วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2557

หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดงานสุดยอดของหรอยเมืองนคร ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. - 1 มิ.ย. 57 ณ ลานกิจกรรมราชพฤกษ์ ไนท์บาร์ซา

วันนี้ (26 เม.ย. 57) ที่ห้องประชุมอรพิน โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช นายกรกฎ เตติรานนท์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายอภิชาติ แก้วสุวรรณ ปฏิคมหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานสุดยอดของหรอยเมืองนคร ประจำปี 2557

ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 28 พ.ค. - 1 มิ.ย. 57 ณ ลานกิจกรรมราชพฤกษ์ ไนท์บาร์ซา ตรงข้ามห้างโอเชี่ยนโรบินสันนครศรีธรรมราช

นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช มีประวัติมายาวนาน มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้านอาหารการกิน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมงานสามารถเลือกชิมลิ้มรสอาหารนานาชนิดของปักษ์ใต้ได้ตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงาน ซึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกทางหนึ่งด้วย

นางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การจัดงาน “สุดยอดของหรอยเมืองนคร” หอการค้าจังหวัดได้จัดต่อเนื่องมาหลายแล้ว โดยอาหารที่นำมาจัดจำหน่ายในงาน เน้นความเป็นเอกลักษณ์การกินของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการรวบรวมอาหารชื่อดังของร้านอาหารต่าง ๆ ในจังหวัด มาไว้ในงานเพื่อให้นักท่องเที่ยว ประชาชน และเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ชิมลิ้มรสชาติอาหาร เพื่อให้คุ้นชินกับรสชาติของอาหารพื้นบ้าน ให้สืบทอดไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่ลืมรสชาติอาหารของบ้านเกิดตัวเอง ลดการกินอาหารต่างประเทศตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้อาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้ไปสู่นานาชาติ รองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปี พ.ศ.2558

นายกรกฎ เตติรานนท์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ร้านอาหารต่าง ๆ ที่มาออกร้านจำหน่ายอาหารไม่เน้นถึงผลกำไร แต่เน้นการมีส่วนร่วม มีการลดราคาอาหารเป็นกรณีพิเศษจากปกติ 50 % แต่ปริมาณเท่าเดิม โดยมีการแจกคูปองให้นักท่องเที่ยวนำไปแลกซื้ออาหารได้ทุกร้านภายในงานทุกวัน นอกจากได้อิ่มอร่อยจากอาหารรสเด็ดแล้ว ยังได้สนุกสนานกับความบันเทิงภายในงาน เช่น การประกวด มิส สุดยอดของหรอยเมืองนคร 57 ทั้งสาวแท้และสาวเทียม การประกวดวงดนตรีลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง การแสดงศิลปินพื้นบ้าน เช่น มโนราห์ หนังตะลุง การประกวดวงดนตรีเยาวชน และการแสดงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของป้าง “นครินทร์ กิ่งศักดิ์” ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช



ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 26 เม.ย. 2557

จังหวัดนครศรีธรรมราช จับมือหอการค้าจังหวัด จัดงานเกษตรลุ่มน้ำปากพนัง สู่ตลาดกลางผักและผลไม้ 10-11 พฤษภาคม 2557

วันนี้ (26 เม.ย. 57) ที่ห้องประชุมอรพิน โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช นายกรกฎ เตติรานนท์ เลขาธิการหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายอภิชาติ แก้วสุวรรณ ปฏิคมหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเกษตรลุ่มน้ำปากพนัง สู่ตลาดกลางผักและผลไม้ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2557 ณ ถนนหน้าศาลาประชาสันต์ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว จำนวน 1 ล้านบาท โดยให้หอการค้าจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรชาวลุ่มน้ำปากพนัง ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และช่วยแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ มีการเจรจาตกลงทางการค้า ผู้ซื้อพบผู้ขายโดยตรง

นางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนอย่างแท้จริง เพื่อร่วมกันช่วยเหลือเกษตรกรชาวลุ่มน้ำปากพนังและชาวนครศรีธรรมราช โดยมีการนำนวัตกรรม เทคโลยีทางการเกษตรมาจัดแสดงภายในงานเพื่อให้เกษตรกรได้เข้าถึงเทคโนโลยีทางการเกษตร การจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริ มีการประกวดและจัดจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรลุ่มน้ำปากพนัง การจำหน่ายสินค้าโอทอป รังนก และอาหารทะเลสด ๆ และแปรรูป กว่า 50 บู๊ธ การเจรจาตกลงทางการค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ผลิต เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านราคา เป็นการตกลงซื้อขายสินค้ากันล่วงหน้า สามารถแก้ไขปัญหาสินค้าล้นตลาดได้ในระดับหนึ่ง เกษตรกรจะได้ผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของตลาด

นายอภิชาติ แก้วสุวรรณ ปฏิคมหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีภาคบันเทิงพบกับรำวงเวียนครก และการแสดงคอนเสิร์ตเต็มวงของตั๊กแตน ชลดา อย่าลืม 10-11 พฤษภาคม 2557 พบกันในงานเกษตรลุ่มน้ำปากพนัง สู่ตลาดกลางผักและผลไม้



ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 26 เม.ย. 2557

นครสงขลา แถลงข่าวการจัดงาน "เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์" ครั้งที่ 15 และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ประจำปี 2557

ค่ำวันนี้ (25 เม.ย. 57) เวลา 18.30 น. ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พธำมรงค์ อ.เมือง จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา และผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “อาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2557 และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เทศบาลนครสงขลา ร่วมกับจังหวัดสงขลา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และอีกหลายหน่วยงาน กำหนดจัดงาน ‘ เทศกาลอาหาร 2 ทะเล อร่อยได้ไร้แอลกอฮอล์’ ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 24 พฤษภาคม 2557 และงานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง ระหว่างวันที่  12 – 18 พฤษภาคม 2557  ณ บริเวณสระบัว แหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา โดยภายในงานจัดให้มีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเล และอาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทะเล สินค้า OTOP ของชุมชน ชมการแสดงบนเวที การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและศิลปวัฒนธรรมในแต่ละภาคจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ การแสดงดนตรีของศิลปินที่มีชื่อเสียง การแสดงของนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครสงขลาและโรงเรียน สถาบันการศึกษาอื่น ๆ กิจกรรมการแข่งขันประกอบอาหาร สาธิตการประกอบอาหาร และอื่น ๆ มากมาย พร้อมชมฟรี คอนเสิร์ต จากศิลปินดังมากมาย ตลอดจนกิจกรรมการประกวดนางสาวสมิหลา ซึ่งได้รับความสนใจจากสาวงามทั่วประเทศ เข้าร่วมการประกวดเป็นอย่างมาก

ด้าน นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี  นายกเทศมนตรีนครสงขลา  กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้    เพื่อเป็นการกระจายรายได้ และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา และเป็นการประชาสัมพันธ์อาหารทะเล อาหารพื้นบ้านของจังหวัดสงขลาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีอันดีงามในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสงขลาอีกด้วย




ภาพ/ชิดนัย แก้วมณีโชติ
ข่าว/จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจ สงขลา กอ.รมน. จังหวัดสงขลา ส่วนหน้า จัดบรรยายพิเศษศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ กับแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

เช้าวันนี้ (25 เม.ย.57) น. ที่ห้องประชุม สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาสงขลา เขต 3 อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา   เวลา.09.30 น. พล.ต. ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาค 4 ประธานบรรยายพิเศษ  ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอกับแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอเข้าร่วม

พล.ต.ปราการ ชลยุทธ รองแม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอในพื้นที่ 4 อำเภอของ จังหวัดสงขลา ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ในพื้นที่ 4 อำเภอ เป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ซึ่งมีสถิติเหตุการณ์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะยังคงใช้กำลังส่วนหนึ่ง ในการเฝ้าระวังพื้นที่ จึงถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเข็มแข็งของภาคประชาชน จึงทำให้ไม่มีการบ่มเพาะ หรือขยายตัวของกลุ่มเครือข่ายผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความเข้มแข็ง และทำให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงานให้เป็นไปในแนวทางแนวกัน จึงทำให้การทำงานในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งทุกหน่วยงานต้องมาบูรณาการ และปฏิบัติงานร่วมกันทั้งงานด้านการพัฒนางานด้านการทหาร จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจ และให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตามยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับศูนย์ปฎิบัติการอำเภอ ในการร่วมบูรณาการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนต่อไป



จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง/ภาพ/ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลา จัดพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เช้าวันนี้ (25 เม.ย. 57) ที่หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.เมืองสงขลา  นายกฤษฎา  บุญราช  ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานในพิธีถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนจังหวัดสงขลา ร่วมวางพานพุมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระคุณอนันต์ต่อแผ่นดินไทย โดยพระองค์ได้ทรงกอบกู้อิสรภาพของประเทศไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า และนับตั้งแต่สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพเป็นต้นมา แม้หงสาวดีจะเพียรพยายามส่งกองทัพเข้ามารบหลายครั้ง แต่ก็ถูกกองทัพของกรุงศรีอยุธยาตีแตกพ่ายไปทุกครั้ง โดยพระองค์ทรงเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย ไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขเสมอมา และทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวมพระชนมมายุ 50 พรรษา สิริรวมการครองราชสมบัติ 15 ปี

ดังนั้น เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเชิดชูพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ รัฐบาลไทยโดยมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 จึงกำหนดให้ทุกวันที่ 25 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช



ยุสรา  วาจิ//ข่าว
ชิดนัย  แก้วมณีโชติ//ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ชาวบ้านหวั่นสร้างมลพิษระยะยาว หลังเอกชนรับสัมปทานจัดการขยะทั้งเมือง

เทศบาลตำบลบางนอน เตรียมทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็น การจัดการขยะบริเวณห้วยค้างคาว หลังเอกชนรับสัมปทานเป็นพื้นที่จัดการขยะทั้งเมือง

ชาวบ้านหวั่นสร้างมลพิษระยะยาว ด.ต.ประนอม รอดแคล้ว นายกเทศมนตรีตำบลบางนอน เปิดเผยถึงการจัดเวทีประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ตำบลบางนอน กรณีที่บริษัท หจก.ณัฐพัฒน์ เทรดดิ้ง จะเป็นผู้ดำเนินการจัดทำบ่อขยะโดยรับขยะจากพื้นที่อำเภอเมืองทั้งหมด โดยใช้สถานที่บริเวณ ห้วยค้างคาว หมู่ 1 ตำบลบางนอน อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ทางเทศบาลตำบลบางนอน จึงได้จัดให้มีการทำประชาพิจารณ์ตามขั้นตอน ในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ณ โรงอาหารวิทยาลัยเทคนิคระนอง โดยขอให้ประชาชนที่จะเข้าร่วมประชาพิจารณ์ครั้งนี้ นำบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันว่าเป็นคนในพื้นที่จริงในการลงทะเบียนแสดงตนด้วย พร้อมกันนี้ได้เชิญตัวแทนบริษัทที่รับเหมางาน มาอธิบายรายละเอียดของโครงการ และเชิญตัวแทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งตัวแทนจังหวัดระนอง เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้ด้วย

สำหรับพื้นที่เทศบาลตำบลบางนอน มีการจัดการขยะอย่างเป็นสัดส่วน โดยใช้วิธีฝังกลบ และไม่เป็นปัญหามากว่า 10 ปีแล้ว แต่เนื่องจากครั้งนี้ จะมีการนำขยะจากภายนอกพื้นที่มาใช้พื้นที่ตำบลบางนอน จึงต้องเปิดเวทีประชาพิจารณ์ เพราะมีผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง จึงต้องให้ประชาชนในพื้นที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

ผลกระทบจากการชุมนุมประท้วงการดำเนินคดีรุมโทรมหญิงท้องของตำรวจภูเก็ต

(ลำดับที่ 1)

ชาวบ้านปิดถนนเรียกร้องตำรวจนำ 2 โจ๋ชิงทรัพย์ – ข่มขืนสาวท้อง5เดือนทำแผนพร้อมให้ขอโทษผู้เสียหาย

ชาวบ้านไม่พอใจเรียกร้องตำรวจท่าฉัตรไชยนำตัวโจ๋พี่น้องฝาแฝดวัย 17 ปี ก่อคดีชิงทรัพย์-ข่มขืนสาวท้อง 5 เดือน ทำแผน - ขอโทษผู้เสียหาย รวมตัวปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้า –ขาออกบริเวณปากทางเข้าวัดไม้ขาวแล้ว ทำรถติดเป็นทางยาว ขณะที่ตำรวจขอฝากขังที่ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต พร้อมนำตัวส่งควบคุมที่สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนภูเก็ต

สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนนาย A และนาย B สองพี่น้องฝาแฝดที่ก่อเหตุรุมข่มขืน และชิงทรัพย์สาวท้อง 5 เดือน ที่บริเวณถนนสายบ้านหมากปรก – บ้านไม้ขาว ต.ไม้ขาว หมู่ที่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ จ.13/2557 และ จ.14/2557 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2557 ในฐานความผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันเป็นลักษณะโทรมหญิง ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

