินา-ฮาล์ฟมาราธอน เป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอป่าบอน ซึ่งมีจุดขายสำคัญคือการท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่ามันนิ หรือ เงาะป่าซาไกซึ่งอาศัยอยู่ในป่าเทือกเขาบรรทัด เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง พัทลุง ไปถึงจังหวัดสตูล ซึ่งยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมคือการล่าสัตว์ และกินหัวเผือกหัวมัน ผลไม้ป่าที่หาได้ในเทือกเขาบรรทัด มีการย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ ตามความสมบูรณ์ของอาหารที่มี
นอกจากนี้อำเภอป่าบอนยังมีสินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียง คือ สัปปะรด, สละ, พืชเศรษฐกิจสินค้าตัวใหม่ของจังหวัดพัทลุงเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น
โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๗ แล้ว และยังคงได้รับความสนใจจากนักวิ่ง ทั้งในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียงร่วมแข่งขันจำนวนมาก ทั้งนี้เนื่องจากเส้นทางการแข่งขัน ซึ่งมีจุดสตาร์ท บนสันเขื่อนของอย่างเก็บน้ำคลองป่าบอน แวดล้อมด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของทิวเขาและป่าไม้ ทำให้สนามการแข่งขันป่าบอนมินิ – ฮาลฟ์มาราธอนเป็นเส้นทางการแข่งขันที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง
สำหรับการแข่งขันพัทลุง แบ่งเป็นประเภท มินิมาราธอน ระยะทาง ๑๐.๕ กิโลเมตร และ ฟันรัน ๔ กิโลเมตร การแข่งขันวิ่งป่าบอนมินา-ฮาล์ฟมาราธอน เป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของจังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอป่าบอน ซึ่งมีจุดขายสำคัญคือการท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่ามันนิ หรือ เงาะป่าซาไกซึ่งอาศัยอยู่ในป่าเทือกเขาบรรทัด เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง พัทลุง ไปถึงจังหวัดสตูล ซึ่งยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมคือการล่าสัตว์ และกินหัวเผือกหัวมัน ผลไม้ป่าที่หาได้ในเทือกเขาบรรทัด มีการย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ ตามความสมบูรณ์ของอาหารที่มี
นอกจากนี้อำเภอป่าบอนยังมีสินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียง คือ สัปปะรด, สละ, พืชเศรษฐกิจสินค้าตัวใหม่ของจังหวัดพัทลุงเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง
งานสืบสานศิลป์ถิ่นโนรา หรืองานโนราโรงครูท่าแค ประจำปี ๒๕๕๗ ของจังหวัดพัทลุงเริ่มแล้วพบว่ามีผู้สนใจร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ที่วัดท่าแค ตำบลท่าแค อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง ค่ำวันที่ (๗ พ.ค.๕๗) นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดงานสืบสาน
ที่วัดท่าแค ตำบลท่าแค อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง ค่ำวันที่ (๗ พ.ค.๕๗) นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดงานสืบสานศิลป์ถิ่นโนรา หรืองาน โนราโรงครู ท่าแค ประจำปี ๒๕๕๗ซึ่งกำหนดจัดให้มีขึ้น ณ วัดท่าแค ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง ระหว่างวันที่ ๗ –๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เพื่ออนุรักษ์และสืบสานพิธีกรรมไหว้ครูโนรา พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวพัทลุง โดยเฉพาะผู้มีเชื้อสายศิลปินมโนรา ศิลปะการแสดงท้องถิ่นภาคใต้ซึ่งเชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดพัทลุง
พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงเชื่องโยงสูอาเซียน ซึ่งการจัดงานโนราโรงครูปีนี้ มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นเพื่อการต่อยอดให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของ มโนรา คือการจัดเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ "สืบทอดสิ่งที่ดีงามโนราท่าแค เพื่ออนาคตลูกหลานคนเมืองลุง” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรม เช่น ดร สืบพงษ์ ธรรมชาติ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อาจารย์จิต แก้วทิพย์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง หนังณรงค์ ตะลุงบัณฑิต เป็นต้น สำหรับกิจกรรมในพิธีเปิดงานซึ่งมีขึ้นในช่วง ๑๙.๐๐ น.วานนี้ มีการแสดงแสงสีเสียงเรื่อง "ตามรอยโนรา” ซึ่งทำให้ได้ทราบว่าโนรามีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดพัทลุง และมีความเกี่ยวข้องระหว่างลัทธิความเชื่อท้องถิ่น กับพระพุทธศาสนา และ ศาสนาพราหมณ์ ที่กล่อมเกลาวัฒนธรรมทางสังคมให้ชาวพัทลุงยึดมั่นอยู่ในความดี ความกตัญญู และความกล้าหารมาอย่างต่อเรื่อง
นอกจากนี้พิธีเปิดยังมีการแสดงการแสดงรำมโนราห์ พิธีเชิญครูโนรา โดยมโนราสมพงษ์น้อยดาวรุ่ง หรือ นายสมพงษ์ ชนะบาล เป็นโนราใหญ่เจ้าพิธี ซึ่งในการนี้นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้เข้ารับการครอบเทริดเสริมมงคลในพิธีครั้งนี้ด้วย สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ในงานระหว่างวันที่ ๘ – ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จะเป็นพิธีรำแก้บน สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตา รักษาโรค เหยียบเสน เป็นต้น ซึ่งบุคคลทั่วไป หากต้องการครอบเทริด เพื่อเสริมดวงชะตา ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ส่วนพี่น้องประชาชน ที่จะไปแก้บน หรือต้องการไปเหยียบเสน ขอให้ไปร่วมพิธีในวันที่ ๘ พฤษภาคม ได้ตลอดทั้งวัน แต่หากไม่สามารถไปร่วมในวันดังกล่าวได้ ขอให้ไปร่วมพิธีในช่วงเช้าของวันที่ ๙ พฤษภาคม ได้
โนรา หรือ มโนราห์ เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ มี ๒ ลักษณะ คือ มโนราที่มีการแสดงเพื่อความบันเทิงทั่วไป กับอีกลักษณะคือมโนราโรงครู เป็นการแสดงเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์ที่เรียกว่าครูหมอโนรา ซึ่งเป็นบรรพบุรุษผู้สืบสายเลือดการแสดงที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับวัฒนธรรมของชาวภาคใต้ คือการยึดมั่นในความดีและความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยความเชื่อว่าลูกหลานมโนราที่มีการบูชาครูอย่างถูกต้อง จะทำให้ชีวิตมีความรุ่งเรือง แต่หากทำผิดหรือไม่บูชาครู จะทำให้ชีวิตอับจน มีความเจ็บป่วยเป็นต้น ดังนั้นเมื่อขึ้นเดือน ๖ ในช่วงเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม ของทุกปี คณะมโนราและลูกหลานเชื้อสายมโนรา จะจัดกิจกรรม " โนราโรงครู ”ขึ้นเพื่อแสดงถึงความกตัญญูต่อครูหมอโนรา และบรรพบุรุษ ซึ่งในจังหวัดพัทลุง มีมโนราที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมอยู่จำนวนมากหลายคณะ ที่มีช่อเสียงชั้นบรมครู เช่น มโนราพุ่มเทวา หรือ ขุนอุปถัมภ์นรากร มโนรายก ชูบัว ศิลปินแห่งชาติสาขาการแสดงมโนรา เป็นต้น
พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงเชื่องโยงสูอาเซียน ซึ่งการจัดงานโนราโรงครูปีนี้ มีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นเพื่อการต่อยอดให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของ มโนรา คือการจัดเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ "สืบทอดสิ่งที่ดีงามโนราท่าแค เพื่ออนาคตลูกหลานคนเมืองลุง” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรม เช่น ดร สืบพงษ์ ธรรมชาติ จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อาจารย์จิต แก้วทิพย์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง หนังณรงค์ ตะลุงบัณฑิต เป็นต้น สำหรับกิจกรรมในพิธีเปิดงานซึ่งมีขึ้นในช่วง ๑๙.๐๐ น.วานนี้ มีการแสดงแสงสีเสียงเรื่อง "ตามรอยโนรา” ซึ่งทำให้ได้ทราบว่าโนรามีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดพัทลุง และมีความเกี่ยวข้องระหว่างลัทธิความเชื่อท้องถิ่น กับพระพุทธศาสนา และ ศาสนาพราหมณ์ ที่กล่อมเกลาวัฒนธรรมทางสังคมให้ชาวพัทลุงยึดมั่นอยู่ในความดี ความกตัญญู และความกล้าหารมาอย่างต่อเรื่อง
นอกจากนี้พิธีเปิดยังมีการแสดงการแสดงรำมโนราห์ พิธีเชิญครูโนรา โดยมโนราสมพงษ์น้อยดาวรุ่ง หรือ นายสมพงษ์ ชนะบาล เป็นโนราใหญ่เจ้าพิธี ซึ่งในการนี้นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงได้เข้ารับการครอบเทริดเสริมมงคลในพิธีครั้งนี้ด้วย สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ในงานระหว่างวันที่ ๘ – ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จะเป็นพิธีรำแก้บน สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตา รักษาโรค เหยียบเสน เป็นต้น ซึ่งบุคคลทั่วไป หากต้องการครอบเทริด เพื่อเสริมดวงชะตา ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ส่วนพี่น้องประชาชน ที่จะไปแก้บน หรือต้องการไปเหยียบเสน ขอให้ไปร่วมพิธีในวันที่ ๘ พฤษภาคม ได้ตลอดทั้งวัน แต่หากไม่สามารถไปร่วมในวันดังกล่าวได้ ขอให้ไปร่วมพิธีในช่วงเช้าของวันที่ ๙ พฤษภาคม ได้
โนรา หรือ มโนราห์ เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ มี ๒ ลักษณะ คือ มโนราที่มีการแสดงเพื่อความบันเทิงทั่วไป กับอีกลักษณะคือมโนราโรงครู เป็นการแสดงเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์ที่เรียกว่าครูหมอโนรา ซึ่งเป็นบรรพบุรุษผู้สืบสายเลือดการแสดงที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับวัฒนธรรมของชาวภาคใต้ คือการยึดมั่นในความดีและความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยความเชื่อว่าลูกหลานมโนราที่มีการบูชาครูอย่างถูกต้อง จะทำให้ชีวิตมีความรุ่งเรือง แต่หากทำผิดหรือไม่บูชาครู จะทำให้ชีวิตอับจน มีความเจ็บป่วยเป็นต้น ดังนั้นเมื่อขึ้นเดือน ๖ ในช่วงเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม ของทุกปี คณะมโนราและลูกหลานเชื้อสายมโนรา จะจัดกิจกรรม " โนราโรงครู ”ขึ้นเพื่อแสดงถึงความกตัญญูต่อครูหมอโนรา และบรรพบุรุษ ซึ่งในจังหวัดพัทลุง มีมโนราที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมอยู่จำนวนมากหลายคณะ ที่มีช่อเสียงชั้นบรมครู เช่น มโนราพุ่มเทวา หรือ ขุนอุปถัมภ์นรากร มโนรายก ชูบัว ศิลปินแห่งชาติสาขาการแสดงมโนรา เป็นต้น
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง
จ.ตรัง เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ (29 เมษายน)
ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง นายบุญเลี้ยง ข่ายม่าน เกษตรจังหวัดตรัง เป็นประธานในการประชุมเตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ (29 เมษายน) โดยกำหนดจัดงานในวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2557 ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอสิเกา หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมเตรียมการ สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ นอกจากจะจัดขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรแล้ว ยังเสริมสร้างความรู้ทางการเกษตร เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยในงานจัดให้มีกิจกรรมบริการเกษตรกรในรูปแบบคลินิกเกษตร เช่น คลินิกดิน คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกพืช คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย คลินิกยางพารา โครงการสายใยรักแห่งความครอบครัว คลินิกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
จ.ตรัง จัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ร่วม 3 สร้าง ของกลุ่มผู้นำและเยาวชน ตามโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง
ที่ห้องประชุมกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรังที่ 1 นายนิพันธ์ ศิริธร ปลัดจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3 ร่วม 3 สร้าง ของกลุ่มผู้นำและเยาวชน ตามโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ประจำปี 2557 โดยมี นายมานะ เทือกสุบรรณ ป้องกันจังหวัดตรัง กล่าวรายงาน ปัจจุบันปัญหาความแตกแยกในสังคมไทย นับวันจะทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นทุกขณะ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วน จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาและปรับเปลี่ยนวิกฤตการณ์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ ด้วยการร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทย ให้เป็นสังคมแห่งความสมานฉันท์ ด้วยการเสริมสร้างแนวความคิดในการเคารพซึ่งความแตกต่างทางความคิด ความแตกต่างทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนาร่วมกันฟื้นฟูกระบวนการหล่อหลอมคุณธรรม จริยธรรม การเสียสละ เพื่อส่วนรวม และสร้างจิตสำนึกสาธารณะ ประกอบกับการเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งสันติวิธีที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักคุณธรรมร่วมกันสร้างชุมชนเข้มแข็งที่มีความพร้อม และมีศักยภาพในการจัดการกับปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเองได้ ก่อนที่จะลุกลามใหญ่โตกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งรุนแรงของจังหวัดและประเทศชาติ
ทั้งนี้โครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง นี้เป็นโครงการขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริมการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่ โดยการปลูกฝังและเสริมสร้างแนวคิดของเยาวชนและผู้นำกลุ่มต่าง ๆ ได้เรียนรู้หลักการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่พื้นที่ของตนเอง อันจะเป็นการปลูกสร้างจิตสำนึกจงรักภักดีให้ยั่งยืนอยู่ในจิตใจควบคู่ไปกับการตระหนักถึงประโยชน์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนำไปสู่ความรักสามัคคีปรองดองของคนในพื้นที่ ซึ่งในการจัดทำกิจกรรมนี้ได้มีผู้นำกลุ่มต่าง ๆ จากอำเภอ ๆ ละ 5 คน จำนวน 50 คน และกลุ่มเยาวชนจากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง จำนวน 50 คน รวม 100 คนเข้าร่วมจัดทำกิจกรรม รวมระยะเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-13 พฤษภาคม 2557 นอกจากนี้ยังได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปศึกษาดูงาน ณ โครงการพระราชดำริ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 5 ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรม เพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลักการพัฒนาตามแนวทางพระราชดำริ และแนวทางพระราชดำริ พร้อมทั้งศึกษาเรียนรู้การดำเนินชีวิตของปราชญ์ชาวบ้านอีกด้วย
ทั้งนี้โครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง นี้เป็นโครงการขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริมการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่ โดยการปลูกฝังและเสริมสร้างแนวคิดของเยาวชนและผู้นำกลุ่มต่าง ๆ ได้เรียนรู้หลักการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่พื้นที่ของตนเอง อันจะเป็นการปลูกสร้างจิตสำนึกจงรักภักดีให้ยั่งยืนอยู่ในจิตใจควบคู่ไปกับการตระหนักถึงประโยชน์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนำไปสู่ความรักสามัคคีปรองดองของคนในพื้นที่ ซึ่งในการจัดทำกิจกรรมนี้ได้มีผู้นำกลุ่มต่าง ๆ จากอำเภอ ๆ ละ 5 คน จำนวน 50 คน และกลุ่มเยาวชนจากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง จำนวน 50 คน รวม 100 คนเข้าร่วมจัดทำกิจกรรม รวมระยะเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-13 พฤษภาคม 2557 นอกจากนี้ยังได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปศึกษาดูงาน ณ โครงการพระราชดำริ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 5 ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรม เพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลักการพัฒนาตามแนวทางพระราชดำริ และแนวทางพระราชดำริ พร้อมทั้งศึกษาเรียนรู้การดำเนินชีวิตของปราชญ์ชาวบ้านอีกด้วย
แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชาแถลงการณ์แนวทางการปฏิบัติงาน
