วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ผู้ว่าฯภูเก็ต ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามแนวทาง และนโยบายของ คสช.

ภูเก็ตประชุมหัวหน้าส่วนราชเน้นการปฏิบัติตามนโยบายของ คสช.พร้อมทั้งเร่งสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. 57 ที่ ห้องประชุม 1 อาคารศูนย์ประชุมกลุ่มจังหวัดฯ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 3/2557 โดยมี นางสาว สมหมาย ปรีชาศิลป์ นาย สมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ นาย จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม

สำหรับวาระก่อนการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มีการมอบรางวัล การประกวดชุมชน ท้องถิ่นสะอาด ปราศจากลูกน้ำยุงลาย ระดับจังหวัดภูเก็ต จำนวน 5 ราย การมอบโล่การประกวดคณะกรรมการหมู่บ้านดีเด่น ประจำปี 2556 จำนวน 2 ราย และมอบประกาศนียบัตร รางวัลชั้นที่ 1 ของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 3 ราย และรับมอบเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดภูเก็ตจากประธานมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตเพื่อนำไปใช้ในราชการต่อไป ทั้งนี้วาระการประชุมที่สำคัญ ได้แก่ การแต่งตั้งโยกย้ายหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานมาดำรงตำแหน่งใหม่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต คือ นาง อารี เตชะวันโต ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ขอความร่วมมือให้ทุกส่วนราชการให้มีการปฏิบัติตามแนวทาง และนโยบายของ คสช. โดยเฉพาะในเรื่องของการปรองดอง สามัคคี สมานฉันท์ ซึ่งได้ใช้ศาสนาเป็นตัวเชื่อมโยงสานสัมพันธ์ในโครงการหมู่บ้านศีล 5 ในดำริสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช รวมทั้งการปราบปราม ยับยั้ง การบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ การจัดการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ การจัดระเบียบชายหาดโดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามข้อกฎหมายของพ.ร.บ.การควบคุมอาคารในการรื้อถอน การบริหารจัดการรถยนต์สาธารณะ(TAXI) การแก้ไขปัญหาการร้องทุกข์ของประชาชนในพื้นที่ สลายความขัดแย้งของปัญหาต่างๆ ทั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่มีการปฏิบัติงานอย่างสุจริต โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อเป็นการคืนความสุขแก่ประชาชน ตลอดจนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสอดส่องดูแล และแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้หมดไป เพื่อความสงบสันติ และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขของประชาชนต่อไป 

การจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ตามแนวทางของ คสช. พร้อมเริ่มดำเนินการจดทะเบียน ตั้งแต่ 7 กรกฎาคม

จังหวัดภูเก็ต จัดประชุมการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ตามแนวทางของ คสช. พร้อมเริ่มดำเนินการจดทะเบียน ตั้งแต่ 7 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป

วันนี้ (30 มิ.ย. 57) ที่ห้องประชุมชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดภูเก็ต ทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร และตำรวจ เพื่อเตรียมการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวการค้ามนุษย์ ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 67,68,70 และคำสั่ง ที่ 73 และ 74 ของ คสช. อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งมอบหมายภารกิจงานตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานตามประกาศและคำสั่ง คสช.

ทั้งนี้สืบเนื่องจากประกาศและคำสั่งดังกล่าว จังหวัดภูเก็ตได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์จังหวัดภูเก็ต ขึ้นเพื่อเป็นการขับเคลื่อนคำสั่งดังกล่าวให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยแบ่งภารกิจเป็น 3 ภารกิจ ประกอบด้วย ภารกิจที่ 1 การสำรวจเรือประมงและแรงงานต่างด้าวในเรือประมง ทั้งที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องและไม่ถูกต้อง เพื่อจัดระเบียบแรงงานประมง มอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต และสมาคมชาวประมงภูเก็ต เป็นผู้รับผิดชอบภารกิจที่ 2 เปิดการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่ แบบ One Stop Service มอบหมายให้สำนักงานปกครองจังหวัดภูเก็ต โดยสำนักทะเบียนอำเภอและท้องถิ่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ซึ่งจะมีการจัดทำทะเบียน ประวัติและออกบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ และการออกใบอนุญาตการทำงานแก่แรงงานต่างด้าวโดยทางจังหวัดภูเก็ตพร้อมเปิดให้บริการ จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวใหม่ แบบ One Stop Service ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป โดยใช้ที่ว่าการอำเภอทั้ง 3 อำเภอในจังหวัดภูเก็ต เป็นศูนย์ปฏิบัติการ

ส่วนภารกิจที่ 3 การจัดโซนนิ่งให้แรงงานต่างด้าวให้อยู่เป็นสัดส่วน และควบคุมดูแลการเข้าออก มอบหมายให้ กองอำนายการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต สำนักงานป้องกันจังหวัดภูเก็ต เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลต่าง ๆ เป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้ ยังต้องดูแลเรื่องสุขลักษณะอนามัยการป้องกันการแพร่ของโรคระบาดในแรงงานต่างด้าว ทั้งในสถานที่ทำงานและสถานที่พักอาศัย รวมทั้งในเรือประมงด้วย ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต รวมถึงเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลต่างเป็นผู้ดำเนินการ

สำหรับจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าว ซึ่งได้ลงทะเบียนแล้ว ประกอบด้วย พม่า จำนวน 116,000 คน หรือ ร้อยละ 98 กัมพูชา 890 คน หรือ ร้อยละ 1 และ ลาว 721 คน หรือ ร้อยละ 1 นอกจากนี้ ในส่วนของเรือประมงในจังหวัดภูเก็ตนั้น ซึ่งมีการสำรวจไปก่อนหน้านี้ มีจำนวนทั้งหมด 791 ลำ เข้าข่ายมีแรงงานต่างด้าว จำนวน 378 ลำ

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว เป็น มาตรการเร่งด่วน ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวระยะที่ 1

ภูเก็ตยูไนเต็ดไล่ถล่มอุทัยธานีฟุตซอลคัพขาดลอย 11- 0

ภูเก็ตยูไนเต็ดไล่ถล่มอุทัยธานีฟุตซอลคัพขาดลอย 11-0 การแข่งขันฟุตซอลพรีเมียร์ลีก 2014 เลกที่สอง ที่สนามโรงยิมเนเซี่ยม 4,000 ที่นั่งสะพานหิน ทีมสโมสรภูเก็ตยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 3 ของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมอุทัยธานีฟุตซอลคลับทีมท้ายตาราง

เปิดเกมในครึ่งเวลาแรกเป็นภูเก็ตยูไนเต็ดเจ้าบ้านที่ครองเกมได้เหลือกว่าและสามารถยิงประตูขึ้นนำทีมมาเยือน 6 ประตูต่อ 0 เกมในครึ่งเวลาหลังยังเป็นทีมเจ้าบ้านที่ครองเกมได้เหนือกว่าและสามารถทำประตูเพิ่มอีก 5 ประตู ขึ้นนำทีมมาเยือนอุทัยธานี 11 ประตูต่อ 0 ช่วงท้ายเกมอุทัยธานีพยายามแก้เกมเพื่อทางประตูคืนแต่ไม่ผ่านแนวรับทีมภูเก็ตยูไนเต็ดจบเกมการแข่งขันทีมเจ้าบ้านเอาชนะคู่แข่งไปอย่างขาดลอย 11 ประตูต่อ 0 รั้งอันดับที่ 3 ของตาราง 

ฟุตบอล 7 คน ศภว.คัพครั้งที่ 5 มศ.รุ่นสุดท้ายเฉือนชัยชัยพฤษ์ คว้าแชมป์ ล้างตาสำเร็จ

 เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 27 มิ.ย.57ที่สนามทีเอ็กซ์ ปาร์ค ซอคเกอร์ สเตเดียม ตำบลรัษฏาอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต มีการจัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ศภว.คัพ ครั้งที่ 5 ตั้งแต่วันที่15-27 มิถุยายน 2557 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ความรัก ความสามัคคีของศิษย์เก่า ศภว.ทุกรุ่น โดยมีทีมเข้าร่วมจำนวน 41 ทีม ตั้งแต่วันที่15-27 มิถุนายน 2557

สำหรับคู่ชิงชนะเลิศในประเภทรุ่นจิ๋ว ระหว่างทีม p.w. 99 กับทีมศภว.104 ผลปรากฏว่าทีม p.w. 99 ชนะ ทีมศภว.104 อย่างสนุก 2-1 ประตู รุ่นเล็ก ระหว่างทีมปะการัง 29 กับทีมอันดา-ฟ้าขาว ผลปรากฏว่าทีมปะการัง 29 ชนะทีมอันดา-ฟ้าขาว ด้วยจุดโทษ สุดมัน 7-6 ประตู รุ่นกลางทีมลมหวล 27 กับทีมเขารัง 28 ผลปรากฏว่าทีมลมหวล 27 ชนะทีมเขารัง 28 อย่างเฉียดฉิว 2-1 ประตู และรุ่นใหญ่ทีมมศ.รุ่นสุดท้าย กับทีมชัยพฤกษ์ ศภว.22,24 ผลปรากฏว่าทีมมศ.รุ่นสุดท้ายเฉือนชนะทีมทีมชัยพฤกษ์ ศภว.22,24 ได้อย่างสนุก 3-2 ประตู

อย่างไรก็ตามในช่วงค่ำวันเดียวกันมี นายณ ชัย เขมนิพัทธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย นายเรวัต อารีรอบ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดภูเก็ต นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายก่อเกียรติ จิตต์เกื้อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว มาร่วมเป็นเกียรติมอบถ้วยรางวัลให้กับทีมชนะเลิศทั้งรุ่นจิ๋ว รุ่นเล็ก รุ่นกลางและรุ่นใหญ่ อีกทั้งยังมีรางวัลดาวซัลโว และรางวัลอื่นๆ นอกจากนี้ยังศิษย์เก่าภูเก็ตวิทยาลัย จำนวนมากชมร่วมคอนเสิร์ตอย่างสนุกสนานในวันปิดการแข่งขันฯ และในการจัดการแข่งขันฟุตบอลศภว.คัพครั้งที่ 6 รุ่นเขารังเป็นเจ้าภาพ

เกิดอุบัติเหตุ รถเก๋งชนเสาไฟฟ้า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย

เกิดอุบัติเหตุ รถเก๋งชนเสาไฟฟ้า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย

เวลา 04.45 น.วันนี้ (1 ก.ค.57)เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนเสาไฟฟ้า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คนและได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายโกญจนาท ตติยวิวัฒน์ อายุ 23ปี คนขับรถ นายอภิวัฒน์ เมฆพะโยม อายุ 20 ปี เสียชีวิตคาที่ติดกับซากรถ และนายอลงกรณ์ หิมวังทอง อายุ 22 ปี ส่วนผู้ได้รับเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายณัฐวุฒิ รอดอยู่ อายุ 23 ปี และ นายทรงพล เมฆพะโยง อายุ 17 ปี หลังจากได้รับแจ้ง ร.ต.ท.นรินทร์ รอดชู พนักงานสอบสวน ร้อยเวร สภ.เมือง จ.ชุมพร พร้อม เจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถนนสายแยกปฐมพร-เมืองชุมพร ช่องทาง ออกจากเมืองชุมพร บริเวณ เยื้องห้างสรรพสินค้าแม็คโคร หมู่ที่ 5 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร พบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กก 3428 ชุมพร พลิกคว่ำหงายท้อง อยู่ริมถนน สภาพพังยับเยิน ตรวจสอบ บนถนนมีรอยล้อรถสีดำเป็นทางยาว บริเวณเสาไฟฟ้าแรงสูง และท่อปลูกต้นไม้ริมถนน ซึ่งห่างจากตัวรถ ประมาณ 10 เมตร มีรอยชนอย่างรุนแรง

จากการสอบสวนทราบว่า นายโกญจนาท ตติยวิวัฒน์ อายุ 23ปี คนขับรถ พร้อมเพื่อนอีก 4 คน เดินทางจากในตัวเมือง จ.ชุมพร ขับรถมุ่งหน้า ไปแยกปฐมพร ถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลัก พุ่งชนเสาไฟฟ้าอย่างรุนแรง ก่อนพลิกคว่ำหลายตลบ จนเพื่อนที่นั่งในเก๋งกระเด็นออกจากตัวรถ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ประเมินสถานการณ์ให้ประชาชนได้ใช้ช่วงรอมดอนปฏิบัติศาสนกิจด้วยความสะดวก และมีความสุข จะประกาศเคอร์คิวเมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

พลโทวลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ขณะนี้ชาวมุสลิมได้เข้าสู่เดือนรอมฎอน เดือนแห่งความประเสริฐสุด อยากให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตตามปกติ แม้ว่า คสช.จะให้อำนาจในการประเทศเคอร์ฟิวในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ก็ตาม ดังนั้น ขณะนี้ได้มีการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

พลโทวลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว  เดือนรอมะฏอนนี้ เป็นเดือนที่ ชาวมุสลิม จะถือศีลอด คือไม่รับประทานและดื่มตลอดช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นถึงดวงอาทิตย์ตก งดเว้นอบายมุขทุกชนิด และร่วมกันทำความดี ซึ่งเป็นไปตามหลักคำสอน ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน จึงอยากให้ทุกคนได้ปฏิบัติศาสนิกด้วยความสะดวก และมีความสุข

ประธาน สภาอุตสาหกรรมระนอง. ย้ำไม่เห็นด้วยกับแรงงานผิดกฏหมายทุกรูปแบบ. และสนับสนุนศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ

ประธาน สภาอุตสาหกรรมระนอง. ย้ำไม่เห็นด้วยกับแรงงานผิดกฏหมายทุกรูปแบบ. และสนับสนุนศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (one stop service) จะช่วยแก้ปัญหาได้.