ล่าสุดเมื่อเวลา 11 .00 น.วันที่ 23 เม.ย.57 บริเวณจุดที่เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์และข่มขืนผู้เสียหาย ได้มีประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งหลังจากที่ชาวบ้านรอเป็นเวลานานแต่ทางตำรวจยังไม่นำตัวมาผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาทำแผนแต่อย่างใดทำให้ชาวบ้านพอใจและรวมตัวกันปิดถนนในบริเวณที่เกิดเหตุ จนกระทั่งเวลา 16 .00 น.ชาวบ้านได้รวมตัวกันและย้ายมาปิดถนนสายหลักเส้นเทพกระษัตรีทั้งขาเข้าและขาออกที่บริเวณหน้าทางเข้าวันไม้ขาว อ.ถลางจ.ภูเก็ต เพื่อเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนและขอโทษผู้เสียหายรวมทั้งญาติของผู้เสียหาย ทำให้รถที่จะสัญญาไปมาในเส้นทางดังกล่าวไม่สามารถเคลื่อนตัวได้


(ลำดับที่ 2)

ชาวบ้านยังปิดถนนทั้งขาเข้า –ขาออก จี้ตร.ขอโทษจับผิดตัว ชาวบ้านยังไม่ยอมเปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้า – ขาออก ภูเก็ต เรียกร้องตำรวจท่าฉัตรไชยนำเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำตัววัยรุ่นในพื้นที่ไม้ขาวไปสอบสวนสงสัยเป็นคนร้าย ก่อนที่จะจับกุมผู้ต้องหาตัวจริงได้ ขณะที่ในส่วนของญาติผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายชิงทรัพย์ –ข่มขืนยังอยู่ในพื้นที่

สำหรับความคืบหน้ากรณีชาวบ้านปิดถนนเทพกระเทพกระษัตรี บริเวณสามแยกทางหมู่บ้านวัดไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ทั้งขาเข้า – ขาออก เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ และข่มขืน สาวท้อง 5เดือน มาทำแผนและมาขอโทษผู้เสียหาย รวมทั้งกลุ่มชาวบ้านได้เรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่าฉัตรไชย นำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัววัยรุ่นในพื้นที่จำนวน 3 คนไปสอบสวน เนื่องจากสงสัยว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว ก่อนที่จะติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุจริงๆมาดำเนินคดีในภายหลัง ซึ่งขณะนี้การปิดถนนดังกล่าวได้ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว และสถานการณ์การปิดถนนยังตึงเครียด อย่างไรก็ตามขณะนี้พ.ต.อ.พีรยุทธ การเจดีย์ พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผู้บังคับการคำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.สมชาย สรรประเสริฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นระยะๆ แต่ไม่เป็นผล กลุ่มผู้ชุมนุมยังยืนยันที่จะปิดถนนต่อไปจนกว่าจะมีการนำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ท่าฉัตรไชย จำนวน 4 คน ที่ควบคุมตัวเด็กวัยรุ่นในพื้นที่ไปสอบสวนทั้งๆที่ไม่ใช่คนร้าย มาขอโทษกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกควบคุมตัวไป และเรียกร้องร้องให้ย้ายตำรวจทั้ง 4 คน ออกจากพื้นที่ทันที

สำหรับข้อเรียนร้องของชาวบ้านดังกล่าวทางตำรวจได้รับปากที่จะดำเนินการ แต่จนถึงขณะนี้เวลา20.00 น.ยังไม่มีการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย เข้ามาในพื้นที่แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามสำหรับการปิดถนนดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องเดินทางไปยังสนามบิน ไม่สามารถที่จะเดินทางไปได้ ซึ่งบางส่วนได้ลงจากรถเดินผ่านกลุ่มชุมนุมเพื่อไปขึ้นรถที่ทางบริษัทจัดหามารับ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากที่ยังต้องรออยู่ ซึ่งรวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรไปมา ที่รถต้องจอดติดอยู่กับที่เป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว



(ลำดับที่ 3)

