วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สนามกีฬาติณสูลานนท์ สนามฟุตบอลใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ที่ใช้เป็นสนามเหย้าของทีมสงขลา ยูไนเต็ด กกท. ได้ถ่ายโอนให้ อบจ.สงขลา ดูแลแล้ว

พิธีการส่ง - รับมอบ สนามกีฬาติณสูลานนท์สงขลา ได้จัดให้มีขึ้น เมื่อเย็นวันนี้ (12 พ.ค. 57 ) โดยมี นายจำนงค์ เสนาจิตร์ ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 4 ผู้ส่งมอบ ให้กับ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นผุ้รับมอบ โดยมี นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานสักขีพยาน ในพิธีส่ง – รับมอบสนามกีฬาติณสูลานนท์สงขลา ในครั้งนี้

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการประชุม คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมี นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบ เรื่องการถ่ายโอนภารกิจดูแลสนามกีฬาติณสูลานนท์ให้กับองค์การบริการส่วนจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนของจังหวัดสงขลาทุกกลุ่ม ทุกระดับ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนได้รับประโยชน์จากการใช้สนามกีฬาในการฝึกซ้อม และรองรับการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติต่อไป อันจะส่งผลต่อการพัฒนาการกีฬาของจังหวัดในภาพรวม โดยองค์การบริการส่วนจังหวัดสงขลายินดีสนับสนุนงบประมาณชดเชยค่าอาคารหรือสิ่งก่อสร้างในส่วนที่เป็นทรัพย์สินของการกีฬาแห่งประเทศไทย ตามบัญชีมูลค่าที่เป็นจริง เพื่อให้การดำเนินการให้สนามกีฬาติณสูลานนท์ เป็นสนามกีฬาระดับนานาชาติอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยต่อไป
สำหรับ สนามกีฬาติณสูลานนท์สงขลา แห่งนี้ เริ่มก่อสร้างครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2538 เป็นสนามกีฬาแห่งแรกของจังหวัดสงขลา และภาคใต้ มีความจุในการชมกีฬาของผู้เข้าชม ประมาณ 35,000 ที่นั่ง สนามแห่งนี้ ยังเคยผ่านการจัดแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2541 และในปัจจุบัน ใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลสงขลา และ สโมสรฟุตบอลวัวชน ยูไนเต็ด อีกด้วย



จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง /ข่าว
ชิดนัย แก้วมณีโชติ/ภาพ

ม.เกษตรศาสตร์ นำเครื่องโอโซนใช้ทดสอบแก้ปัญหาน้ำเสีย ซ.พะเนียง ต.รัษฎา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ที่ บ่อบำบัดน้ำเสีย ซ.พะเนียง ต.รัษฎา ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ชมการสาธิตโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำบริเวณคลองรัษฎาโดยเทคโนโลยีโอโซนและสนามแม่เหล็ก โดยมี นายเกษม สุขวารี ทรัพยาการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายกนก นาแก้ว  บุคลากรจากศูนย์ปฏิบัติการวิศวกรรมการพลังงานและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วม