นายเมธ์ทัศน์. รังสิยานันต์. ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนองกล่าวจากการที่สหรัฐอเมริกา. มีการจัดอันดับการค้ามนุษย์ในประเทศไทย. ให้อยู่ในอันดับเทียร์ 3 นั้น ทำให้มีการกีดกันทางการค้า. โดยขณะนี้ทางจังหวัดระนอง. ถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบทางตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น. แต่ก็มีผลกระทบทางอ้อมสำหรับผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการราย ใหญ่เพื่อที่จะส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาบ้างเล็กน้อย. แต่เป็นกังวลในเรื่องของภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมประมงและทางการ เกษตรบางอย่างซึ่งอาจทำให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง. ยังได้ย้ำจุดยืนว่า. ทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนองไม่เห็นด้วยกับแรงงานผิดกฏหมายทุกรูปแบบรวมถึง การค้ามนุษย์. โดยจังหวัดระนองถือว่าเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมาร์. มีการทำการค้าผ่านแดน. จึงต้องมีการทำความเข้าใจกับผู้ค้าต่างประเทศโดยในขณะนี้ทางสภาอุตสาหกรรม

จังหวัดระนองได้มีการชี้แจงไปยังผู้ค้าต่างประเทศให้เข้าใจถึงกระบวนการใน การบริหาร จัดการแรงงานต่างด้าว. และสถานการณ์การค้ามนุษย์ของจังหวัดระนองและประเทศไทย.             

นอกจากนี้ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง. เห็นด้วยกับการตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (one stop service). ซึ่งสามารถที่จะช่วยในการลดเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการและแรงงาน ต่างด้าว. ที่จะทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฏหมายต่อไป

โครงการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ “คืนความสุขให้คนในชาติ”

จังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี กอ.รมน.สุราษฎร์ธานีและ สวท.สุราษฎร์ธานี กำหนดจัดโครงการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ "คืนความสุขให้คนในชาติ”

นายสิรยศ อาจหาญ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผย ด้วยนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ต้องการคืนความสุขให้คนในชาติ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 กรมประชาสัมพันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี กอ.รมน.สุราษฎร์ธานีและจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดทำโครงการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ "คืนความสุขให้คนในชาติ” ด้วยการจัดแข่งขันกีฬาฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีของทุกภาคส่วน และจัดคอนเสิร์ตคืนความสุขให้คนในชาติ จากศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติตามแนวพระราชดำริฯเศรษฐกิจพอเพียง จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพให้แก่ประชาชนด้วย เพื่อให้มีความสุขอย่างยั่งยืนและก่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ขึ้น

ทั้งนี้ได้กำหนดจัดกิจกรรม โครงการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ "คืนความสุขให้คนในชาติ”ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2557นี้ ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเวลา 15.00 น. มีการแข่งขันฟุตบอลศิลปินดาราเชื่อมสามัคคีกับสื่อมวลชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและผู้นำท้องถิ่น 16.00 น.การแสดงดนตรี วง สวท.สุราษฎร์ธานีแบนด์ ศิลปินปักษ์ใต้และมายากล จาก นพค.46 และเวลา 20.00 น.การแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินระดับประเทศ อาร์สยาม บ่าววี หลวงไก่ บิว กัลยาณี กล้วยแสตมป์ แกรมมี่ ฯลฯ ต่อด้วยมโนราห์สามัคคี คณะแดงปรีดา บัณฑิตศิลป์

จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนายลีม จากเรือนจำจังหวัดเชียงราย ยึดของกลาง ยาบ้า 12,000 เม็ด และยาไอซ์ 320 กรัม

ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตสามารถจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนายลีม จากเรือนจำจังหวัดเชียงราย ยึดของกลาง ยาบ้า 12,000 เม็ด และยาไอซ์ 320 กรัม

เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันที่1 กรกฎาคมนี้ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พลตำรวจตรีกระจ่าง สุวรรณรัตน์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตพร้อมด้วย พันเอกสมชาย โปณะทอง ผู้บังคับการศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 41จังหวัดนครศรีธรรมราช, นาวาเอกเพ็ชรรัตน์ เทียนจันทร์ รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 พันตำรวจเอกอรุณ แกล้ววาที, พันตำรวจเอก อารยะพันธ์ พุกบัวขาว รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.ท.จรัล บางประเสริฐ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม นายวีระยุทธ หรืออ๋อง สันสกฤต อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/153 หมู่ที่3 ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สามารถยึดของกลาง ยาบ้า 12,000 เม็ด ยาไอซ์ 230 กรัม มูลค่่ารวมประมาณ 3,000,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ปาล์มบันทึกข้อมูล 1 เครื่อง รวมทั้ง อุปกรณ์เสพยาบ้า 1 ชุด อาวุธปืนขนาด.22 มิลลิเมตร ยี่ห้อ ASTRA UNCETA CIA-GUENRNICN (SPAIN)ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนขนาดเดียวกัน 5 นัด โดยสามารถจับกุมได้ที่ ร้านขายปลาสวยงามไม่มีเลขที่ ตลาดนัดจตุจักร หรือตลาดท้ายรถ เยื้องสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ตตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และขยายผลต่อเนื่อง ไปตรวจค้นห้องพักเลขที่ 46 ฟ้าใหม่แมนชั่น หมู่ที่5 ถนนประชาอุทิศ 1 ตำบลรัษฎา นอกจากนั้น ยังยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ปปง. ประกอบไปด้วย รถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ สีส้ม รุ่นนินจา สีเขียว ป้ายทะเบียน ขมธ 778 ภูเก็ต1 คัน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่น KSR สีส้ม ป้ายทะเบียน307 ภูเก็ตอีก1 คัน รวมมูลค่า 250,000 บาท

พลตำรวจตรีกระจ่าง สุวรรณรัตน์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตสืบทราบว่า นายวีระยุทธ หรืออ๋อง สันสกฤตตั้งตนเป็นเอเยนต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในจังหวัดภูเก็ตมานาน โดยเปิดร้านขายปลาสวยงามบังหน้า จึงวางแผนจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามและล่อซื้อ และสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ในที่สุดสำหรับ แก๊งยาเสพติดรายนี้ เป็นยาเสพติดของเครือข่ายของนายลีม ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดเชียงราย ที่ผู้ต้องหารู้จักกัน ในสมัยที่เป็นผู้ต้องขังในคดียาบ้าประมาณ 1,000 เม็ด และถูกจองจำนานเป็นเวลา 7 ปี และพึ่งพ้นโทษออกมาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว สำหรับพฤติกรรมในการลักลอบค้ายาเสพติด นั้นจะมีลูกน้องของนายลีม ไม่ทราบนามสกุล นำยาเสพติดมาวางไว้ตามจุดต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองภูเก็ต และผู้ต้องหาจะเป็นคนไปรับมาเก็บไว้ที่ห้องพักฟ้าใหม่แมนชั่น ก่อนที่จะนำออกขายให้แก่กลุ่มประชาชนหรือวัยรุ่นในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้นายวีระยุทธ หรืออ๋อง สันสกฤต ผู้ต้องหา ให้การว่าหลังจากพ้นโทษในคดียาบ้ามาตั้งแต่เมื่อปี 2555ได้ประกอบอาชีพขายปลาสวยงาม และเพาะพันธุ์สุนัขขาย ต่อมาปรากฏว่ามีเครือข่ายของนายลีม ติดต่อมาให้เป็นเอเยนต์จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และรับปากว่าทำงานให้ และยอมรับว่าลักลอบจำหน่ายยาเสพติดต่อเนื่องกัน3 ครั้งแล้ว แต่ในครั้งที่ 4นี้เจ้าหน้าที่จับกุมตัวเสียได้เสียก่อน และเพิ่งรับยาเสพติดมายังไม่ได้เอาออกไปจำหน่ายให้ลูกค้า ในเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า, ยาไอซ์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามลูกเสือ อำเภอเกาะสมุย เนื่องในวันลูกเสือแห่งชาติ

เกาะสมุยจัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามลูกเสือ อำเภอเกาะสมุย เนื่องในวันลูกเสือแห่งชาติ

วันนี้ ( 1 ก.ค.57 ) นายเจริญ ใจสว่าง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเกาะสมุยเป็นประธานในพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามลูกเสือ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ 1 กรกฎาคม โดยมีคณะลูกเสือ ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และลูกเสือชาวบ้านเข้าร่วมหลาย 100 คน โดยนายเจริญ ใจสว่าง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเกาะสมุย กล่าวว่าการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติในปีนี้ ซึ่งตรงกับปีมหามงคล วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 86 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนมายุ 82 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ 62 พรรษา ซึ่งคณะลูกเสือ เนตรนารี ได้ร่วมกันทบทวนคำปฏิญาณ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของลูกเสือ เนตรนารีและผู้บังคับบัญชา ต้องถือปฏิบัติอย่างจริงใจ

ส่วนการสวนสนามเพื่อแสดงความเข้มแข็งพร้อมเพรียงของลูกเสือ เนตรนารี และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติตามประเพณีที่ปฏิบัติกันมาทุกปี และยังเป็นโอกาสที่ทุกคนจะได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเทิดพระเกียร บำเพ็ญสาธารณประโยชน์และพิธีทางศาสนาถวายเป็นราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีมหามงคลในวโรกาสอันสำคัญยิ่งนี้ด้วย

สำหรับวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ตรงกับ วันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2454 เป็นต้นมา กิจการลูกเสือก็ได้สืบทอดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีความก้าวหน้าตามยุคตามสมัยมาโดยลำดับจนครบรอบ 103 ปีในปีนี้  

จังหวัดสงขลา ประชุมศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เร่งดำเนินการตามแนวทาง คสช.

ที่ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสงขลา อ.เมืองสงขลา บ่ายวันนี้    (1 ก.ค. 57) นายชัยวัฒน์ ศิรินุพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็น ประธานในการประชุมคณะกรรมการประจำศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปจังหวัดสงขลา โดยมี ปลัดจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจ นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายชัยวัฒน์ ศิรินุพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้สั่งการในที่ประชุมเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 พิจารณาดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป เพื่อให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือนและประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกกลุ่ม ทุกสี ได้หันหน้ามาปรองดอง นำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติ นำไปสู่ความสงบสุขอย่างถาวร นั้น จังหวัดสงขลา จึงได้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปให้เกิดความสามัคคี ปรองดองในทุกระดับ และเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มข้าราชการพลเรือ ตำรวจ ทหาร ประชาชนทั่วไป รวมถึงการสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มแกนนำต่างขั้ว โดยให้ใช้ห้องประชุมเฟื่องฟ้า ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสงขลา เป็นศูนย์ปฏิบัติการ (War Room) เพื่อรวบรวมข้อมูล ผลความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค รวมทั้งการกำกับติดตาม ดูแลการดำเนินงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในระดับพื้นที่ และได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการและคณะทำงานศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดสงขลา

โดยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2557 ที่ผ่าน จังหวัดสงขลา ได้ประกาศจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ภายใต้ความแตกต่าง และได้ดำเนินกิจกรรมอันเป็นการเริ่มต้น (Kick-off) ภารกิจการขับเคลื่อนการทำงานของศูนย์ฯ ไปแล้วเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2557 บริเวณหน้าศูนย์การค้า ลี การ์เด้นท์ พลาซ่า หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้จัดกิจกรรมภายใต้ชื่องาน "เรารักสงขลา ชาวสงขลาร่วมคืนความสุขให้คนไทยทั้งชาติ"



ยุสรา วาจิ//ข่าว
วิชราวุฒิ แกล้วกล้าหาญ//ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ฉก.31 ยังคงปิดล้อมพื้นที่ตากใบค้นหาคนร้ายซุ่มยิง นปพ.ภูธร ตากใบ เสียชีวิต 2 นาย คาดมีคนร้ายบาดเจ็บหลบหนี 2 ราย

( 1 ก.ค. 57 )  หลังจากเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรตากใบ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ลาดตระเวนเส้นทาง ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทางด้วยรถจักรยานยนต์ 3 คัน 6 นาย ตามเส้นทางตากใบ – เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และชาวบ้านถูกลูกหลงจากเหตุปะทะได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 28 มิ.ย. 57 ที่ผ่านมา

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 31 ยังคงจัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยรวมถึงเข้าคุมในพื้นที่ของ ต.เกาะสะท้อนเกือบทั้งหมดเพื่อค้นหาคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งจากการสอบสวนเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีส่วนหนึ่งหลบซ่อนตัวในพื้นที่และส่วนหนึ่งหลบหนีไปประเทศมาเลเซียแล้ว โดยใช้เส้นทางร่องน้ำตามแนวชายแดน

และจากการเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ฉก.31 ทำให้ทราบในเบื้องต้นว่ามีคนร้ายได้รับบาดเจ็บจากการปะทะหลบหนีไปด้วย 2 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการออกติดตามตัว โดยอาจจะมีคนในพื้นที่ให้การช่วยเหลือ
ส่วนอาการบาดเจ็บของนางสีตีมารีแย บินบือซา ซึ่งถูกลูกหลงจากเหตุปะทะกันขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับแล้ว แพทย์ได้นำกระสุนที่บริเวณสะโพกซ้ายออกแล้ว ส่วนนายอารี เรียบร้อย มีบาดแผลบริเวณปากแพทย์ยังคงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งทั้ง 2 นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์  @import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);




นำเสนอโดย  โสรายา สาเรป

ค้าขายตามชายแดนเดือนรอมฎอนคึกคัก อาหารคาว-หวาน-ผลอินทผาลัมใช้ละศีลอด

( 1 ก.ค. 57 ) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการค้าขายบริเวณด่านชายแดนตากใบ – มาเลเซีย ในพื้นที่ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะการขายอาหารคาว อาหารหวาน ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียข้ามชายแดนมาหาซื้ออาหารเพื่อใช้ละศีลอดในช่วงเย็นของเดือนรอมฎอนกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ รายได้เฉลี่ยต่อวัน 3,000 บาท

นอกจากนี้ในพื้นที่ของ อ.ตากใบ มีการทำขนมหวานที่หลากหลายผู้ซื้อจะได้สนใจเพิ่มขึ้น อาทิ การทำขนมวุ้นจากเปลือกไข่ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กๆและผู้ปกครอง
ขณะที่ผลอินทผาลัมถือเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในช่วงเดือนรอมฎอน นอกจากใช้รับประทานในครอบครัวแล้วยังนิยมซื้อแจกให้แก่กันด้วย ทำให้ยอดขายผลอินทผาลัมเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติ  @import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);



นำเสนอโดย  โสรายา สาเรป

อบรมอาสายุวกาชาด เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ให้อาสายุวกาชาดมีความรักสามัคคี มีจิตอาสาเสียสละ บำเพ็ญตนให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

อบรมอาสายุวกาชาด เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ให้อาสายุวกาชาดมีความรักสามัคคี มีจิตอาสาเสียสละ บำเพ็ญตนให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

วันนี้ (1 กรกฎาคม 2557) ณ สวนอาหารตาลคู่รีสอร์ท ตำบลปากนคร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาสายุวกาชาด ประจำปี 2557 โดยมีนางเลขา ซื่อธานุวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวรายงานถึงโครงการฝึกอบรมอาสายุวกาชาด ประจำปี 2557 ซึ่งสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จัดทำโครงการฝึกอบรมอาสายุวกาชาดขึ้น เพื่อให้อาสายุวกาชาดมีความรู้ ความเข้าใจ ในการดำเนินกิจกรรมอาสายุวกาชาด ให้มีความแพร่หลายในกลุ่มเยาวชน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงมากยิ่งขึ้น เพื่อให้มีการจัดตั้งเครือข่ายอาสายุวกาชาดเพิ่มขึ้น ตลอดจนให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในภารกิจของสภากาชาดไทย และเกิดทักษะในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของสภากาชาดไทย เกี่ยวกับการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิต มีความรักสามัคคี มีจิตอาสาเสียสละ บำเพ็ญตนให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม รวมทั้งปลูกฝังให้เกิดความหวงแหนและรักแผ่นดินเกิด โดยระยะเวลาในการอบรมตั้งแต่วันที่ 1-4 กรกฎาคม 2557 รวม 4 วัน 3 คืน เนื้อหาสาระในการอบรมเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายมนุษนยธรรมระหว่างประเทศ, รอบโลกกับกาชาด, บทบาทหน้าที่ของอาสายุวกาชาดและการบริการชุมชน ทักษะการดำเนินชีวิตเกี่ยวกับความรักชาติ ความปรองดอง ความสามัคคี สมานฉันท์ หน้าที่พลเมือง และประชาธิปไตย การพัฒนาคุณภาพชีวิต การปฐมพยาบาล การดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการเผยแพร่อุดมการณ์และหลักการกาชาดไปสู่เยาวชนกลุ่มต่าง ๆ ส่งเสริมให้มีกิจกรรมอาสายุวกาชาดขึ้นในสถานศึกษา เพื่อปลูกฝังและพัฒนาให้เยาวชนมีคุณภาพ ทั้งด้านความคิด จิตใจ มีความเสียสละ มีจิตใจเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม รู้จักสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น การอบรมอาสายุวกาชาดในครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้เพิ่มเครือข่ายอาสายุวกาชาดที่จะสนับสนุน ช่วยเหลือกิจกรรมเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้ง 23 อำเภอ โดยสมาชิกอาสายุวกาชาดเหล่านี้จะได้ไปจัดตั้งชุมชนอาสายุวกาชาดในสถานศึกษา เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนมีความคิด มีจิตใจเป็นสาธารณะในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ รู้จักบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เป็นเยาวชนที่ดีในอนาคต




พรรณี กลสามัญ /ภาพ-ข่าว

นครศรีธรรมราช เพิ่มขีดความสามารถด้านตลาดเกษตรมืออาชีพ

 นครศรีธรรมราช เพิ่มขีดความสามารถด้านตลาดเกษตรมืออาชีพ เตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดอาเซียน

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.57 ที่ห้องประชุมโรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช ว่าที่ร้อยตรี ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรทางด้านการตลาดการเกษตรมืออาชีพ ซึ่งจัดโดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช มีเจ้าหน้าที่ สถาบันเกษตรกร บุคลากรทางการเกษตร เกษตรกร ผู้ประกอบการที่ผลินสินค้าเกษตร โดยเฉพาะพืช ผัก ผลไม้และสินค้าเกษตรแปรรูป จากจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี พัทลุงและนครศรีธรรมราช เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน

นายศุภชัย สงประสพ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เนื่องจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยตนบน ได้เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรทางด้านการตลาดสินค้าเกษตร โดยได้อนุมัติงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 จำนวน 839,500 บาท เพื่อดำเนินการโครงการเชื่อมโยงและเจรจาธุรกิจสินค้าเกษตรกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดอาเซียน หรือ AEC ซึ่งการจัดกิจกรรมเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรทางด้านการตลาดการเกษตรมืออาชีพ ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย 2 กิจกรรม คือ โครงการเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรทางด้านการตลาดการเกษตรมืออาชีพ และจัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ได้รับทราบข้อมูลทางด้านการตลาดสินค้าเกษตรทั้งในต่างประเทศ จากผู้มีประสบการณ์โดยตรง สามารถนำความรู้และประสบการณ์จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาเป็นแนวทางการดำเนินการ การส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ลดปัญหาสินค้าล้นตลาด ราคาตกต่ำ และเพื่อเชื่อมโยงด้านการตลาดสินค้าเกษตรในกลุ่มจังหวัด

โดยได้รับเกียตริจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านการตลาด มาเป็นวิทยากรบรรยาย อาทิ นายวิรัตน์ บาหยัน ผู้จัดการ สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกสมาคมผู้ค้าส่งออกผลไม้ไทย เป็นต้น

คณะลูกเสือจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนาม

คณะลูกเสือจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนาม เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (1 ก.ค.57) นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2557 ณ สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งคณะลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จัดขึ้น โดยจัดให้มีพิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ เนตรนารี สมาชิกผู้บำเพ็ญประโยชน์ ลูกเสือชาวบ้าน และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี ผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2454 ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ในอันที่จะนำเอาวิชาการและความรู้จากกระบวนการลูกเสือ มาฝึกเยาวชนของชาติให้เป็นผู้มีความซื่อสัตย์ กล้าหาญ อดทน เสียสละ มีวินัย มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งคณะลูกเสือแห่งชาติ จึงได้ถือฤกษ์วันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ และแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ อีกทั้งเป็นการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติด้วย มีผู้เข้าร่วมพิธีประมาณ 600 คน

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มอบประกาศเกียรติคุณแก่โรงเรียนที่ชนะการแข่งขันประกวดระเบียบแถวลูกเสือ ระดับจังหวัด จำนวน 4 โรงเรียน มอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือดีเด่น 8 ราย

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การฝึกอบรมของคณะลูกเสือแห่งชาติ มีจุดมุ่งหมายสำคัญ ที่จะปลูกฝังความสุจริต ความเข้มแข็ง ความอดทน ความสามัคคี ความมีระเบียบวินัย และสร้างเสริมสมรรถภาพหลาย ๆ ด้าน ให้แก่มวลชน เพื่อให้แต่ละคนนำเอาศักยภาพหรือคุณสมบัติภายในตนเองออกมาใช้สร้างสรรค์ประโยชน์ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ได้อย่างครบถ้วนแท้จริง เหตุนี้ผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างถูกต้องตามแบบวิธีการของลูกเสือ จึงเป็นคนที่มีคุณภาพ เหมาะสมที่จะเป็นกำลังสำคัญ ที่จะจรรดลงรักษาประเทศชาติ ให้เจริญรุ่งเรืองมั่นคงสืบไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพวงมาลาหลวงหน้าหีบศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่โรงเรียนทุ่งมะขามป้อม หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง วางพวงมาลาหลวงและพวงมาลาพระราชทานของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ และพวงมาลาของพระบรมวงศานุวงศ์ หน้าหีบศพ สิบตำรวจโท สุวิทย์ ทวีตา ผู้บังคับหมู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเมื่อเวลา 23.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 6 นาย ได้ออกปฏิบัติหน้าที่โดยใช้รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน เป็นพาหนะลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทางไปตามถนนสายตาบา – ตากใบ หมู่ที่ 1 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ ขังหวัดนราธิวาส เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุได้มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนสงครามซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว เกิดเหตุการณ์ยิงปะทะกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย คือ สิบตำรวจโทสุวิทย์ ทวีตา และสิบตำรวจตรีวินัย ขาวสาย โดยครอบครัวของสิบตำรวจโทสุวิทย์ ทวีตา ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่โรงเรียนทุ่งมะขามป้อม หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

โดยจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 3 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ฌาปนสถานวัดภูมิประสิทธิ์ ตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง การที่ได้รับพระราชทานพวงมาลาหลวง นับเป็นเกียรติสูงสุดของครอบครัวสิบตำรวจโทสุวิทย์ ทวีตา ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงห่วงใยในการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ยังปฏิบัติงานอยู่และเสียชีวิตไปแล้ว ในโอกาสนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทานวางหน้าหีบศพด้วย

ชมรม TO BE NUMBER ONE ประชุมเตรียมการรับการประเมิน

ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง ประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการประกวด TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศ หลังจากที่จังหวัดตรังได้รับกาคัดเลือกให้ผ่านเข้ารอบ 5 ประเภท จากที่ 7 ประเภทที่ส่งเข้าประกวด และในครั้งนี้ คณะกรรมการจะติดตามประเมินในพื้นที่ในการประกวดระดับประเทศ โดยคณะกรรมการติดตามประเมินในวันแรกวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาลจำกัด ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ประเภทที่ได้ผ่ายเข้ารอบเป็นที่แรก สำหรับรางวัลที่จังหวัดตรังผ่านเข้ารอบต่อไปประกอบด้วย 1. จังหวัด TO BE NUMBER ONE 2. ประเภทสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา(ต้นแบบ) ได้แก่โรงเรียนกันตังพิทยากร 3. ประเภทสถานศึกษาระดับอาชีวะศึกษา(ดีเด่น) ได้แก่วิทยาลัยเทคนิคตรัง 4. ประเภทสถานประกอบการขนาดใหญ่(ดีเด่น) ได้แก่ บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด และ 5. ประเภทชุมชน(ดีเด่น) ได้แกบ้านนาบ่อ ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง ซึ่งคณะกรรมการจะติดตามประเมินในพื้นที่จริงทุกจุด และจุดต่อมาในวันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 08.30 นง ตรวจความพร้อมของจังหวัด TO BE NUMBER ONE ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นจุดหลักของการติดตามจากคณะกรรมการตรวจประเมิน โดยจะมีคณะกรรการของจังหวัดตรัง ชมรม TO BE และรวมถึงประชาชนร่วมให้การต้อนรับ หลังจากนั้นในช่วงบ้ายจะได้ตรวจติดตามชมรม TO BE NUMBER ONE ของวิทยบาลัยเทคนิคตรัง และโรงเรียนกันตังพิทยากร และในวันรุ่งขึ้นจะเป็นการตรวจติดตามชุมชนบ้านนาบ่อ ตำบลบ่อน้ำร้อน เป็นแหล่งสุดท้าย ซึ่งในขณะนี้ชมรม TO BE NUMBER ONE ทุกชมรม กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรับการตรวจติดตามอย่างเต็มที่

ตรังแถลงข่าวการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว

ที่ห้องประชุมพระยารัษฎา ศาลากลางจังหวัดตรัง ชั้น 5 นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พลตรีสนอง คงยั่งยืน ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกทุ่งสง ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ตำบล กะปาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และนายสุธรรม บัวแก้ว จัดหางานจังหวัดตรัง ร่วมแถลงข่าว การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว จังหวัดตรังมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ที่จดทะเบียนและขออนุญาตทำงานถูกต้อง จำนวน 10,891 คน สัญชาติเมียนมาร์ จำนวน 8,487 คน สัญชาติลาว จำนวน 864 คน สัญชาติกัมพูชา จำนวน 1,540 คน จังหวัดตรังได้ดำเนินการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างเคร่งครัด ไม่มีการเร่งรัดจับกุมกวาดล้างแรงงานต่างด้าว โดยมอบหมายให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดตรัง จัดทำบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 เพื่อนำข้อมูลมาจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว กำหนดจัดโซนนิ่ง ขจัดการเอารัดเอาเปรียบ กักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายร่างกาย และการค้าประเวณีของแรงงานต่างด้าวจะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด วันที่ 7 กรกฎาคม 2557

จังหวัดตรังจะจัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จจังหวัดตรัง (ONE STOP SERVICE) เพื่อให้นายจ้าง/สถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ออกมาดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการบูรณาการร่วมกันกับ สำนักทะเบียน สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานสาธารณสุข เพื่อจัดทำประวัติ ออกใบอนุญาตทำงานและตรวจสุขภาพ และแจ้งข่าวสารให้ครอบคลุมทั่วถึงคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามาหรืออยู่ในจังหวัดตรังโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย หรือการอนุญาตสิ้นสุดแล้ว หรือทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้ไปรายงานตัว ณ ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จจังหวัดตรัง และศูนย์ฯ พิจารณาออกใบอนุญาตทำงานชั่วคราวแก่คนต่างด้าว มีอายุ 60 วัน นับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ซึ่งคนต่างด้าวสามารถทำงานกับนายจ้างได้ตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกประกาศให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว สำหรับนายจ้าง/สถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จะได้ดำเนินการนำแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียนให้ถูกต้อง

จัดหางานตรัง จัดประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าว และการเตรียมความพร้อมจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ

ที่ห้องประชุมพระยารัษฎา ศาลากลางจังหวัดตรัง ชั้น 5 นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พลตรีสนอง คงยั่งยืน ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกทุ่งสง ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ตำบลกะปาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการจัดทำบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าว และการเตรียมความพร้อมจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว และการป้องกันการปราบปรามการค้ามนุษย์ (MOU) ปัจจุบันนี้มีแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่มาทำงานในตำแหน่งกรรมการและรับใช้ในบ้าน มีทั้งที่ทำงานถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมาย ทำให้เกิดปัญหามากมายต่อสังคม ต่อประเทศชาติ มีแรงงานต่างด้าวถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ถูกทำร้ายร่างกาย การใช้แรงงานต่างด้าวเด็ก การค้าประเวณีของแรงงานต่างด้าว ซึ่งเข้าลักษณะการค้ามนุษย์ได้

จังหวัดตรังมีคนต่างด้าวจดทะเบียนและขออนุญาตทำงาน จำนวน 11,131 คน ปัญหาจึงเกิดน้อยมาก แต่การป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว นายจ้าง/สถานประกอบการมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต้องมีส่วนร่วมและต้องปฏิบัติตามกฎหมายจริงจัง จัดกิจกรรมให้ความรู้ ข่าวสารต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมสร้างความรัก ความสามัคคี ลดความขัดแย้งระหว่างแรงงานไทยกับแรงงานต่างด้าว การที่ คสช. ได้ออกประกาศมาตรการชั่วคราวในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้างและการค้ามนุษย์ เพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในประเทศครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับนายจ้าง/สถานประกอบการจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ใช้แรงงานต่างด้าวที่เหมาะสม และในการประชุมวันนี้จะได้ทราบแนวทางการจัดทำบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวและการเตรียมความพร้อมจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จอย่างถูกต้อง จำนวน 150 คน และนายจ้าง/สถานประกอบการตกลงร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดตรัง จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของจังหวัดตรัง

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

จ.พังงา แจ้งเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม อันเกิดจากสภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

ด้วยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้แจ้งให้จังหวัดพังงา ทราบถึง สภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งคาดว่าในช่วงวันที่ 21-25 มิถุนายน 2557 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัด ปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีกระแสลมพัดสอบเข้าหากันในหลายระดับบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ทำให้มี ฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังสภาวะฝนตกหนักและลมแรงต่อไปอีก

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม อันเกิดจากสภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง จากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อาจเกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงให้อำเภอดำเนินการดังนี้

 1. แจ้งให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเล ที่ราบต่ำริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัย ของจังหวัดทราบเกี่ยวกับภัยอันเกิดจากฝนตกหนักและคลื่นลมแรงให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ในระยะนี้ โดยให้ประชาสัมพันธ์ผ่านทางวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน และเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์ ให้ครอบคลุมพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัครในท้องที่ และให้ชาวเรือประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ 2. ให้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม เฝ้าระวัง และตรวจสอบเส้นทาง เขื่อนฝาย อ่าง คันกั้นน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีประชาชนใช้บริการ เป็นจำนวนมาก พื้นที่เขตอุตสาหกรรม รวมทั้งพื้นที่ของเอกชน ถ้าไม่มีความมั่นคงแข็งแรง พิจารณาแล้วเป็นอันตรายให้ดำเนินการแก้ไขโดยด่วน รวมทั้งให้ใช้ประโยชน์จาก มิสเตอร์เตือนภัย ที่ประจำอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยงภัย ช่วยแจ้งเหตุเตือนภัย
 3. ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของแผนป้องกันภัยฯ ของจังหวัด ให้สามารถช่วยเหลือประชาชนหากเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
4. หากสถานการณ์ที่เกิดมีความรุนแรงเกินที่จะรับมือได้ ให้แจ้งขอความช่วยเหลือจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา โทรศัพท์หมายเลข 076-460607 ต่อไป

สโมสรโรตารีมอบอาคารโรงเรือนเลี้ยงไก่ไขเพื่อสนับสนุนอาหารกลางวันเยาวชน

ที่โรงเรียนวันเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ประธานพิธีการส่งมอบอาคารโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ ที่ปลูกสร้างโดยสโมสรโรตารี่ตรังร่วมกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ สโมสรโรตารี่จากประเทศมาเลเซีย และใต้หวัน โรงพยาบาลตรังรวมแพทย์ ส่งมอบให้โรงเรียนวัดเขาวิเศษ เพื่อสนับสนุนอาหารกลางวันแก่เยาวชน นาย พิทักษ์พงษ์ ชัยคช นายกสโมสรโรตารีตรัง กล่าวว่า สโมสรโรตารี เกิดจากการรวมตัวของบุคคลในสาขาธุรกิจและวิชาชีพต่าง ๆ ที่มีศรัทธาต่ออุดมการณ์ของโรตารี่ ผนึกกำลังกันก่อตั้ง สโมสรโรตารี่ เพื่อสร้างความสนิทสนมและเป็นเปิดโอกาสให้สมาชิกได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วน รวม ส่งเสริมมาตรฐานจริยธรรมอันสูงส่งในธุรกิจและวิชาชีพต่าง ๆ ยกย่องคุณค่าของอาชีพทั้งปวงที่มีประโยชน์ต่อสังคม สนับสนุนให้โรตารี่นำอุดมการณ์แห่งการบำเพ็ญประโยชน์ไปใช้ในธุรกิจ ในชีวิตส่วนตัว และในชุมชน ส่งเสริมความเข้าใจ ไมตรีจิต และสันติภาพระหว่างกันด้วยมิตรภาพของนักธุรกิจและวิชาชีพให้บริการเพื่อ มนุษยชาติ สนับสนุนมาตรฐานจริยธรรมในทุกวิชาชีพ

ซึ่งสโมสรโรตารี่ตรังจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2527 ได้มีการจัดพิธีสถาปนาคณะกรรมการชุดแรก เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2527 โดยมี นายพีรพัชร สัตยพันธ์ เป็นนายกก่อตั้งโรตารี ในช่วงปีที่ผ่านมา ได้มีกิจกรรมในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมเช่น การสร้างมุ้งลวดให้กับเด็กอนุบาลทั้งจังหวัดตรัง การสร้างระบบน้ำดื่มสะอาดให้เด็กในโรงเรียน และในวันนี้ได้มีนายสุปรี เบ้าสิงห์สวย กรรมการและเลขานุการมูลนิธิพัฒนาชีวิตและชนบท นายแพทย์สงวน คุณาพร ผู้ว่าการภาค 3330 โรตารี่สากล ต่างร่วมพิธีเปิดป้านโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข เพื่อสนับสนุนอาหารกลางวันให้กับนักเรียน โรงเรียนเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 551 คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้น ป1 – ป.6 ซึ่งโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการที่บำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคมโดยเฉพาะเยาวชนของจังหวัดตรัง ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี สโมสรโรตารี่ตรัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง สำรวจพื้นที่พรุละหมาดเพื่อปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของนาโต๊ะหมิง

ที่บริเวณพรุละหมาด ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมืองตรัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกสำรวจบริเวณพรุละหมาด ตำบลนาโต๊ะหมิง เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุง พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของตำบล และ จังหวัดตรัง นายประสพ ทองย้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาโต๊ะหมิง กล่าวว่า พรุละหมาด เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่สวนสาธารณะของตำบลนาโต๊ะหมิง เดิมเป็นที่ลุ่มที่มีบึงน้ำขนาดเล็กและใหญ่ใกล้เคียง ต่อมาในปี 2534 สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทใช้งบประมาณกว่า 13 ล้าน ในการขุดให้เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาให้กับหมู่บ้านใกล้เคียง และยังเป็นแหล่งสัตว์น้ำอีกหลายชนิดนอกจากนี้ สวนสาธารณะแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และเป็นสถานที่ในการจัดกิจกรรมและประเพณีที่สำคัญของตำบลอีกแห่งของนาโต๊ะหมิง ประชาชนในตำบลต่างสนับสนุนและให้ความร่วมมือองค์การบริหารส่วนตำบลในการช่วยกันดูแลและพัฒนาแหล่งน้ำและสวนสาธารณะแห่งนี้ เพราะนอกจากจะเป้นสถานที่ท่องเที่ยวของตำบลแล้ว พระละหมาดนั้นเป็นสายเลือดหรือลมหายใจของตำบลด้วย เพราะมีน้ำดับในการผลิตน้ำประปาในการหล่อเลี้ยงชุมชนอีกด้วย

จ.ตรัง บวงสรวงพระยารัษฎานุประดิษฐ์ อดีตเจ้าเมืองตรัง เตรียมพร้อมจัดงานทำบุญเมืองตรัง เพื่อการปรองดองสมานฉันท์ ตามนโยบาย คสช.

ที่อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงพระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) อดีตเจ้าเมืองตรัง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดงานทำบุญเมืองตรัง เพื่อการปรองดองสมานฉันท์ ตามนโยบาย คสช. ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จังหวัดตรังได้กำหนดจัดกิจกรรมทำบุญเมืองตรัง ขึ้นที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง โดยจะมีพิธีบวงสรวงพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นการเสริมดวงเมืองและเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับเมืองตรัง หลังจากเกิดสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการปิดล้อมสถานที่ราชการภายในศาลากลางจังหวัดตรังเป็นเวลานานหลายเดือน

จนกระทั่งกลับคืนสู่สภาวะปกติ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สำหรับกิจกรรมทำบุญเมืองตรังนั้น จะมีขึ้นโดยในวันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน เวลา 18.00 น. จะมีพิธีสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตาบ้านเมืองและเสริมดวงพี่น้องชาวตรัง จะมีพิธีสวดภาณยักษ์ มีการนั่งปรก อธิษฐานจิต โดยพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดตรัง นำโดย พระครูโอภาส ธรรมวิมล (อาจารย์นวล) วัดแจ้ง ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง และในวันจันทร์ที่ 23 มิถุนายนนี้ ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตรัง เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งจังหวัด และเป็นการสร้างคุณค่า ให้กำลังใจ บำรุงขวัญ สร้างจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองดีระหว่างประชาชน และแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษผู้สร้างเมืองตรังอีกด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าวจะมีการนิมนต์พระภิกษุสามเณรจากวัดและสำนักสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดตรัง จำนวน 219 รูป เข้าร่วมพิธีทางศาสนาพุทธ อีกทั้งยังมีการประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์และอิสลามด้วย โดยจะเริ่มพิธีบวงสรวงพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ในเวลา 08.00 น. ด้วยการรำมโนราห์ถวาย จากนั้นจะพิธีสงฆ์ เพื่อสวดเจริญพระพุทธมนต์ฯ และร่วมทำบุญอนุโมทนา โดยพระเดชพระคุณพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และกิจกรรม ต่าง ๆ มากมาย อาทิ การเล่นเกมส์ การประกวดร้องเพลง คืนความสุขให้ประเทศไทย อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี นอกจากนี้ยังมีการแจกถุงยังชีพ 1,000 ถุง อีกด้วย จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ ทุกศาสนาเข้าร่วมกิจกรรม มาร่วมทำบุญเสริมดวงเมืองด้วยกัน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และขอให้พี่น้องชาวตรังทุกคนให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยมุ่งหวังคืนความสุข ความปรองดอง รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

เอกอัครราชทูตจีนและคณะเดินทางเที่ยวชมวัดในเตา อ.ห้วยยอด ที่มีชื่อเสียงในเรื่องการเป่าทอง โดยหลวงพ่อประสูติ เพื่อเสริมสิริมงคลเมตตามหานิยม

วันนี้ (21 มิ.ย.) เวลา 08.00 น. ท่านหนิง ฟู่ซุ่ย (MR Ning Fukui) เอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย พร้อม คณะ และ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.ภ.จว.ตรัง นายชาลี กางอิ่ม อดีตนายกเทศมนตรีนครตรัง และคณะเดินทางไปบวงสรวงอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี คอซิมบี้ ณ ระนอง อดีตเจ้าเมืองตรัง ตามหมายกำหนดการที่เดินทางมาเยือนจังหวัดตรัง อย่างไม่เป็นทางการ เป็นไปตามประเพณีของแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมาจังหวัดตรัง ที่ทางเจ้าภาพจะจัดให้มีการกราบไหว้สักการะกันเป็นธรรมเนียมประเพณี จากนั้น ท่านเอกอัครราชฑูต หนิง ฟู่ขุย และคณะเดินทางไปยัง วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงของเจ้าอาวาสวัดที่มีจริยวัตรงดงาม และมีความรู้ด้านคาถาอาคม โดยมี พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม (หลวงพ่อประสูติ) เจ้าอาวาสวัดในเตา เป็นผู้ลง วิชานะหน้าทอง ด้วยการเป่าทองลงหน้าผาก เป็นสิริมงคลใก้กับญาติโยม เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ทำให้เกิดความมีเมตตามหานิยม หลังจากที่ ท่านหนิง ฟู่ซุ่ย (MR Ning Fukui) เอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เดินทางมาถึงวัดในเตา ได้เข้ากราบมนัสการหลวงพ่อประสูติ ถวายปัจจัย

จากนั้น พระอาจารย์ประสูติได้ทำพิธีลงนะหน้าทอง ให้กับ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา ท่านหนิง ฟู่ซุ่ย (MR Ning Fukui) เอกอัคราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และคณะที่ติดตาม สร้างความตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากแผ่นทองที่นำมาปิดบริเวณหน้าผาก หายเข้าไปในศีรษะ โดยปราศจากร่องรอยแต่อย่างใดทั้งนี้นอกจากจะเป็นการเสริมความเป็นศิริมงคลให้กับชีวิตแล้ว แผ่นทองคำแท้ที่นำมาเสกเข้าศีรษะ ยังช่วยในการรักษาโรคร้ายหลายโรค รวมทั้งทำให้ผิวพรรณ หน้าตาผ่องใสอีกด้วย ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจาก ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน และ อินโดนีเซีย เดินทางมาเยี่ยมชมวัดในเตา และร่วมพิธีลงนะหน้าทองกันเป็นจำนวนมากอีกด้วย ขณะที่ พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวว่า แม้ว่าการเดินทางมาเยือนจังหวัดตรัง ของท่านหนิง ฟู่ซุ่ย (MR Ning Fukui) เอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย มาเป็นการส่วนตัวไม่เป็นทางการ แต่เนื่องจากท่านเป็นบุคคลที่มีความสำคัญ จึงจำเป็นที่จะต้องอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยให้กับท่านและคณะอย่างเข้มงวด ตนจึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่ท่านพำนักอยู่ในจังหวัดตรัง พร้อมจัดชุดตำรวจจราจรอำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง ทุกจุด ทุกแห่งที่ท่านและคณะผ่าน เพื่อให้ท่านได้เที่ยว เยือนจังหวัดตรัง ด้วยความปลอดภัยและเดินทางกลับอย่างมีความสุข

เอกอัครราชฑูตจีนและคณะอดีตรองประธานวุฒิสภาเยือนตรัง ประทับใจวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวตรังรวมทั้งแหล่งท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนดึงนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจีนลงทุนในตรัง

ที่ จ.ตรัง ท่านหนิง ฟู่ขุย (MR Ning Fukui) เอกอัคราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และคณะ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา พร้อมคณะ เดินทางมาเยี่ยมจังหวัดตรัง โดยมี นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.ภ.จว.ตรัง นายชาลี กางอิ่ม อดีตนายกเทศมนตรีนครตรัง นางวิไลพร พิตรปรีชา กรรมการผู้จัดการโรงแรมเรือรัษฎา จ.ตรัง นายแพทย์สมชัย เจียรนัยศิลป์ รองประธานหอการค้าจังหวัดตรัง พร้อมผู้ประกอบการนักธุรกิจจังหวัดตรัง ให้การต้อนรับ ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้ของ ท่านหนิง ฟู่ขุย (MR Ning Fukui) และคณะมาเยือนจังหวัดตรังอย่างไม่เป็นทางการระหว่างวันที่ 19-21มิถุนายน นี้ นายสุรชัย กล่าวว่า ตนและคณะอดีตวุฒิสภาพร้อม ท่านหนิง ฟู่ขุย และเจ้าหน้าที่จากสถานฑูตจีนประจำประเทศไทย มาเยือนจังหวัดตรัง เพื่อแนะนำให้ได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง และเพื่อให้ได้เห็นถึงความพร้อมของจังหวัดตรัง ในอันที่จะรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเดินทางมาเที่ยวจังหวัดตรัง เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากชื่อเสียงของจังหวัดตรังยังไม่เป็นที่รู้จักของนัก ท่องเที่ยวชาวจีนมากนัก ทั้งๆที่จังหวัดตรังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆหลายแห่ง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวทางภาคใต้ของประเทศไทย จะนึกถึงจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแรก หรือไม่ก็กระบี่หรือพังงา จังหวัดตรังแทบจะไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวจีนเลย จึงได้เชื้อเชิญ ท่านฑูตมาเที่ยวจังหวัดตรังดู เพื่อจะได้ช่วยกันเผยแพร่และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง และจะได้รู้ว่าจังหวัดตรังมีความพร้อมทั้งทางด้านแหล่งท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก ที่เป็นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยวในเชิงนิเวศ เชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อจังหวัดตรังในระยะยาวต่อไป ทาง ด้านท่านหนิง ฟู่ขุย กล่าวว่า ตนมีประทับใจในเรื่องของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวจังหวัดตรังที่ ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีแบบเรียบง่ายไว้ได้ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ที่ผ่านเส้นทางที่งดงาม

อีกทั้งยังประทับใจในเรื่องของอาหาร รวมถึงข้อมูลที่มีการถ่ายทอดให้ท่านฑูตได้รับทราบว่า จังหวัดตรังมีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จังหวัดตรัง จึงเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารจีน และพร้อมที่จะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาเที่ยวจังหวัดตรัง และสนับสนุนด้านการลงทุนในประเทศไทยโดยด้วยการสนับสนุนให้บริษัทลงทุนทั้ง หลายในจีนได้มาลงทุนในเรื่องของการแปรรูปผลผิตทางการเกษตรในภาคใต้รวมทั้ง จังหวัดตรังด้วย ประเทศจีนเข้าท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ที่สำคัญตนจะนำประสบการณ์ของการมาเยือนจังหวัดตรังในครั้งนี้เอาไปเผยแพร่ แนะนำให้กับกลุ่มนักท่องเทียวจีนให้รู้จักจังหวัดตรัง

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่ ฝึกอบรมทำโคมไฟและงานศิลป์ สร้างอาชีพ สร้างงาน ห่างไกลยาเสพติด ให้กับเยาวชน

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่ฝึกอบรมทำโคมไฟและงานศิลป์ สร้างอาชีพ สร้างงาน ห่างไกลยาเสพติด ให้กับเยาวชน

วันนี้ 20 มิถุนายน 2557 เวลา 13.30 น.นายผดุงศักย์ ขุนเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมการทำโคมไฟในฝันและงานศิลป์ สร้างงาน ณ.ห้องปลายพระยา ศาลากลางหลังใหม่ อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่เยาวชนได้ห่างไกลยาเสพติด และเป็นวิทยากร ครู ก. ของจังหวัดกระบี่ เพื่อที่จะนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับเยาวชน

นายผดุงศักย์ ขุนเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่ กล่าวว่าปัจจุบันปัญหาขยะนับเป็นปัญหาที่สำคัญที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขโดยเฉพาะขวดพลาสติก ถ้าหากมีการนำกลับมาใช้ใหม่ก็จะเกิดประโยชน์มากมายทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่จึงได้เชิญวิทยากรที่มีความรู้ ความชำนาญ ความสามารถ มาบรรยายพร้อมภาคปฏิบัติให้กับเยาวชนในจังหวัดกระบี่จำนวน 10 คน เพื่อเป็นครู ก.นำความรู้ที่ได้จากการอบรมและปฏิบัติในวันนี้ไปถ่ายทอดให้กับเยาวชนที่สนใจ สำหรับวัสดุที่ใช้ในการอบรมและฝึกสอนทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกระบี่จะเป็นผู้จัดหามาให้ทั้งหมด โดยรูปแบบในการทำจะใช้ขวดพลาสติกที่ใช้แล้วนำมาผลิตเป็นโคมไฟรูปแบบต่างๆอย่างสวยงาม ใช้เวลาในการอบรมจำนวน 1 วัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ออกเยี่ยมเยียนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุทำให้บ้านพัง

ที่ บริเวณริมหาดเกาะลิบง อำเภอกันตัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ออกเยี่ยมเยียนและมอบถุงยังชีพให้พี่น้องประชาชนที่เกาะลิบงซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่ถูกคลื่นขนาดใหญ่ ชัดจนพนังกั้นน้ำทะเลชายฝั่ง และบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายในช่วงสัปดาห์ก่อน จากการที่มีน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับคลื่นทะเลมีลมกรรโชกแรง จนทำพนังกั้นน้ำทะเลชายฝั่งพังเสียหาย นอกจากนั้นบ้านเรือนประชาชนที่ใกล้กัลป์ชายฝั่งถูกพายุและน้ำทะเลพัดจนกระเบื้องแตก จำนวนหลายหลัง ในเบื้องต้นองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบงได้ให้ความช่วยเหลือไปบ้าง ในในขณะนี้ ชาวบ้านกำลังผวาจะถูกคลื่นซัดบ้านหายไปในทะเล จนต้องขนย้ายเข้าของหนีไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพราะขณะนี้พนังกั้นน้ำทะเลชายฝั่งได้พังเสียหายไปเกือบหมด และในบางจุดพนังกั้นน้ำทะเลชายฝั่งหักทรุดฝังจมใต้พื้นทราย และบางส่วนโผล่ให้เห็นแต่คานของพนังกับเสาปูนยาวเป็นแนว ส่วนพื้นดินใต้คานเขื่อนถูกคลื่นซัดหายไปหมดแล้ว แม้ชาวบ้านจะช่วยกันนำกระสอบทรายและก้อนหินมาวางเสริมเพิ่มความแข็งแกร่ง เป็นแนวยาวหลังเขื่อนแต่ก็ต้านความรุนแรงของคลื่นไม่ไหว จนขณะนี้พื้นดินถูกกัดเซาะเข้ามาหลังแนวเขื่อนประมาณ 5 เมตร ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง จะได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปผลความเสียหายทุกส่วน เพื่อจะได้หาแนวทางสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซม ในเบื้องต้นขณะนี้ได้มอบถุงยังชีพและวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชน เพราะในขณะนี้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันมีกำลังแรง ทำให้มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวประมงควรงดเว้นการทำประมงเป็นการชั่วคราว เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ไว้ด้วย

ผวจ.ตรัง นำส่วนราชการลงพื้นที่ออกบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนอำเภอวังวิเศษ

ที่โรงเรียนบ้านทุ่งใหญ่ ตำบลท่าสะบ้า อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นางณัฐพิสุทธิ์ เหมทานนท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรังพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดตรัง ได้ออกหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ในการนำบริการของส่วนราชการต่าง ๆ มาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่พร้อมทั้งเยี่ยมเยียนและรับทราบปัญหาข้อขัดข้องจากชาวบ้าน อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง โครงการ จังหวัดเคลื่อนที่ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน” เป็นโครงการที่ส่วนราชการต่าง ๆ ออกมาให้บริการประชาชนในพื้นที่ เช่น การบริการด้านการแพทย์ ด้านการเกษตร ด้านกฎหมายและงานยุติธรรม ด้านสวัสดิการสังคม ด้านแรงงาน และอื่น ๆ โดยแต่ละหน่วยงานจะมีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ คอยให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา พร้อมทั้งสื่อแผ่นพับหรืออื่น ๆ ที่ให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ และเหล่ากาชาดจังหวัดตรังมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้สูงอายุ 100 ชุด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้พ่อแม่ได้ช่วยกันดูแลลูกหลาน สวมกอดลูกวันละครั้งเป็นอย่างน้อยเป็นการสร้างความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะเป็นเกราะป้องกันภัยยาเสพติดให้กับบุตรหลานของเราด้วย และในวันจันทร์ที่ 23 มิถุนายนนี้ จังหวัดตรังจัดพิธีทำบุญเมืองตรัง เพื่อความปรองดองสมานฉันท์ ที่หน้าศาลากลางจังหวัดตรัง ด้วย จึงขอให้พี่น้องประชาชนท่านใดที่ไม่ติดภารกิจเกินไป เชิญร่วมกันทำบุญเมืองตรัง ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งจะมีคณะสงฆ์ของจังหวัดตรังจำนวน 200 รูป เจริญพระพุทธมนต์ มีพิธีสวด ดูอาห์ของศาสนาอิสลาม พิธีนมัสการอธิษฐานจิตขอพระพระผู้เป็นเจ้า และกิจกรรมอื่น ๆ อีกหลายกิจกรรม เพื่อเป็นการสร้างความปรองดองของชนในชาติด้วย

ทภ. 4 จัดแข่งขันจักรยานทางไกลการกุศล Tour of Srivichai

พ.อ.คนึง บุญมณี หัวหน้าสำนักงานกีฬากองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 4 ร่วมกับ จังหวัดนครศรีธรรมราช อบจ.นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หอการค้าจังหวัด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัด ททท.สำนักงานนครศรีธรรมราช และชมรมจักรยานนครศรีธรรมราช ได้จัดแข่งขันจักรยานทางไกลนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 2 Tour of Srivichai ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 21- 22 มิถุนายนนี้ ณ สนามบินกองทัพภาคที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชน เยาวชนออกกำลังกาย ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด และเพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งนี้รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปมอบให้แก่ทหารหรือครอบครัวที่อยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

สำหรับประเภทการแข่งขัน ได้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทเสือหมอบ ระยะทาง 120 กิโลเมตร ประเภทเสือภูเขา ระยะทาง 120 กิโลเมตร และประเภทจักรยานทั่วไปพิชิตเส้นทาง
สำหรับกิจกรรมในวันที่ 21 มิ.ย.57 คณะผู้จัดงานยังได้จัดกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายเพื่อเอาใจสำหรับผู้ที่รักและสนใจการขี่รถจักรยาน โดย จัดการประกวดจักรยานโบราณ จักรยานสวยงาม การแข่งขันจักรยานสามล้อ การแสดงการขี่จักรยานผาดโผน Extream จากทีมกรุงเทพ กิจกรรมนันทนาการล่ารางวัล การแสดงแอโรบิก รำอวยพร ระบบศรีวิชัย การแสดงบนเวที และรำวงเวียนครก จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมในวันที่ 21-22 มิถุนายนนี้ ณ สนามบินกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธจังหวัดนครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป “รู้รัก สามัคคี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป “รู้รัก สามัคคี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” 20-22 มิถุนายน 2557 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัด ชมการแสดงดนตรีกองทัพภาคที่ 4 รำวงเวียนครก จำหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอป สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ชิมอาหารอร่อย ๆ พร้อมบริการตัดผมฟรี มีประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้( 20 มิ.ย.57) ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช(หลังเก่า)นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป “รู้รัก สามัคคี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ซึ่งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ประจำพื้นที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ ศปป.กอ.รมน.จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วม ศปป.กอ.รมน.กองทัพภาคที่ 4 เทศบาลนครนครศรีธรรมราช และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายน 2557 เพื่อคืนความสุขให้ชาวนครศรีธรรมราช และแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีปรองดองของชาวนครศรีธรรมราช โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้กล่าวนำปฏิญาณตนในการร่วมกันสร้างความสามัคคีปรองดอง จะเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กลุ่มพลังมวลชนทุกหมู่เหล่า ร่วมจับมือเป็นวงกลมซ้อนกันหลายวงและรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ร่วมกันร้องเพลงสามัคคีชุมนุม เพลงสดุดีมหาราชา และเพลงชาติ จากนั้นมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรตัดผมชาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41(พลตรีพีรพล วิริยากุล) พบปะประชาชนเพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจร่วมกันถึงเจตนารมณ์และนโยบายของ คสช.ในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ

สำหรับกิจกรรม ภายในงานจะมีการแสดงดนตรีของทหาร มณฑลทหารบกที่ 41 ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 รำวงเวียนครก การออกบู๊ธ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์โอทอป สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด พร้อมเลือกชิมอาหารอร่อย ๆ และน้ำดื่มฟรี นอกจากนี้มีการบริการตัดผมฟรีให้แก่ผู้เข้าร่วมงานด้วย ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2557 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช(หลังเก่า)โดยพร้อมเพรียงกัน

พังงาจัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของยาเสพติดสนับสนุนนโยบายของ คสช. ระหว่าง๑๗-๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๗

วันนี้ ๒๐ มิ.ย. ๕๗ เวลา ๐๕.๓๐ น. จังหวัดพังงานำโดย นายไชยวัฒน์ เทพี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของยาเสพติดและเพื่อสนับสนุนนโยบายของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในด้านรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ณ ลานหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองพังงา โดยพีธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของยาเสพติดครั้งนี้ ตำรวจภูธรเมืองพังงาได้บูรณาการร่วมกันระหว่างสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด อาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพังงา และอาสาสมัครภาคประชาชน จำนวน ๓๐๐ นาย

พันตำรวจเอกวันไชย เอกพรพิชญ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา กล่าวว่า ตามแผนปฏิบัติการ ๖ มาตรการเร่งด่วนตามคำสั่ง คสช.ที่ ๔๑/๒๕๕๗ เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด ของตำรวจภาค ๘ ในห้วงวันที่ ๙ มิถุนายน -๙ กรกฎาคม ๕๗ โดยกำหนดมาตรการและแนวทางในการสกัดกั้น ปราบปราม จับกุม และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด ให้ปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน/ชุมชน เป้าหมายพื้นที่แพร่ระบาดและพักยาเสพติด เพื่อจับกุมผู้ค้ารายย่อยที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนกดดันผู้เสพยาเสพติดให้สมัครใจเข้าสู่การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพให้มากที่สุดและสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญและเครือข่ายเชื่อมโยงผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ทั้งนี้การระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของของยาเสพติดในพื้นที่พังงาจัดขึ้นระหว่าง๑๗-๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๗ นี้.

พังงาจัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของยาเสพติดสนับสนุนนโยบายของ คสช. ระหว่าง๑๗-๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๗

วันนี้ ๒๐ มิ.ย. ๕๗ เวลา ๐๕.๓๐ น. จังหวัดพังงานำโดย นายไชยวัฒน์ เทพี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของยาเสพติดและเพื่อสนับสนุนนโยบายของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในด้านรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ณ ลานหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองพังงา โดยพีธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของยาเสพติดครั้งนี้ ตำรวจภูธรเมืองพังงาได้บูรณาการร่วมกันระหว่างสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด อาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพังงา และอาสาสมัครภาคประชาชน จำนวน ๓๐๐ นาย

พันตำรวจเอกวันไชย เอกพรพิชญ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา กล่าวว่า ตามแผนปฏิบัติการ ๖ มาตรการเร่งด่วนตามคำสั่ง คสช.ที่ ๔๑/๒๕๕๗ เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด ของตำรวจภาค ๘ ในห้วงวันที่ ๙ มิถุนายน -๙ กรกฎาคม ๕๗ โดยกำหนดมาตรการและแนวทางในการสกัดกั้น ปราบปราม จับกุม และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด ให้ปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน/ชุมชน เป้าหมายพื้นที่แพร่ระบาดและพักยาเสพติด เพื่อจับกุมผู้ค้ารายย่อยที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนกดดันผู้เสพยาเสพติดให้สมัครใจเข้าสู่การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพให้มากที่สุดและสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญและเครือข่ายเชื่อมโยงผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ทั้งนี้การระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของของยาเสพติดในพื้นที่พังงาจัดขึ้นระหว่าง๑๗-๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๗ นี้.

พังงาสนธิกำลังจู่โจมตรวจค้นเรือนจำเพื่อระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของยาเสพติดสนับสนุนนโยบายของ คสช. ผลจากการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดและสิ่งของต้องห้าม

ตำรวจภูธรเมืองพังงาได้บูรณาการร่วมกันระหว่างสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดพังงา เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด อาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพังงา และอาสาสมัครภาคประชาชน จำนวน ๓๐๐ นาย จู่โจมตรวจค้นเรือนจำเพื่อระดมกวาดล้างการแพร่ระบาดของยาเสพติดสนับสนุนนโยบายของ คสช. เมื่อเวลา ๐๕.๔๕ น.วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ โดยตรวจค้นนักโทษ จำนวน ๘๐๔ คน เรือนนอนชาย แดนขังหญิง โรงงานช่างไม้ ห้องสุขา โรงทออวน สูทกรรมและห้องนอนจ่ายนอก ผลจากการตรวจค้นไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งของต้องห้าม

นายนิกร จันทร์อำไพ นายอำเภอเมืองพังงา กล่าวว่า ผวจ.พังงามอบหมายนโยบายสำคัญในการปราบปรามหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เรือนจำจังหวัดพังงาเป็นเป้าหมายหนึ่งที่ลงพื้นที่ตรวจค้นโดยเจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมือกับหน่วยปฏิบัติการเป็นอย่างดี

พันตำรวจเอกวันไชย เอกพรพิชญ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจค้นในเรือนจำเป็นการ X-ray ทุกตารางนิ้วเพื่อค้นหายาเสพติดแต่ก็ไม่พบยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างใด สืบเนื่องจากเรือนจำพังงามีความเข้มงวดเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง

ทางด้านนายกาญจน์ สุนทรเดชา ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพังงา กล่าวว่า พื้นที่ราชทัณฑ์พังงาได้เน้นย้ำเรื่องการตรวจค้นเป็นประจำทุกวัน และได้ร่วมบูรณาการกับทางตำรวจ ปกครอง ตรวจค้นให้บ่อยขึ้น สิ่งที่ราชทัณฑ์ปฏิบัติประจำคือการตรวจค้นอย่างเข้มงวดและตรวจปัสสาวะ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือให้บรรลุวัตถุประสงค์ผลลัพธ์ต้องไม่มียาเสพติดในเรือนจำจังหวัดพังงา

จังหวัดพังงาเตรียมจัดงานสมโภชอัฐิเจดีย์พระบริรักษ์ภูธรอดีตเจ้าเมืองพังงา ผู้ทำนุบำรุงรักษาและพัฒนาบ้านเมืองพังงาให้เป็นรากฐานของความเจริญจนถึงปัจจุบัน

 นายไชยวัฒน์ เทพี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานประชุมคณะกรรมการดำเงินงานบูรณปฏิสังขรณ์อัฐเจดีย์พระยาบริรักษ์ภูธร ณ วัดสราภิมุข (วัดสระ) อ.เมืองพังงา เพื่อเตรียมจัดงานพิธีสมโภชอัฐิเจดีย์พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง ณ นคร และขำ ณ นคร) อดีตเจ้าเมืองพังงา ผู้เป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทในการบุกเบิกสร้างบ้านสร้างเมือง ดูแลทุกข์สุขและความสงบเรียบร้อยของราษฎร ส่งผลให้เมืองพังงามีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

จังหวัดพังงาเป็นจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน บ้านเมืองสงบร่มเย็น ผู้คนมีความผาสุก ตั้งมั่นอยู่ในศิละรรมอันดีงามด้วยคุณูปการของบรรพชนที่ได้ก่อสร้างเมืองไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ดำรงอยู่อย่างผาสุกมาจนถึงทุกวันนี้ พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง ณ นครและขำ ณ นคร) อดีตเจ้าเมืองพังงา ผู้บุกเบิกและปรับปรุงระบบการทำภาษีเหมืองแร่ แบบเหมาเหมือง และพัฒนาบ้านเมืองให้รุ่งเรืองจนได้รับคำชมเชยจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จประพาสเมืองพังงา เมื่อปี ๒๔๑๔ และ พ.ศ. ๒๔๓๓ ว่าเป็นผู้ว่าราชการเมืองพังงา ที่มีระเบียบแบบแผน ทำนุบำรุงรักษาบ้านเมืองดีทำนุบำรุงรักษาและพัฒนาบ้านเมืองพังงาให้เป็นรากฐานของความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต มีระเบียบแบบแผน และเป็นผู้รอบรู้ราชการดี เมื่อถึงแก่อสัญกรรม(พระยาบริรักษ์ภูธร) ยังปรากฏอัฐิเจดีย์ของท่านทั้งสองตั้งอยู่ที่วัดสราภิมุข อ.เมืองพังงา มาจนถึงทุกวันนี้

ทั้งนี้เพื่อเป็นการอนุรักษ์และรักษามรดกทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพังงารวมทั้งส่งเสริมพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดพังงา จังหวัดจึงร่วมกับคณะลูกหลานเจ้าเมืองพังงา หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวจังหวัดพังงา กำหนดพิธีสมโภชงานดังกล่าวในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ ณ วัด สราภิมุข (วัดสระ) อ.เมือง จ.พังงา โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ฯ เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์

ผู้ผ่านการฝึกอบรมจากโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองฝ่ายปกครองจังหวัดพังงาตามโครงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดจังหวัดพังงาประจำปี ๒๕๕๗ มีทัศนคติแนวคิดเรื่องยาเสพติดในทางที่ดีขึ้น

นายไชยวัฒน์ เทพี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีปิดการอบรม และมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม โครงการค่ายบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติด จังหวัดพังงา ปี ๒๕๕๗ ณ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดพังงา อำเภอทับปุด โดยมี นายอำเภอทับปุด ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดพังงา แขกผู้มีเกียรติ ทีมวิทยากรจากสาธารณสุขจังหวัดพังงา สำนักงาน ปปส.ภาค ๘ ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดพังงา ครูพี่เลี้ยงจากที่ทำการปกครองจังหวัดพังงา และ ผู้เข้ารับการอบรม เข้าร่วมในพิธีปิด

นายไพศาล ศรีเทพ ป้องกันจังหวัดพังงา กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย รู้จักคุณค่าของตนเอง สร้างเป้าหมายในชีวิต ลดความขัดแย้งในครอบครัว และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยการอบรมใช้เวลา ๑๔ คืน ๑๕ วัน ระหว่าง ๕ มิถุนายน ถึง ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ มีผู้ผ่านการอบรม จำนวน ๕๘ คน

ด้านรองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า ขอให้กำลังใจผู้เข้ารับการอบรมทุกคน ขอให้เข้มแข็ง อดทน มั่นคง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่วิถีชีวิตที่ดีงาม เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าต่อสังคม ครอบครัว และประเทศชาติต่อไป

หนึ่งในผู้เข้ารับการฝึกอบรม กล่าวว่า จากการที่ได้เข้าค่ายถึงครึ่งเดือนทำให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดมากขึ้นและไม่ขอกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก จะกลับไปประกอบอาชีพให้เป็นที่พึ่งของพ่อแม่ครอบครัวต่อไป

ตำรวจ ภูธรจังหวัดสงขลา มอบอินทผลัมให้แก่ ผู้แทนมัสยิด ข้าราชการตำรวจ และพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามในจังหวัดสงขลา ในช่วงเดือนรอมฏอนที่จะถึงนี้

วันนี้ (20 มิ.ย. 57) ที่มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย พันเอกวรพล วรพันธ์ เสนาธิการ มทบ. 42 และ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจ ภูธรจังหวัดสงขลา ร่วมกันมอบอินทผาลัมให้แก่มัสยิดและพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามใน จังหวัดสงขลา ได้แก่ ผู้แทนกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา ผู้แทนชมรมอิหม่านอำเภอต่าง ๆ ผู้แทนสมาพันธ์ ผู้แทนสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม และข้าราชการตำรวจที่นับถือศาสนาอิสลาม กว่า 2,700 กล่อง

นาย กฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การถือศีลอดในเดือนรอมฎอนของพี่น้องชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติ ซึ่งเป็นศาสนกิจที่ฝึกฝนให้เกิดการเรียนรู้ในเรื่องการปฏิบัติศาสนกิจ ความอดทน ความเสมอภาค ความสามัคคี ความสมานฉันท์ ซึ่งในปีนี้การเริ่มถือศีลอดจะเริ่มในวันที่ 27 หรือ 28 มิถุนายนนี้ ตามประกาศจุฬาราชมนตรี

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กล่าวขอบคุณ ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญ การประกอบศาสนกิจ ของพี่น้องชาวไทยมุสลิม จึงได้จัดมอบผลอินทผาลัม ให้แก่มัสยิดต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา ได้รับประทานในช่วงถือศีลอด และเพื่อให้ผู้ที่ถือศีลอดในเดือนรอนฎอนได้ถือปฏิบัติตามแบบฉบับของท่าน ศาสดาได้อย่างสมบูรณ์ และมีพลานามัย สุขภาพแข็งแรง สามารถถือศีลอดได้ลุลวงตลอดทั้งเดือนด้วยดี และขอให้พี่น้องชาวไทยมุสลิม ผู้ศรัทธาทั้งหลายจงถือศีลอดในเดือนรอมฎอนด้วยความยำเกรงต่อองค์อัลเลาะห์ ขอให้องค์อัลเลาะห์ให้พรพี่น้องมุสลิมได้ทำแต่สิ่งดี ๆตลอดทั้งเดือนรอนฎอน

จังหวัดสตูลจัดกิจกรรมการออกหน่วยบริการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในเขตพื้นที่ หมู่ ๑๑ บ้านปาล์มไทย ต.ควนกาหลง

นายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำเจ้าหน้าที่จากส่วนราชการต่างๆ ร่วมกิจกรรมการออกหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ครั้งที่ ๖ ประจำปี ๒๕๕๗ เพื่อนำบริการเชิงรุกไปบริการประชาชนในท้องที่ห่างไกลทุรกันดาร ณ ศาลาอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน บ้านปาล์มไทย หมู่ที่ ๑๑ ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล

ภายในงานมีกิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ บูธนิทรรศการ การจำหน่ายสินค้า OTOP แจกพันธุ์กล้าไม้แก่เกษตรกร การรับชำระภาษีรถประจำปี การสาธิตการประกอบอาชีพอิสระ เป็นต้น จากนั้นมีการมอบเงินสงเคราะห์และทุนการศึกษาแก่เด็กที่ด้อยโอกาส จำนวน ๒๐ ทุน และสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูลยังได้มอบข้าวสารและแว่นตาแก่ผู้สูงวัยในพื้นที่อีกด้วย

สำหรับตำบลควนกาหลง มีครัวเรือน ๔,๙๕๕ ครัวเรือน ๑๑ หมู่บ้าน ประชากร ๑๔,๒๓๐ คน ราษฎรประกอบอาชีพเกษตรกรรม สวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน สวนผลไม้ เลี้ยงสัตว์ ประชากรส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธประมาณร้อยละ ๖๐% ศาสนาอิสลามประมาณร้อยละ ๔๐% ไม่มีความขัดแย้งทางด้านเชื้อชาติศาสนา ดำรงชีพตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ก็ยังคงมีปัญหาในพื้นที่ ได้แก่ ปัญหาเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ทำกิน ที่อยู่อาศัย ปัญหาความต้องการหน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับป่าไม้ตั้งสำนักงานบริเวณน้ำตกดาวกระจาย ปัญหาการก่อสร้างถนนลาดยางสายบ้านส้านแดงถึงแค้มป์ขี้พร้า และปัญหาการขยายเขตไฟฟ้าเข้าน้ำตกดาวกระจาย ซึ่งทางจังหวัดรับทราบปัญหาและจะนำเสนอที่ประชุมระดับเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป



กนกพิชญ์ / ข่าว
ส.ปชส.สตูล

หอการค้าจังหวัดจัดงานสตูลฟันแฟร์ ส่งเสริมการลงทุนหวังกระตุ้นเศรษฐกิจสตูลเปิดประตูสู่อาเซียน

นายวิทชัย อรุณอร่ามศักดิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดสตูล จัดงาน "สตูลฟันแฟร์” ครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันที่ ๑๙ - ๒๑ มิ.ย. นี้ ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสตูล เพื่อส่งเสริมการค้า พัฒนาเศรษฐกิจ และให้ความรู้ด้านธุรกิจ เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิก และผู้ประกอบการทั่วไปภายในจังหวัดสตูล อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และระดับประเทศต่อไป โดยมีนายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธาน

กิจกรรมต่างๆ ภายในงาน อาทิ การจำหน่ายและแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการรายย่อย การจำหน่ายสินค้า OTOP กิจกรรมบนเวที การประกวดร้องเพลง การแสดงศิลปะพื้นบ้าน บูธของธนาคารรัฐและพาณิชย์ บูธของชมรมประกันภัย ธุรกิจประกันสุขภาพ ธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะธุรกิจเฟรนไชน์ เป็นต้น

โอกาสนี้ นายวิทชัย อรุณอร่ามศักดิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดสตูล กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการในจังหวัดสตูล มีช่องทางให้การจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนมีการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิคการประกอบธุรกิจ แนะนำอาชีพใหม่ๆ ในรูปแบบแฟรนไชส์ที่กำลังเป็นที่นิยม เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสตูล และสามารถพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในจังหวัด เพื่อเป็นการยกระดับขีดความสารถสู่การแข่งขันในตลาดสากล และเป็นจุดเริ่มต้นการเปิดประตูสู่อาเซียนในอนาคตต่อไป



กนกพิชญ์ / ข่าว
ส.ปชส.สตูล

ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เร่งดำเนินการแผนสร้างความปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐกับประชาชน ตามนโยบายของ คสช.


นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดสตูล เชิญหัวหน้าส่วนราชการ แกนนำท้องถิ่นจาก ๗ อำเภอ ตำรวจ ทหาร และแกนนำทางการเมืองทุกฝ่ายกว่า ๑๐๐ คน ร่วมดื่มกาแฟยามเช้า ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด อ.เมือง จ.สตูล เพื่อร่วมปรึกษาหารือในการปรองดองสมานฉันท์ระหว่างภาครัฐกับประชาชน ตามประกาศของ คสช.ที่ ๒๒/๒๕๕๗ ซึ่งได้มอบหมายภารกิจสำคัญเร่งด่วนของประเทศในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนในระดับพื้นที่ เสริมสร้างความรักความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้สังคมไทยและปฏิรูปการเมือง ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกฝ่าย

โอกาสนี้ นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า หลังจากการประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในวันนี้ จะดำเนินการขับเคลื่อนและเร่งรัดให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอำเภอ ได้เร่งดำเนินการให้เกิดผลชัดเจน ซึ่งขณะนี้หน่วยงานทั้งระดับจังหวัดและอำเภอต่างๆ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว มีการจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ เน้นสร้างจิตสำนึก ในความรักความสามัคคี จากนั้นจะมีการจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงเจตนารมณ์และแนวทางดำเนินงานตามนโยบายของ คสช. เพื่อก่อให้เกิดความสงบสุขในจังหวัดสตูลต่อไป



กนกพิชญ์ / ข่าว
ส.ปชส.สตูล

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การประชุมคณะกรรมการเจ้าหน้าที่อาวุโสกรอบสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดียครั้งที่ 4 ที่จังหวัดภูเก็ต

วันที่ 19 มิ.ย. 57 ที่โรงแรมเดอะเวสทิน สิเหร่เบย์ รีสอร์ท แอนด์สปา ภูเก็ต กระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการเจ้าหน้าที่อาวุโสกรอบสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดีย (Bi-annual Meeting of the Indian Ocean Rim Association (IORA) Committee of Senior Officials) ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 19-20 มิ.ย. 57 โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกกรอบสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดียเข้าร่วมจำนวน 80 คน

นายชุตินทร  คงศักดิ์  อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการเจ้าหน้าที่อาวุโสกรอบสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดียมีขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก โดยประเด็นหลักที่มีการหารือร่วมกันได้แก่ ความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล  การปราบปรามโจรสลัด  การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน  การจัดการการประมง  การลดความเสี่ยงของภัยพิบัติ  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศวิชาการและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย  การท่องเที่ยว  การแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเด็กและสตรี โดยคณะกรรมการเจ้าหน้าที่อาวุโสจะนำผลจากการประชุมเสนอเพื่อพิจารณาในที่ประชุมสภารัฐมนตรีกรอบสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดีย ครั้งที่ 14 ในเดือนตุลาคม 2557 ที่เมืองเพิร์ท  ออสเตรเลีย

สมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดียก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือแบบไตรภาคีทั้งในระดับรัฐบาล เอกชน และวิชาการระหว่างประเทศสมาชิกในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 20 ประเทศ ครอบคลุมออสเตรเลีย  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เอเชียใต้  ตะวันออกกลาง และแอฟริกาตะวันออก

สำหรับไทย กรอบสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดียถือว่าเป็นหนึ่งในกรอบความร่วมมือที่เป็นกลไกในการส่งเสริมลู่ทางการค้าการลงทุน การประมงอย่างยั่งยืนและการเชื่อมโยงการคมนาคมทางทะเลของไทย เนื่องจากภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีประชากรรวมประมาณเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรโลกและเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยเฉพาะทรัพยากรประมง ส่วนภูเก็ตถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุมคณะกรรมการเจ้าหน้าที่อาวุโสในครั้งนี้เนื่องจากตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ดังนั้น การจัดการประชุมคณะกรรมการเจ้าหน้าที่อาวุโสกรอบสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดียที่จังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ จึงเป็นการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของภูเก็ตในเรื่องความพร้อมที่จะรองรับการจัดประชุมระดับนานาชาติ ตลอดจนประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในกลุ่มประเทศกรอบสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดีย

เกษตรจังหวัดภูเก็ตจัดสัมมนาและเจรจาเชื่อมโยงธุรกิจโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพพืชเศรษฐกิจสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต เพื่อหวังให้สับปะรดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มิ.ย.57 ที่โรงแรมภูเก็ตการ์เด้นท์ ถ.บางกอก ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง
จ.ภูเก็ต นายสงกรานต์ ภักดีคง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดการสัมมนาและเจรจาเชื่อมโยงธุรกิจโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพพืชเศรษฐกิจสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต โดยมี นายสนิท พลปัถพี เกษตรจังหวัดภูเก็ต เกษตรกรในจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายสนิท กล่าวว่า สับปะรดภูเก็ต เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่แตกต่างจากสับปะรดในแหล่งอื่น คือ รสหวาน กรอบ กลิ่นหอม เนื้อสีเหลืองตลอดทั้งผล เนื้อใยน้อย แกนผลกรอบรับประทานได้ จากคุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งเป็นผลผลิต ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ทำให้ได้รับการคุ้มครองและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการสับปะรดภูเก็ต แต่จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

ในปีงบประมาณ พ.ศ.2557 สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต ได้รับงบประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัด ดำเนินงานโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพพืชเศรษฐกิจสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต เพื่อพัฒนาและสร่งความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสับปะรดภูเก็ต พัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดสับปะรดภูเก็ต ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในระบบการควบคุมคุณภาพและข้อตกลงของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต ตาม พรบ. คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ.2546 และเพื่อประชาสัมพันธ์พืชเศรษฐกิจประจำถิ่น รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตที่มีคุณภาพ การพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสับปะรดภูเก็ต และการสัมมนาพัฒนาศักยภาพพืชเศรษฐกิจสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต

นายสนิท กล่าวต่ออีกว่า สำหรับสับปะรดภูเก็ตเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก และเป็นสิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย

ด้าน นายสงกรานต์ กล่าวว่า สับปะรดภูเก็ตเป็นพืชของดีเมืองภูเก็ต ที่ควบคู่กับการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ถือได้ว่าเป็นมรดกทางธรรมชาติและผสมผสานภูมิปัญญาที่สืบทอดมานาน และเป็นที่น่ายินดีที่สับปะรดภูเก็ตได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ทำให้ได้รับการคุ้มครองทางทรัพย์สินและภูมิปัญญาของเกษตรกร ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี  พ.ศ.2558 จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มตัว ทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดภูเก็ต และผู้ประกอบการสับปะรดภูเก็ตอย่างมาก

สำหรับการพัฒนาสับปะรดภูเก็ต จะต้องมียุทธศาสตร์ในหลาย ๆ ด้าน โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กระบวนการผลิต จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของ พรบ.คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ต้องผ่านมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย และรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของสับปะรดภูเก็ต ความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรเป็นสิ่งสำคัญ เกษตรกรจะต้องรวมกลุ่มวางแผนการผลิตและการตลาดร่วมกัน มีข้อกำหนดและเงื่อนไขของกลุ่มเป็นแนวทางปฏิบัติ ในเรื่องการตลาด ปัจจุบันยังไม่มีแหล่งหรือจุดจำหน่ายสับปะรดภูเก็ตที่ปลูกในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะเลยแยกแยะไม่ได้ว่าผลผลิตใดเป็นสับปะรดภูเก็ต ผลผลิตใดเป็นสับปะรดจากแหล่งอื่น ดังนั้นควรจะจัดตั้งจุดจำหน่ายสับปะรดภูเก็ตเฉพาะ ในการวางแผนการตลาด ต้องมองถึงรูปแบบการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิต รูปแบบการจำหน่าย รวมทั้งการส่งออกต่างประเทศด้วย การประชาสัมพันธ์ เป็นช่องทางหนึ่งที่จะส่งเสริมให้สับปะรดภูเก็ตมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น การพัฒนาสับปะรดภูเก็ต ในเชิงบูรณาการทุกหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะเป็นแนวทางที่สำคัญที่จะผลักดันให้สับปะรดภูเก็ตก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตจัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์สื่อมวลชนภูเก็ต

เมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ย. 57 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ พล.ต.ท. ปัญญา  มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นประธานเปิดการสร้างสรรค์สื่อมวลชนและตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต โดยมี พล.ต.ต. กระจ่าง  สุวรรณรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายบุญรัตน์  อภิวันทนากร ประธานชมรมผู้สื่อข่าวภูเก็ต ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต สื่อมวลชนเข้าร่วม

พล.ต.ต. กระจ่าง กล่าวว่า ภายหลังตนเองได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ให้มารักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต แต่ยังไม่มีโอกาสได้พบปะกับสื่อมวลชนภูเก็ต เนื่องจากภารกิจด้านการจัดระเบียบแท็กซี่ป้ายดำและกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ ซึ่งกระบวนการดำเนินงานคืบหน้าไปมาก จึงมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนภูเก็ตที่เป็นองค์กรที่คอยขับเคลื่อนการทำงานให้กับประชาชนได้รับทราบ อย่างไรก็ตามในบางโอกาส การทำงานระหว่างสื่อมวลชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะไม่เข้าใจกันบ้างถือเป็นเรื่องปกติเหมือนลิ้นกับฟัน แต่เมื่อมีการพูดคุยกันด้วยเหตุผลและแนวทางการปฏิบัติงานทุกฝ่ายก็เข้าใจตรงกัน

ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมทหาร ฝ่ายปกครองจังหวัด อาสาสมัครรักษาดินแดน และอาสาสมัครประชาชน กว่า 350 คน ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 18-24 มิ.ย.นี้ สนับสนุนนโยบาย คสช. เพื่อให้เกิดความสงบ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ขึ้นในประเทศ

เมื่อเวลา 16.00 น. เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่บริเวณลานจอดรถสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พล.ต.ท. ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย นาย ไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต. กระจ่าง สุวรรณรัตน์ รอง ผบช.ภ.8 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.อ.สมชาย โปณะทอง ผู้บังคับการศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 41 จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมเป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อสนับสนุนนโยบายของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยปรองดอง สมานฉันท์ขึ้นในประเทศ

โดยทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้บูรณาการร่วมกับสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธร เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครองจังหวัด กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจน้ำ กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต ตำรวจสันติบาลภูเก็ต กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเมือง และจังหวัดภูเก็ต และอาสาสมัครภาคประชาชน รวมกว่า350 คน ร่วมระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 18-24 มิ.ย.57 โดยมีเป้าหมายเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดที่จะนำมาใช้สร้างความรุนแรงในพื้นที่

พล.ต.ท. ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เข้าควบคุมการบริหารประเทศ เพื่อยับยั้ง และยุติความรุนแรงที่อาจจะเพิ่มมากขึ้น หลังจากนั้นก็ได้มีการขอความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และประชาชน ทุกฝ่ายในการสร้างความสามัคคี เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความสงบ ปรองดอง สมานฉันท์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจ แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่อาจไม่หวังดีต่อประเทศชาติพยายามดำเนินการด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้เกิดความไม่สงบขึ้น ตามที่ได้ปรากฏในข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่มีความคิดเห็นแตกต่าง และมีแนวโน้มที่จะมีการระดมแนวร่วมออกมาเคลื่อนไหวหรือจัดกิจกรรมในช่วงวันที่ 19-21 มิ.ย.57 ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์และนโยบาย และอาจจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้    ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายดังกล่าวของหัวหน้า คสช.และเพื่อให้การดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้กำหนดระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่18-24 มิ.ย.นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดที่จะนำมาใช้สร้างความรุนแรงในพื้นที่

จังหวัดภูเก็ต ร่วมลงนามความร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด บันทึกศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับศูนย์ประสานงานเฝ้าระวังรักษาความสงบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต จัดประชุมสร้างความเข้าใจ ปรองดองสมานฉันท์ ครู บุคลากรและเครือข่ายทางการศึกษาจังหวัดภูเก็ต

วันที่ 19 มิ.ย.57     ที่ห้องประชุมพระพิทักษ์    โรงแรมเมโทรโพล อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต  นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธี   โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ครู  บุคลากร และเครือข่ายทางการศึกษาในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม จำนวน 1,250 คน     

นายไมตรี ได้มอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานภายใต้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. แก่ผู้เข้าร่วมในครั้งด้วยกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักเป็นพลเมืองดี มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ให้เกิดขึ้นในโรงเรียนและหน่วยงาน รวมถึงเพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ในทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง    เพื่อส่งเสริมให้ดำรงชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียงน้อมนำโครงการพระราชดำริมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนเพื่อปลูกฝังและเสริมสร้างกระบวนการคิดซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมให้เกิดความรักความสามัคคี ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

สำหรับวาระการประชุมในครั้งนี้  นอกจาก    การมอบนโยบายภายใต้การบริหารราชการของ คสช. โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังประกอบด้วย   Road Map การปฏิบัติงานการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ตโดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต /บทบาทสภาการศึกษาจังหวัดภูเก็ต พร้อมกันนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมยังได้ร่วมร้องเพลงประสานเสียงเพลงสามัคคีชุมนุม และกล่าวคำปฏิญาณการสร้างความปรองดองสมานฉันท์อีกด้วย