ชาวบ้านยอมเปิดถนนทั้งขาเข้า-ขาออกแล้วหลังปิดถนนนานกว่า 7ชั่วโมง.หลังผู้ว่าฯภูเก็ตเข้าเจรจายอมรับข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมให้ย้ายตำรวจ 4 นายออกจากพื้นที่ทันที สำหรับความคืบหน้ากรณีชาวบ้านปิดถนนเทพกระษัตรีทั้งขาเข้าและขาออกจังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้การจราจรเข้าออกยังไม่สามารถสัญจรไปมา ได้ ล่าสุดเมื่อเวลา 23.15 น. ของวันที่ 23 เม.ย.57 สถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้วเมื่อ นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ. พีระยุทธ การะเจดีย์ พ.ต.อ. ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ. สมชาย สรรประเสริฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเจรจากับ ญาติของวัยรุ่นที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบปากคำ เนื่องจากสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับคดีชิงทรัพย์ และข่มขืนสาวท้อง 5 เดือน ซึ่งเป็นการเชิญไปสอบผิดตัว ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่พอใจออกมารวมตัวปิดถนนดังกล่าว

อย่างไรก็ตามการเจราจาในครั้งนี้ ซึ่งมีนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ใช้เวลาในการพูดคุยนานประมาณ ครึ่งชั่วโมง ได้ข้อสรุปดังนี้คือทางผู้ว่ารับปากที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 3 คน รวมทั้งดูแลความปลอดภัยบ้านพ่อ แม่ และญาติที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย ที่เกี่ยวข้องในการคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นไปสอบสวนนั้น ในเบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ย้ายออกนอกพื้นที่แล้วซึ่งมีผลทันที นอกจากนั้นจะมีการเรียกตัวมาสอบสวนและขอโทษผู้เสียหายทั้งหมด รวมทั้งจะให้ อส.เข้ามาดูแลอีกส่วนหนึ่งจนเกิดความมั่นใจในการดำรงชีวิตของกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 3 คน นายไมตรี กล่าวอีกว่า อยากวิงวอนให้ทุกคนเห็นใจซึ่งกันและกัน และเปิดเส้นทางเข้าออกเพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ ตนเองพร้อมที่จะขอโทษพ่อแม่ของวัยรุ่นทั้ง 3 คนที่มีเรื่องเกิดขึ้น และพร้อมที่จะกำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก หลังการเจรจาจบชาวบ้านยอมเปิดถนนหลังจากที่ปิดมานานกว่า 7 ชั่วโมงทำให้รถติดยาวเหยียดประมาณ 10 กิโลเมตรทั้งขาเข้าและขาออกจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงจะเคลียรถได้ทั้งหมดจากนั้นผู้ว่าราชการได้เดินทางไปยังบ้านของพ่อแม่ วัยรุ่นที่ถูกคุมตัวไปสอบสวน เพื่อขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามขณะที่กลุ่มชาวบ้านกำลังช่วยกันรื้อสิ่งกีดขวางที่วางกั้นถนนไว้นั้นได้มีเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเมื่อมีวัยรุ่นชายไม่ทราบชื่อใช้มือถือถ่ายภาพกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมปิดถนนทำให้มีปากเสียงกันจนกลุ่มวัยรุ่นที่ปิดถนนรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งกันตัวออกนอกพื้นที่ทันที




(ลำดับที่ 4)

ตำรวจนำสองผู้ต้องหาข่มขืนสาวท้องส่งเข้าสถานพินิจแล้วขณะแม่ผู้เสียหายยืนยันจะไปหาเพื่อต้องการให้ออกมาขอโทษและจะดำเนินคคีให้ถึงที่สุดส่วนมตราการเยียวยาผู้เสียหน่อยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายเอ และนายบี สองพี่น้องฝาแฝดที่ก่อเหตุรุมข่มขืน และชิงทรัพย์สาวท้อง 5 เดือน ที่บริเวณถนนสายบ้านหมากปรก-บ้านไม้ขาว ต.ไม้ขาว หมู่ที่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ จ.13/2557 และ จ.14/2557 ลงวันที่ 22 เม.ย.2557 ในฐานความผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันเป็นลักษณะโทรมหญิง ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัสโดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