ที่เวทีกลางกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา นำโดย นายปรีดิ์ปราโมทย์ เลิศวรภัทร แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา ได้อ่านคำแถลงการณ์ดังนี้ กลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชาแนวร่วม กปปส.ส่วนกลาง ได้เล็งเห็นถึงแนวทางการปฏิบัติงานของ กปปส.ส่วนกลาง ว่า มีการควบคุมการทำงานของภาครัฐ โดยการไปชุมนุมยังทำเนียบรัฐบาล และมีการไปทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนด้วยการไปร่วมชุมนุม ณ สถานีโทรทัศน์ฟรีทวี ทุกช่อง ซึ่งทางกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชาก็ได้ยึดแนวทางการปฏิบัติงานของ กปปส.ส่วนกลาง โดยตลอดมาจึงขอแถลงการณ์การดำเนินงาน 4 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1.ทางกลุ่มจะปฏิบัติการให้สอดคล้องกับส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลการบริหารงานของส่วนราชการให้เป็นไปในแนวทางของการปฏิรูปประเทศไทยทุกองค์กรในจังหวัดตรัง ส่วนวิธีปฏิบัติจะเป็นอย่างไรจะพิจารณาตามสถานการณ์ เหตุการณ์และหน่วยงานเป็นกรณี ๆ ไป 2.ทางกลุ่มจะปฏิบัติการทำความเข้าใจกับสื่อมวลชน ถึงแนวคิด แนวทางนโยบายและวิธีปฏิบัติเพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้ของสื่อมวลชนทุกคน จะได้นำไปเผยแพร่ข่าวสารได้ถูกต้อง อยู่ในจรรยาบรรณของสื่อมวลชน ไม่นำเอาผลงานที่ทางกลุ่มได้ปฏิบัติไปแต่งเติม เปลี่ยนแปลงว่าเป็นผลงานของกลุ่มอื่นอีกต่อไป เพราะกลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา เป็นกลุ่มภาคประชาชน ที่มีความเป็นอิสระไม่มีใครมาสั่งการ แต่ทางกลุ่มได้ยึดแนวทางของ กปปส.ส่วนกลางมาโดยตลอด 3.กลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา ยังมีนโยบายที่เป็นมิตรกับข้าราชการทุกคน ทุกองค์กร เว้นแต่ข้าราชการผู้นั้นเป็นขี้ข้าระบอบทักษิณ มาตั้งแต่เริ่มตั้งเวที 31 ตุลาคม 2556 จนถึงปัจจุบันและจะทำอย่างนี้ต่อไปในอนาคต และ 4.กลุ่มกองทัพประชาชนคนรักพระราชา มีนโยบายเป็นมิตรกับสื่อมวลชนทุกคนทุกแขนงและต้องการให้สื่อมวลชนทำข่าวกิจกรรมของทางกลุ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมยินดีรับฟังคำแนะนำและให้ความช่วยเหลือกับสื่อมวลชนทุกคน
ตรัง ระดมความคิดในการเตรียมซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุหมุนเขตร้อนระดับกลุ่มจังหวัด
นายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันอิทธิพลของพายุเขตร้อนได้ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในประเทศไทยและพื้นที่ของภาคใต้ โดยก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ในส่วนของจังหวัดตรังเคยประสบปัญหาพิบัติภัยจากน้ำป่าไหลหลาก บริเวณน้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกไพรสวรรค์ ในเขตพื้นที่ตำบลนาชุมเห็ด และตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2550 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 38 คน และมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้สภาวะภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไป การเกิดภัยพิบัติสึนามิ และแผ่นดินไหวระดับโลก พื้นที่เสียงภัยบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลกที่ชนกันส่วนใหญ่ สำหรับพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้อยบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ทะเลเมอร์ดิเตอร์เรเนียน สำหรับประเทศไทย มีรอยเลื่อนซึ่งมีพลังอยู่จำนวน 14 กลุ่ม ที่อาจก่อให้เกิดแผ่นดินไหวได้ รอยเลื่อนที่สามารถส่งผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลของไทย ด้านภาคใต้ฝั่งอันดามัน และครั้งล่าสุด เกิดรอยเลื่อนขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต นับเป็นครั้งแรกของจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน
ดังนั้น จังหวัดตรังร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต ได้เห็นความสำคัญในการที่จะทำให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจในการช่วยเหลือและป้องกันสาธารณภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต จึงได้กำหนดการฝึกซ้อมเป็นเวลา 2 วัน คือวันที่ 20 พ.ค.จะเป็นการฝึกซ้อมภาคทฤษฎีให้ความรู้ ความเข้าใจในการช่วยเหลือทุกฝ่าย และในวันที่ 21 พ.ค.จะเป็นการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ นายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้กล่าวเน้นย้ำเรื่องของการสื่อสาร และการบัญชาการเป็นหลัก นอกจากนี้ในเรื่องของการออกตรวจราให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับสถานการณ์ซักซ้อม รวมทั้งแจ้งหมายเลขสายด่วนให้กับนักท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาหรือแจ้งเหตุได้ที่หมายเลข 1155 หรือ 1669 ซึ่งผลคาดว่าจากการระดมพลังกำลังและการฝึกซ้อมครั้งนี้จะทำให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ รวมทั้งสามารถเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ อันจะนำไปสู่ความปลอดภัยและลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์ได้
ดังนั้น จังหวัดตรังร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต ได้เห็นความสำคัญในการที่จะทำให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจในการช่วยเหลือและป้องกันสาธารณภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต จึงได้กำหนดการฝึกซ้อมเป็นเวลา 2 วัน คือวันที่ 20 พ.ค.จะเป็นการฝึกซ้อมภาคทฤษฎีให้ความรู้ ความเข้าใจในการช่วยเหลือทุกฝ่าย และในวันที่ 21 พ.ค.จะเป็นการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ นายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้กล่าวเน้นย้ำเรื่องของการสื่อสาร และการบัญชาการเป็นหลัก นอกจากนี้ในเรื่องของการออกตรวจราให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับสถานการณ์ซักซ้อม รวมทั้งแจ้งหมายเลขสายด่วนให้กับนักท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาหรือแจ้งเหตุได้ที่หมายเลข 1155 หรือ 1669 ซึ่งผลคาดว่าจากการระดมพลังกำลังและการฝึกซ้อมครั้งนี้จะทำให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีความรู้ ความเข้าใจ ในการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ รวมทั้งสามารถเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ อันจะนำไปสู่ความปลอดภัยและลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์ได้
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์กรมหาชน)หรือ BEDO ร่วมกับสายการบิน R-Airlines จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานโครงการตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ตามหลัก PES พื้นที่ตำบลคลองประสงค์ ปล่อยพันธ์ปลา กุ้ง และปู ลงสู่ทะเล และเยี่ยมชมระบบนิเวศน์ ภายในพื้นที่ป่าชายเลน
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์กรมหาชน)หรือ BEDO ร่วมกับสายการบิน R-Airlines จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานโครงการตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ตามหลัก PES พื้นที่ตำบลคลองประสงค์ ปล่อยพันธ์ปลา กุ้ง และปู ลงสู่ทะเล และเยี่ยมชมระบบนิเวศน์ ภายในพื้นที่ป่าชายเลน
เวลา 14.00 น.วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ(องค์กรมหาชน)หรือ BEDO ร่วมกับสายการบิน R-Airlines จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานโครงการตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ตามหลัก PES พื้นที่ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง ตังหวัดกระบี่ โดยนำคณะสื่อมวลชนทำกิจกรรม บริเวณเขาขนาบน้ำโดยการปล่อยพันธ์ปลา กุ้ง และปู ลงสู่ทะเล และเยี่ยมชมระบบนิเวศน์ ภายในพื้นที่ป่าชายเลน โดยมีนายประดิษฐ์ จันทร์ทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองประสงค์ นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และชาวบ้านตำบลคลองประสงค์ เข้าร่วม
ผศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวว่า BEDO ร่วมกับบริษัทสกายวิว แอว์ เวย์ จำกัด สายการบิน R-Airlines และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมและศึกษาดูงานในพื้นที่ตำบลคลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องโครงการตอบแทนคุณระบบนิเวศ ตามหลัก PES เป็นแนวคิดการส่งเสริมให้ผู้ได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศน์ ตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ เพื่อช่วยดูแลรักษาและฟื้นฟูให้ระบบนิเวศน์ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน เนื่องจากระบบนิเวศน์ที่สมบูรน์จะสามารถให้บริการระบบนิเวศน์ที่มีคุณภาพเอื้อประโยชน์ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยว ธุรกิจแปรรูปอาหารและอื่นๆ BEDO และจังหวัดกระบี่จะยกระดับการดำเนินโครงการ PES นี้ด้วยการขยายพื้นที่การดำเนินโครงการให้ครอบคลุมในหลายพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ ทั้งการดำเนินโครงการในพื้นที่ตำบลคลองประสงค์ ที่ผ่านมา BEDO ได้จัดให้มีการลงนามข้อตกลงการดำเนินงานตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ตามหลัก PES เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2555 จัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ตอบแทนคุณระบบนิเวศน์ และตั้งกองทุนตอบแทนคุณฯสำเหร็จเป็นแห่งแรกของประเทศไทย
ร้อยเอก ดร.รชฏ พิสิษบรรณกร ประธานกรรมการบริษัทสกายวิว แอว์ เวย์ จำกัด กล่าวว่า R-Airlines ร่วมมือ BEDO เพื่อปลุกกระแสนิยมสินค้า จากความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และคงไว้ซึ่งคุณค่าของทรัพยากรชีวภาพของประเทศ โดยในขั้นต้น R-Airlines จะช่วยประชาสัมพันธ์ ด้วยการนำ BEDO Magazine ไปประชาสัมพันธ์ให้กับผู้โดยสาร และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสงเสริม Bio-Economy บนเครื่องบิน ของ R-Airlines ในทุกเส้นทางการบิน
นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นายยกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวด้วยว่า จังหวัดกระบี่ มีความต้องการที่จะพัฒนาการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชน ในรูปแบบ ของ Krabi Go Green โดยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม นี้ จะมีการผนึกกำลังกับ BEDO และทุกภาส่วนในจังหวัดกระบี่ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ให้เป็นไปตามรูปแบบ ของ Krabi Go Green โดยใช้กลไกของตราส่งเสริมผลิตภัณฑ์ Bio-Economy และหลักการของ PES เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ
หน่วยงานที่แจ้งประชาสัมพันธ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ผู้ ว่าฯสงขลา นำส่วนราชการ ออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ”และรับฟังปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน ในพื้นที่อำเภอสะเดา
วันนี้ (8 พ.ค.57) ที่สำนักสงฆ์คลองยนต์ ม.6 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำส่วนราชการ เหล่ากาชาด และภาคเอกชน ออกหน่วยเคลื่อนที่ ตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ” และโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จ.สงขลา เพื่อออกบริการ และพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนในพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคี โดยมี สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ร่วมกับ สำนักงานสัสดีจังหวัดสงขลา เป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าประจำเดือนนี้ ซึ่งได้รับเงินบริจาค กว่า 100,000 บาท เงินดังกล่าวได้มอบให้ทางอำเภอสะเดา เพื่อจะนำเงินไปพัฒนาวัด มัสยิดและ โรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดารของ อ.สะเดา
นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ เป็นโครงการที่ จังหวัดได้จัดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในเชิงรุก โดยให้ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน จัดหน่วยบริการของแต่ละหน่วยงานมาให้บริการและเยี่ยมเยือนประชาชนในพื้นที่ ห่างไกล และในโอกาสที่มาเยี่ยมเยือนครั้งนี้ จังหวัดจะขอความร่วมมือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ช่วยดูแล เร่งรัดป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีเป้าหมาย คือ ทำทุกหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด และขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจาก อ.สะเดา เป็นพื้นที่ชายแดน แม้จะไม่เป็นพื้นที่เป้าหมายในการก่อการร้าย แต่ไม่ควรประมาท แต่ก็ขอให้พี่น้องประชาชนได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้ความร่วมมือกับทางราชการ และในการสอดส่องดูแลบุคคลแปลกหน้าที่อาจเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ และสำหรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากเกิดเหตุความไม่สงบขึ้นในพื้นที่แล้ว เช่น การตัดต้นไม้ขวางถนน หรือโปรยตะปูเรือใบ ขอให้ผู้นำท้องถิ่น เข้าเคลียร์พื้นที่โดยตรง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และมีความรู้ความชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี และอีกประการหนึ่ง อ.สะเดา ได้มีด่านชายแดนไทย – มาเลเซีย ขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อป้องกันกลุ่มผู้อพยพที่หนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวโรฮิงญา กลุ่มชาวอุยกูร์ หรือกลุ่มอื่น ๆ และสิ่งสุดท้าย ขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแล ป้องกัน ปัญหาการบุกรุกป่า และทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ขอให้แจ้งเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นการบุกลุกทำลายป่า หรือการลักลอบดูดทราย ซึ่งเป็นการทำลายสภาพแวดล้อมในพื้นที่
สำหรับวันนี้ปัญหาความเดือนร้อน ความต้องการของประชาชน ทางผู้นำท้องถิ่นได้เสนอให้ผู้ว่ารากชารจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มี 3 ประเด็น คือ การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค การบุกรุกที่ดินทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และการขยายเขตไฟฟ้า จังหวัดได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจ้ง ทำความเข้าใจกับประชาชน และจะดำเนินการภายหลังจากนี้ จากนั้นจะได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้ผู้ว่าราชการทราบในโอกาสต่อไป
นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ เป็นโครงการที่ จังหวัดได้จัดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในเชิงรุก โดยให้ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน จัดหน่วยบริการของแต่ละหน่วยงานมาให้บริการและเยี่ยมเยือนประชาชนในพื้นที่ ห่างไกล และในโอกาสที่มาเยี่ยมเยือนครั้งนี้ จังหวัดจะขอความร่วมมือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ช่วยดูแล เร่งรัดป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมีเป้าหมาย คือ ทำทุกหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด และขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจาก อ.สะเดา เป็นพื้นที่ชายแดน แม้จะไม่เป็นพื้นที่เป้าหมายในการก่อการร้าย แต่ไม่ควรประมาท แต่ก็ขอให้พี่น้องประชาชนได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้ความร่วมมือกับทางราชการ และในการสอดส่องดูแลบุคคลแปลกหน้าที่อาจเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ และสำหรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากเกิดเหตุความไม่สงบขึ้นในพื้นที่แล้ว เช่น การตัดต้นไม้ขวางถนน หรือโปรยตะปูเรือใบ ขอให้ผู้นำท้องถิ่น เข้าเคลียร์พื้นที่โดยตรง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และมีความรู้ความชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี และอีกประการหนึ่ง อ.สะเดา ได้มีด่านชายแดนไทย – มาเลเซีย ขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อป้องกันกลุ่มผู้อพยพที่หนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาวโรฮิงญา กลุ่มชาวอุยกูร์ หรือกลุ่มอื่น ๆ และสิ่งสุดท้าย ขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแล ป้องกัน ปัญหาการบุกรุกป่า และทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ขอให้แจ้งเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นการบุกลุกทำลายป่า หรือการลักลอบดูดทราย ซึ่งเป็นการทำลายสภาพแวดล้อมในพื้นที่