จังหวัดภูเก็ต ร่วมลงนามความร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด บันทึกข้อตกลงร่วมกันเป็นผู้นำในการดำเนินงานโครงการทูบีนัมเบอร์วันเพื่อสังคมภูเก็ตอยู่ดี มีสุข

วันที่ 19 มิ.ย. 57 ที่โรงเรมเมโทรโพล นายไมตรี  อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  นายชลำ  อรรถธรรม ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต นายแพทย์ขจรศักดิ์  แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันที่จะเป็นผุ้นำในการดำเนินงานโครงการ ทูบีนัมเบอร์วัน โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อสังคมภูเก็ตอยู่ดี มีสุข เด็กและเยาวชน ปลอดภัย เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เก่ง ดี มีความสุขและไม่พึ่งยาเสพติด

นายชลำ  กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตน้อมรับโครงการทูบีนัมเบอร์วัน (โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีมาดำเนินการตั้งแต่ปี 2545 ภายใต้แนวคิด “เป็นหนึ่งไยม่พึ่งยาเสพติด” แต่การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดจากสังคมไทยไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ด้วยการทำงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ทุกองค์กร ทุกฝ่ายต้องร่วมช่วยกันและรวมมตัวกันของผู้มีความตั้งใจที่จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จะทำให้เกิดพลัง ในการร่วมกันป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างเข้มแข็ง

สำหรับหน่วยงานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ตที่ร่วมบันทึกข้อตกลงมี  8 กลุ่ม เครือข่ายรวม 49 แห่ง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยเนื้อหาของข้อตกลงร่วมกันระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตและผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คือ ร่วมกันดำเนินงานโครงการทูบีนัมเบอร์วันในฐานะจังหวัดทูบีนัมเบอร์วันต้นแบบระดับเพชร เพื่อให้สังคมภูเก็ต อยู่ดี มีสุข เด็กและเยาวชนปลอดภัย เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งดีและมีสุข โดยมีระยะเวลาการดำเนินงาน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามและสามารถขยายเวลาโดยความเห็นชอบร่วมกัน

พ่อเมืองภูเก็ตนำเวทีกาแฟยามเช้าเสริมกิจกรรมปรองดองสมานฉันท์ส่วนราชการ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. 57  ที่โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต นายไมตรี  อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานร่วมกิจกรรมกาแฟยามเช้า โดยมีนายชลำ  อรรถธรรม ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต น.ส.สมใจ  สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา เข้าร่วม

นายชลำ  กล่าวว่า กิจกรรมกาแฟยามเช้า เป็นนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ต้องการให้หัวหน้าส่วนราชการได้มาพบปะสร้างความปรองดองแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความคิดเห็นต่าง ๆ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกเดือน โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ของปี 2557 เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต เป็นเจ้าภาพโดยเจ้าภาพครั้งต่อไป ที่ทำการปกครองจังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพ อย่างไรก็ตามการพบปะของหัวหน้าส่วนราชการถือเป็นสิ่งที่ดี ที่จะใช้เวลาก่อนปฏิบัติราชการมาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำสู่การช่วยเหลือ รับทราบความเคลื่อนไหวแต่ละส่วนราชการ ที่สำคัญช่วงนี้อยู่ในช่วงการปรองดอง การใช้เวทีกาแฟยามเช้าจึงเป็นเป็นอีกแนวนโยบายหนึ่งของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อสร้างความเข้าใจและให้ส่วนราชการไปจัดกิจกรรมในสังคมและชุมชนที่รับผิดชอบ

จัดหางานจังหวัดภูเก็ตจัดงานนัดพบตลาดเงินเชิงคุณภาพ “e-jobs@phuket 2014” ประจำปี 2557ตำแหน่งงานว่าง จำนวน 610 ตำแหน่ง กว่า 3,905 อัตรา

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 มิ.ย.57 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นาย ไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานนัดพบตลาดเงินเชิงคุณภาพ จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2557 ภายใต้ชื่อ “e-jobs@phuket 2014” ซึ่งจัดโดย สำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันนี้ 19 – 20 มิ.ย.57 นี้ โดยมี นาง เยาวภา พิบูลย์ผล จัดหางานจังหวัดภูเก็ต นายสุทธิพงศ์  สายสาคเรศ  แรงงานจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ. อรุณ แกล้ววาที รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนผู้ว่างงาน เข้าร่วม

นางเยาวภา  กล่าวถึงการจัดงานวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทำให้แก่ ผู้ประสงค์จะหางานทำ ผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้างงาน ผู้ต้องการเปลี่ยนงาน และผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ รวมทั้งให้ผู้สมัครงานได้ทราบแหล่งการจ้างงาน แนวโน้มความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อนำไปเป็นแนวทางเตรียมตัวเข้าสู่ การจ้างงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจ้างงานมีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี

สำหรับการจัดงานนัดพบตลาดแรงงานในครั้งนี้ได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาให้บริการสมัครงานซึ่งผู้สมัครงานสามารถสมัครงานล่วงหน้าผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยไม่ต้องเสียเวลากรอกแบบขึ้นทะเบียนหางานและใบสมัครงานเหมือนการจัดงานนัดพบแรงงานที่ผ่านมา ในส่วนของนายจ้างที่เข้าร่วมสามารถประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานว่างที่ต้องการรับสมัครงานได้ล่วงหน้าผ่านอินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน และเรียกดูประวัติของผู้สมัครงานกลับไปพิจารณาคัดเลือกใหม่ได้ ทำให้ผู้สมัครงาน นายจ้างได้รับความสะดวก ลดขั้นตอน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการสมัครงานอีกด้วย

นางเยาวภา กล่าวต่ออีกว่า การ “e-jobs@phuket 2014” ในครั้งนี้ มีนายจ้างมาเข้าร่วมสัมภาษณ์ในงาน จำนวน 50 บริษัท นายจ้างไม่มาสัมภาษณ์ 13 บริษัท ตำแหน่งงานว่าง จำนวน 610 ตำแหน่ง 3,905 กว่าอัตรา โดยมีผู้สมัครงานลงทะเบียนล่วงหน้าทางอินเตอร์เน็ตก่อนวันงาน จำนวน 596 คน และคาดว่าผู้สมัครงานสามารถบรรจุงานได้ทันทีประมาณ 300 คน ซึ่งนายจ้างที่เข้าร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นประเภทโรงแรมและการท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ธุรกิจรถยนต์ บริการด้านสปา และอื่น ๆ

นอกจากการรับสมัครงานแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ให้แก่ผู้มาร่วมงาน เช่น การทดสอบความทางอาชีพ แนะแนวอาชีพ การเขียนใบสมัครงาน เทคนิคการสัมภาษณ์งาน การให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน การสาธิตการประกอบอาชีพอิสระที่น่าสนใจ 7 อาชีพ ประกอบด้วย การทำซูชิ การทำส้มตำผลไม้ การประดิษฐ์สิ่งของจากไหมพรม การดัดลูกโป่ง การประดิษฐ์งานรีไซเคิลจากขวดพลาสติก การตัดเย็บกระเป๋าสตางค์จากเศษผ้า การทำถุงหอมดับกลิ่น เป็นต้น

ด้าน นายไมตรี อินทุสต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวฝากถึงผู้ที่มาสมัครงาน ว่า ขอให้ทุกคนมุ่งมั่น ตั้งใจ ใส่ใจ ฝ่าฟันอุปสรรค และสู้อย่างไม่ถอยในการการทำงาน เพื่อที่จะให้ทำงานออกมามีประสิทธิภาพและจะได้มีอาชีพการงานที่ก้าวหน้าตลอดไป 

เกษตรจังหวัดภูเก็ตจัดสัมมนาและเจรจาเชื่อมโยงธุรกิจโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพพืชเศรษฐกิจสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต เพื่อหวังให้สับปะรดภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มิ.ย.57 ที่โรงแรมภูเก็ตการ์เด้นท์ ถ.บางกอก ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง
จ.ภูเก็ต นายสงกรานต์ ภักดีคง ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดการสัมมนาและเจรจาเชื่อมโยงธุรกิจโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพพืชเศรษฐกิจสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต โดยมี นายสนิท พลปัถพี เกษตรจังหวัดภูเก็ต เกษตรกรในจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายสนิท กล่าวว่า สับปะรดภูเก็ต เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่แตกต่างจากสับปะรดในแหล่งอื่น คือ รสหวาน กรอบ กลิ่นหอม เนื้อสีเหลืองตลอดทั้งผล เนื้อใยน้อย แกนผลกรอบรับประทานได้ จากคุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งเป็นผลผลิต ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ทำให้ได้รับการคุ้มครองและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการสับปะรดภูเก็ต แต่จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

ในปีงบประมาณ พ.ศ.2557 สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต ได้รับงบประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัด ดำเนินงานโครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพพืชเศรษฐกิจสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต เพื่อพัฒนาและสร่งความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสับปะรดภูเก็ต พัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดสับปะรดภูเก็ต ให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในระบบการควบคุมคุณภาพและข้อตกลงของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต ตาม พรบ. คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ.2546 และเพื่อประชาสัมพันธ์พืชเศรษฐกิจประจำถิ่น รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตที่มีคุณภาพ การพัฒนากลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสับปะรดภูเก็ต และการสัมมนาพัฒนาศักยภาพพืชเศรษฐกิจสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์สับปะรดภูเก็ต

นายสนิท กล่าวต่ออีกว่า สำหรับสับปะรดภูเก็ตเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก และเป็นสิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย

ด้าน นายสงกรานต์ กล่าวว่า สับปะรดภูเก็ตเป็นพืชของดีเมืองภูเก็ต ที่ควบคู่กับการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ถือได้ว่าเป็นมรดกทางธรรมชาติและผสมผสานภูมิปัญญาที่สืบทอดมานาน และเป็นที่น่ายินดีที่สับปะรดภูเก็ตได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ทำให้ได้รับการคุ้มครองทางทรัพย์สินและภูมิปัญญาของเกษตรกร ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี  พ.ศ.2558 จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มตัว ทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดภูเก็ต และผู้ประกอบการสับปะรดภูเก็ตอย่างมาก

สำหรับการพัฒนาสับปะรดภูเก็ต จะต้องมียุทธศาสตร์ในหลาย ๆ ด้าน โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน กระบวนการผลิต จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของ พรบ.คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ต้องผ่านมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย และรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของสับปะรดภูเก็ต ความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรเป็นสิ่งสำคัญ เกษตรกรจะต้องรวมกลุ่มวางแผนการผลิตและการตลาดร่วมกัน มีข้อกำหนดและเงื่อนไขของกลุ่มเป็นแนวทางปฏิบัติ ในเรื่องการตลาด ปัจจุบันยังไม่มีแหล่งหรือจุดจำหน่ายสับปะรดภูเก็ตที่ปลูกในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะเลยแยกแยะไม่ได้ว่าผลผลิตใดเป็นสับปะรดภูเก็ต ผลผลิตใดเป็นสับปะรดจากแหล่งอื่น ดังนั้นควรจะจัดตั้งจุดจำหน่ายสับปะรดภูเก็ตเฉพาะ ในการวางแผนการตลาด ต้องมองถึงรูปแบบการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลผลิต รูปแบบการจำหน่าย รวมทั้งการส่งออกต่างประเทศด้วย การประชาสัมพันธ์ เป็นช่องทางหนึ่งที่จะส่งเสริมให้สับปะรดภูเก็ตมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น การพัฒนาสับปะรดภูเก็ต ในเชิงบูรณาการทุกหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะเป็นแนวทางที่สำคัญที่จะผลักดันให้สับปะรดภูเก็ตก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำคณะทำงานตรวจร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ต เข้มงวดเจ้าของร้านปฏิบัติตามกติกา ห้ามให้เยาวชนใช้บริการเกินเวลากำหนดพบหากทำผิดซ้ำซาก อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาต

เมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ย.57 นายไมตรี  อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำคณะทำงานประเมินร้านเกมส์ ออกตรวจร้านเกมส์และร้านอินเตอร์เน็ตในจังหวัดภูเก็ต เพื่อป้องปรามอบายมุข และให้เด็ก เยาวชน ปฏิบัติตามกติกาของทางราชการ ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วยนายเสรี พาณิชย์กุล ปลัดจังหวัดภูเก็ต  
นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอเมืองภูเก็ต พร้อมด้วย นางสาว ศิริวรรณ ตั้นพันธ์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และอาสมัครร่วมเป็นคณะทำงานในการออกตรวจ

นายไมตรี กล่าวถึงการออกตรวจร้านเกมส์ในครั้งนี้ว่า  จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดูแลการออกใบอนุญาตรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ต ได้กำหนดแผนการออกตรวจร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ต โดยร่วมกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัคร รวมถึงคณะตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดภูเก็ต  ร่วมออกตรวจในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังป้องปรามอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น และเพื่อให้เด็กนักเรียนอยู่ในกฎกติกาของทางราชการ

ซึ่งการออกตรวจในครั้งนี้ สอดคล้องกับกิจกรรมการปล่อยแถวเพื่อระดมกวาดล้างอาชญากรรม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2557

สำหรับร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ตที่ขออนุญาตเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตและประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ พ.ศ.2552 ข้อ 8 (1-8) ในจังหวัดภูเก็ต นั้น ปัจจุบันมีจำนวน 320 ร้าน  โดยในครั้งนี้คณะดำเนินงานทำการสุ่มตรวจ จำนวน 8 ร้าน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเยาวราช  ตำบลตลาดใหญ่  อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

โดยผลการตรวจปรากฏว่า มีร้านเกมส์ที่เปิดให้บริการบางร้านไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน กระทำความผิดด้วยการเปิดให้เยาวชนเข้ามาใช้บริการเกินเวลาที่กำหนดคือ เยาวชนอายุ 15 ปี สามารถใช้บริการได้ถึงเวลา 20.00 น. ส่วนเยาวชนอายุ 18 ปี สามารถใช้บริการได้ถึงเวลา 22.00 น.  สำหรับเจ้าของร้านที่กระทำผิดในครั้งนี้ทางวัฒนธรรมจังหวัดมีมาตรการลงโทษในเบื้องต้นด้วยการว่ากล่าวตักเตือน ทั้งนี้หากมีการกระทำความผิดซ้ำอีก จะทำการภาคทัณฑ์ด้วยการปิดให้บริการชั่วคราวและหากยังมีการกระทำความผิดซ้ำซากจะทำการเพิกถอนใบอนุญาต ในที่สุด