ล่าสุดทาง พ.ต.อ. สมชาย สรรประเสริฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย เปิดเผย พนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปยืนขอฝากขังที่ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต และ ซึ่งศาลได้รับคำร้องและส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปควบคุมที่สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนภูเก็ต แล้ว ซึ่งการสอบปากคำหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเพราะผู้ต้องหายังเป็นเยาวชน ทางตำรวจไม่สามารถสอบปากคำได้ฝ่ายเดียว แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไว้แล้ว ส่วนผู้เสียหายนั้นทางพนักงานสอบสวนได้เข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติม และแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมคนที่ก่อเหตุได้แล้ว ซึ่งในส่วนของผู้เสียหายนั้นยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดต่อไป ในส่วนของการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องนั้นผู้กำกับท่าฉัตรไชยเปิดเผยว่าไม่สามารถนำตัวออกมาได้แล้วเพราะตอนนี้ผู้ต้องหาอยู่ในความดูแลของสถานพินิจหากจะนำตัวออกมาต้องขออนุญาตศาลฯและจากการสอบถามไปยังมารดาผู้เสียหายยังยืนยันว่าต้องการเจอหน้าสองผู้ต้องหาดังกล่าวแต่จะรอให้ผู้เสียหายคือลูกสาวออกจากโรงพยาบาลก่อนจึงจะเดินทางไปสถานพินิจเพื่อดูตัวผู้ต้องหาและให้ผู้ต้องหาออกมากราบขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปกับผู้เสียหายส่วนคดีความนั้นจะดำเนินการตามกฏหมายให้ถึงที่สุด

นายณรงค์ศักดิ์ อิ่มด้วง นักวิชาการอบรมและฝึกอาชีพชำนาญการพิเศษ สถานพินิจฯ กล่าวว่า ในส่วนของเยาวชน 2 คนที่ถูกดำเนินคดีนั้น ทางสถานพินิจฯ จะทำการบำบัดโดยทีมนักวิชาชีพ ประกอบด้วย นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล นักวิชาการอบรมและฝึกอาชีพ ให้ดูแลปรับตัวหลังจากนั้นจะทำการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู เตรียมพร้อม ก่อนพิจารณาคดีของศาลจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา โดยเป็นการควบคุมตัวตามอำนาจศาล พรบ.ศาลเยาวชนและครอบครัว ปี 2553

นางนริศา ปานสะอาด หัวหน้าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าในส่วนของสำนักงานฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อให้ยื่นคำร้องรับเงินค่าเสียหายตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา 2544 ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการ

ศาลปกครองจัดเสวนาศาลปกครองของประชาชนให้กับสื่อมวลชนจังหวัดระนอง

ดร.หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด นำคณะผู้บริหารศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง นายไชยวัฒน์ ธำรงศรีสุข อธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช นายวชิระชอบแต่ง รองโฆษกศาลปกครอง และนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เดินทางมาร่วมพบปะเสวนากับสื่อมวลชนจังหวัดระนอง ในกิจกรรมเสวนา “ศาลปกครองของประชาชนในเวทีสื่อมวลชน” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาลปกครอง กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครองซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างจากวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญาในศาลยุติธรรม ที่โรงแรมทินิดีระนอง

ดร.หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า ศาลปกครองเป็นศาลที่ตั้งใหม่ ประชาชนยังรู้จักศาลปกครองน้อยมาก ทำให้จำเป็นต้องประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ไปสู่ประชาชน โดยเฉพาะผ่าน"สื่อมวลชน" ช่วยกระจายข่าวให้อย่างเข้าถึง สะดวก รวดเร็ว ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศาลปกครอง กระบวนการยุติธรรมทางปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างจากวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญาในศาลยุติธรรมที่คุ้นเคยกันทั่วไป เพื่อให้สื่อมวลชนสามารถนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทั้ง อำนาจหน้าที่ของศาลปกครองและตระหนักรู้ถึงความสำคัญและความจำเป็นของกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจทางปกครองของรัฐโดยศาลรวมทั้งการปกป้องสิทธิเสรีภาพมิให้ถูกล่วงละเมิดโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันจะส่งผลให้เกิดบรรทัดฐานและการปฏิบัติราชการทางปกครองที่ดีในสังคมต่อไป

ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้เปิดเผยถึงสถิติปกครองว่า ตั้งแต่เปิดทำการศาลปกครองเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2554 เป็นต้นมา มีปริมาณคดีที่รับเข้าสู่การพิจารณา ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 จำนวน 94,299 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ จำนวน 73,092 คดี คิดเป็นร้อยละ 78 และมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวน 21,207 คดี คิดเป็นร้อยละประมาณ 22 ของคดีรับเข้าทั้งหมด ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน คดีเกี่ยวกับพัสดุ สัญญาทางปกครอง การลงทุน การเงิน การคลัง และการธนาคาร คดีเกี่ยวกับการควบคุมอาคาร เหตุเดือดร้อนรำคาญ และสิ่งแวดล้อม คดีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล สวัสดิการและการประกอบอาชีพ คดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน คดีเกี่ยวกับกิจการคมนาคม โทรคมนาคม วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ คดีเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และคดีเกี่ยวกับการศึกษาและคดีประเภทอื่น