สำหรับวันนี้ปัญหาความเดือนร้อน ความต้องการของประชาชน ทางผู้นำท้องถิ่นได้เสนอให้ผู้ว่ารากชารจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มี 3 ประเด็น คือ การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค การบุกรุกที่ดินทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และการขยายเขตไฟฟ้า จังหวัดได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจ้ง ทำความเข้าใจกับประชาชน และจะดำเนินการภายหลังจากนี้ จากนั้นจะได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานให้ผู้ว่าราชการทราบในโอกาสต่อไป
พังงา ครองแชมป์ ๓ เทศกาลซ้อน ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์
นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยนายสมเกียรติ อินทรคำ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและธารณภัยจังหวัดพังงา นางณัชชา พราหมณ์ยอด ขนส่งจังหวัดพังงา และนางสุดฤทัย เลิศเกษม ประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา และนายประดิษฐ์ เจริญงาน นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) เดินทางเข้ารับโล่ประกาศเกียรติยศพร้อมเงินรางวัล ๑๐๐,๐๐๐บาท ด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนดีเด่น "สงกรานต์ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์” จาก ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ณ ห้องประชุมพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิรัฐบุรุษฯ ชั้น ๔ ถ.อู่ทองนอก เขตดุสิต กรุงเทพ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา โดยจังหวัดพังงาถือเป็นจังหวัดดีเด่นอันดับต้น ที่ประสบผลสำเร็จในการรณรงค์ป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล ทั้งนี้พังงาครองสถิติ แชมป์ ๓ เทศกาลซ้อน ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ประกอบด้วยช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.๒๕๕๖, พ.ศ. ๒๕๕๗ และเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆนี้เอง
สำหรับโล่รางวัลเกียรติยศจังหวัดดีเด่น ที่ประสบความสำเร็จในการป้องกันไม่ให้มีผู้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน มีสถิติผู้เสียชีวิตในเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ เป็นศูนย์ จำนวน ๕ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดพังงา จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดยะลา ส่วนจังหวัดกลุ่มโซนสีแดงที่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้มากกว่าร้อยละ ๕๐ จากปีที่ผ่านมา ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดกาญจนบุรี
สำหรับโล่รางวัลเกียรติยศจังหวัดดีเด่น ที่ประสบความสำเร็จในการป้องกันไม่ให้มีผู้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน มีสถิติผู้เสียชีวิตในเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ เป็นศูนย์ จำนวน ๕ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดพังงา จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดยะลา ส่วนจังหวัดกลุ่มโซนสีแดงที่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้มากกว่าร้อยละ ๕๐ จากปีที่ผ่านมา ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดกาญจนบุรี
สสจ.พังงา จัดงานมหกรรม “เมืองพังงาร่วมใจต้านภัยมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมกลูก และกิจกรรมวันพยาบาลสากล ประจำปี ๒๕๕๗” ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ และสอนการตรวจมะเร็งเต้านม
วันนี้ ๘ พ.ค. ๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา ร่วมกับโรงพยาบาลจังหวัดพังงา จัดงานมหกรรม "เมืองพังงาร่วมใจต้านภัยมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมกลูก และกิจกรรมวันพยาบาลสากล ประจำปี ๒๕๕๗” โดยให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ ตรวจมะเร็งเต้านม และสอนการตรวจมะเร็งเต้านมให้แก่ เจ้าหน้าที่สาธาณสุข พยาบาล และ อสม. ในเขต อ.เมืองพังงา ๒๔๐ คน ณ ห้องประชุมปันหยี อ.เมืองพังงา พร้อมทั้งจัดนิทรรศการด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไปฟรี โดยมีนายประดิษฐ์ เจริญงาน นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) เป็นประธานตัดริบบิ้นและกล่าวเปิดงานดังกล่าว
มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า ๑๐ ลำดับแรกของผู้หญิงไทยที่ป่วยโรคมะเร็ง เป็นมะเร็งเต้านมลำดับที่ ๑ คิดเป็นร้อยละ ๓๗.๕ และมะเร็งปากมดลูก เป็นลำดับที่ ๒ คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๔๐ สำหรับโรคมะเร็งเต้านมพบว่าเป็นสาเหตุการตายลำดับที่ ๑ ของประเทศ และอัตราแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี มีรายงานพบว่ามะเร็งเต้านมหากตรวจพบในระยะเริ่มแรก ในขนาดที่มีขนาดเล็กน้อยกว่า ๑ ซม. และยังไม่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลือง จะเป็นระยะที่มีผลการรักษาที่ดี ผู้ป่วยจะมีการรอดชีวิตในช่วง ๕ ปี ประมาณร้อยละ ๙๐ ดังนั้นการตรวจคัดกรองโดยการตรวจเต้านมอย่างถูกวิธีและเป็นประจำทุกเดือน สามารถตรวจพบความผิดปกติของเต้านมได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง ผู้หญิงไทยจะปลอดภัยจากมะเร็งเต้านมได้
ด้านนายแพทย์วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์ อาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาลตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองนั้นแนะนำให้ตรวจเดือนละ๑ ครั้งในผู้หญิงทั่วไป หรืออายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไปก็เริ่มตรวจได้แล้ว โดยควรตรวจหลังหมดประจำเดือนประมาณ ๗-๑๐ วัน ซึ่งเป็นช่วงที่เต้านมนุ่มสุดและควรตรวจระหว่างอาบน้ำกำลังดี เริ่มแรกให้ดูจากลักษณะรูปทรงเต้านมของตัวเองหน้าที่กระจกก่อน ส่วนการตรวจเบื้องต้นให้ใช้บริเวณปลายนิ้วมือคลำบริเวณเต้านมให้ทั่ว ในรูปแบบก้นหอยโดยคลำจากบริเวณด้านนอกเข้าในหรือจากด้านในออกนอกก็ได้ หลังจากนั้นให้มาตรวจบริเวณหัวนมและลานหัวนมเพื่อที่จะดูว่ามีความผิดปกติอะไรบ้าง โดยวิธีกดบีบตรงที่ลานหัวนมเบาๆ และแนะนำให้ตรวจที่บริเวณรักแร้ด้วย ที่ต้องตรวจบริเวณรักแร้เพราะรักแร้จะมีต่อมน้ำเหลือง ถ้าเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งก็จะมีการกระจายมาที่ต่อมน้ำเหลืองได้ อย่างไรก็ดีถ้าเกิดอาการผิดปกติในร่างกายขึ้น ก็ขอให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอีกที เพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค
มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า ๑๐ ลำดับแรกของผู้หญิงไทยที่ป่วยโรคมะเร็ง เป็นมะเร็งเต้านมลำดับที่ ๑ คิดเป็นร้อยละ ๓๗.๕ และมะเร็งปากมดลูก เป็นลำดับที่ ๒ คิดเป็นร้อยละ ๑๔.๔๐ สำหรับโรคมะเร็งเต้านมพบว่าเป็นสาเหตุการตายลำดับที่ ๑ ของประเทศ และอัตราแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี มีรายงานพบว่ามะเร็งเต้านมหากตรวจพบในระยะเริ่มแรก ในขนาดที่มีขนาดเล็กน้อยกว่า ๑ ซม. และยังไม่กระจายไปสู่ต่อมน้ำเหลือง จะเป็นระยะที่มีผลการรักษาที่ดี ผู้ป่วยจะมีการรอดชีวิตในช่วง ๕ ปี ประมาณร้อยละ ๙๐ ดังนั้นการตรวจคัดกรองโดยการตรวจเต้านมอย่างถูกวิธีและเป็นประจำทุกเดือน สามารถตรวจพบความผิดปกติของเต้านมได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง ผู้หญิงไทยจะปลอดภัยจากมะเร็งเต้านมได้
ด้านนายแพทย์วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์ อาจารย์ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาลตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองนั้นแนะนำให้ตรวจเดือนละ๑ ครั้งในผู้หญิงทั่วไป หรืออายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไปก็เริ่มตรวจได้แล้ว โดยควรตรวจหลังหมดประจำเดือนประมาณ ๗-๑๐ วัน ซึ่งเป็นช่วงที่เต้านมนุ่มสุดและควรตรวจระหว่างอาบน้ำกำลังดี เริ่มแรกให้ดูจากลักษณะรูปทรงเต้านมของตัวเองหน้าที่กระจกก่อน ส่วนการตรวจเบื้องต้นให้ใช้บริเวณปลายนิ้วมือคลำบริเวณเต้านมให้ทั่ว ในรูปแบบก้นหอยโดยคลำจากบริเวณด้านนอกเข้าในหรือจากด้านในออกนอกก็ได้ หลังจากนั้นให้มาตรวจบริเวณหัวนมและลานหัวนมเพื่อที่จะดูว่ามีความผิดปกติอะไรบ้าง โดยวิธีกดบีบตรงที่ลานหัวนมเบาๆ และแนะนำให้ตรวจที่บริเวณรักแร้ด้วย ที่ต้องตรวจบริเวณรักแร้เพราะรักแร้จะมีต่อมน้ำเหลือง ถ้าเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งก็จะมีการกระจายมาที่ต่อมน้ำเหลืองได้ อย่างไรก็ดีถ้าเกิดอาการผิดปกติในร่างกายขึ้น ก็ขอให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอีกที เพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค
จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เพิ่มชื่อภาษาอังกฤษในป้ายของหน่วยงาน
จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เพิ่มชื่อภาษาอังกฤษในป้ายของหน่วยงาน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เพิ่มชื่อภาษาอังกฤษในป้ายของหน่วยงาน รวมทั้งป้ายบอกเส้นทาง และป้ายแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ว่าที่ ร.ต. ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเตรียมความพร้อมของจังหวัดในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ส่วนราชการทุกแห่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัด ทั้งส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และรัฐวิสาหกิจ เพิ่มภาษาอังกฤษในป้ายชื่อของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งป้ายเส้นทาง ป้ายแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ พร้อมทั้งให้รายงานผลให้จังหวัดทราบด้วย
ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จังหวัดยังได้ให้ทุกส่วนราชการตั้งมิสเตอร์อาเซียน ประจำหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลอาเซียน ให้ความรู้ ตอบข้อซักถามแก่ผู้ไปติดต่อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน และจังหวัดยังได้จัดทำเว็บไซต์ “ศูนย์ข้อมูลอาเซียนจังหวัดนครศรีธรรมราช” โดยสามารถสืบค้นข้อมูลอาเซียนได้ที่ http://asean.nakhonsithammarat.go.th. หรือ http:// 123.242.178.1 ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุนข้อมูลอาเซียนให้สำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนำลงในเว็บไซต์อาเซียนด้วย
จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง เพิ่มชื่อภาษาอังกฤษในป้ายของหน่วยงาน รวมทั้งป้ายบอกเส้นทาง และป้ายแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ว่าที่ ร.ต. ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเตรียมความพร้อมของจังหวัดในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ส่วนราชการทุกแห่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัด ทั้งส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และรัฐวิสาหกิจ เพิ่มภาษาอังกฤษในป้ายชื่อของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งป้ายเส้นทาง ป้ายแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ พร้อมทั้งให้รายงานผลให้จังหวัดทราบด้วย
ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จังหวัดยังได้ให้ทุกส่วนราชการตั้งมิสเตอร์อาเซียน ประจำหน่วยงาน เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลอาเซียน ให้ความรู้ ตอบข้อซักถามแก่ผู้ไปติดต่อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน และจังหวัดยังได้จัดทำเว็บไซต์ “ศูนย์ข้อมูลอาเซียนจังหวัดนครศรีธรรมราช” โดยสามารถสืบค้นข้อมูลอาเซียนได้ที่ http://asean.nakhonsithammarat.go.th. หรือ http:// 123.242.178.1 ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุนข้อมูลอาเซียนให้สำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนำลงในเว็บไซต์อาเซียนด้วย
ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านสหกรณ์
วันนี้ (8 พฤษภาคม 2557) ว่าที่ร้อยตรีฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านสหกรณ์ระดับจังหวัด ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านสหกรณ์ระดับจังหวัด โดยที่ประชุมได้พิจารณาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์ ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์ ผลักดันให้การสหกรณ์เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศอย่างยั่งยืน ในขณะที่แนวทางการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านสหกรณ์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ปีงบประมาณ 2557 ได้กำหนดไว้ คือ การสร้างและพัฒนาการเรียนรู้และทักษะการสหกรณ์สู่วิถีชีวิตในชาติ มีการกำหนดการเรียนรู้สหกรณ์เข้าสู่ระบบการศึกษา โดยการสร้างและพัฒนาเครือข่ายครูผู้สอนวิชาสหกรณ์ ประกวดสถานศึกษาต้นแบบการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ การยกระดับการเรียนรู้การสหกรณ์ในขบวนการสหกรณ์ จัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตคุภาพ โครงการพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผลไม้สู่มาตรฐาน การสร้างตลาดสินค้าสหกรณ์ในอนาคต
นอกจากนี้ยังมีโครงการจัดงาน “7 มิถุนายน วันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ปี 2557” ตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับสั่งให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้มีการจัดการเรียนรู้วิชาการสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ทรงดำริให้โรงเรียนต่าง ๆ จัดการสอนการสหกรณ์เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ โดยเมื่อจบการศึกษาสามารถเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ดีกับสหกรณ์ที่มีอยู่ในประเทศได้ ในขณะที่สถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมีการจัดกิจกรรมสหกรณ์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้เรียน โดยกำหนดจัดงานขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 ณ โรงเรียน ตชด. บ้านยูงงาม อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในงานกำหนดให้มีกิจกรรมเด่น การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์ การจัดการเรียนรู้ด้านการสหกรณ์ในโรงเรียน และการออมทรัพย์ กำหนดให้มีการประกวดสมาชิกสหกรณ์นักเรียนดีเด่น การประกวดเรียงความเกี่ยวกับสหกรณ์ การตอบปัญหาเกี่ยวกับสหกรณ์
นอกจากนี้ยังมีโครงการจัดงาน “7 มิถุนายน วันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ปี 2557” ตามรอยพระยุคลบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับสั่งให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้มีการจัดการเรียนรู้วิชาการสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ทรงดำริให้โรงเรียนต่าง ๆ จัดการสอนการสหกรณ์เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ โดยเมื่อจบการศึกษาสามารถเป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ดีกับสหกรณ์ที่มีอยู่ในประเทศได้ ในขณะที่สถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมีการจัดกิจกรรมสหกรณ์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้เรียน โดยกำหนดจัดงานขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 ณ โรงเรียน ตชด. บ้านยูงงาม อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในงานกำหนดให้มีกิจกรรมเด่น การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์ การจัดการเรียนรู้ด้านการสหกรณ์ในโรงเรียน และการออมทรัพย์ กำหนดให้มีการประกวดสมาชิกสหกรณ์นักเรียนดีเด่น การประกวดเรียงความเกี่ยวกับสหกรณ์ การตอบปัญหาเกี่ยวกับสหกรณ์
พรรณี กลสามัญ/ภาพ-ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
8 พฤษภาคม 2557
สำนักงาน คปภ.จังหวัดตรัง กำหนดจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองค่ารักษาพยาบาลในส่วนของค่าสินไหมทดแทนนอกเหนือจากค่าเสียหายเบื้องต้น"
นายสนอง แสงสิริกาญจนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดตรัง (สำนักงาน คปภ.จังหวัดตรัง) ร่วมกับ ชมรมประกันวินาศภัยจังหวัดตรัง ซึ่งประกอบด้วยบริษัทประกันวินาศภัยสาขาจังหวัดตรัง จำนวน 15 บริษัท และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง โรงพยาบาลตรัง ได้ร่วมกันจัดทำ "บันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการออกหนังสือรับรองค่ารักษาพยาบาลในส่วนของค่าสินไหมทดแทนนอกเหนือจากค่าเสียหายเบื้องต้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลนอกเหนือจากค่าเสียหายเบื้องต้น
ผอ.สำนักงาน คปภ.จัังหวัดตรัง ยังกล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบกรณีที่มีค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดประสบภัยจากรถส่วนที่เกินจากค่าเสียหายเบื้องต้น (เกิน 15,000 บาท) บริษัทประกันวินาศภัยจะออกหนังสือรับรองค่ารักษาพยาบาลดังกล่าวให้กับโรงพยาบาลตรัง ทำให้ผู้ประสบภัยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินดังกล่าวแล้วมาเบิกคืนทีหลัง ทางสำนักงาน คปภ.จังหวัดตรัง ชมรมประกันวินาศภัยจังหวัดตรัง และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง โรงพยาบาลตรัง จึงได้กำหนดพิธีลงนามข้อตกลงนี้ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า โรงพยาบาลตรัง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 075-222613 สายด่วนประกันภัย Hot Line 1186 เว็บไซต์ www.oic.or.th
ผอ.สำนักงาน คปภ.จัังหวัดตรัง ยังกล่าวอีกว่า เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบกรณีที่มีค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดประสบภัยจากรถส่วนที่เกินจากค่าเสียหายเบื้องต้น (เกิน 15,000 บาท) บริษัทประกันวินาศภัยจะออกหนังสือรับรองค่ารักษาพยาบาลดังกล่าวให้กับโรงพยาบาลตรัง ทำให้ผู้ประสบภัยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินดังกล่าวแล้วมาเบิกคืนทีหลัง ทางสำนักงาน คปภ.จังหวัดตรัง ชมรมประกันวินาศภัยจังหวัดตรัง และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง โรงพยาบาลตรัง จึงได้กำหนดพิธีลงนามข้อตกลงนี้ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเฟื่องฟ้า โรงพยาบาลตรัง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 075-222613 สายด่วนประกันภัย Hot Line 1186 เว็บไซต์ www.oic.or.th
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งตรัง รับสมัครลูกจ้างเหมาบริการ จำนวน 1 อัตรา
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งตรัง มีความประสงค์จะจ้างลูกจ้าง ตำแหน่ง จ้างเหมาบริการ จำนน 1 อัตรา เพื่อปฏิบัติงานที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งตรัง ระยะเวลาการจ้าง เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 ถึงเดือนกันยายน 2557 มีรายละเอียดดังนี้
1. จ้างเหมาบริการดูแลทำความสะอาดเรียบร้อยของอาคารสำนักงาน หน่วยตรวจสอบฯ และบริเวณรอบ ๆ ศูนย์ฯ
เงินเดือน 6,000 บาท / เดือน จำนวน 1 อัตรา
คุณสมบัติของผู้สมัคร
- เพศหญิง อายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์
- วุฒิการศึกษา ประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ขึ้นไป
- สุขภาพร่างกาย แข็งแรง สมบูรณ์
หลักฐานการสมัคร
- สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
- รูปถ่าย ขนาด 1-2 นิ้่ว จำนวน 1 รูป
- ใบรับรองแพทย์
สมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งตรัง เลขที่ 200 ม.4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ตั้งแต่วันที่ 6-23 พฤษภาคม 2557 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 และสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 075-274077-8
1. จ้างเหมาบริการดูแลทำความสะอาดเรียบร้อยของอาคารสำนักงาน หน่วยตรวจสอบฯ และบริเวณรอบ ๆ ศูนย์ฯ
เงินเดือน 6,000 บาท / เดือน จำนวน 1 อัตรา
คุณสมบัติของผู้สมัคร
- เพศหญิง อายุไม่น้อยกว่า 18 ปี บริบูรณ์
- วุฒิการศึกษา ประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ขึ้นไป
- สุขภาพร่างกาย แข็งแรง สมบูรณ์
หลักฐานการสมัคร
- สำเนาวุฒิการศึกษา จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
- รูปถ่าย ขนาด 1-2 นิ้่ว จำนวน 1 รูป
- ใบรับรองแพทย์
สมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งตรัง เลขที่ 200 ม.4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ตั้งแต่วันที่ 6-23 พฤษภาคม 2557 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 และสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 075-274077-8
จ.ตรัง ประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดตรัง ประจำปี 2557
ที่ห้องประชุมหยงหลิง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดตรัง นายอมรเศรษฐ์ สุวรรณมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดตรัง ประจำปี 2557 ทั้งนี้สืบเนื่องจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กำหนดจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2557 ในวันที่ 12 สิงหาคม 2557 เพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงเป็นแม่แห่งชาติ เพื่อเผยแพร่พระคุณและบทบาทของแม่ ที่มีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เพื่อยกย่องแม่ดีเด่น และลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ กิจกรรมที่สำคัญประการหนึ่งในวันแม่คือ การคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตามหลักเกณฑ์ฯที่กำหนด จังหวัดละ 1 คน สำหรับในส่วนของจังหวัดตรังในปีนี้ มีผู้เสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติ 4 ราย ประกอบด้วย แม่ดีเด่นประเภท แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม จำนวน 2 ราย คือ นางสวาทวรรณ์ มนัสนิโลบล จากอำเภอปะเหลียนและนางสุภา กันตังกุล จากอำเภอกันตัง แม่ดีเด่นประเภท แม่ของผู้เสียสละ จำนวน 2 ราย คือ นางบุญลาภ วีระสุข จากอำเภอรัษฎา และนางละมุล หลักศิลา จากอำเภอสิเกา ซึ่งผลการคัดเลือกจะทางจังหวัดจะแจ้งให้ทราบต่อไป
จ.ตรัง ประชุมฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ระดับกลุ่มจังหวัด และการฝึกซ้อมแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาพิบัติภัยจากน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม
ที่ห้องประชุมพระยารัษฎา ศาลากลางจังหวัดตรัง ชั้น 5 นายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในการประชุมฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ระดับกลุ่มจังหวัด และการฝึกซ้อมแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาพิบัติภัยจากน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม จังหวัดตรัง ร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต ดำเนินการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือภัยพิบัติจากพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ระดับกลุ่มจังหวัด และการฝึกซ้อมแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาพิบัติภัยจากน้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มจังหวัดตรัง โดยกำหนดฝึกซ้อมแผนฯ พร้อมกันในเขตพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด คือ จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง และ จ.ตรัง เพื่อให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งประกอบด้วย ส่วนราชการ ภาคเอกชน มูลนิธิ อาสาสมัคร และประชาชน ทั้งในจังหวัดและระดับกลุ่มจังหวัด มีความรู้ ความเข้าใจ มีความพร้อมรับมือกับสาธารณภัยดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็วเป็นระบบอันจะนำไปสู่ความปลอดภัยและลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ได้กำหนดจัดการฝึกซ้อมระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม นี้ ณ บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ หมู่ที่ 4 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง
ผู้ว่าฯ ตรัง เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมแต่งกายชุดขาวปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในเทศกาลวิสาบูชา ระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2557
นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2557 จังหวัดตรังได้กำหนดจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก ระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2557 เพื่อเผยแพร่หลักธรรม ตลอดจนรักษาประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนา ให้สมกับที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปีเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาแห่งสากล โดยในช่วงระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2557 ทั้งนี้ จังหวัดตรัง จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมแต่งกายด้วยชุดขาวหรือชุดปฏิบัติธรรมสีขาวตลอดสัปดาห์ พร้อมทั้งเชิญชวนเข้าวัด ถือศีล ฟังธรรม ลด ละ เลิก อบายมุข และร่วมประดับธงสัญลักษณ์พระพุทธศาสนาและธงชาติตามอาคารบ้านเรือน ร้านค้า สถานที่ราชการ และร่วมเวียนเทียนโดยพร้อมเพรียงกัน
LOGISPOST WORLD ขนส่งระหว่างประเทศแบบประหยัด
นายสุรพงษ์ เจียพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายไปรษณีย์เขต 8 กล่าวว่า โลจิสโพสต์เวิลด์ (LOGISPOST WORLD) เป็นบริการขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ไปบังปลายทางต่างประเทศเหมาะสำหรับของที่มีน้ำหนักมากหรือมีบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ตั้งแต่ 20-200 กก. สามารถฝากส่งได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 89 แห่งที่เปิดให้บริการ มีระบบการติดตามและตรวจสอบสิ่งของด้วย Track & Trace ผ่านเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th
เงื่อนไขการฝากส่ง
- สิ่งของที่ส่งจะต้องบรรจุและหุ้มห่ออย่างเรียบร้อยในกล่องพัสดุต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการไปรษณีย์เพื่อพร้อมขนส่ง
- สิ่งของที่ส่งต้องผ่านการดำเนินพิธีการศุลกากรก่อนนำส่ง ณ ที่ทำการไปรษณีย์
- เปิดให้บริการ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 89 แห่งทั้งในกรุงเทพและภูมิภาค
ประเทศปลายทางที่เปิดให้บริการโลจิสโพสต์เวิลด์ 32 ประเทศทั่วโลก สหรัฐ อเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย อินเดีย อินโดนิเซีย เวียดนาม เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน อิสราเอล เยอรมนี รัสเซีย เนเธอแลนด์ นอร์เวย์ อิตาลี ออสเตรีย เดนมาร์ก เบลเยี่ยม ฟินแลนด์ สวีเดน แคนาดา ออสเตรเลีย
บริการนี้จึงเป็นทางเลือกให้ผู้ขายไม่ต้องเก็บรอสินค้าหรือซื้อระวางเพิ่ม เพราะไปรษณีย์ไทยมีเที่ยวขนส่งทางอากาศทุกวัน ผู้ขายจึงสามารถจัดการกับคำสั่งซื้อและบริหารระวางพื้นที่สำหรับการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศได้อีกด้วยสามารถสอบถามราบละเอียดเพิ่มเติมที่ Call Center โทร 1545www.thailandpost.co.th
เงื่อนไขการฝากส่ง
- สิ่งของที่ส่งจะต้องบรรจุและหุ้มห่ออย่างเรียบร้อยในกล่องพัสดุต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการไปรษณีย์เพื่อพร้อมขนส่ง
- สิ่งของที่ส่งต้องผ่านการดำเนินพิธีการศุลกากรก่อนนำส่ง ณ ที่ทำการไปรษณีย์
- เปิดให้บริการ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 89 แห่งทั้งในกรุงเทพและภูมิภาค
ประเทศปลายทางที่เปิดให้บริการโลจิสโพสต์เวิลด์ 32 ประเทศทั่วโลก สหรัฐ อเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย อินเดีย อินโดนิเซีย เวียดนาม เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน อิสราเอล เยอรมนี รัสเซีย เนเธอแลนด์ นอร์เวย์ อิตาลี ออสเตรีย เดนมาร์ก เบลเยี่ยม ฟินแลนด์ สวีเดน แคนาดา ออสเตรเลีย
บริการนี้จึงเป็นทางเลือกให้ผู้ขายไม่ต้องเก็บรอสินค้าหรือซื้อระวางเพิ่ม เพราะไปรษณีย์ไทยมีเที่ยวขนส่งทางอากาศทุกวัน ผู้ขายจึงสามารถจัดการกับคำสั่งซื้อและบริหารระวางพื้นที่สำหรับการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศได้อีกด้วยสามารถสอบถามราบละเอียดเพิ่มเติมที่ Call Center โทร 1545www.thailandpost.co.th
สถาบันวิชาการป้องกันประเทศจัดประกวดวิดีโอคลิป ความรักชาติ ความเป็นไทย
สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดการประกวดวิดีโอคลิป "ความรักชาติ ความเป็นชาติไทย" เพื่อเป็นการให้ความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย ด้วยการระลึกถึงบรรพชนนักรบผู้กล้าหาญ ผู้ซึ่งเสียสละชีพเพื่อชาติ เผยแพร่ประวัติวีรกรรมความกล้าหาญ ให้คนไทยได้ตระหนักในความรักชาติ ความสามัคคี ความภูมิใจในความเป็นไทย และเป็นการประชาสัมพันธ์อนุสรณ์สถานแห่งชาติ
โดยวิดีโอคลิปที่ส่งเข้าประกวด ต้องเป็นวิดีโอที่จัดทำขึ้นใหม่ด้วยตนเอง ผลงานทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดที่ส่งเข้าประกวด จะต้องเป็นแนวคิดและรูปแบบที่ไม่เคยนำเสนอที่ใดมาก่อน มีความยาวของเนื้อหา 3-5 นาที ต้องเสนอเรื่องราวที่สื่อความหมายตามวัสถุประสงค์ในเชิงสร้างสรรค์ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชาติ เคารพในความกล้าหาญของบรรพบุรุษ ตระหนักถึงความสามัคคี ความรักชาติ ความภูมิใจในความเป็นไทย รวมทั้งให้มีคำอธิบายหรือพากย์ภาษา อังกฤษอยู่ด้านล่าง (Subtitle) อีก 1 ชุด ชิงเงินรางวัลชนะเลิศ 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศ 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร จำนวน 2 รางวัล และรางวัลชมเชย 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร จำนวน 2 รางวัล
จึงขอเชิญชวนผู้สนใจ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานวิดีโอคลิปเข้าร่วมประกวดได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบทีม โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับนักเรียน และระดับอุดมศึกษาหรือบุคคลทั่วไป ส่งได้ไม่เกิน 1 เรื่อง ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2557 โดยระบุชื่อเรื่องและข้อมูลของ ผู้สมัคร หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ลงในแผ่นบันทึกข้อมูล (DVD) และส่งด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ หรือกองพิพิธภัณฑ์ทหารและอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมดอนเมือง ช่วงถนนวิภาวดีรังสิตบรรจบกับถนนพหลโยธิน เลขที่ 9 หมู่ 19 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 โดยสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่
http://ndsi.rtart.mi.th สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 533 8467, 02 532 1021
โดยวิดีโอคลิปที่ส่งเข้าประกวด ต้องเป็นวิดีโอที่จัดทำขึ้นใหม่ด้วยตนเอง ผลงานทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดที่ส่งเข้าประกวด จะต้องเป็นแนวคิดและรูปแบบที่ไม่เคยนำเสนอที่ใดมาก่อน มีความยาวของเนื้อหา 3-5 นาที ต้องเสนอเรื่องราวที่สื่อความหมายตามวัสถุประสงค์ในเชิงสร้างสรรค์ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชาติ เคารพในความกล้าหาญของบรรพบุรุษ ตระหนักถึงความสามัคคี ความรักชาติ ความภูมิใจในความเป็นไทย รวมทั้งให้มีคำอธิบายหรือพากย์ภาษา อังกฤษอยู่ด้านล่าง (Subtitle) อีก 1 ชุด ชิงเงินรางวัลชนะเลิศ 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศ 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร จำนวน 2 รางวัล และรางวัลชมเชย 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร จำนวน 2 รางวัล