นายกนก กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมกันพัฒนาเครื่องปรับสภาพน้ำเสีย ซึ่งหลักการทำงานจะมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1. การสร้างอุโมงค์สนามแม่เหล็ก  หลักการคือในโลกนี้มีสสารโมเลกุลแม้แต่โปรตีน คาร์โบไฮเรตก็จะมีโมเลกุล ถ้าเอาโมเลกุลน้ำเสียผ่านเข้าไปในอุโมงค์สนามแม่เหล็ก ก็จะทำการเรียงโมเลกุลของตะกอนในสารแขวงลอย เมื่อตะกอนในสารแขวงลอย เรียงโมเลกุลก็จะเกิดอำนาจในสนามแม่เหล็ก แล้วตะกอนก็จะเกาะตัวกันเร็วขึ้น ขั้นที่ 2. การแยกโมเลกุลของน้ำ ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนกับออกซิเจน เมื่อแยกโมเลกุลเราจะได้ออกซิเจนที่บริสุทธิ์แทนที่การเอาอากาศใส่ในน้ำ เพราะฉะนั้นการเติมออกซิเจนลงในน้ำเป็นการเพิ่มดีโอ ซึ่งเป็นหลักการของสิ่งแวดล้อม และขั้นที่ 3. การนำอากาศที่เราหายใจโดยทั่ว ๆไปมาผลิตเป็นโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ปกติบ่อบำบัดน้ำเสียที่มีอยู่ในประเทศไทยจะไม่มีการฆ่าเชื้อโรค ดังนั้นจังหวัดภูเก็ตได้เริ่มนำโอโซนเข้ามาใช้ในการบำบัดน้ำเสียเพียงอย่างเดียวจาก 1 ใน 3 ของทั้งหมดที่ใช้ ทั้งนี้เชื้อโรคที่ฆ่าได้ก็คือ โคลีฟอม เป็นสารที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เมื่อฆ่าเชื้อโรคแล้วสีน้ำก็จะใสขึ้น ทั้งสามขั้นตอนนี้ตรงตามมาตรฐานของสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ ปริมาณน้ำทั้งหมด ซึ่งปริมาณน้ำที่ใช้ในบำบัดทั้งหมด ขึ้นอยู่กับคาบิสซีดีของเครื่อง เนื่องจากเครื่องได้ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลอง ถ้าหากมีการเพิ่มจำนวนน้ำมากขึ้น ก็ต้องมีการเพิ่มกำลังเครื่องมือในการผลิตขึ้นด้วย โดยผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งทางจังหวัดต้องการใช้ติดตั้งจริง โดยจะมีการพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน ดร. สมหมาย กล่าวว่า ปัญหาน้ำเสียในบริเวณ ซ.พะเนียง ต.รัษฎา ขณะนี้ทางจังหวัดได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปแก้ไขโดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่ เทศบาลตำบลรัษฎา และเทศบาลนครภูเก็ต ร่วมกันตั้งงบประมานเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อย่างไรก็ตามการนำเครื่องโอโซนในการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นการทดลองรูปแบบหนึ่งของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เป็นการใช้สนามแม่เหล็กขึ้นมาเป็นเครื่องมือใหม่ และยังเป็นการทอลองอยู่ในขณะนี้  ถือเป็นอีกแนวทางที่น่าจะไปปรับใช้ในการบำบัดน้ำเสียได้

สยามสปอร์ต หนุนอุปกรณ์กีฬา ให้เยาวชนภูเก็ต โครงการ “40 ปี สยามสปอร์ต พลานุภาพกีฬาโลก”

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 พ.ค. 57 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีรับมอบหนังสือ “40 ปี ภาพนี้มีเรื่องเล่า” พร้อมอุปกรณ์กีฬา อาทิ ลูกฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ฯลฯ จากตัวแทนสยามสปอร์ต โดยนายธนวัต อ่องเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เส้งโห ภูเก็ต จำกัด และมีนาวาเอกกฤษฎา รัตนสุภา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต และนายวิรัช พาที ผู้อำนวยการศูนย์กีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต ร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีรับมอบดังกล่าว

นายธนวัต อ่องเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เส้งโห ภูเก็ต จำกัด กล่าวว่า การมอบหนังสือ และอุปกรณ์กีฬาดังกล่าว เป็นกิจกรรมหนึ่งใน โครงการ “40 ปี สยามสปอร์ต พลานุภาพกีฬาโลก” ของบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย ที่มีฝันและอยากเดินตามรอยนักกีฬาฮีโร่ เติบโตสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพที่ประสบความสำเร็จ โดยมี บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลัก ร่วมด้วย รถยนต์โตโยต้า ไอ-โมบาย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เอสซีจี และเอฟบีที ร่วมสนับสนุน สำหรับจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดสุดท้าย ที่ทางสยาม สปอร์ต ได้เดินทางไปจัดกิจกรรมดังกล่าว ให้แก่โรงเรียนและสถานศึกษา ใน 77 จังหวัดทั่วไทย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-12 พ.ค.57

ทีม “ฮันเตอร์ ภูเก็ต” แชมป์ พูล เทเบิ้ลล์ ประเทศไทย เข้าพบรองผู้ว่าฯ ขอกำลังใจก่อนเดินทางไปแข่งขัน ในรายการ ‘VNEA World Championship’ ในระหว่างวันที่ 22-31 พ.ค.นี้ ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันที่ 12 พ.ค.57 ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นักกีฬาจากทีม “ฮันเตอร์ ภูเก็ต” ซึ่งเป็นนักกีฬา พูล เทเบิ้ลล์ นำโดย นายมู่ซา พูนสัก ผู้จัดการทีม พร้อมด้วย นายประสิทธิ์ แจ่มจันทร์ กัปตันทีม และลูกทีม ได้เข้าพบ น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อรายงานตัวและขอกำลังใจจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ก่อนเดินทางไปร่วมแข่งขันในรายการ ‘VNEA World Championship’ ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ณ เมือง ลาส เวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 22 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นี้ มีนาวาเอกกฤษฎา รัตนสุภา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต และนายวิรัช พาที ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต ร่วมให้กำลังใจด้วย

นายประสิทธิ์ แจ่มจันทร์ กัปตันทีม กล่าวว่า วันนี้ได้เข้าพบรองผู้ว่าฯ ในโอกาสที่พวกตนได้แชมป์ Pool ในรายการ “VNEA Pool League Phuket” ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท ไทยแลนด์ พูล เทเบิ้ลล์ จำกัด ระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมาที่ จ.ภูเก็ต และได้เป็นตัวแทนคนไทยไปแข่งที่สหรัฐอเมริกา จึงได้เดินทางเข้าพบท่านรองผู้ว่าฯ ดังกล่าว เพื่อขอโอวาท

 “การได้มาของแชมป์ ดังกล่าว สืบเนื่องจากทาง ภูเก็ต พูล เทเบิ้ลล์ ได้จัดให้มีการแข่งขันเพื่อค้นหาแชมป์ของแต่ละประเทศ เพื่อให้ไปพบกับ 128 ประเทศทั่วโลก ซึ่งใช้เวลาในการแข่งขันประมาณ 5 เดือนเศษ และเราก็ได้เป็นหนึ่งใน 128 ทีม ที่ได้ไปแข่งที่อเมริกา ซึ่งเป็นการแข่งขันในระดับสมัครเล่นโลก เราก็มีความดีใจที่ได้ไปแข่ง ได้เป็นตัวแทนของคนไทย พวกเราไม่กล้าคาดหวังว่าจะได้แชมป์หรือไม่ แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด”  นายประสิทธิ์ กล่าวในที่สุด

คณะกรรมการกลั่นกรองและประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญจังหวัดภูเก็ต พร้อมพิจารณาเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญจังหวัดภูเก็ตและคณะกรรมการพิจารณาเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างประจำส่วนราชการบริหารส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ครั้งที่ 2 โดยมีนางละอองดาว คมสัน หัวหน้าสถิติจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ตามระเบียบ กฎหมาย หลักเกณฑ์การพิจารณาการประเมินการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนสามัญในจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2557 กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ.2552 มีหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1012/ว20 ลงวันที่ 3 กันยายน 2552 ตามระดับตำแหน่งและผลงานให้ตรงกับหลักเกณฑ์ในการประเมินผลตามกรอบของการคำนวณช่วงเงินเดือนสำหรับปรับเลื่อนเงินเดือนในแต่ละระดับตำแหน่ง เพื่อให้เป็นไปตามกรอบการประเมินผลและให้เข้ากับเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ภูเก็ต เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชา

วันที่ 12 พ.ค. 57 นางสาวธัชสริญญ์   ฤทธิโชติ   นักวิชาการศาสนาชำนาญการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต   ได้กล่าวว่า เนื่องในวันวิสาขบูชาที่จะมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 มติมหาเถรสมาคมกำหนดให้วัดทุกวัดจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพุทธศาสนา ซึ่งตรงกับวัน ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือวันพระพุทธตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6  องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศรับรองให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากล ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลก เนื่องด้วยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อมวลมนุษย์ทั้งหลาย และประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เป็นพุทธมามกะ มีความเคารพบูชาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ มีหลักธรรมอันประเสริฐเป็นหลักควบคุมจิตใจ ส่งเสริมสติสัมปชัญญะให้ละเว้นชั่ว กลัวบาป และประพฤติดี   

สำหรับจังหวัดภูเก็ตสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตเป็นหน่วยงานหลักในการจัดกิจกรรมร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต โดยให้วัดทุกวัดจัดกิจกรรม ในวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ตระหนักถึงความสำคัญวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และประพฤติปฏิบัติตน เป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม นำหลักคำสอนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และเพื่อส่งเสริมเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง จรรโลงสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ดี และสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธ ซึ่งในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาเองก็ร่วมกับวัดวิชิตสังฆาราม ได้จัดให้มีกิจกรรม เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การเจริญพระพุทธมนต์ การแสดงพระธรรมเทศนา การบรรยายธรรม และพิธีเวียนเทียนในเวลา 19.00 น.

ทั้งนี้เนื่องจากวันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา คนไทยถือเป็นพุทธศาสนิกชน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมทำบุญตักบาตร เข้าวัดแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และทำกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมกันทุกวัดในจังหวัดภูเก็ต

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดพิธีสมโภชผ้าพระบฏพระราชทาน เนื่องในวันวิสาขบูชาวันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557

เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (12 พ.ค.57) ที่ศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีสมโภชผ้าพระบฏพระราชทาน จำนวน 5 ผืน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 ประกอบด้วย ผ้าพระบฏพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผ้าพระบฏพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ้าพระบฏพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และผ้าพระบฏพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช(ธ)/เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชนที่พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีขาวร่วมในพิธี

และในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ค.57) วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก เวลา 06.30 น. ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ ณ ลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เวลา 16.30 น. ประกอบพิธีอัญเชิญผ้าพระบฏพระราชทาน จำนวน 5 ผืน โดยริ้วขบวนเคลื่อนจากศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ไปยังบริเวณลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อประกอบพิธีถวายผ้าพระบฏพระราชทาน นำขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันวิสาบูชา สำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 โดยมีนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด นครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธี จึงขอเชิญชวนชาวนครศรีธรรมราชทุกหมู่เหล่าร่วมในพิธีทำบุญตักบาตร เวลา 06.30 น. และร่วมพิธีถวายผ้าพระบฏพระราชทานเวลา 16.30 น. ณ ลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยพร้อมเพรียงกัน หลังจากนั้นจะมีพิธีบูชาเวียนเทียน รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช โดยขอให้แต่งกายด้วยชุดสีขาว

ชาวสวนยางตรัง นำพืชผลไม้มาปลูกแซมในสวนยางเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำยาง และสร้างรายได้เสริมได้เป็นอย่างดี

นางประกาย กลิ่นจันทร์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 8 ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เปิดเผยว่า จากความคิดว่าครอบครัวมีสวนยางพาราแค่ 6 ไร่ ทำอย่างไรจึงจะได้น้ำยางมากๆ เพื่อเป็นรายได้ให้ครอบครัว จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อนได้ไปร่วมศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดนราธิวาส และมีวิธีเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่สวนยางพาราได้ตลอดทั้งปี จึงปลูกพืชคลุมดินและนำระกำและสละมาปลูกร่วมในสวนยางพารา นางประกาย เปิดเผยต่อว่า แม้ชาวสวนคนอื่นๆ คิดว่าไม่ได้ผล เพราะจะเป็นการแย่งอาหารของต้นยางพารา และการดูแลรักษายางพาราจะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นจึงไม่นิยมปลูกกัน แต่กลับพบว่าปัจจุบันผลผลิตน้ำยางพาราเพิ่มขึ้นกว่าปกติถึง 2-3 เท่า และสามารถกรีดยางในช่วงหน้าแล้งได้ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันระกำและสละก็สร้างรายได้ให้ครอบครัวเดือนละประมาณ 13,000 บาท นอกจากนี้ยังได้นำผักเหมียง ผักพื้นเมืองของภาคใต้มาปลูกร่วมในสวนยางพาราจนประสบความสำเร็จ โดยมีรายได้เดือนละ 4-5 พันบาท และเป็นที่ต้องการของตลาดมากทั้งใบและกิ่งตอนเพื่อขยายพันธุ์ ทั้งนี้การนำความรู้เข้ามาประยุกต์ใช้ในสวนยางพารา ทำให้ครอบครัวตัวเองและเกษตรกรรายอื่นๆ หันมาปลูกตามจนมีรายได้มากขึ้น และสามารถเป็นแปลงตัวอย่างให้กับชาวสวนยางพาราทั่วไปได้มาศึกษาหาความรู้ นำไปปลูกในสวนของตนเองต่อไปด้วย

อบจ.ตรัง จัดโครงการฝึกอบรมเทคนิคการลับมีดกรีดยางให้กับชาวบ้านในตำบลนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จ.ตรัง

ที่อาคารเอนกประสงค์ อาคารเรียนเก่าโรงเรียนบ้านนาหาร หมู่ที่ 6 ตำบลนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จ.ตรังนายสิทธิ หลีกภัย เลขานุการนายก อบจ.ตรัง นายทวี สัตยาไชย ที่ปรึกษานายก อบจ.ตรัง เป็นประธานและร่วมในพิธีเปิดการฝึกอบรม "หลักสูตรเทคนิคการลับมีดกรีดยางพารา” รุ่นที่ 12 ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ได้ร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดตรัง จัดทำโครงการฯ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ในปีงบประมาณ 2557 จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นอีก มีเป้าหมายในการฝึกอบรม จำนวน 3,000 คน จำนวน 30 รุ่น แบ่งการฝึกอบรมเป็นรุ่นๆละ 100 คน ใช้เวลาฝึกอบรม 1 วัน สำหรับครั้งนี้มีเข้าร่วมการฝึกอบรมจำนวน 100 คน โดยสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จ.ตรัง เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการถ่ายทอดให้ความรู้ สำหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมครั้งนี้ทางองค์การบริหารส่วน จ.ตรังเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้กรีดยางพาราให้เป็นนักลับมีดกรีดยางที่มีฝีมือ เรียกว่า "ช่างลับมีดกรีดยางมือชีพ” โดยทุกคนที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องการลับมีดกรีดยาง การดูแลรักษาสวนยางพาราที่ถูกต้อง ตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งโค่นต้นยางเพื่อปลูกแทนรอบใหม่ และที่สำคัญคือทุกคนจะได้ทราบหลักการกรีดยางอย่างน้อย 4 ประการคือ การลับมีดอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพส่งผลให้มีปริมาณน้ำยางในการกรีดต่อครั้งสูง,การกรีดอย่างไรให้น้ำยางมากที่สุด,กรีด ยางอย่างไรให้ต้นยางเสียหายน้อยที่สุดและกรีดได้นานที่สุดและกรีดยางอย่างไร จึงทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ทั้งนี้นอกจากความรู้และเทคนิคต่างๆแล้ว ผู้เข้าร่วมการอบรมจะได้รับมีดกรีดยางและหินลับมีดคนละ 1 ชุดเพื่อนำไปฝึกปฏิบัติจริง

สสจ.ตรัง จัดงานวันรณรงค์ความดันโลหิตสูงโลก ตามคำขวัญ “Know Your Blood Pressure”

นายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก รายงานว่าทั่วโลกมีผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากถึงพันล้านคน ซึ่งสองในสามของจำนวนนี้อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก 1 คน ใน 3 คนมีภาวะความดันโลหิตสูง และประชากรวัยผู้ใหญ่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็พบ มี 1 คนใน 3 คน ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเช่นกัน และได้คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ.2568 ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วทั้งโลกจะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 1.56 พันล้านคน และจากข้อมูลสถิติ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี พ.ศ.2555 มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุความดันโลหิตสูง เป็นจำนวน 3,684 คน สถานการณ์ป่วยและเข้ารับการรักษาในสถานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขด้วยโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภาค เมื่อเปรียบเทียบจากปี 2544 และปี 2555 พบว่า อัตราผู้ป่วยในต่อประชากรแสนคนด้วยโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มจากจำนวน 156,442 ราย เป็น 1,009,385 ราย ถือว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นกว่า 5.46 เท่า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง ได้กล่าวอีกว่า จากข้อมูลดังกล่าวถึงภาระโรค อันตราย และปัจจัยเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก

จึงได้มีการกำหนดวันความดันโลหิตสูงโลก เป็นวันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อจะสื่อสารสร้างกระแสให้ประชาชนตื่นตัวต่อโรคความดันโลหิตสูง โดยเน้นการป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ โรคไต ที่มีสาเหตุจากโรคความดันโลหิตสูง และเพื่อการส่งข้อมูล การป้องกัน การคัดกรอง และการดูแลรักษาไปสู่สาธารณสุข โดยในปีนี้คำขวัญเพื่อการรณรงค์จากสมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก คือ "Know Your Blood Pressure” ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่ ดังนั้น ขอแนะนำประชาชนถึงวิธีปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ดังนี้ 1.ใช้ชีวิตกระฉับกระเฉงอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดิน การทำสวน การทำงานบ้าน การออกกำลังกาย เป็นต้น 2.เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้รสหวานน้อย 3.ลดการรับประทานอาหารผ่านกระบวนการ อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอก 4.จำกัด การบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และ 5.งดสูบบุหรี่ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่ด้วย นอกจากนี้ความเครียดและอายุที่เพิ่มขึ้น ก็อาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้เช่นกัน ทั้งนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรมงานวันรณรงค์ความดันโลหิตสูงโลก ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2557 ณ โรงพยาบาลตรัง โดยมีกิจกรรมงานบริการคัดกรองความเสี่ยง บริการตรวจวัดความดันโลหิตสูง ตรวจประเมินสัดส่วนไขมัน งานนิทรรศการ สาธิต/ชิมฟรี น้ำสมุนไพรลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ลดไขมันในลำไส้ สาธิตเมนูอาหารต้านโรค อาหารแลกเปลี่ยน อาหารบำบัดโรคความดันโลหิตสูง จากทีมโภชนาการ

สถิติจังหวัดชุมพร ออกสัมภาษณ์สถานประกอบการและครัวเรือนตัวอย่าง ประจำเดือน พฤษภาคม 2557

สำนักงานสถิติจังหวัดชุมพร  ดำเนินการสำรวจข้อมูลโครงการต่างๆ โดยให้เจ้าหน้าที่ออกสัมภาษณ์สถานประกอบการและครัวเรือนตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดชุมพร ประจำเดือน พฤษภาคม 2557 ดังนี้

โครงการสำรวจครัวเรือน จำนวน 4 โครงการ ได้แก่
          1  โครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ.2557
          2  โครงการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร พ.ศ. 2557
          3  โครงการสำรวจการใช้พลังงานของครัวเรือน พ.ศ. 2557
          4  โครงการสำรวจสุขภาพจิตคนไทย พ.ศ. 2557

โครงการสำรวจสถานประกอบการ จำนวน 4 โครงการได้แก่
          1  โครงการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสถานประกอบการ พ.ศ.2557
          2  โครงการสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2557
          3  โครงการสำรวจธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ พ.ศ. 2557
          4  โครงการสำรวจการประกอบกิจการโรงแรมและเกสต์เฮาส์ พ.ศ. 2557

สำหรับภาครัฐ ใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น ในส่วนภาคเอกชน เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งการวางแผนตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุน บริหารและควบคุมการดำเนินกิจการ ใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน รวมไปถึงยังสามารถนำไปศึกษาวิเคราะห์ต่อยอดสร้างนวัตกรรม เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเข้ามาทำธุรกิจและขยายตลาดฐานข้อมูลลูกค้าให้เหมาะสมตรงเป้าหมายมากขึ้น

สำนักงานสถิติจังหวัดดำเนินการสำรวจ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ. 2550 จึงขอความร่วมมือจากสถานประกอบการและครัวเรือนที่ตกเป็นตัวอย่างของการสำรวจ โปรดเสียสละเวลาตอบข้อคำถามแก่เจ้าหน้าที่ ตามความเป็นจริง และขอให้มั่นใจว่าข้อความ หรือข้อมูลที่ได้รับในแบบสอบถาม จะเก็บไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด และไม่นำไปเปิดเผยเป็นรายกิจการหรือรายบุคคลแต่จะนำไปใช้ประมวลผลเสนอเป็นยอดรวมเท่านั้น

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศเตือนผู้รับอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว (สป.2)