จับผู้ค้าเฮโรอีนรายใหญ่น้ำหนักรวม 148 กิโลกรัม

ปปส.ร่วมตำรวจสหพันธ์รัฐออสเตรเลีย  จับหนุ่มมาเลเซียและหนุ่มไทย พร้อมเฮโรอินอัดแท่งจำนวน 420 แท่ง น้ำรวม 148 กิโลกรัม  ใส่ในลังบรรจุปลา เตรียมส่งไปประเทศออสเตรเลียมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลต่อ

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2557 พต.ต.อ.พงศ์พัศ พงษ์เจริญ  รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการ ปปส. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.กิกติสันห์ เดชสุนทรวัตร รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.วิศิษฐ์ ศุกรเสพย์ ผบก.ภ.จว.ระนอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์รัฐออสเตรเลีย พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.เชิดศักดิ์ จำปาเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร่วมแถลงข่าวการจับกุม นาย ยี ยอง โฮ อายุ 40 ปี ชาวมาเลเซีย และกฤษณะ มีนันท์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58  ซอยจ่าโสด แขวงบางนา เขตบางนา กทม. ที่บริษัทพิสมัยอินเตอร์เทรดดิ้ง ม.1 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง พร้อมเฮโรอีนอัดแท่งจำนวน 420 แท่ง น้ำหนักรวมทั้งหมด 148 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษสำหรับบรรจุอาหารทะเลแช่แข็ง ขณะเตรียมส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย

พต.ต.อ. พงศ์พัศ กล่าวว่า การจับกุมเฮโรอินชุดนี้ ถือว่าเป็นรายใหญ่ที่สุดของภาคใต้ โดยทางการไทยได้รับการประสนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสหพันธ์รัฐออสเตรเลียว่าจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ข้ามชาติ ลักลอบขนยาเสพติดเฮโรอีนจำนวนมากจากประเทศไทยเพื่อส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยลักลอบบรรจุไปกับอาหารทะเลแช่แข็ง หากว่าเฮโรอีนชุดนี้หลุดไปถึงประเทศออสเตรเลีย จะมีมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาท

ซึ่งทางการไทยจึงได้เริ่มทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายดังกล่าว จนทราบว่านาย ยี ยอง โอ ผู้ค้ายาเสพติด ชาวมาเลเซีย และนายกฤษณะ จะร่วมกันนำยาเสพติดเฮโรอีนจำนวน 148 กิโลกรัม แบ่งเป็นถุงๆ ละ 350 กรัม มาบรรจุรวมกับอาหารทะเลสดแช่แข็ง โดยว่าจ้างให้บริษัทพิสมัยอินเตอร์เทรดดิ้ง  ทำการส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย

เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2557 เวลาประมาณ 19.30 น. ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ขับรถเก๋ง ยี่ห้อฟอร์ด หมายเลขทะเบียน ญษ 2688 กทม. ออกจากโรงแรมที่เช่าพัก โดยนำยาเสพติดเฮโรอีนบรรจุในกระเป๋าเดินทางมีล้อลาก จำนวน 3 ใบ และเป้สะพาย 2 ใบ เพื่อนำไปทำการบรรจุซุกซ่อนในกล่องอาหารทะเลแช่แข็ง เตรียมส่งออกไปประเทศออสเตรเลีย ที่บริษัทพิสมัยอินเตอร์เทรดดิ้ง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจค้นและทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไว้ได้  พร้อมของกลางยาเสพติดเฮโรอีนจำนวน 420 แท่ง น้ำหนักรวม 147 กิโลกรัม
เลขาธิการ ปปส.กล่าวว่า เฮโรอีนตราสิงโตเหยียบลูกโลกที่จับได้ครั้งนี้หายไปนานแล้ว และเมื่อเร็วๆนี้สามารถจับกุมยาบ้าได้และผสมเฮโรอีนยี่ห้อนี้ด้วย ก็จะดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลต่อว่าเกี่ยวข้องกันด้วยหรือไม่

จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายขึ้นรถตู้เพื่อนำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อทำการขยายผลที่มีของยาและผู้ร่วมขบวนการที่อาจจะมีเพิ่มอีก จากนั้นจะได้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต