วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ตีนแมวสมุย ทำชาวบ้านเสียหายนับล้านบาท ตำรวจเร่งติดตามมาดำเนินคดี

ตีนแมวออกอาละวาดหนักในอำเภอเกาะสมุย เดือนเดียวกวาดเรียบไปกว่า 10 หลังคาเรือน ชาวบ้านสูญเงินกว่าล้านบาท แจ้งตำรวจแล้ว แต่คนร้ายยังหนีลอยนวล วอนตำรวจเร่งติดตามมาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (17 ก.พ.57.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่ 5 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้มีโจรออกอาละวาดหนักในอำเภอเกาะสมุย โดยในเดือนที่ผ่านมา มีโจรขึ้นงัดบ้าน ไปแล้ว กว่า 10 หลังคาเรือน รวมทรัพย์สินสูญหายทั้งหมดกว่าหนึ่งล้านบ้าน ล่าสุดร้านโทรศัพท์มือถือชื่อร้าน เอ ที โฟน โดนโจรงัดแงะกวาดทรัพย์สินไป กว่า 2 แสนบาท

นายพันยพงศ์ สุขสมบูรณ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/1 ม.5 ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุยจ.สุราษฎร์ธานี เจ้าของร้าน เอ ที โฟน กล่าวด้วยคนร้ายถือโอกาสในช่วงที่คนในบ้านหลับสนิท ปืนรั้วบ้านและขึ้นไปบนฝ้าเพดานของร้านที่ติดกับตัวบ้านซึ่งเป็นที่อาศัยอยู่ และได้เข้าไปรื้อค้นทรัพย์สิน มีโทรศัทพ์มือถือยี่ห้อต่างๆ จำนวน 50 เครือง โน้ตบุ๊ก 5 เครื่อง เครื่องนับเงินมูลค่า 20,000 บาท และเงินสดจำนวนหนึ่งหายไป รวมทรัพท์สินที่หายไปทั้งสิ้นเป็นเงินไปกว่า 2 แสนบาท คาดว่าน่าจะมีคนร้ายในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 3 คน

นายพันยพงศ์ กล่าวในพื้นที่ อ.เกาะสมุย มีโจรออกมาอาละวาดขโมยทรัพย์สินของชาวบ้านบ่อยครั้ง มีบ้านของชาวบ้านถูกคนร้ายงัดแงะเข้าไปขโมยทรัพย์สินแล้วหลายราย ซึ่งหลังเกิดเหตุก็มีการแจ้งความต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางตำรวจก็ได้มาดู และรับแจ้งความไว้เท่านั้นแต่ก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจตราให้เข้มงวดมากกว่านี้ และจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้

ไม่มีเรื่องร้องเรียน การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุ ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

นายจำเริญเกียรติ ขาวขำ ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวจากการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบหลายช่องทาง ทั้งทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ ใบปลิว และป้ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ 23 อำเภอ และในส่วนการติดตามหาข่าวเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ได้ประสานตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ตรวจสอบ มีชุดเคลื่อนที่เร็วประจำอยู่ทุกอำเภอ และในคืนก่อนวันเลือกตั้ง จัดชุดเฉพาะกิจป้องกันการซื้อขายสิทธิ์ขายเสียงออกตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนส่งเข้ามา มีแต่เพียงการพูดคุยในร้านน้ำชากาแฟ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และรายงานให้ กกต.จังหวัดทราบ

ส่วนเรื่องการเล่นพนันเลือกตั้ง หากประชาชนพบเห็นให้แจ้งตำรวจ หรือ ฝ่ายปกครอง ดำเนินการ และในวันเลือกตั้งฯ คาดว่าจะทราบผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้เร็ว ประมาณ 20.00 น. จะมีการส่งคะแนนอย่างไม่เป็นทางการผ่านทางไลน์ เอสเอ็มเอส และโทรศัพท์ เข้ามาที่ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งฯที่ศาลาประชาคมโรงละคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช จะติดตั้งจอแสดงผลคะแนนให้ประชาชนได้ชม การดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความตื่นตัวมากเรื่องการเลือกตั้ง เนื่องจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความใกล้ชิดกับประชาชนมาก นับจากวันนี้(17 ก.พ.57) เหลือเวลาอีก 6 วันจะถึงวันเลือกตั้ง

เด็กแว้นนครศรีฯ ใช้ถนนสายปากพูน แข่งมอเตอร์ไซค์ยามราตรีสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวชุมชน

(16 ก.พ. 57) พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ ฐิติสโรช รอง ผกก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน จำนวน 38 คน ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 48 คน พร้อมด้วยรถยนต์กระบะอีซุซุ ดีแมค สีฟ้า ทะเลียน บบ 1761 นครศรีธรรมราช และ รถจักรยานยนต์ 47 คัน โดย ได้ตั้งข้อหาร่วมกัน แข่งรถ เป็นผู้สนับสนุน หรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถ ในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่บริเวณถนนเทิดพระเกียรติ ม.9 ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราชด้วยได้รับความเดือดร้อนรำคาญ และไม่ปลอดภัยจากกลุ่มวัยรุ่น ที่จัดแข่งรถจักรยานยนต์ เป็นประจำ และในช่วงเวลา 17.00 น. วันที่ 16 กพ.ที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่าได้มีการเตรียมจัดแข่งขันรถกัน เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้รถยนต์กระบะบรรทุกปิดกั้นการจราจร และให้รถยนต์สายตรวจเปิดสัญญาณไฟวับวาบปิดล้อมอีกขั้นหนึ่ง และแสดงตัวเข้าจับกุม ซึ่งต้องมีการไล่จับกุม แต่ มีเจ้าของรถยนต์กระบะ ปิดทางไม่ยอมให้รถของเจ้าหน้าที่แซงขึ้นไปด้านหน้าเพื่อจับกุมกลุ่มวัยรุ่นได้อย่างสะดวก พร้อมเปิดทางให้วัยรุ่นให้ขับรถหลบหนีไปได้ ซึ่งจากการนำตัวผู้ต้องหามาตรวจสอบ พบว่าเป็นเยาวชนวัยต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 46 คน ส่วนอีก 2 คน ซึ่งตั้งข้อหาให้การสนับสนุน ประกอบด้วย นายลัทธพล สระทองอินทร์ อายุ 18 ปีเศษ และ นายจเรวัฒน์ คงบ้าน อายุ 19 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำผู้ต้องหาได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย การปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ปริมาณน้ำแหล่งน้ำสุราษฎร์มีเพียงพออุปโภคบริโภคตลอดหน้าแล้งนี้