จึงขอเชิญชวนผู้สนใจ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานวิดีโอคลิปเข้าร่วมประกวดได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบทีม โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับนักเรียน และระดับอุดมศึกษาหรือบุคคลทั่วไป ส่งได้ไม่เกิน 1 เรื่อง ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2557 โดยระบุชื่อเรื่องและข้อมูลของ ผู้สมัคร หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ลงในแผ่นบันทึกข้อมูล (DVD) และส่งด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ หรือกองพิพิธภัณฑ์ทหารและอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมดอนเมือง ช่วงถนนวิภาวดีรังสิตบรรจบกับถนนพหลโยธิน เลขที่ 9 หมู่ 19 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130 โดยสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่
http://ndsi.rtart.mi.th สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 533 8467, 02 532 1021
กศน.จังหวัดชุมพร จัดสัมมนาภาคีเครือข่ายการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
สำนักงาน กศน.จังหวัดชุมพร จัดสัมมนาภาคีเครือข่ายการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชุมพร เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทภารกิจ กศน.แก่ภาคีเครือข่าย โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วย ข้าราชการภาคส่วนต่างๆ องค์กรเอกชน คณะครู และบุคลากร กศน. จำนวน 142 คน
วันที่ ( 7 พ.ค. 57) ที่โรงแรมชุมพรแกรนด์พาเลช นายปฐม สาธิตานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในการเปิดสัมมนาภาคีเครือข่ายการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชุมพร เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทภารกิจ กศน.แก่ภาคีเครือข่าย รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการดำเนินงาน และการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีคณะวิทยากรจากกองแผน สำนักงาน กศน.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และวิทยากรสังกัดสำนักงาน กศน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วย ข้าราชการภาคส่วนต่างๆ องค์กรเอกชน คณะครู และบุคลากร กศน. จำนวน 142 คน
นายประพันธ์ บุญสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จุดมุ่งหมายการจัดการศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีสติปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพในการประกอบอาชีพและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความเชื่อที่ว่า คนเราสามารถพัฒนาการคิด การตัดสินใจ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ด้วยการฝึกทักษะการใช้ข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งด้านตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อม และวิชาการมาวิเคราะห์ เชื่อมโยง แล้วประเมินตีค่าตัดสินใจเพื่อ ตนเอง ชุมชน สังคม
การจัดการศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบ แบ่งระดับการศึกษาออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยแต่ละระดับใช้เวลาเรียน 4 ภาคเรียน โดยผู้เรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ต่างๆดังนี้ 1.ผ่านเกณฑ์การประเมินการเรียนรู้รายวิชาครบตามโครงสร้างหลักสูตร 2.ผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต(กพช.)ไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง 3.ผ่านการประเมินคุณธรรมในระดับพอใช้ขึ้นไป 4.เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ (สอบ N-Net) เพื่อจบหลักสูตร
วันที่ ( 7 พ.ค. 57) ที่โรงแรมชุมพรแกรนด์พาเลช นายปฐม สาธิตานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในการเปิดสัมมนาภาคีเครือข่ายการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชุมพร เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในบทบาทภารกิจ กศน.แก่ภาคีเครือข่าย รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการดำเนินงาน และการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีคณะวิทยากรจากกองแผน สำนักงาน กศน.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และวิทยากรสังกัดสำนักงาน กศน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วย ข้าราชการภาคส่วนต่างๆ องค์กรเอกชน คณะครู และบุคลากร กศน. จำนวน 142 คน
นายประพันธ์ บุญสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จุดมุ่งหมายการจัดการศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีสติปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพในการประกอบอาชีพและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความเชื่อที่ว่า คนเราสามารถพัฒนาการคิด การตัดสินใจ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ด้วยการฝึกทักษะการใช้ข้อมูลที่หลากหลาย ทั้งด้านตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อม และวิชาการมาวิเคราะห์ เชื่อมโยง แล้วประเมินตีค่าตัดสินใจเพื่อ ตนเอง ชุมชน สังคม
การจัดการศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบ แบ่งระดับการศึกษาออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยแต่ละระดับใช้เวลาเรียน 4 ภาคเรียน โดยผู้เรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ต่างๆดังนี้ 1.ผ่านเกณฑ์การประเมินการเรียนรู้รายวิชาครบตามโครงสร้างหลักสูตร 2.ผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต(กพช.)ไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง 3.ผ่านการประเมินคุณธรรมในระดับพอใช้ขึ้นไป 4.เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ (สอบ N-Net) เพื่อจบหลักสูตร
เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร แถลงข่าว เตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูผลผลิต
สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร จัดแถลงข่าว เตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูผลผลิต เนื่องในโอกาสวันพระราชพิธีมลคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
วันที่ (6 พ.ค. 57) ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร จ่าเอกเฉลิมพล ญาณวิสุทธิสกุล เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร พร้อมหัวหน้าสำนักงานหรือผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกอบด้วย สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชุมพร สำนักงานประมงจังหวัดชุมพร สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชุมพร และ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดชุมพร ได้ร่วมกันแถลงข่าว เตรียมความพร้อมเกษตรกรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูผลผลิต เนื่องในโอกาสวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
จ่าเอกเฉลิมพล ญาณวิสุทธิสกุล เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดทุกจังหวัดดำเนินการ จัดแถลงข่าว เตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูผลผลิต พร้อมเป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านสื่อมวลชนในท้องถิ่น ถึงเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการเกษตรกร และสนับสนุนการผลิตทางการเกษตรในฤดูการผลิต 2557 -2558 โดยถือวันพระราชพิธีมลคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2557 เป็นวันเริ่มต้นฤดูการผลิต
ซึ่งในการแถลงข่าวได้กำหนดประเด็นอาทิ ประเด็นด้านการวางแผนการผลิต ด้านเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตรที่เหมาะสม และด้านการให้บริการทางการเกษตร ประกอบกับจังหวัดชุมพร ได้มีนโยบายให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ผลผลิตสินค้าทางการเกษตร เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านการเกษตรในจังหวัด ซึ่งพืชเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ ที่กำลังเข้าสู่การเริ่มต้นใหม่ของฤดูการผลิต
วันที่ (6 พ.ค. 57) ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร จ่าเอกเฉลิมพล ญาณวิสุทธิสกุล เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร พร้อมหัวหน้าสำนักงานหรือผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกอบด้วย สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชุมพร สำนักงานประมงจังหวัดชุมพร สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชุมพร และ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดชุมพร ได้ร่วมกันแถลงข่าว เตรียมความพร้อมเกษตรกรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูผลผลิต เนื่องในโอกาสวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
จ่าเอกเฉลิมพล ญาณวิสุทธิสกุล เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดทุกจังหวัดดำเนินการ จัดแถลงข่าว เตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูผลผลิต พร้อมเป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านสื่อมวลชนในท้องถิ่น ถึงเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการเกษตรกร และสนับสนุนการผลิตทางการเกษตรในฤดูการผลิต 2557 -2558 โดยถือวันพระราชพิธีมลคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2557 เป็นวันเริ่มต้นฤดูการผลิต
ซึ่งในการแถลงข่าวได้กำหนดประเด็นอาทิ ประเด็นด้านการวางแผนการผลิต ด้านเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตรที่เหมาะสม และด้านการให้บริการทางการเกษตร ประกอบกับจังหวัดชุมพร ได้มีนโยบายให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ผลผลิตสินค้าทางการเกษตร เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านการเกษตรในจังหวัด ซึ่งพืชเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ ที่กำลังเข้าสู่การเริ่มต้นใหม่ของฤดูการผลิต
จังหวัดชุมพร จัดพิธีถวายราชสดุดีเนื่องในวันฉัตรมงคล
วันที่ 5 พฤษภาคม 25557 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมเทศบาลเมืองชุมพร นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องใน “วันฉัตรมงคล”เพื่อแสดงความจงรักภักดี กตัญญูกตเวที และสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรากตรำพระวรกาย บำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อพสกนิกรชาวไทย ตามพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกร โดยยึดหลักการพัฒนายั่งยืน ภายใต้ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” และทรงสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรือง ผาสุกร่มเย็น แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทยตลอดมา
วันฉัตรมงคล เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช"เนื่องจากยังมิได้ทรงผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษา อยู่ ณ ทวีปยุโรป จนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะ จึงได้เสด็จนิวัติประเทศไทย ดังนั้นรัฐบาลไทยและ พสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร หรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้
วันฉัตรมงคล เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช"เนื่องจากยังมิได้ทรงผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษา อยู่ ณ ทวีปยุโรป จนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะ จึงได้เสด็จนิวัติประเทศไทย ดังนั้นรัฐบาลไทยและ พสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร หรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้
วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
รองผู้ว่าฯสงขลา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบของเยี่ยมแก่ผู้ป่วยประกันสังคม เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ
วันนี้ (7 พ.ค.57) ที่โรงพยาบาลสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย หัวหน้าสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา สาขาหาดใหญ่ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบของเยี่ยมแก่ผู้ป่วยประกันสังคม เนื่องใน วันแรงงานแห่งชาติ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ประกันตน จำนวน 22 คน แยกเป็น อุบัติเหตุจากรถ อุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โรคทั่วไป และคลอดบุตร
สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมตรวจเยี่ยม และมอบของขวัญแก่ผู้ป่วยเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้ประกันตน มีความรู้สึกอบอุ่นใจ และมีความรู้สึกที่ดีต่อระบบการให้บริการของประกันสังคม และเพื่อให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และความร่วมมืออันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่ภาครัฐอีกด้วย
สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมตรวจเยี่ยม และมอบของขวัญแก่ผู้ป่วยเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้ประกันตน มีความรู้สึกอบอุ่นใจ และมีความรู้สึกที่ดีต่อระบบการให้บริการของประกันสังคม และเพื่อให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และความร่วมมืออันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่ภาครัฐอีกด้วย
จังหวัดสงขลา ออกหน่วยบริการเคลื่อนที่รับจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล คุมเข้มมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ในกลุ่มแรงงานประมง แจ้งนายจ้างเร่งจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการเรือประมง ภายใน 21 พฤษภาคมนี้
ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้ออกประกาศ เรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ โดยมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556 ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ และทำงานในเรือประมง เพื่อจับสัตว์น้ำทางทะเลกับนายจ้างอยู่แล้ว ใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล รวมถึง จังหวัดสงขลา เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และเพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมง
โดยเช้าวันนี้ (7 พ.ค. ) ที่บริเวณ ท่าเทียบเรือสถานีตำรวจน้ำ 1 กองบังคับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา โดยศูนย์ประสานแรงงานประมงจังหวัดสงขลา ร่วมกับ ที่ทำการปกครองจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ ตำรวจน้ำ 1 กองบังคับการตำรวจน้ำจังหวัดสงขลา ได้ออกหน่วยเคลื่อนที่บริการรับจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล โดยในช่วงเช้านี้มีผู้ประกอบกิจการประมง นำแรงงานต่างด้าว มายื่นแบบแสดงความต้องการแรงงานต่างด้าว และ บัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล จำนวน 3 ลำโดยแรงงานต่างด้าวทุกคนจะได้รับการตรวจสุขภาพ และประกันสุขภาพ ที่โรงพยาบาลของรัฐที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ทั้งนี้ ขอให้ นายจ้าง /ผู้ประกอบกิจการเรือประมงทุกลำ ในจังหวัดสงขลา มาแสดงความจำนงยื่นจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 และ ขอรับใบอนุญาตทำงาน ได้ที่ศูนย์ประสานแรงงานประมง จังหวัดสงขลา สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 074-322134 หรือ 081-7382326 ในวันและเวลาราชการ ทั้งนี้ หากพ้นระยะเวลายื่นจดทะเบียนที่กำหนด ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2557 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกตรวจติดตามตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมงทะเล ซึ่งหากผู้ประกอบกิจการประมงรายใดละเลย ไม่มาขอยื่นจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดยเช้าวันนี้ (7 พ.ค. ) ที่บริเวณ ท่าเทียบเรือสถานีตำรวจน้ำ 1 กองบังคับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา โดยศูนย์ประสานแรงงานประมงจังหวัดสงขลา ร่วมกับ ที่ทำการปกครองจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ ตำรวจน้ำ 1 กองบังคับการตำรวจน้ำจังหวัดสงขลา ได้ออกหน่วยเคลื่อนที่บริการรับจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล โดยในช่วงเช้านี้มีผู้ประกอบกิจการประมง นำแรงงานต่างด้าว มายื่นแบบแสดงความต้องการแรงงานต่างด้าว และ บัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล จำนวน 3 ลำโดยแรงงานต่างด้าวทุกคนจะได้รับการตรวจสุขภาพ และประกันสุขภาพ ที่โรงพยาบาลของรัฐที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ทั้งนี้ ขอให้ นายจ้าง /ผู้ประกอบกิจการเรือประมงทุกลำ ในจังหวัดสงขลา มาแสดงความจำนงยื่นจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเล ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 และ ขอรับใบอนุญาตทำงาน ได้ที่ศูนย์ประสานแรงงานประมง จังหวัดสงขลา สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 074-322134 หรือ 081-7382326 ในวันและเวลาราชการ ทั้งนี้ หากพ้นระยะเวลายื่นจดทะเบียนที่กำหนด ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2557 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกตรวจติดตามตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมงทะเล ซึ่งหากผู้ประกอบกิจการประมงรายใดละเลย ไม่มาขอยื่นจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ศิรินาถ นวประภากุล.. ข่าว
ชิดนัย แก้วมณีโชติ/ภาพ
ชิดนัย แก้วมณีโชติ/ภาพ
หน่วย งานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสงขลา จัดแถลงข่าวเพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรกรไทยเริ่มต้นใหม่ฤดูกาลผลิตของ จังหวัดสงขลา ในโอกาสวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
เมื่อวานนี้ (6 พ.ค.57) ที่ห้องบีชเลาท์ โรงแรมบีพี สมิหลาบีช อ.เมือง จ.สงขลา หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในจังหวัดสงขลา จัดแถลงข่าว งานเตรียมความพร้อมเกษตรกรไทยเริ่มต้นฤดูกาลผลิตของจังหวัดสงขลา เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการให้บริการและ สนับสนุนการผลิตทางการเกษตรในฤดูกาลผลิต (2557 - 2558) โดยถือวันพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญของทุกปีเป็นวันเริ่มต้นฤดู กาลผลิต ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 ซึ่งการแถลงข่าวในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดที่ 1 ประกอบด้วย นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ผอ.โครงการชลประทานสงขลา ผอ.พัฒนาที่ดิน และชุดที่ 2 เกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด ประมงจังหวัด ผอ.สนง.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดสงขลา เขต 1 และ สหกรณ์จังหวัด
นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาลต้องการลดปัญหาการผลิตสินค้าเกษตรล้นตลาดและการใช้พื้นที่ ผิดประเภท เช่น เอาที่ลุ่มไปปลูกยางพารา ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รายได้ต่ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มีโครงการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจสำหรับสินค้า เกษตรที่สำคัญ (Zoning) เพื่อให้สินค้าที่มีความสำคัญมีการผลิตมนพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในปริมาณที่สอดคล้องกับความต้องการ โดยเกษตรต้องอาศัยข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้ ซึ่งภาคส่วนราชการต้องคิดว่าจะทำอย่างไรที่เกษตรกรจะเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้สะดวกและไม่ยุ่งยาก
จังหวัดสงขลา มีสินค้าเกษตรที่สำคัญ คือ ด้านพืช คือ ข้าว ยางพารา และไม้ผล ด้านประมง คือ ปลานิลและกุ้งทะเล และ ด้านปศุสัตว์ คือ เนื้อโคเนื้อ สุกร และไก่เนื้อ ซึ่งจังหวัดได้ขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านเกษตรกรรม โดยผลักดันเข้าแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องข้าวและยางพารา ในปี 2557
สำหรับวันนี้ เป็นอีกเรื่องที่จะประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รับทราบถึงความพร้อมของหน่วยงานที่ จะเป็นแหล่งข้อมูล เทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เกษตรกรจะสามารถเข้าถึงและรับบริการ ตั้งแต่เรื่อง ระบบการบริหารจัดการน้ำสำหรับฤดูผลิตนี้ โดยเฉพาะน้ำเพื่อการปลูกข้าว , เรื่องดิน ,การผลิตเรื่องข้าวให้มีความสอดคล้องกับความต้องการในฤดูกาลนี้ , การเตรียมการปริมาณผลผลิตไม้ผลที่จะออกสู่ตลาดในฤดูกาลนี้ ,การดูแลบำรุงรักษายางพาราโดยการลดต้นทุน , เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่หนาแน่สูง ,การป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคตายด่วนในกุ้งทะเล , การกระจายแพะพันธ์ดีด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ การผลิตโคเนื้อของจังหวัดสงขลา และการสร้างเครือข่ายการตลอดสินค้า เครือข่ายกลุ่มผู้ผลิตสินค้าคุณภาพโดยสหกรณ์
นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาลต้องการลดปัญหาการผลิตสินค้าเกษตรล้นตลาดและการใช้พื้นที่ ผิดประเภท เช่น เอาที่ลุ่มไปปลูกยางพารา ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รายได้ต่ำ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มีโครงการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจสำหรับสินค้า เกษตรที่สำคัญ (Zoning) เพื่อให้สินค้าที่มีความสำคัญมีการผลิตมนพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในปริมาณที่สอดคล้องกับความต้องการ โดยเกษตรต้องอาศัยข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้ ซึ่งภาคส่วนราชการต้องคิดว่าจะทำอย่างไรที่เกษตรกรจะเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้สะดวกและไม่ยุ่งยาก
จังหวัดสงขลา มีสินค้าเกษตรที่สำคัญ คือ ด้านพืช คือ ข้าว ยางพารา และไม้ผล ด้านประมง คือ ปลานิลและกุ้งทะเล และ ด้านปศุสัตว์ คือ เนื้อโคเนื้อ สุกร และไก่เนื้อ ซึ่งจังหวัดได้ขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านเกษตรกรรม โดยผลักดันเข้าแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องข้าวและยางพารา ในปี 2557
สำหรับวันนี้ เป็นอีกเรื่องที่จะประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รับทราบถึงความพร้อมของหน่วยงานที่ จะเป็นแหล่งข้อมูล เทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เกษตรกรจะสามารถเข้าถึงและรับบริการ ตั้งแต่เรื่อง ระบบการบริหารจัดการน้ำสำหรับฤดูผลิตนี้ โดยเฉพาะน้ำเพื่อการปลูกข้าว , เรื่องดิน ,การผลิตเรื่องข้าวให้มีความสอดคล้องกับความต้องการในฤดูกาลนี้ , การเตรียมการปริมาณผลผลิตไม้ผลที่จะออกสู่ตลาดในฤดูกาลนี้ ,การดูแลบำรุงรักษายางพาราโดยการลดต้นทุน , เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการเลี้ยงปลากะพงขาวในพื้นที่หนาแน่สูง ,การป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคตายด่วนในกุ้งทะเล , การกระจายแพะพันธ์ดีด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ การผลิตโคเนื้อของจังหวัดสงขลา และการสร้างเครือข่ายการตลอดสินค้า เครือข่ายกลุ่มผู้ผลิตสินค้าคุณภาพโดยสหกรณ์
จังหวัดสตูล เชิญชวนผู้สนใจร่วมเดิน-วิ่งสมาธิ เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี ๒๕๕๗
จังหวัดสตูลร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย องค์กรภาคีต่างๆ และกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๓๖ สตูล จัดประชุมเตรียมความพร้อมโครงการเดิน วิ่ง สมาธิวิสาขะพุทธบูชา ถือศีลห้า ลดละอบายมุข เพื่อให้เป็นพุทธบูชา รำลึกถึงความสำคัญขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงเป็นพระบรมศาสดาของศาสนาอันเป็นที่ยึดมั่นของชาวไทยตลอดมา และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๘๗ พรรษา ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ ชนาธิปเฉลิม (พระอารามหลวง) บริเวณโรงเรียนเทศบาล ๒ ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล ตั้งแต่เวลา ๑๕.๓๐ น.เป็นต้นไป โดยเส้นทางการวิ่งประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร จากวัดชนาธิปเฉิบมไปวัดสตูลสันตยาราม และกลับเข้าเส้นชัยที่วัดชนาธิปเฉลิม
สำหรับค่าสมัคร จำนวน ๑๐๐ บาท จะได้รับเสื้อที่ระลึก พร้อมพระพุทธนวราชบพิตร อีกทั้งหางบัตรทุกใบลุ้นรางวัลจากการจับฉลากอีกกว่า ๕๐ รางวัล ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สมัครได้ที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสตูล ศาลากลางจังหวัดสตูล อ.เมือง จ.สตูล โทร.๐๗๔-๗๑๑๑๑๗ หรือ ชมรมวิ่ง เพื่อสุขาพ ตชด.๔๓๖ โทร.๐๘๙-๗๓๗๒๐๒๘ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๕.๓๐ น.
สำหรับค่าสมัคร จำนวน ๑๐๐ บาท จะได้รับเสื้อที่ระลึก พร้อมพระพุทธนวราชบพิตร อีกทั้งหางบัตรทุกใบลุ้นรางวัลจากการจับฉลากอีกกว่า ๕๐ รางวัล ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สมัครได้ที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสตูล ศาลากลางจังหวัดสตูล อ.เมือง จ.สตูล โทร.๐๗๔-๗๑๑๑๑๗ หรือ ชมรมวิ่ง เพื่อสุขาพ ตชด.๔๓๖ โทร.๐๘๙-๗๓๗๒๐๒๘ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๕.๓๐ น.
กนกพิชญ์ / ข่าว
ส.ปชส.สตูล
ส.ปชส.สตูล
ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เดินทางไปตรวจเยี่ยมทหารผ่านศึกและครอบครัวในพื้นที่จังหวัดพังงา
วันนี้ ๗ พ.ค. ๕๗ เวลา ๑๔.๐๐ น. พลเอกชัยวัฒน์ สท้อนดี ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และผู้บริหารระดับสูงขององค์การฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมทหารผ่านศึกและครอบครัวในพื้นที่จังหวัดพังงา ณ ศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา โดยมีพันเอกณัฐศักดิ์ วัชโรบล รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตนครศรีธรรมราช นายอำเภอท้ายเหมือง และสัสดีอำเภอท้ายเหมือง ตลอดจนทหารผ่านศึกและครอบครัว จำนวน ๒๐๐ ครอบครัว ให้การต้อนรับ
เมื่อเดินทางมาถึง พลเอกชัยวัฒน์ สท้อนดี ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจาก นั้นได้นำทหารผ่านศึกถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ต่อมาผู้อำนวยการฯ เป็นประธานในการมอบสิ่งของให้แก่ทหารผ่านศึก มอบทุนการศึกษาแก่ครอบครัวทหารผ่านศึก และมอบเกียรติบัตรให้แก่ทหารผ่านศึกตัวอย่าง จำนวน ๓ ราย พร้อมทั้งมอบรถเข็นนั่งสำหรับคนพิการให้แก่ทหารผ่านศึกพิการ จากนั้นผู้อำนวยการฯได้พบปะเยี่ยมเยียน ตลอดจนรับฟังปัญหาข้อขัดข้องของทหารผ่านศึกและครอบครัวในพื้นที่เพื่อนำมาปรับปรุงการสงเคราะห์ให้ดียิ่งขึ้น
เมื่อเดินทางมาถึง พลเอกชัยวัฒน์ สท้อนดี ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้ขึ้นแท่นรับความเคารพจาก นั้นได้นำทหารผ่านศึกถวายราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ต่อมาผู้อำนวยการฯ เป็นประธานในการมอบสิ่งของให้แก่ทหารผ่านศึก มอบทุนการศึกษาแก่ครอบครัวทหารผ่านศึก และมอบเกียรติบัตรให้แก่ทหารผ่านศึกตัวอย่าง จำนวน ๓ ราย พร้อมทั้งมอบรถเข็นนั่งสำหรับคนพิการให้แก่ทหารผ่านศึกพิการ จากนั้นผู้อำนวยการฯได้พบปะเยี่ยมเยียน ตลอดจนรับฟังปัญหาข้อขัดข้องของทหารผ่านศึกและครอบครัวในพื้นที่เพื่อนำมาปรับปรุงการสงเคราะห์ให้ดียิ่งขึ้น
พังงาจัดสัมมนาปรับปรุงทบทวนแผนปฏิบัติการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมื่อเกิดภัยสามารถที่จะปฏิบัติตามอย่างมีประสิทธิภาพ
นายไชยวัฒน์ เทพี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดสัมมนาโครงการปรับปรุงทบทวนแผนปฏิบัติการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา โดยมีผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานร่วมจาก อบจ. อำเภอ ๘ แห่ง เทศบาลเมือง ๒ แห่ง เทศบาลตำบล ๑๓ แห่ง อบต. ๓๖ แห่ง รวมจำนวน ๖๐ คน เข้าร่วม
นายสมเกียรติ อินทรคำ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ให้จังหวัดกำกับดูแลการจัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยสามารถที่จะปฏิบัติตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ให้จังหวัดขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการของ อปท. ภายใต้แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.๒๕๕๐ ไปสู่การปฏิบัติ โดยเชิญผุ้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมทบทวนแผน ก่อนทีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะลงนามประกาศใช้ เผยแพร่ความรู้การซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise :TTX)และให้ผนวก แผนงาน/โครงการด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแผนพัฒนาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสามปี
รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า การจัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดสาธารณภัยในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารบุคลากร เจ้าพนักงาน อาสาสมัคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆสามารถเข้าใจหลักการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วย หรือขอรับการสนับสนุนทรัพยากรจากหน่วยงานอื่นๆจะดำเนินไปอย่างเป็นระบบส่งผลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นายสมเกียรติ อินทรคำ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ให้จังหวัดกำกับดูแลการจัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยสามารถที่จะปฏิบัติตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ให้จังหวัดขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการของ อปท. ภายใต้แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.๒๕๕๐ ไปสู่การปฏิบัติ โดยเชิญผุ้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมทบทวนแผน ก่อนทีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะลงนามประกาศใช้ เผยแพร่ความรู้การซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise :TTX)และให้ผนวก แผนงาน/โครงการด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแผนพัฒนาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสามปี
รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า การจัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดสาธารณภัยในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารบุคลากร เจ้าพนักงาน อาสาสมัคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆสามารถเข้าใจหลักการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วย หรือขอรับการสนับสนุนทรัพยากรจากหน่วยงานอื่นๆจะดำเนินไปอย่างเป็นระบบส่งผลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
จังหวัดนราธิวาสประชุมติดตามผลการดำเนินงานโรงเรียนสุคิริน เดอะวินเนอร์ รุ่นที่ ๑ เพื่อรับทราบถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พร้อมรับผู้ติดยาเสพติดที่สมัครใจเข้ารับการบำบัดฯ รุ่นที่ ๒
วันนี้ ( ๗ พ.ค.๕๗ ) เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานโรงเรียนสุคิริน เดอะวินเนอร์ โดยมี นายจำนัล เหมือนดำ ปลัดจังหวัดนราธิวาส ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
สำหรับในที่ประชุมได้มีการสรุปผลการดำเนินงานของโรงเรียนสุคิริน เดอะวินเนอร์ รุ่นที่ ๑ ซึ่งมีพิธีปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อรับทราบถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนของผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งทางจังหวัดนราธิวาสได้มีการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ให้สามารถประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ เพื่อเป็นการคืนคนดีสู่สังคม
อย่างไรก็ตามผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด รุ่นที่ ๑ ได้คัดเลือกมาจาก ๑๓ อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวมทั้งสิ้น ๒๕ ราย ร่วมเข้าค่ายเพื่อบำบัดและฟื้นฟู เป็นเวลา 15 วัน ที่โรงเรียนสุคิริน เดอะวินเนอร์ ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้จัดตั้งเป็นศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯขึ้น โดยในวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นี้ ในเวลา ๐๙.๐๐ น. จะจัดให้มีพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกวิชาชีพจากค่ายบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดโรงเรียนสุคิริน เดอะวินเนอร์ ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส
@import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);
สำหรับในที่ประชุมได้มีการสรุปผลการดำเนินงานของโรงเรียนสุคิริน เดอะวินเนอร์ รุ่นที่ ๑ ซึ่งมีพิธีปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อรับทราบถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนของผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งทางจังหวัดนราธิวาสได้มีการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ให้สามารถประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ เพื่อเป็นการคืนคนดีสู่สังคม
อย่างไรก็ตามผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด รุ่นที่ ๑ ได้คัดเลือกมาจาก ๑๓ อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวมทั้งสิ้น ๒๕ ราย ร่วมเข้าค่ายเพื่อบำบัดและฟื้นฟู เป็นเวลา 15 วัน ที่โรงเรียนสุคิริน เดอะวินเนอร์ ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้จัดตั้งเป็นศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯขึ้น โดยในวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นี้ ในเวลา ๐๙.๐๐ น. จะจัดให้มีพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกวิชาชีพจากค่ายบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดโรงเรียนสุคิริน เดอะวินเนอร์ ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส
@import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);
นำเสนอโดย ผลดา ชูสิงห์
พิธีเปิดงานสมโภชศาลหลักเมืองตรัง 203 ปี เฉลิมพระเกียรติฯ 87 พรรษา “รัษฎา เทิดรัฐ จักรีวงศ์” ประจำปี 2557
ที่ศาลหลักเมืองตรัง หมู่ที่ 2 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง นายอมรเศรษฐ์ สุวรรณมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดงานสมโภชศาลหลักเมือง 203 ปี เฉลิมพระเกียรติฯ 87 พรรษา "รัษฎา เทิดรัฐ จักรีวงศ์” ประจำปี 2557 ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลกันตังได้รับมอบศาลหลักเมืองตรังจากจังหวัดในปี พ.ศ.2540 และได้สานต่อในการจัดงานสมโภชศาลหลักเมืองตรัง หลังจากที่จังหวัดตรังได้จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2549 ตลอดจนมาถึงปัจจุบัน โดยสำหรับในปี พ.ศ.2557 เป็นการครบรอบปีที่ 203 ของศาลหลักเมืองตรังซึ่งเป็นสัญลักษณ์เมืองตรังเก่าในอดีต และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดเป็นปีที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระชนมพรรษา 87 พรรษาซึ่งในการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเพื่อน้อมรำลึกตามรอยเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 ครั้งเสด็จประทับเมืองตรัง ณ ตำบลควนธานี อีกทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติพระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ผู้นำการพัฒนาของจังหวัดตรัง เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมพิธีบวงสรวงและสมโภชศาลหลักเมืองตรังให้เป็นมิ่งขวัญสิริสวัสดิ์มงคลความภูมิใจตรังแก่ประชาชนชาวตรังและประชาชนทั่วไป เป็นการสร้างและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่ตลอดไป ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยงของท้องถิ่นอีกด้วย โดยได้กำหนดจัดงานดังกล่าวระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557
จ.ตรัง แถลงข่าว “เตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูกาลผลิตของจังหวัดตรัง” ด้านการผลิตข้าวของจังหวัดตรัง
ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) นายบุญเลี้ยง ข่ายม่าน เกษตรจังหวัดตรัง นางจิราพรรณ ชัชวาลชัยพรรณ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินตรัง นายประเสริฐ วงศ์นราทิพย์ นายช่างชลประทานอาวุโส โครงการชลประทานตรัง และนายสน ฉิมพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง ร่วมแถลงข่าว "เตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูกาลผลิตของจังหวัดตรัง” ด้านการผลิตข้าวของจังหวัดตรัง พื้นที่การทำนาปลูกข้าวของจังหวัดตรัง ปี 2556/57 มีพื้นที่ปลูก 13,882 ไร่ พื้นที่การปลูกข้าวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับ พื้นที่ปลูกปี 2555/56 ซึ่งมีพื้นที่ปลูก 13,190 ไร่ และมีพื้นที่ปลูกเพียงครึ่งหนึ่งของพื้นที่เหมาะสมในการปลูกข้าว (26,200 ไร่) การปลูกข้าวของเกษตรกรในจังหวัดตรัง เป็นการปลูกเพื่อเก็บผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือน ปลูกข้าวได้เพียงปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากพึ่งพาธรรมชาติ คือ น้ำฝนเป็นหลัก การเริ่มต้นการทำนาจึงขึ้นอยู่กับว่าจะมีปริมาณน้ำเพียงพอเวลาไหน ถ้าสภาวะฝนตกตามปกติและมีปริมาณน้ำเพียงพอเกษตรกรจะเริ่มทำนาในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม และเก็บเกี่ยวระหว่างปลายเดือนมกราคม-ต้นเดือนกุมภาพันธ์
สำหรับพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรนิยมใช้ปลูกส่วนใหญ่ เป็นพันธุ์เล็บนกปัตตานี ซึ่งการปลูกการปฏิบัติดูแลรักษา และรสชาติการบริโภคเป็นที่พอใจ ตรงตามความต้องการของเกษตรกรพันธุ์ข้าวอื่น ๆ ที่ใช้ปลูก มีบ้างเป็นพันธุ์พื้นเมือง เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ปลูกส่วนใหญ่เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง เกษตรกรจะเก็บเมล็ดพันธุ์จากแปลงปลูกแบ่งส่วนหนึ่งไว้เป็นเมล็ดพันธุ์เกษตรกรบางรายจะเก็บเกี่ยวข้าวในส่วนที่จะเก็บไว้ทำเมล็ดพันธุ์ด้วยแกระ แล้วนำไปแขวนไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ส่วนความต้องการบริโภคข้าวจังหวัดตรัง จังหวัดตรังมีประชากรกว่า 630,000 คน ปรากฏว่าผลผลิตข้าวที่ผลิตได้มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการบริโภค เมื่อคำนวณจากความต้องการในการบริโภคและผลผลิตแล้วจังหวัดตรัง ผลิตข้าวได้ไม่ถึง 10% ความต้องการข้าวสาร 490,49 ตัน ผลิตได้ 3,249 ตัน ทั้งนี้ได้มีแนวทางพัฒนาส่งเสริมให้เกษตรกรทำนาและเพิ่มผลผลิตข้าวโดยการจัดการเรื่ององค์ความรู้ด้านการผลิตข้าวแก่เกษตรกรให้สามารถเพิ่มผลผลิตข้าวต่อไร่ให้สูงขึ้น ตามศักยภาพของพันธุ์ข้าว และส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ตามหลักวิชาการมีการปฏิบัติเพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และส่งเสริมสนับสนุนให้ท้องถิ่นที่มีพื้นที่การทำนาและเกษตรกรมีความต้องการประกอบอาชีพการทำนามีบทบาท ในการส่งเสริมช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มดังกล่าว
สำหรับพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรนิยมใช้ปลูกส่วนใหญ่ เป็นพันธุ์เล็บนกปัตตานี ซึ่งการปลูกการปฏิบัติดูแลรักษา และรสชาติการบริโภคเป็นที่พอใจ ตรงตามความต้องการของเกษตรกรพันธุ์ข้าวอื่น ๆ ที่ใช้ปลูก มีบ้างเป็นพันธุ์พื้นเมือง เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ปลูกส่วนใหญ่เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง เกษตรกรจะเก็บเมล็ดพันธุ์จากแปลงปลูกแบ่งส่วนหนึ่งไว้เป็นเมล็ดพันธุ์เกษตรกรบางรายจะเก็บเกี่ยวข้าวในส่วนที่จะเก็บไว้ทำเมล็ดพันธุ์ด้วยแกระ แล้วนำไปแขวนไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ส่วนความต้องการบริโภคข้าวจังหวัดตรัง จังหวัดตรังมีประชากรกว่า 630,000 คน ปรากฏว่าผลผลิตข้าวที่ผลิตได้มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการบริโภค เมื่อคำนวณจากความต้องการในการบริโภคและผลผลิตแล้วจังหวัดตรัง ผลิตข้าวได้ไม่ถึง 10% ความต้องการข้าวสาร 490,49 ตัน ผลิตได้ 3,249 ตัน ทั้งนี้ได้มีแนวทางพัฒนาส่งเสริมให้เกษตรกรทำนาและเพิ่มผลผลิตข้าวโดยการจัดการเรื่ององค์ความรู้ด้านการผลิตข้าวแก่เกษตรกรให้สามารถเพิ่มผลผลิตข้าวต่อไร่ให้สูงขึ้น ตามศักยภาพของพันธุ์ข้าว และส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ตามหลักวิชาการมีการปฏิบัติเพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และส่งเสริมสนับสนุนให้ท้องถิ่นที่มีพื้นที่การทำนาและเกษตรกรมีความต้องการประกอบอาชีพการทำนามีบทบาท ในการส่งเสริมช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มดังกล่าว
สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตรัง ประกาศขีดชื่อ ห้างหุ้นส่วนบริษัท ออกจากทะเบียน จำนวน 19 รายการ
ด้วยนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดตรัง จะดำเนินการขีดชื่อ ห้างหุ้นส่วนบริษัท ออกจากทะเบียน จำนวน 19 รายการ เนื่องจากห้างหุ้นส่วนบริษัท ได้จดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่ อันเป็นมูลเหตุที่ทำให้นายทะเบียนเชื่อว่า ห้างหุ้นส่วนบริษัท ไม่มีตัวผู้ชำระบัญชีทำการอยู่ ตามมาตรา 1273/3 แห่งประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์
ดังนั้น หากท่านประสงค์ขอระงับการขีดชื่อ ห้างหุ้นส่วนบริษัทใดออกจากทะเบียน ให้ทำหนังสือแจ้งการขอระงับไปยัง สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตรัง ภายใน 30 วัน เมื่อพ้นกำหนดแล้ว นายทะเบียนจะดำเนินการขีดชื่อ ห้างหุ้นส่วนบริษัท ออกจากทะเบียนตามความในมาตรา 1273/3 แห่งประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์
รายชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัทที่จะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน
ตามประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดตรัง
ที่ (ถ) 1/2557 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2557
1. บริษัท ส่งเสริมเกษตรกรรมตรัง จำกัดง
2. บริษัท อารีย์บ้านและที่ดิน จำกัด
3. บริษัท สิเกา การ์เด้นท์ จำกัด
4. บริษัท เอคโค ฟาร์มเพาะเลี้ยง จำกัด
5. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพชรชนะกิจเจริญ
6. ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรชัยการยาง
7. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรังทรัพย์สินการโยธา
8. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดอะวินเนอร์ อลูมิเนียม
9. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฌ.กรุ๊ปทัวร์
10. ห้างหุ้นส่วนจำกัด โมบายโคโคนัท
11. ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาริสา อพาร์ทเมนท์
12. ห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรกิจการสุรา
13. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกาะสุกร สวอลโล่ รีสอร์ท
14. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทย-มาดอน อควาคัลเจอร์ โฟร์ดิว
15. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิมศรี ก่อสร้าง
16. ห้างหุ้นส่วนจำกัด จตุคามก่อสร้าง 2550
17. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยางมั่นคง
18. ห้างหุ้นส่วนจำกัด นิภาพรรณ ทอย
19. ห้างหุ้นส่วนจำกัด มหาธนทรัพย์
ดังนั้น หากท่านประสงค์ขอระงับการขีดชื่อ ห้างหุ้นส่วนบริษัทใดออกจากทะเบียน ให้ทำหนังสือแจ้งการขอระงับไปยัง สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตรัง ภายใน 30 วัน เมื่อพ้นกำหนดแล้ว นายทะเบียนจะดำเนินการขีดชื่อ ห้างหุ้นส่วนบริษัท ออกจากทะเบียนตามความในมาตรา 1273/3 แห่งประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์
รายชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัทที่จะถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน
ตามประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดตรัง
ที่ (ถ) 1/2557 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2557
1. บริษัท ส่งเสริมเกษตรกรรมตรัง จำกัดง
2. บริษัท อารีย์บ้านและที่ดิน จำกัด
3. บริษัท สิเกา การ์เด้นท์ จำกัด
4. บริษัท เอคโค ฟาร์มเพาะเลี้ยง จำกัด
5. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพชรชนะกิจเจริญ
6. ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรชัยการยาง
7. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรังทรัพย์สินการโยธา
8. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดอะวินเนอร์ อลูมิเนียม
9. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฌ.กรุ๊ปทัวร์
10. ห้างหุ้นส่วนจำกัด โมบายโคโคนัท
11. ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาริสา อพาร์ทเมนท์
12. ห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรกิจการสุรา
13. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกาะสุกร สวอลโล่ รีสอร์ท
14. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทย-มาดอน อควาคัลเจอร์ โฟร์ดิว
15. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิมศรี ก่อสร้าง
16. ห้างหุ้นส่วนจำกัด จตุคามก่อสร้าง 2550
17. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยางมั่นคง
18. ห้างหุ้นส่วนจำกัด นิภาพรรณ ทอย
19. ห้างหุ้นส่วนจำกัด มหาธนทรัพย์
องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการเลือกสรรเป็นพนักงานจ้างตามภารกิจ จำนวน 7 ตำแหน่ง 11 อัตรา พร้อมทั้งกำหนดวัน เวลา สถานที่เลือกสรร
ตามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ได้ประกาศรับสมัครเลือกสรรบุคคลเพื่อเป็นพนักงานจ้างตามภารกิจ จำนวน 7 ตำแหน่ง 11 อัตรา โดยรับสมัครระหว่างวันที่ 17-25 มีนาคม 2557 ไปแล้วนั้น
บัดนี้ครบกำหนดเวลาการรับสมัคร จึงขอประกาศให้ผู้มีสิทธิเข้ารับการเลือกสรรเป็นพนักงานจ้าง รวมทั้งเวลาและสถานที่ โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่บอร์ดหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง บอร์ดหน้าสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิมเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 075-218262 ต่อ 250 และเว็บไซต์ http://www.trangpao.go.th
บัดนี้ครบกำหนดเวลาการรับสมัคร จึงขอประกาศให้ผู้มีสิทธิเข้ารับการเลือกสรรเป็นพนักงานจ้าง รวมทั้งเวลาและสถานที่ โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่บอร์ดหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง บอร์ดหน้าสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิมเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 075-218262 ต่อ 250 และเว็บไซต์ http://www.trangpao.go.th
มหาวิทยาลัยทักษิณ ขอเชิญร่วมงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2557
นายธีรพงศ์ เพชรรัตน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง ได้รับการประสานจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย ชำนิ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมติเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2557 ซึ่งในงานดังกล่าวจะเน้นการถ่ายทอดความรู้ เผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการ และผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมด้านเกษตรที่เหมาะสมต่อการส่งเสริมการทำเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเสริมสร้างศักยภาพการผลิต และให้ความรู้ความเข้าใจแก่ภาคเกษตรที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ที่จะมาถึงนี้
ซึ่งงานกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2557 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ภายในงานจะพบกับกิจกรรมต่าง ๆ มากมายอาทิเช่น กิจกรรมบริการวิชาการ นิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรภาครัฐและเอกชน การประกวดแข่งขัน และกิจกรรมสาธิตต่าง ๆ การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ สัมมนาและฝึกอบรม สินค้าโอทอป สินค้าทางการเกษตร ร้านค้าต่าง ๆ มากมาย กิจกรรมดนตรีลูกทุ่ง การแสดงหนังตะลุง และการแสดงอื่น ๆ จึงขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว
ผู้สนใจสอบถามรายละเอี่ยดเพิ่มเติมได้ที่ คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง 222 ม.2 ต.บ้านพร้าว อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง 93110 โทร. 074-693-996, 074-609-605 http://www2.tsu.ac.th/tcd/