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานว่า ผู้รับใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว (สป.2) เลี้ยงดูสัตว์ป่าคุมครองตามบัญชีแนบท้ายใบอนุญาตฯ ในลักษณะไม่เหมาะสม โดยนำสัตว์ป่าคุ้มครองดังกล่าวไปเลี้ยงดูในสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ตามใบอนุญาตฯ และผู้เลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นมิใช่เป็นผู้รับใบอนุญาตฯ แต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้รับใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว (สป.2) ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง และวิธีการครอบครอง สัตว์ป่าคุ้มครอง และซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง

โดยใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราวและการออกใบรับรองการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2550 ดังนี้

1. ต้องเลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตฯ และดูแลสัตว์ป่าคุ้มครองด้วยความเอาใจใส่ในสภาพอันสมควรและปลอดภัยตามชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น

2. ในกรณีมีความจำเป็นต้องนำสัตว์ป่าคุ้มครองไปเก็บไว้ ณ สถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตฯ ให้ยื่นเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และเมื่ออธิบดีได้ให้ความเห็นชอบการย้ายสถานที่แล้ว จึงจะดำเนินการย้ายได้

ดังนั้น หากผู้รับใบอนุญาตให้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองชั่วคราว(สป.2) ไม่เลี้ยงดูสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในสถานที่ที่กำหนด หรือย้ายสัตว์ป่าคุ้มครองไปยังสถานที่อื่นโดยยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีอาจเป็นความผิดตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และถูกเพิกถอนใบอนุญาติฯฉบับดังกล่าวได้

กรณีมีความประสงค์ขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยงดู หรือการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองเพิ่มเติม โปรดติดต่อส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าโทรศัพท์ 02-5794621 หรือ 02-5790666 ต่อ 1631,1632 หรือ http://www.dnp.go.th/Dnplaw_main.asp 

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังวิทยาเขตชุมพร จัดโครงการอบรม หลักสูตร Micro M.B.A. KMITL-PCC รุ่นที่ 1

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณ ทหารลาดกระบังวิทยาเขตชุมพร เขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร จัดโครงการอบรม หลักสูตร Micro M.B.A. KMITL-PCC รุ่นที่ 1  เรื่อง ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอา เซียน (AEC) ซึ่งเป็นการบรรยาย และปฏิบัติการแบบเข้มข้น 45 ชั่วโมง เรียนเฉพาะวันเสาร์ ในรายวิชาด้านบริหารธุรกิจ 5 วิชา วิชาละ 1 ครั้ง  ครั้งละ 6 ชั่วโมง และค้นคว้าอิสระ 3 ชั่วโมง

ผศ.ดร.เผชิญชัยภัต ไชยสิทธิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดี  เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการเปลี่ยนของสังคมโลกมากมาย ทุกส่วนของการดำเนินชีวิตล้วนแล้วแต่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น องค์กรต่างๆต้องอาศัยศาสตร์ทางด้านการบริหารจัดการ เพื่อการพัฒนากำลังคนในด้านธุรกิจอุตสาหกรรม ที่ส่งผลให้องค์กรให้มีความเข้มแข้ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้องค์กรอยู่ได้อย่างยังยืนในระดับท้องถิ่น และในระดับนานาชาติ รวมถึงยังเป็นการรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในฐานะที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังวิทยาเขตชุมพร เขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร หลักสูตรบริหารธุรกิจ เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ได้ตระหนักถึงความต้องการดังกล่าว จึงจัดโครงการฝึกอบรมทางวิชาการเรื่อง ความรู้เรื่องการบริหารธุรกิจอย่างเข้มข้น เพื่อการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน สำหรับผู้ประกอบการผู้บริหาร และบุคคลทั่วไป ซึ่งเรียกว่า หลักสูตร Micro M.B.A.  ขึ้น

ซึ่งหลักสูตรดังกล่าว ต้องการให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารธุรกิจที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมในท้องถิ่น  เพื่อการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ในด้านการปฏิบัติงานทางธุรกิจทั่วไป เกี่ยวกับงานทรัพยากรบุคคล การวางแผนการผลิต การบัญชีและการเงิน การตลาด ตลอดจนการใช้ภาษาอังกฤษ ในการทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในธุรกิจโดยตรง รวมทั้งการสร้างเครือข่ายในการทำงานธุรกิจร่วมกันอุตสาหกรรมอื่นๆ  ได้อีกด้วย