 นายยงยุทธ เกิดสินธ์ชัย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี สำนักชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน เปิดเผยจากการคาดการณ์สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงพฤษภาคม 2557นี้ พื้นที่จะได้รับอิทธิผลจากลมมรสุมน้อย ส่งผลให้ในพื้นที่ มีฝนตกน้อยหรืออาจจะประสบกับปัญหาฝนทิ้งช่วง แต่เชื่อว่าจะไม่รุนแรงกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยในปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง 5 อำเภอ 13 ตำบล 127 หมู่บ้าน โดยล่าสุดได้สำรวจปริมารน้ำจากแหล่งน้ำขนาดใหญ่ รวม 5 แห่ง พบว่า มีปริมาณน้ำสะสมอยู่ประมาณ 3 พัน 500 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปีที่ผ่านมามีการใช้น้ำในช่วงหน้าแล้งประมาณ 1 พัน 500 ล้านลูกบาศก์เมตร และขณะนี้ชลประทานสุราษฎร์ธานี ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและผู้นำท้องถิ่น ได้ประหยัดน้ำและปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เป็นพืชทนแล้งหรือพืชไร่ ที่ใช้น้ำน้อย จะช่วยลดความเสียหายของพืชผลการเกษตรได้

ทางด้านนายสุชน ตันติพิสิทษฐ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา เปิดเผยด้วยขณะนี้น้ำในเขื่อนมีอยู่ประมาณ 4,670 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 80%ของปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งหมด ซึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามที่ร้องขอ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

กลุ่มกบฏรักชาติภูเก็ตเข้าปิดสถานที่ทำการอย่างต่อเนื่อง

บรรยากาศการชุมนุมบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต

วันนี้ (17 ก.พ.57) บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงจอโปรเจ็กเตอร์ ที่ยังตั้งอยู่กลางถนนด้านข้างเวทีปราศรัย และเก้าอี้พลาสติกที่ถูกเก็บวางซ้อนกันไว้ ด้านข้าง ฟุตบาต เพื่อเปิดเส้นทางให้รถสามารถ วิ่งผ่าน ไปมาได้ ขณะที่ ที่ศูนย์ราชการกระทรวงการคลังจังหวัดภูเก็ต ยังมีกลุ่มกบฏ รักชาติภูเก็ตเข้าปิดสถานที่ทำการอย่างต่อเนื่อง

จังหวัดสตูล ผสานความร่วมมือมาเลเซีย ร่วมประชุมหารือจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนใต้-มาเลเซีย ครั้งที่ ๑

วันที่ (๑๖ ก.พ. ๕๗) ที่ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติทะเลบัน นายวีระนันท์ เพ็งจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประชุมหารือร่วมกับนายอาหมัด บักกรี บินดาโต๊ะอาลี ผู้แทนมุขมนตรีรัฐเปอร์ลิส มาเลเซีย พร้อมคณะ เพื่อวางแนวทางการจัดงานตลาดนัดชายแดนวังประจัน ตามโครงการเสริมสร้างศักยภาพ ทางด้านการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ประจำปี ๒๕๕๗ ภายใต้ชื่องาน "มหกรรมการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ ๑”

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจตลาดชายแดน ขยายช่องทางการตลาด ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนและท้องถิ่น ทั้งยังเชื่อมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๗-๙ มี.ค. ๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น.-๑๘.๐๐ น. ณ ลานจอดรถตลาดชายแดนวังประจัน ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ภายในงานมีบูธจำหน่ายสินค้าของจังหวัดสตูล รวมทั้งจังหวัดในภูมิภาคอื่น และสินค้าดีเด่นของประเทศมาเลเซีย กว่า ๕๐ บูธ

สำนักงานประมงจังหวัดสตูล เตรียมจัดฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตรสัมมนาเครือข่ายประมงอาสาปี ๒๕๕๗ บ้านบากันใหญ่ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์นี้

นายเจิดแสง บุญแท้ ประมงจังหวัดสตูล กล่าวว่าสำนักงานประมงจังหวัดสตูล ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างประมงอาสา ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อให้ประมงอาสามีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ประมง ในการกำหนดบทบาทและแนวทางในการพัฒนาชุมชนของตนเอง เพิ่มศักยภาพของประมงอาสาในการทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ประมงในด้านต่าง ๆ เช่นการเก็บรวบรวมข้อมูลประมง และเป็นศูนย์ข้อมูลด้านการประมงในพื้นที่ เป็นต้น

สำนักงานประมงจังหวัดสตูล จึงได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตรสัมมนาเครือข่ายประมงอาสาประจำปี ๒๕๕๗ ขึ้นในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ณ รีสอร์ทชุมชนบ้านบากันใหญ่ หมู่ที่ ๒ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้แก่ประมงอาสา เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของประมงอาสา ตลอดจนรูปแบบและแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมประมง ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของประมงอาสาให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

ผลการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2556 ของจังหวัดสงขลา

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการในฐานะคณะอนุกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ให้ทุกจังหวัดคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2556 จำนวน 4 กลุ่มของจังหวัด ซึ่งจังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการคัดเลือกโดยให้ส่วนราชการเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ให้ส่วนราชการผู้แทนกระทรวงในจังหวัดพิจารณาคัดเลือกแล้วเสนอชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก บัดนี้คณะกรรมการพิจารณาได้คัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2556 ของจังหวัดสงขลา จำนวน 4 คน ดังนี้

(1) กลุ่มข้าราชการ ประเภทอำนวยการ ระดับสูง และประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ได้แก่ นายวีรชัย วิโรจน์แสงอรุณ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ผลงานดีเด่น รางวัลบริการภาครัฐแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2556 ประเภท บูรณาการการบริการที่เป็นเลิศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการของภาครัฐ   อย่างรวดเร็ว ได้รับการบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานที่ดี

(2) กลุ่มข้าราชการประเภทอำนวยการ ระดับต้น ประเภทวิชาการระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ และประเภททั่วไป ระดับอาวุโส ได้แก่ นางวิไลวรรณ สุวรรณรักษา นักพัฒนาสังคมชำนาญการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ผลงานดีเด่น ขับเคลื่อนศูนย์บูรณาการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม จังหวัดสงขลา เป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ทั้งเด็ก/คนพิการ/ผู้สูงอายุ/ ผู้ด้อยโอกาสต่างๆ เช่น การสงเคราะห์เด็กในครอบครัวที่มีความยากจน,การจัดหาที่อยู่อาศัยสำหรับบุคคลเร่ร่อนและที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง,การส่งต่อผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการฝึกอาชีพตามที่สนใจ

(3) กลุ่มข้าราชการประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ และประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน ได้แก่ นายชิดนัย แก้วมณีโชติ นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา ผลงานดีเด่น สร้างและพัฒนาเว็ปไซต์ข่าวภาษาจีน เพื่อรองรับการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 (www.songkhlachinesenews.com) เป็นช่องทางการสื่อสารของจังหวัดสงขลาสู่ประชาชนผู้ใช้ภาษาจีนทั้งในและต่างประเทศสนับสนุนข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องด้านการพัฒนาจังหวัด โดยเฉพาะด้าน การท่องเที่ยว แก่นักท่องเที่ยวที่เข้าชมเว็ปไซต์ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจการเดินทางมาท่องเที่ยวใน   จังหวัดสงขลา

(4) กลุ่มลูกจ้างประจำ ได้แก่ นายสุคม ชุมละออง ช่างไม้ ระดับ ช 4 โรงเรียนบ้านปลายละหาน ผลงานดีเด่น การพัฒนาด้านสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ด้านอาคารสถานที่ให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลาและมีความมั่นคงปลอดภัยต่อนักเรียนและคณะครู จนได้รับการกล่าวชมจากผู้เยี่ยมเยือนโรงเรียน และสร้างแหล่งเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงภายใน

จังหวัดสงขลา เตรียมซ้อมแผนเผชิญเหตุรักษาเมืองหาดใหญ่ โดยจำลองสถานการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด อาคารสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อฝึกซ้อมการเผชิญเหตุเต็มรูปแบบ ใน วันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ในช่วงเย็นของ วันที่ 21กุมภาพันธ์ 2557 นี้ จังหวัดสงขลา กำหนดฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุรักษาเมืองหาดใหญ่ ครั้งที่ 2 ของปี 2557 โดยจำลองสถานการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณด้านในอาคารที่ทำการ สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ ถนนเพชรเกษม อ.หาดใหญ่ เพื่อฝึกซ้อมการเผชิญเหตุของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการแก้ไขสถานการณ์เหตุระเบิด การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และการติดตามสกัดจับคนร้าย ซึ่งทั้งหมดเป็นการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง โดยมีเจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา, อ.หาดใหญ่, เทศบาลนครหาดใหญ่, สมาคม มูลนิธิ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมฝึกซ้อมแผน และสังเกตการณ์กว่า 1,000 คน จังหวัดสงขลาจึงขอแจ้งแก่ประชาชนผู้พบเห็นสถานการณ์การฝึกซ้อมดังกล่าวว่า อย่าได้ตื่นตระหนกตกใจ เพราะเป็นเพียงการฝึกซ้อมตามแผนเผชิญเหตุรักษาเมืองหาดใหญ่เท่านั้น    

ทั้งนี้ การฝึกซ้อมตามแผนเผชิญเหตุรักษาเมืองหาดใหญ่ เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความสำคัญกับเมืองเศรษฐกิจ 7 เมืองหลักจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีเมืองหาดใหญ่ของจังหวัดสงขลาด้วย ดังนั้น จังหวัดสงขลา จึงต้องปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวฯ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่เมืองหาดใหญ่ ด้วยการฝึกซ้อมแผนเสมือนเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง      

ซึ่งการฝึกซ้อมเผชิญเหตุครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ประจำปี 2557 โดยจำลองสถานการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณด้านในอาคารที่ทำการ สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ ถนนเพชรเกษม อ.หาดใหญ่ ในช่วงเย็นถึงค่ำ ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งเป็นการซ้อมแผนเผชิญเหตุในช่วงเวลานี้ครั้งแรกและจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ระดมกำลังพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์เข้าไปในพื้นที่เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่าง เต็มรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงการฝึกซ้อมเท่านั้น ขอประชาชนผู้พบเห็นสถานการณ์การฝึกซ้อมอย่าได้ตื่นตระหนก



วิชราวุฒิ แกล้วกล้าหาญ//ข่าว

ส.ปชส.สงขลา ขอแสดงความยินดีกับนายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน ที่ได้รับการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2556

นายดำรง เศวตพรหม ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการในฐานะคณะอนุกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ให้ทุกจังหวัดคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2556 จำนวน 4 กลุ่มของจังหวัด

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา ได้พิจารณา นายชิดนัย แก้วมณีโชติ นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน ในฐานะผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ารับการคัดเลือกประเภท กลุ่ม3 กลุ่มข้าราชการประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ และประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน

ซึ่งขณะนี้ผลการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2556 ของจังหวัดสงขลา ได้รับการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ผลปรากฎว่า นายชิดนัย แก้วมณีโชติ นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำ 2556

นายชิดนัย แก้วมณีโชติ เริ่มรับราชการครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2534 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง/ระดับ นายช่างไฟฟ้า ระดับชำนาญงาน สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลากรมประชาสัมพันธ์ วุฒิการศึกษาสูงสุดประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จากสถาบันการศึกษาโรงเรียนเทคนิควิทยา

ผลงานดีเด่น สร้างและพัฒนาเว็ปไซต์ข่าวภาษาจีน เพื่อรองรับการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 (www.songkhlachinesenews.com) เป็นช่องทางการสื่อสารของจังหวัดสงขลาสู่ประชาชนผู้ใช้ภาษาจีนทั้งในและต่างประเทศสนับสนุนข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องด้านการพัฒนาจังหวัด โดยเฉพาะด้าน การท่องเที่ยว แก่นักท่องเที่ยวที่เข้าชมเว็ปไซต์ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจการเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา

โจรใต้ดักบึ้มรถยนต์ส่วนตัว อส.บันนังสตา พร้อมน้องชาย และเพื่อนเจ็บ 3 ราย

วันที่ 16 ก.พ.57 เวลาประมาณ 13.45 น.ขณะที่นายอับดุลฮากีม ดาราเซะ อาสารักษาดินแดนอำเภอบันนังสตา อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 258 หมู่ที่ 4 บ้านบันนังกูแว ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ขับรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน ญล-4491 กทม.กลับจากช่วยงานมัสยิด โดยมี นายอับดุลฮาซัน ดาราเซะ อายุ 21 ปี น้องชายและเพื่อนชื่อนายอาสือดี แมเราะ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 801/1 หมู่ที่ 4 ตำบลเดียวกัน โดยสารมาด้วย

ก่อนถึงทางหลวงสาย 410 (ยะลา-เบตง ) ประมาณ 200 เมตร ทันใดนั้น ก็ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว ทำให้รถเก๋งได้รับความเสียหาย และเป็นเหตุให้นายอับดุลฮากีม นายอับดุลฮาซัน และนายอาสือดี ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ชาติชาย ชนะสิทธิ์ ผกก.สภ.บันนังสตา พ.ต.ท.ยม เวชสิทธิ์ สว.สส.นายสนธยา เฟื่องจรัส ปลัดป้องกันอำเภอบันนังสตา พร้อมด้วยชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD-ARMY) ชุดศรศึก-ศรชัย ภูธรจังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์ ที่ 10 จ.ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดบนถนนคอนกรีต สองข้างทางเป็นสวนยางพารา ไม่มีบ้านเรือนชาวบ้าน พบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตร ลึก 2.5 เมตร สะเก็ดระเบิด สายไฟจุดชนวน ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยมูลนิธิฮิลาลอะห์มัร สาขาบันนังสตา ได้นำตัวทั้งหมดส่งโรงพยาบาลบันนังสตา สำหรับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว เป็นรถของ ร.ต.ต.โชติวุธ หนูลาย รอง สว.ฯ/กก.สส.1 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขยของ นายอับดุลฮากีม ดาราเซะ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า เป็นก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์ โดยคนร้ายที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ได้แอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม อัดลงไปถังแก๊สปิกนิก ฝังไว้ใต้พื้นถนน รอจังหวะให้รถเก๋ง ที่นายอับดุลฮากีมขับมาแล้วจุดชนวนให้ระเบิดทำงานเพื่อสร้างสถานการณ์รายวัน


ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

คืบหน้า เด็กจมน้ำ 3 ศพ ที่รามัน เพื่อนนักเรียนโรงเรียนรามันห์ศิริวทย์ร่วมอ่านอัลกุรอาน ส่งบุญกุศลแด่เพื่อนผู้เสียชีวิต

ที่บ้านเลขที่ 78/1 บ้านสะโต หมู่ที่ 5 ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งเป็นบ้านของ ด.ญ.ซูไฮลา กาโม๊ะ อายุ 14 ปี ที่เสียชีวิตจากการชวนเพื่อนโรงเรียนเดียวกันกว่า 15 คนไปเฉลิมฉลองในวันหยุดยาว ไปเล่นน้ำที่บริเวณหาดทรายในแม่น้ำสายบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากพักประมาณ 300 เมตร ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต พร้อม ด.ช.สุบฮา กาโม๊ะ อายุ 7 ขวบ น้องชาย นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านรามัน อ.รามันและ ด.ญ. ซุลฟา เอามิง อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านสะโต ต.อาซ่อง ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของ ด.ญ.ซูไฮลา มีนักเรียนจากโรงเรียนรามันห์ศิริวิทย์ จำนวน 100 คน เดินทางพร้อมด้วย คณะครู บุคลากรทางการศึกษา โดยการนำของนายอับดุลการิม รามันห์สิริวงศ์ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนรามันห์สิริวิทย์ ไปร่วมอ่านอัลกุรอาน เพื่ออุทิศบุญให้กับ ด.ญ.ซูไฮลา ที่จากไป ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า ที่ต้องสูญเสียเพื่อนร่วมโรงเรียนไป

นอกจากนี้ คณะครู และนักเรียน ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการบาดเจ็บของ ด.ญ.พาดีฮะ สะดีแม อายุ 14 ปี นักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ที่บ้านพักเลขที่ 76 หมู่ที่ 2 บ้านแยะ ต.อาซ่อง ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการจมน้ำ แต่ได้นำส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลรามัน ได้ทัน ทำให้อาการปลอดภัย แต่ยังมีอาการหวาดผวากับเหตุการณ์ที่ขึ้นอยู่ ทางโรงเรียนได้อนุญาตให้พักการเรียนเป็นการชั่วคราว จนถึงวันสอบปลายภาค ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

นายดอรอฮิง กาโม๊ะ น้าชายของ ด.ญ.ซูไฮลา กาโม๊ะ เปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า ในวันเกิดเหตุ เด็กๆ ทั้งหมด ได้นักแนะกันเพื่อเฉลิมฉลองในวันหยุดยาว 3 วัน ด้วยการไปทำอาหารกินที่บริเวณหาดทราย ใกล้บ้าน หลังจากนั่งกินอาหารเสร็จ ทุกคน ได้พร้อมกันลงเล่นน้ำ ระหว่างเล่นน้ำ ได้เกิดพลาดไปตกในหลุมทรายในน้ำ ซึ่งความลึกประมาณ 10 เมตร ต่างได้เข้าไปช่วยเหลือ จนสามารถช่วยได้ทัน จำนวนหนึ่ง ส่วนอีก 3 คน ช่วยไม่ทัน ทำให้จมน้ำไปตาอหน้าต่อตา เพื่อนที่เหลือได้วิ่งไปแจ้งให้ชาวบ้านทราบ ได้มาช่วยผู้เสียชีวิตขึ้นฝังได้ 2 คน ส่วนเด็กชาย ซุลฟา เอามิง ไม่สามารถนำขึ้นฝังได้ ได้จมหายไป ทางนักประดาน้ำ ทหารเรือจาก จ.สงขลา และนราธิวาส ได้ช่วยกันระดมหาศพในวันรุ่งขึ้น จนสามารถพบศพ ด.ช.ซุลฟา ได้ เป็นศพที่ 3 ดังกล่าว


ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

ยะลา ลูกค้าธนาคารออมสิน สาขายะลา แห่ถอนเงิน ปิดบัญชีจำนวนมาก

วันที่ 17 ก.พ.57 บรรยากาศที่ธนาคารออมสิน สาขายะลา ถนนสิโรรส อ.เมือง จ.ยะลา ลูกค้าธนาคารออมสิน สาขายะลา แห่ถอนเงิน และปิดบัญชี จำนวนมาก เพราะไม่มั่นใจในสภาพคล่องของธนาคาร กรณีการปล่อยเงินกู้ระหว่างธนาคารต่อธนาคารหรืออินเตอร์แบงก์ ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว ที่รัฐไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้เกษตรกรได้ และต้องการถอนเงิน เพราะไม่พอใจที่ธนาคารออมสินปล่อยเงินกู้ให้ ธ.ก.ส.เป็นการช่วยเหลือรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว

ขณะที่ทางนางพัชรี โตนาคน้อย ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขายะลา และนายศักทวี ทวีตา รองผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขายะลา ได้กำชับพนักงานและเจ้าหน้าที่ของธนาคารออมสิน สาขายะลา ให้บริการ การทำธุรกรรมทางการเงิน และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่ ส่วนตัวเลขยอดเงินทั้งหมด ที่ลูกค้ามาถอนเงินและปิดบัญชีในวันนี้ ทางธนาคารไม่สามารถบอกตัวเลขให้กับผู้สื่อข่าวได้

นางอนงค์ รามศรี ลูกค้าธนาคารออมสิน สาขายะลา เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาเพื่อถอนเงิน และปิดบัญชีประเภทเงินฝากประจำ เพราะไม่มั่นใจในสภาพคล่องทางการเงินของธนาคารออมสิน ที่รัฐบาลจะนำเงินไปใช้จ่าย ในโครงการรับจำนำข้าว



ยุทธนา  จันทร์วิมาน  ส.ปชส.ยะลา

พุทธศาสนิกชนพังงาร่วมพิธีห่มผ้าพระมหาธาตุเจดีย์พุทธธรรมบันลือ วัดราษฎร์อุปถัมภ์เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตในท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา

นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีห่มผ้าพระมหาธาตุเจดีย์พุทธธรรมบันลือ วัดราษฎร์อุปถัมภ์ อ.ทับปุด จ.พังงา โดยมีพระครูถิรธรรมรัต เจ้าคณะอำเภอทับปุด เจ้าอาวาสวัดราษฎร์อุปถัมภ์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์พร้อมด้วยข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นายบำรุง ปิยนามวาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา กล่าวว่า ทุกปีเมื่อถึงวันมาฆะบูชา ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสาม พุทธศาสนิกชนชาวพังงาและจังหวัดใกล้เคียง ต่างนิยมมาทำบุญบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ มหาธาตุเจดีย์พุทธธรรมบันลือ บนยอดเขาล้าน เป็นเจดีย์เด่นสง่าทางทะเลอันดามัน และได้พัฒนาเป็นแหล่งพุทธปฏิบัติธรรมแก่บรรดาผู้ศรัทธาในพุทธศาสนาโดยจัดงานประเพณีห่มผ้าพระมหาธาตุเจดีย์พุทธธรรมบันลือ วัดราษฎร์อุปถัมภ์ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา เพื่อ ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาหลักธรรมและปฏิบัติกรรมถวายเป็นพุทธบูชาและเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตในท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา

สำหรับกิจกรรมประกอบด้วย การสมโภชห่มผ้าพระมหาธาตุ การแห่ด้วยขบวนช้าง การห่มผ้าพระมหาธาตุ กิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมตลอดจนมหรสพต่างๆ ทั้งนื้ อบจ.พังงาได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน ๕๐๐,๐๐๐ บาทและ อบต.บางเหรียง จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งหน่วยงานภาคประชาชนและเอกชนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมจนทำให้การจัดกิจกรรมบรรลุตามวัตถุประสงค์

จังหวัดพังงา เตือน “ระวัง ! การเกิดอัคคีภัยจากภัยแล้ง ”

นายยรรยง วัฒนศรี เกษตรจังหวัดพังงา กล่าวว่า จากกรณีฝนแล้งติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน ทำให้เกือบทุกจังหวัดได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนน้ำในการบริโภค อุปโภค และพืชผลทางการเกษตรเริ่มได้รับผลกระทบ ต้นไม้ใบหญ้าเหี่ยวแห้ง กรอบ ก่อให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย ประกอบกับได้มีการจุดไฟเผาป่า การประมาทเลินเล่อและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การไม่เฝ้าระวังอาจเป็นสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ป่า ไหม้สวนและอาจลุกลามถึงที่อยู่อาศัยได้

ฉะนั้นจึงขอให้พี่น้องเกษตรกรเฝ้าระวังการเกิดไฟไหม้ป่าในสวน อย่าจุดไฟเผาป่าโดยขาดการเตรียมการที่รัดกุม ควรทำแนวกันไฟในพื้นที่ของตนเองโดยรอบ และเตรียมอุปกรณ์ในการดับไฟให้พร้อม จะสามารถป้องกันการเกิดอัคคีภัยและลดความสูญเสียอันเกิดจากอัคคีภัยได้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตรประจำตำบลทุกตำบล สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา โทร. 0 7641 3561

สอบราคาจัดซื้อปลอกหมอนและปลอกที่นอน

เรือนจำอำเภอทุ่งสง มีความประสงค์จะสอบราคาซื้อ ปลอกหมอนและปลอกที่นอน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ จำนวน ๗๐๐ ชุด เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๔๐,๐๐๐.- บาท ( หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถ้วน ) กำหนดยื่นซองเสนอราคา ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ งานพัสดุ ฝ่ายบริหารทั่วไป เรือนจำอำเภอทุ่งสง และกำหนดเปิดซองสอบราคา ในวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป

ผู้สนใจติดต่อขอรับเอกสารสอบราคา ได้ที่งานพัสดุ ฝ่ายบริหารทั่วไป เรือนจำอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๗ หรือสอบถามทางหมายเลขโทรศัพท์ หมายเลข ๐-๗๕๗๗-๓๑๓๖

ย้ายที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล

ด้วยตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสตูล ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2557 หมวดค่าก่อสร้างอาคารที่ทำการ ขณะนี้อยู่ระหว่างทำการรื้อถอนอาคารหลังเก่าเพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการหลังใหม่เป็นการทดแทน

ขณะนี้ได้เช่าอาคารพาณิชย์เพื่อใช้เป็นที่ทำการชั่วคราวในการให้บริการประชาชน คนต่างด้าว และผู้มาติดต่อราชการ ณ อาคารพาณิชย์ เลขที่ 1/4-1/5 ถนนตำมะหงงอุทิืศ ตำบลพิมาร อำเภอเมือง จังหวัดสตูล 91000 (ใกล้ตลาดโต้รุ่งเมืองสตูล) ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นต้นมา 

ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เรื่อง ตัวแทนการจองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติ

ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เปิดให้บริการจองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 โดยจองผ่านเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่้า และพันธุ์พืช www.dnp.go.th  โดยผู้ที่ประสงค์จะใช้บริการที่พักอุทยานแห่งชาติสามารถทำการจองด้วยตนเอง เมื่อจองเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำใบแจ้งการชำระเงินค่าตอบแทนที่พัก บริการ (ใบจองที่พัก) ไปยื่นชำระเงิน ณ เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ และนำหลักฐานการจองและหลักฐานการชำระเงินไปยื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ก็สามารถเข้าพักได้ทันที นั้น

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตรวจสอบพบว่า มีเว็บไซต์ของภาคเอกชน www.thaiforestbooking.com ดำเนินการในลักษณะให้บริการจองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติ โดยคิดอัตราค่าบริการต่อ 1 รายการจอง เป็นเงิน 300 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 21 บาท รวมเป็นเงิน 321 บาท เป็นเหตุให้ผู้ที่ต้องการจองที่พักอุทยานแห่งชาติเข้าใจผิดว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นตัวแทนการจองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดังนั้น  เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้ที่ประสงค์จะใช้บริการที่พักอุทยานแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกันว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์  www.thaiforestbooking.com และไม่มีตัวแทนการจองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติแต่อย่างใด

บันทึกภาพประทับใจ สัมผัสมหัศจรรย์พรรณไม้ พักผ่อนกายใจในสวนพฤกษศาสตร์

ดร.สุญาณี  เวสสบุตร ผู้อำนวยการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ กล่าวว่า องค์การสวนพฤกษศาสตร์ รัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.สง่า สรรพศรี เพื่อการวิจัยและมูลนิธิภาพถ่ายแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีกิจกรรมการประกวดภาพถ่าย ชิงถ้วยพระราชทาน "มหัศจรรย์พรรณไม้งามเืืทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตดิ์ พระบรมราชินีนาถ" ครั้งที่ 2 ขึ้่น เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คุณค่าของพรรณไม้ไทยผ่านภาพถ่ายอันเป็นการสื่อถึงความงดงามแห่งชาติ ผ่านมุมมองของอารมณ์และความรู้สึกของนักถ่ายภาพร้อมสัมผัสกับบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ภายในสวนพฤกษศาสตร์ฯ ทั้ง 5 แห่ง ขององค์การสวนพฤกษศาสตร์อีกด้วย

ผู้ที่รักธรรมชาติ ชื่นชอบการถ่ายภาพสามารถเข้ามาถ่ายภาพดอกไม้ พรรณไม้ ในพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์ฯ ได้จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 05.00 - 19.00 น. ณ1. สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
2.  สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลกในพระราชดำริ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก
3. สวนพฤกษศาสตร์ขอนแก่น อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น
4. สวนพฤกษศาสตร์ระยอง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
5. สวนพฤกษศาสตร์พระแม่ย่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

โดยช่างภาพที่จะส่งภาพเข้าประกวดต้องมาลงทะเบียนด้วยตนเอง  ที่ส่วนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และสวนพฤกษศาสตร์สาขาเท่านั้น  ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นภาพถ่ายของช่างภาพที่ไปลงทะเบียนด้วยตนเองเท่านั้น โดยจะต้องบันทึกภาพในระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2556 - 15 มีนาคม2557 เท่านั้น โดยถ่ายด้วยกล้องดิจิทัล ขนาดของไฟล์ต้องมีความละเอียดอย่างน้อย 6 ล้านพิกเซล และรูปแบบของไฟล์ในแบบมาตรฐาน TIFF หรือ JPEG (ไม่รับภาพที่เป็น RAW FILE และไฟล์ที่เป็นสกุลอื่น)

กำหนดส่งผลงานภาพถ่ายภายในวันที่ 30 มีนาคม 2557 สำหรับรางวัลการประกวด มีดังนี้ รางวัลยอดเยี่ยม ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลดีเด่น จำนวน 3 รางวัล เงินรางวัล  รางวัลละ 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รางวัลชมเชย จำนวน 81 รางวัล เงินรางวัล รางวัลละ 1,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.qsbg.org และที่
1. สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 053-841234
2.  สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า พิษณุโลกในพระราชดำริ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก  055-316713-5
3. สวนพฤกษศาสตร์ขอนแก่น อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น 043-210157
4. สวนพฤกษศาสตร์ระยอง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง  038-638881
5. สวนพฤกษศาสตร์พระแม่ย่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย  055-910248-9

พระราชทานพวงมาลา วางหน้าหีบศพทหารกล้าลูกหลานชาวชุมพร จากเหตุความไม่สงบชายแดนใต้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน วางหน้าหีบศพ อส.ทพ.ธนเลิศ เสพสุข ทหารประจำกองร้อย สังกัดกรมทหารพราน ที่ 44

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557  เวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญพวง มาลาพระราชทาน  วางหน้าหีบศพ อส.ทพ.ธนเลิศ เสพสุข  อายุ 20 ปี ตำแหน่งทหารประจำกองร้อย สังกัดกรมทหารพรานที่ 44 ซึ่งถูกกลุ่มก่อความรุนแรง จำนวน 4 คน ขับรถจักรยานยนต์ ตามประกบ และใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม.และอาวุธปืน ขนาด.38 ยิงเสียชีวิต พร้อมกับ อส.ทพ.จีรศักดิ์ จิตตรานนท์ สังกัดเดียวกัน บริเวณถนนชนบทบ้านบือโด หมู่ 1 บ้านบือโด ตำบลหนองแรด อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557  ขณะทำการลาดตระเวน วางกำลังคุ้มครองเส้นทางเข้าฐานปฏิบัติการ ร้อย ทพ.4403 ฐานแยก บ้านท่าด่าน ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี  โดยมีเหล่าข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก ยังความปลาบปลื้มใจและภูมิใจแก่ครอบครัว และญาติเป็นอย่างยิ่ง   

พร้อมกันนี้ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดอภิธรรมศพ พร้อมได้มอบเงินให้กับนายธนทรัพย์ และนางเพ็ญศรี เสพสุข พ่อและแม่ ของ อส.ทพ.ธนเลิศ เสพสุข เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวในเบื้องต้น  

ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 พันเอก สุรินทร์ เกตุแก้ว รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร พร้อมข้าราชการและสมาชิกชาวค่ายเขตอุดมศักดิ์ รวมทั้งข้าราชการส่วนพลเรือนและ พี่น้องประชาชนชาวชุมพร ได้ร่วมในพิธีรับศพ  อส.ทพ.ธนเลิศ เสพสุข และร่วมส่งกลับภูมิลำเนา  บ้านเลขที่ 61  หมู่ที่  2 ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่อตั้งบำเพ็ญกุศลศพ และจะพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดหัวกรูด อำเภอเมือง จังชุมพร ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 ต่อไป

ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดชุมพรจับมือ สกย.ชุมพร พัฒนาฝีมือเกษตรกรชาวสวนยาง

ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดชุมพร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวยยางจังหวัดชุมพร (สกย.ชุมพร) ร่วมทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือหรือ MOU ในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีความรู้ ความชำนาญในการประกอบอาชีพ

วันที่ 12 ก.พ. 2557 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดชุมพร นางจุฬาลักษณ์ วงศ์ปรีชากร ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดชุมพร และนายพูลสุข อุเทนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวยยางจังหวัดชุมพร (สกย.ชุมพร) ร่วมทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือหรือ MOU ในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการร่วมเป็นสักขีพยานในการทำข้อตกลงในครั้งนี้

โดย นางจุฬาลักษณ์ วงศ์ปรีชากร ผอ.ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดชุมพร และสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวยยางจังหวัดชุมพร เห็นพ้องต้องกันที่จะร่วมในการพัฒนาศักยภาพแรงงานและเจ้าของสวนยางพารา ด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีความรู้ ความชำนาญในการประกอบอาชีพการทำสวนยางพาราให้มีคุณภาพและอย่างเหมาะสม ตลอดจนสามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว สร้างคุณภาพชีวิตของชุมชนให้เข้มแข็งและสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ด้าน นายพูลสุข อุเทนพันธ์ ผอ.สกย.ชุมพร เปิดเผยว่า การทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานมีความเห็นร่วมกันที่จะประสานความร่วมมือ ในด้านวิชาการ และหลักสูตรช่างกรีดยางหรือหลักสูตรการฝึกอบรมอื่นๆ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่เกษตรกรรวมทั้งมาตรการต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของชาวสวนยางพารา รวมทั้งการจัดกิจกรรม และประสานข้อมูลด้านต่างๆ อาทิ กลุ่มเป้าหมาย วิทยากร ความต้องการพัฒนาฝีมือแรงงาน และสถานที่ฝึกอบรม โดยใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

กรมประมงประกาศปิดอ่าว 3 เดือน เปิดโอกาสให้สัตว์น้ำขยายพันธุ์

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมในพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูปลา ที่มีไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 15 ก.พ.- 15 พ.ค. 2557 ครอบคลุม ในพื้นที่ จังหวัดประจวบฯ ชุมพร สุราษฎร์

วันที่ (13 ก.พ. 57) ณ ท่าเทียบเรือเทศบาลปากน้ำชุมพร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีประกาศ ปิดอ่าวฝั่งทะเลอ่าวไทย โดยมีนายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง และนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมประมง และประชาชน ให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมประมง ได้ประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูปลาที่มีไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 15 ก.พ.- 15 พ.ค. 2557 ครอบคลุมพื้นที่ทำ การประมงประมาณ  26,400  ตารางกิโลเมตร  ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบฯ ชุมพร สุราษฎร์ โดยในปีที่ผ่านมา ผลจากการสำรวจสภาวะทรัพยากรบริเวณเขตปิดอ่าว พบว่า ในช่วงก่อนปิดอ่าว มีอัตราการจับเท่ากับ 34.64 กิโลกรัม/ชั่วโมง แต่ในช่วงระหว่างปิดอ่าว มีอัตราการจับเท่ากับ 49.71 กิโลกรัม/ชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้น ถึง 1.44 เท่า และหลังปิดอ่าว ในเดือนพฤษภาคม มีอัตราการจับเท่ากับ 46.28 กิโลกรัม/ชั่วโมง ซึ่งยังคงสูงกว่าช่วงก่อนปิดอ่าว 1.19 เท่า ปลาหน้าดินที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิดที่เคยหายไป ตลอดจนทรัพยากรสัตว์น้ำที่ลดน้อยลง จากการทำประมงที่มากเกินสมดุลของธรรมชาติ ที่จะผลิตทดแทนได้ทัน (Over fishing) กลับมาฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จึงสามารถยืนยันได้ว่ามาตรปิดอ่าวฝั่งทะเลอ่าวไทย สามารถรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำที่กำลังมีไข่ และเข้ามาวางไข่เลี้ยงลูก ให้เพิ่มปริมาณขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปลาทู ซึ่งเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับการประกาศใช้มาตรการดังกล่าว ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ไม่มีการผ่อนผัน พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือจากชาวประมง และทุกคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการตามมาตรการปิดอ่าว ซึ่งจะส่งผลดีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในระยะยาวต่อไป 

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เป็นช่วงฤดูที่สัตว์น้ำในฝั่งทะเลอ่าวไทยกำลังมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อน กรมประมงได้ตระหนักถึงความสำคัญ และจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำ เนื่องจากปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศไทยได้ลดจำนวนลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้เครื่องประมงที่มีความสามารถสูงทำการประมง ดังนั้นการกำหนดให้มีการใช้มาตรการปิดอ่าวทะเลฝั่งอ่าวไทย เป็นระยะ 3 เดือนของทุกปี จะช่วยสัตว์น้ำให้เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำในช่วงเวลานี้

อ.เมืองชุมพร คึกคักคู่รักแห่งจดทะเบียนสมรส ณ เขามัทรี

วันที่ 14 ก.พ. 2557 ณ บริเวณจุดชมวิวเขามัทรี ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในงานจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ณ เขามัทรี (LOVE ON THE MUST SEE MOUNTAIN) ปีที่ 1  เนื่องในเทศกาลวันแห่งความรัก (Valentines Day) พร้อมด้วย นายประจินต์ ธารศิริสิน นายอำเภอเมืองชุมพร และนายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศบาลเมืองชุมพร เพื่อเชิญชวนและรณรงค์ให้ชายหญิงจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฏหมาย อันเป็นการสร้างความอบอุ่นมั่นคงให้กับสถาบันครอบครัว อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร อีกทางหนึ่งด้วย โดยมีคู่สมรส พร้อมญาติ พี่น้อง รวมทั้งนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศแบบเรียบง่าย เต็มไปด้วยธรรมชาติ วิวทะเล ชายหาด และตัวเมืองชุมพร ที่สามารถมองจากยอดเขามัทรีได้ทุกมุม

นายประจินต์ ธารศิริสิน นายอำเภอเมืองชุมพร เปิดเผยว่า งานทะเบียนสมรสนอกสถานที่บนเขามัทรีแห่งนี้ อ.เมืองชุมพรจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีคู่สมรสมาจดทะเบียนสมรสถึง 39 คู่ โดยได้แจ้งความประสงค์ไว้ล่วงหน้าจำนวน 26 คู่ นอกจากนี้ยังมีคู่สมรสจากต่างจังหวัด เช่น ประจวบคิรีขันธ์ กระบี่ และตรัง มาร่วมจดทะเบียนสมรสในวันนี้อีกด้วย

ด้าน นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า พ่อเมืองชุมพร กล่าว่า จุดชมวิวเขามัทรี มีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 200 คนต่อวันขึ้นมาเยี่ยมชม ซึ่งสามารถมองเห็นทะเลอ่าวไทยและชุมชนเมืองชุมพรได้แบบ 360 องศา และยังสามารถสักการะองค์พระอวโลกิเตศวร พระมหาโพธิ์สัตว์กวนอิมท่าประทับนั่งแผ่เมตตาบนยอดเขามัทรีได้อีกด้วย โดยขอแสดงความชื่นชมคู่สมรสทุกคู่ที่ได้มาร่วมกิจกรรมวันนี้ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีในการแสดงความรัก ขอให้มีความรักหนักแน่น เข้มแข็ง และมั่นคงเหมือนเขามัทรีแห่งนี้ตลอดไป

สำหรับบรรยากาศการจดทะเบียนสมรส เป็นไปอย่างเรียบง่าย มีการจัดซุ้มดอกไม้ให้คู่รักได้ร่วมถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกรอบๆ บริเวณจุดชมวิว นอกจากนี้ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ชุมพร ยังได้จับฉลากแจกบัตรห้องพักที่โรงแรมชื่อดังในจังหวัดชุมพร ซึ่งได้ให้การสนับสนุนห้องสวีทรูมฟรี แก่คู่รักที่โชคดีไปฮันนีมูนกว่า 10 คู่อีกด้วย

พุทธศาสนิกบูชาชนชาวชุมพร ร่วมกิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา

พุทธศาสนิกชนชาวชุมพรร่วมกิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา ณ วัดชุมพรรังสรรค์ (พระอารามหลวง) โดยร่วมกันประกาศตนเป็นพุทธมามกะ พร้อมปฏิบัติบูชาตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๗ พุทธสมาคมจัดหวัดชุมพร ร่วมกับวัดชุมพรรังสรรค์ (พระอารามหลวง) จัดกิจกรรมเนื่องในวัน “มาฆบูชา” โดยพุทธศาสนิกชน เยาวชน และประชาชน ได้ร่วมประกาศตนเป็นพุทธมามกะ พร้อมปฏิบัติบูชาตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า รักษาศีล  ปฏิบัติธรรม  เจริญสมาธิภาวนา  และเวียนเทียน  เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม

โดยพุทธศาสนิกชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา  ข้าราชการทุกหมู่เหล่า  ได้ร่วมกันแต่งกายด้วยชุดขาว  เข้าวัดปฏิบัติธรรม และร่วมทำพิธีตามหลักพระพุทธศาสนา โดยมีพระครูศรีธรรมนิเทศก์ (จำนันท์ มนาปเถระ) เจ้าอาวาสวัดชุมพรรังสรรค์ เป็นประธานสงฆ์ และนายเพทาย สดทรงศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร ประธานฝ่ายฆราวาส หลังจากนั้นได้ร่วมกันเวียนเทียนรอบ พระอุโบสถ เพื่อระลึกถึง คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชา ร่วมถึงหลักคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ให้ ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ประโยชน์ และปฏิบัติในชีวิตประจำวันต่อไป

"วันมาฆบูชา" เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่มีเหตุการณ์สำคัญ เกิดขึ้นพร้อมกัน ๔ ประการ ได้แก่ พระสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๗ รูป ที่เป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระ พุทธเจ้าโดยตรง มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งล้วนแต่เป็น พระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา ๖ และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญ มาฆปุรณมีดิถี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ จึงมีคำเรียกวันนี้อีกว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต” หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ ๔ โดย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา ๙ เดือน ซึ่งหลักคำสอนนี้เป็นหลักการ และวิธีการปฏิบัติต่างๆ สรุปเป็นใจความสำคัญได้ว่า “ทำความดี ละเว้นความชั่ว และทำจิตใจให้บริสุทธิ์”

จังหวัดกระบี่ จัดงานวันมาฆบูชารำลึก

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ที่วัดกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิด งานวันมาฆบูชารำลึกจังหวัดกระบี่ ประจำปี 2557 โดยมีนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดกระบี่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๓ และเทศบาลตำบลกระบี่น้อย จัดขึ้นโดยมีประชาชนชาวพุทธในจังหวัดกระบี่เข้าร่วมในงานดังกล่าวจำนวนมาก

นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่กล่าว่า การจัดงานวันมาฆบูชารำลึก มีวัตถุประสงค์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้เยาวชนมีการศึกษาหลักธรรม คำสอนของศาสนาในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อให้เยาวชนสามารถนำหลักธรรมคำสั่งสอนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ได้กำหนดกิจกรรมหลัก ๒ กิจกรรม คือ การเข้าค่ายบำเพ็ญตนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ตั้งแต่วันที่ ๑๑-๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ได้อนุญาตให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ จากโรงเรียนวัดโพธิ์เรียง เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน ๔๐ คน กิจกรรมงานมาฆบูชารำลึกจังหวัดกระบี่ จัดให้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๑-๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ การประกวดนิทรรศการ การประกวดจัดโต๊ะหมู่บูชา การประกวดวาดภาพ การประกวดการเขียนเรียงความ การประกวดการพูด การประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ การแข่งขันตอบปัญหาวิชาการทางพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังมี แสดงพระธรรมเทศนามหาชาติเวสสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์คาถาพัน โดย พระราชธรรมวาที