www.facebook.com/TheNationalAgriculturalFair2014
ซึ่งงานกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2557 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ภายในงานจะพบกับกิจกรรมต่าง ๆ มากมายอาทิเช่น กิจกรรมบริการวิชาการ นิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรภาครัฐและเอกชน การประกวดแข่งขัน และกิจกรรมสาธิตต่าง ๆ การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ สัมมนาและฝึกอบรม สินค้าโอทอป สินค้าทางการเกษตร ร้านค้าต่าง ๆ มากมาย กิจกรรมดนตรีลูกทุ่ง การแสดงหนังตะลุง และการแสดงอื่น ๆ จึงขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว
ผู้สนใจสอบถามรายละเอี่ยดเพิ่มเติมได้ที่ คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง 222 ม.2 ต.บ้านพร้าว อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง 93110 โทร. 074-693-996, 074-609-605 http://www2.tsu.ac.th/tcd/
www.facebook.com/TheNationalAgriculturalFair2014
สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดการประกวดวีดีโอคลิป "ความรักชาติ ความเป็นชาติไทย"
สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดการประกวดวีดีโอคลิป "ความรักชาติ ความเป็นชาติไทย" เพื่อเป็๋นการประชาสัมพันธ์อนุสรณ์สถานแห่งชาติ โดยเปิดรับการประกวดฯ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2557
คุณสมบัติของผู้ส่งวีดีโอคลิปฯ เข้าประกวด
- ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาฃน หรือบุคคลทั่วไป ยกเว้นข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ หรือครอบครัว สังกัดสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
ผู้ส่งเข้าประกวดฯ สามารถส่งประกวดฯ ได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือประกวดแบบทีม ถ้าเป็นแบบทีมจะต้องมีชื่อทีมและสมาชิกภายในทีม โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ
1. ระดับนักเรียน
2. ระดับอุดมศึกษาและบุคคลทั่วไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-533-8467 เว็บไซต์ http://ndsi.rtarf.mi.th
คุณสมบัติของผู้ส่งวีดีโอคลิปฯ เข้าประกวด
- ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาฃน หรือบุคคลทั่วไป ยกเว้นข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ หรือครอบครัว สังกัดสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
ผู้ส่งเข้าประกวดฯ สามารถส่งประกวดฯ ได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือประกวดแบบทีม ถ้าเป็นแบบทีมจะต้องมีชื่อทีมและสมาชิกภายในทีม โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ
1. ระดับนักเรียน
2. ระดับอุดมศึกษาและบุคคลทั่วไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-533-8467 เว็บไซต์ http://ndsi.rtarf.mi.th
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญผู้สนในเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 10 "ประชากรและสังคม 2557"
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญผู้สนในเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 10 "ประชากรและสังคม 2557" เรื่อง การเกิดกับความมั่นคงในประชากรและสังคม (Birth and Security in Population and Society"ในวันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2557 ณ ห้องราชเทวีแกรนด์ ชั้น 3 โรงแรมเอเซีย ราชเทวี กรุงเทพมหานคร โทร. 02-217-0808 โดยมีบทความที่น่าสนใจ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดประชากร
2. นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดในประเทศไทยและต่างประเทศ
3. ครอบครัวการตั้งครรภ์และทัศนคติเกี่ยวกับการแต่งงานและการมีบุตร
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครลงทะเบียนได้ทางอินเตอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ http://www.ipsr.mahidol.ac.th ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันประชุม
1. สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดประชากร
2. นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดในประเทศไทยและต่างประเทศ
3. ครอบครัวการตั้งครรภ์และทัศนคติเกี่ยวกับการแต่งงานและการมีบุตร
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสมัครลงทะเบียนได้ทางอินเตอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ http://www.ipsr.mahidol.ac.th ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันประชุม
เปิดแล้วงาน “มหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557”
จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดยิ่งใหญ่งาน “มหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557” 6-12 พฤษภาคม 2557 ณ ลานกิจกรรมราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
วันที่ (6 พฤษภาคม 2557) เวลา 20.00 น ที่บริเวณลานกิจกรรมราชพฤกษ์ไนท์บาซาซ์ นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557” โดยชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับ คณะกรรมการอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ความโดดเด่นด้านอาหาร การท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะด้านการประกอบอาหารและการรับประทานอาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้เกิดความประทับใจ ซึ่งภายในงานมีผู้ประกอบการร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดนำอาหารเด็ดของแต่ละร้านออกบู๊ธให้เลือกซื้อและลิ้มรสชาติกว่า 50 ร้าน นอกจากนี้ยังจัดให้มีกิจกรรมที่หลากหลายอีกมากมาย ทั้ง การประกวดวงดนตรีเยาวชน การประกวดลูกทุ่งพร้อมแด๊นซ์เซอร์ การประกวดการทำอาหาร “นครหรอยดี” ประกวดอาหารเมนูชูสุขภาพไร้พุง ประกวดซุ้มอาหาร นิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยว จำหน่ายผลิตภัณฑ์นครศรี ดีเด่น โดน การแสดงดนตรีของศิลปินค่ายต่าง ๆ การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และมอเตอร์โชว์ การแสดงผลงานทางวิชาการ ผลิตภัณฑ์ชุมชน สาธิตอาชีพภูมิปัญญาต่าง ๆ โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2557
สำหรับ งานเทศกาลมหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ได้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญอีกกิจกรรมหนึ่งในในปฏิทินส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย เป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำที่สำคัญของภาคใต้ และมีวัฒนธรรมทางด้านอาหารการกินที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ มีขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองมากมาย โดยภายในงานนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อและลิ้มลองรสชาติอาหารปักษ์ใต้. และอาหารทะเลสด ๆ
วันที่ (6 พฤษภาคม 2557) เวลา 20.00 น ที่บริเวณลานกิจกรรมราชพฤกษ์ไนท์บาซาซ์ นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557” โดยชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับ คณะกรรมการอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ความโดดเด่นด้านอาหาร การท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะด้านการประกอบอาหารและการรับประทานอาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้เกิดความประทับใจ ซึ่งภายในงานมีผู้ประกอบการร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดนำอาหารเด็ดของแต่ละร้านออกบู๊ธให้เลือกซื้อและลิ้มรสชาติกว่า 50 ร้าน นอกจากนี้ยังจัดให้มีกิจกรรมที่หลากหลายอีกมากมาย ทั้ง การประกวดวงดนตรีเยาวชน การประกวดลูกทุ่งพร้อมแด๊นซ์เซอร์ การประกวดการทำอาหาร “นครหรอยดี” ประกวดอาหารเมนูชูสุขภาพไร้พุง ประกวดซุ้มอาหาร นิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยว จำหน่ายผลิตภัณฑ์นครศรี ดีเด่น โดน การแสดงดนตรีของศิลปินค่ายต่าง ๆ การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และมอเตอร์โชว์ การแสดงผลงานทางวิชาการ ผลิตภัณฑ์ชุมชน สาธิตอาชีพภูมิปัญญาต่าง ๆ โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2557
สำหรับ งานเทศกาลมหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ได้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญอีกกิจกรรมหนึ่งในในปฏิทินส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย เป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำที่สำคัญของภาคใต้ และมีวัฒนธรรมทางด้านอาหารการกินที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ มีขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองมากมาย โดยภายในงานนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อและลิ้มลองรสชาติอาหารปักษ์ใต้. และอาหารทะเลสด ๆ
พรรณี กลสามัญ/ภาพ-ข่าว
กรอ.นครฯชงตั้งสถานี บขส. แห่งที่ 2
กรอ.นครฯชงตั้งสถานี บขส. แห่งที่ 2 ขณะที่รถแท็กซี่ร้อง ถูกแอบอ้างฉกผู้โดยสาร
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือ กรอ.จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เห็นชอบให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อหาที่ดินที่เหมาะสมในการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือ บขส.แห่งที่ 2 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ลดความแออัดการจราจรในเขตเมือง สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่เหมาะสมอยู่ในเขตอำเภอพระพรหม เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชมากเกินไป อีกทั้งเป็นเส้นทางที่มีรถหนาแน่น ดังนั้นเอกชนรายใดที่สนใจจะร่วมลงทุนสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทานรถแท็กซี่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าขณะนี้ได้มีบุคคลบางคนได้ไปดัดแปลงรถเก๋งให้มีลักษณะคล้ายกับรถแท็กซี่ พร้อมติดตั้งวิทยุสื่อสาร เมื่อมีคนโทรเข้าไปยังศูนย์วิทยุของบริษัทรถแท็กซี่ หรือ คอลเซ็นเตอร์ เพื่อเรียกรถแท็กซี่ให้ไปรับตามจุดนัดหมาย แต่เมื่อศูนย์ฯ ว.เรียกให้รถแท็กซี่ที่อยู่ใกล้เคียงไปรับผู้โดยสาร ปรากฏว่าเมื่อไปถึงไม่เจอผู้โดยสารแล้ว แต่ถูกแท็กซี่ผิดกฎหมายที่ดักฟังทางวิทยุสื่อสาร ได้แอบอ้างไปรับผู้โดยสารก่อนแล้ว ซึ่งได้มอบหมายให้ขนส่งจังหวัดไปแก้ไขปัญหา ดำเนินการตามกฎหมาย และขอให้ผู้ฝ่าฝืนอย่าได้ประพฤติขอให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าวด้วย
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือ กรอ.จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เห็นชอบให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อหาที่ดินที่เหมาะสมในการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือ บขส.แห่งที่ 2 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ลดความแออัดการจราจรในเขตเมือง สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่เหมาะสมอยู่ในเขตอำเภอพระพรหม เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชมากเกินไป อีกทั้งเป็นเส้นทางที่มีรถหนาแน่น ดังนั้นเอกชนรายใดที่สนใจจะร่วมลงทุนสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการที่ได้รับสัมปทานรถแท็กซี่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าขณะนี้ได้มีบุคคลบางคนได้ไปดัดแปลงรถเก๋งให้มีลักษณะคล้ายกับรถแท็กซี่ พร้อมติดตั้งวิทยุสื่อสาร เมื่อมีคนโทรเข้าไปยังศูนย์วิทยุของบริษัทรถแท็กซี่ หรือ คอลเซ็นเตอร์ เพื่อเรียกรถแท็กซี่ให้ไปรับตามจุดนัดหมาย แต่เมื่อศูนย์ฯ ว.เรียกให้รถแท็กซี่ที่อยู่ใกล้เคียงไปรับผู้โดยสาร ปรากฏว่าเมื่อไปถึงไม่เจอผู้โดยสารแล้ว แต่ถูกแท็กซี่ผิดกฎหมายที่ดักฟังทางวิทยุสื่อสาร ได้แอบอ้างไปรับผู้โดยสารก่อนแล้ว ซึ่งได้มอบหมายให้ขนส่งจังหวัดไปแก้ไขปัญหา ดำเนินการตามกฎหมาย และขอให้ผู้ฝ่าฝืนอย่าได้ประพฤติขอให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าวด้วย
ขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช แนะเปลี่ยนใบขับขี่เป็นแบบสมาร์ทการ์ด
ขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช แนะเปลี่ยนใบขับขี่เป็นแบบสมาร์ทการ์ด สามารถใช้ได้ทุกประเทศในอาเซียน
นายฉัตรชัย ไชยทา ขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งทำให้การเดินทางท่องเที่ยว ระหว่างประเทศมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการขับรถยนต์จากประเทศไทย ไปยังประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ซึ่งสามารถใช้ใบขับขี่ของประเทศไทยที่เป็นแบบสมาร์ทการ์ด ขับรถยนต์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ทุกประเทศ
ดังนั้นสำนักงานขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงขอให้ผู้มีมีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแบบเก่า สามารถไปเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลแบบสมาร์ทการ์ดได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด นครศรีธรรมราช โดยแนบหลักฐานใบอนุญาตฉบับเดิม สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน และหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สุกล เป็นต้น พร้อมค่าธรรมและค่าบัตรฉบับละ 155 บาท ส่วนการเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแบบสมาร์ทการ์ดเป็น 5 ปี จ่ายค่าธรรมเนียมและค่าบัตร 655 บาท สำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแบบตลอดชีพ เมื่อเปลี่ยนเป็นแบบสมาร์ทการ์ด จะยังคงเป็นแบบตลอดชีพเช่นเดิม
ขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ข้อดีของใบอนุญาตขับรถแบบสมาร์ทการ์ด คือ มีความสวยงาม ทันสมัย ถ่ายภาพของผู้ขอลงในบัตร เป็นบัตรพลาสติกคงทนถาวร มีระบบป้องกันการปลอมแปลง มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในบัตรเดียวกัน มีแถบแม่เหล็กเก็บข้อมูล เป็นต้น และที่สำคัญเป็นสากลสามารถนำไปใช้ได้ในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศหรือประเทศที่มีอนุสัญญาต่อกันได้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช
นายฉัตรชัย ไชยทา ขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งทำให้การเดินทางท่องเที่ยว ระหว่างประเทศมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการขับรถยนต์จากประเทศไทย ไปยังประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ซึ่งสามารถใช้ใบขับขี่ของประเทศไทยที่เป็นแบบสมาร์ทการ์ด ขับรถยนต์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ทุกประเทศ
ดังนั้นสำนักงานขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงขอให้ผู้มีมีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแบบเก่า สามารถไปเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลแบบสมาร์ทการ์ดได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด นครศรีธรรมราช โดยแนบหลักฐานใบอนุญาตฉบับเดิม สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน และหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สุกล เป็นต้น พร้อมค่าธรรมและค่าบัตรฉบับละ 155 บาท ส่วนการเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแบบสมาร์ทการ์ดเป็น 5 ปี จ่ายค่าธรรมเนียมและค่าบัตร 655 บาท สำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแบบตลอดชีพ เมื่อเปลี่ยนเป็นแบบสมาร์ทการ์ด จะยังคงเป็นแบบตลอดชีพเช่นเดิม
ขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ข้อดีของใบอนุญาตขับรถแบบสมาร์ทการ์ด คือ มีความสวยงาม ทันสมัย ถ่ายภาพของผู้ขอลงในบัตร เป็นบัตรพลาสติกคงทนถาวร มีระบบป้องกันการปลอมแปลง มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในบัตรเดียวกัน มีแถบแม่เหล็กเก็บข้อมูล เป็นต้น และที่สำคัญเป็นสากลสามารถนำไปใช้ได้ในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศหรือประเทศที่มีอนุสัญญาต่อกันได้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครศรีธรรมราช
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















