วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สตูลจัดกิจกรรมประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ และ สืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

วันนี้ (๒๔ ก.พ. ๕๗) ที่บริเวณป่าชายเลนบ้านหัวทาง หมู่ที่ ๓ ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล นายเอกรัฐ หลีเส็น ปลัดจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามโครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี โดยมีนายภราดร ขุนทองจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสตูล พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ลูกจ้าง ภาคเอกชน เยาวชน และประชาชนชาวสตูล ร่วมปลูกป่าเป็นจำนวนกว่า ๕๐ คน เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมรณรงค์ปลูกจิตสำนึกและสร้างความตระหนักให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้มีส่วนร่วมในการดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยจิตอาสา โดยชุมชมที่อยู่ติดป่าได้มีส่วนในการดูแลรักษาป่าร่วมกัน

ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสตูล กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้เป็นโครงการของเรือนจำจังหวัดสตูล ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการนำต้นโกงกางใบเล็ก จำนวน ๒,๐๐๐ ต้น ปลูกบนพื้นที่ ป่าชายเลน ๑๐ ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดสตูลให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น จึงได้จัดโครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินีขึ้น ทูลเกล้าถวายเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยดำเนินการในระยะเวลา ๕ ปี ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๕ – ๒๕๕๙



กนกพิชญ์ / ข่าว

คนร้ายป่วน ฉีดพ่นสีสเปรย์บนพื้นถนน Pattani Merdika"(เอกราชปัตตานี) ในเขตเมืองยะลา

วันที่ 22 ก.พ.57 เวลา 11.00 น. ร.ต.ท.วีรพงษ์ ทะลือ ผบ.มว.ฉก.ตชด.4102 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีการพ้นสีสเปรย์สีแดงบนพื้นผิวถนน บริเวณถนนสาย 15 ตลาดเกษตร) อ.เมือง จ.ยะลา หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสารักษาดินแดน อ.เมืองยะลา

ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายได้ใช้สเปรย์สีแดงพ่นข้อความ " Pattani Merdika " (เอกราชปัตตานี) ที่บนพื้นถนนทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้าย ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ไม่ต่ำกว่า 2 คน อาศัยช่วงเวลากลางดึก และปลอดยวดยานสัญจร ลงมือพ้นสีสเปรย์ เพื่อต้องการสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ร.ต.ท.วีรพงษ์ ทะลือ ผบ.มว.ฉก.ตชด.4102 กล่าวว่า ในช่วงนี้ ขอให้ประชาชนได้เฝ้าระวังสถานการณ์ และช่วยกันสังเกต สิ่งผิดปกติ วัตถุต้องสงสัย เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับทางเจ้าหน้าที่ อีกทางหนึ่งด้วย



ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

คนร้ายกราดยิงถล่มบ้านชาวบ้าน 2 หลังแล้วเผา สองผัวเมีย (ไทยมุสลิม) ดับ 2 ศพ ที่บันนังสตา จ.ยะลา

วันที่ 23 ก.พ.57 เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.ท.ทรงวุฒิ ศรีอาราม รอ ผกก.ปป.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาติชาย ชนะสิทธิ์  ผกก.พ.ต.ท.ยม เวชสิทธิ์ สว.สส. นายสนธยา เฟื่องจรัส ปลัดป้องกันอำเภอบันนังสตา ฝ่ายปกครอง และ เจ้าหน้าที่ทหารพราน ชค.ร้อยทหารพราน ที่ 3311 หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 33 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงแล้วเผาบ้านชาวบ้าน 2 หลัง ในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านบันนังกูแว  ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นเหตุให้ชาวบ้านสองผัวเมียเสียชีวิต2 ราย บ้านเรือนเสียหาย รถโดนเผาวอด 3 คัน

ที่เกิดเหตุภายในบ้าน พบผู้ถูกยิงเสียชีวิต 2 ราย  ทราบชื่อ นายดอเลาะ ผดุง  อายุ 66 ปี และนางมารีแย ผดุง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/1 ม.4 บ้านบันนังกูแว ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทั้งคู่เป็นสามีภรรยา สภาพศพถูกยิงที่บริเวณ ศีรษะ และลำตัว ด้วยอาวุธปืนสงคราม ขณะที่ผู้นำศาสนากำลังประกอบพิธี สวดอัลกุรอ่านให้กับผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ใกล้กันพลปลอกกระสุนปืนอาก้า M16 ตกเกลื่อนกว่า 50 ปลอก ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จาการสอบสวนทราบว่า  ขณะที่ทั้งสองกำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน เมื่อเวลา 01.30 น.  มีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 15 คน ใช้รถยนต์กะบะจำนวน 3 คัน อาศัยความมืด ขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน แล้วใช้อาวุธปืนสงคราม M16 อาก้า  กราดยิงเข้าไปในบ้านจนทั้งคู่เสียชีวิต แล้วเผารถยนต์กะบะตอนเดียว ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว-ฟ้า (รุ่นเก่า) หมายเลขทะเบียน บค.4780 ปัตตานี 1 คัน , รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ CITROEN cx20 สีแดง หมายเลขทะเบียน กก 444 ยะลา 1คัน และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีเหลือง 1 คัน และบ้านได้รับความเสียหาย จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไป  นอกจากนี้คนร้ายยังได้กราดยิงเข้าไปในบ้านเลขที่ 189/11 หมู่ที่ 4 บ้านบันนังกูแว ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งเป็นบ้านของนายอับดุลรอมาน เฮงดาดา อาย 42 ปี ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย กระสุนฝังตามผนังบ้านกว่า 20 นัด ภายในบ้านข้าวของกระจัดกระจาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้คนร้ายยังได้ย่องเข้ามาใต้ถุนบ้านเพื่อเผาข้าวของ แต่ชาวบ้านช่วยกันดับเพลิงไว้ทัน หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถหนี และได้โปรยตะปูเรือใบระหว่างเส้นทางเพื่อหลบหนี เบื้องต้น จนท.กำลัง ตรวจสอบว่าสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว หรือการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่


ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

โจรใต้ยังเหิมเกริมไม่เลิก ยิงเอ็ม 79 ใส่ ป้อม อส.อ.รามัน จ.ยะลา 2 ลูก โชคดีไร้คนเจ็บ

วันนี้ 23 ก.พ.57 เวลาประมาณ 21.30 น. ร.ต.ท.สุดชาย หนูแป้น พนักงานสอบสวนเวร สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน อ.รามัน ว่าเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ได้ยิงเอ็ม.79 จำนวน 2 ลูก เข้าใส่ ป้อม อส.อ.รามัน (ชุดคุ้มครองเมือง) ที่บ้านกายูบอเกาะ ใกล้ถนนพาดทางรถไฟ ห่างจากสถานีรถไฟรามันประมาณ 300 เมตร หมู่ที่ 1 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่ากระสุนพลาดเป้า ตกบริเวณด้านหลังป้อม ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หรือ ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

เช้านี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD-ARMY) และ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 10 ยะลา เข้าตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ เพราะเป็นยามค่ำคืนสุ่มเสี่ยงต่อการวางกับดักซ้อนแผนของกลุ่มคนร้าย

โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายไม่ทราบกลุ่มไม่ต่ำกว่า 5 คน อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่ ได้ใช้อาวุธปืน เอ็ม.79 ต้องการยิงเข้าใส่ป้อม อส. เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่กระสุนพลาดเป้า จึงไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ หรือ ทรัพย์สินได้รับความเสียหายดังกล่าว



นายนิแอ สามะอาลี / ข่าว

รองเลขาธิการ ศอ.บต.ให้กำลังใจกับครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงชาวบ้าน

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 (เวลา 13.10 น.) ที่สำนักสงฆ์ลำยะ ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยะ กิจถาวร รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมงานศพของนายเอกพงศ์  แสนโรจน์ อายุ 33 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงราษฎรที่กำลังรับซื้อน้ำยางพารา บริเวณบ้านคลองเตะ บ้านย่อยบ้านแอและ หมู่ที่ 6 ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา

จากนั้นในวันเดียวกัน เวลา 13.40 น. รองเลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้เดินทางต่อไปยังวัดบ้านไร่ ตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมงานศพของนางสาวทิพย์วดี ทองสองแก้ว อายุ 21 ปี และนางสาวดวงเดือน ร่มบัว อายุ 35 ปี (แม่เลี้ยงของนางสาวทิพย์วดี) ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือ เด็กชายพิพัฒน์ชัย ทองสองแก้ว อายุ 6 ปี (น้องชายของนางสาวทิพย์วดี) มีบาดแผลกระสุนปืนเฉี่ยวบริเวณศีรษะ นอกจากนี้ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ยังได้พูดคุยให้กำลังใจกับครอบครัวผู้สูญเสียและมอบเงินช่วยเหลือส่วนตัวจำนวนหนึ่ง

ด้านนางพัชรินทร์ นิวาสวุฒิกิจ ญาติของผู้สูญเสียกล่าวขอบคุณ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ที่มาให้กำลังใจและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ให้ตนได้ย้ายมาเป็นครูสอนในโรงเรียนใกล้บ้าน เพื่อสะดวกในการเดินทางมาเลี้ยงหลาน อายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังฝากว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกินกำลังที่ชาวบ้านจะเตรียมรับมือได้ทัน วินาทีนั้นทุกคนต้องเอาตัวรอด อยากให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านระวังตัวในการใช้ชีวิต ไม่อยากให้นำเรื่องของศาสนามาเกี่ยวข้อง และไม่อยากให้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคนร้ายยิง เอ็ม. 79 จำนวน 2 ลูก ที่รามัน ห่างป้อมจุดตรวจกว่า 500 เมตร โชคดีไร้เจ็บ

วันที่ 24 ก.พ.57 เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พ.ต.อ.อุทัย ทิพย์เสภา ผกก.สภ.รามัน พร้อมด้วย นายสุพัฒน์ พลทามูล ห้วหน้าฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 12 อ.รามัน เจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 เข้าตรวงจสอบเหตุคนร้ายใช้เครื่องยิงกระสุน เอ็ม.79 ยิงถล่มป้อมจุดตรวจ 3 ฝ่าย (ชุดคุ้มครองเมือง) ที่บ้านกายูบอเกาะ ใกล้ถนนพาดทางรถไฟ ห่างจากสถานีรถไฟรามันประมาณ 300 เมตร หมู่ที่ 1 ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา แต่พลาดเป้า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อ 21.30 น. ของวันที่ 23 ก.พ.57 ที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่องรอยของจุดตกของกระสุน เอ็ม.79 จำนวน 2 จุด ที่บริเวณ ใกล้สะพานเส้นทางรถไฟ ซึ่งอยู่ห่างจากป้อมจุดตรวจ 3 ฝ่าย ประมาณ 500 เมตร ใกล้กันพบ สะเก็ดของกระสุน เอ็ม.79 แตกกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดไว้ เพื่อตรวจสอบต่อไป

จากการสอบสวน คนร้ายอาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่ และได้ใช้เครื่องยิงกระสุน เอ็ม.79 ยิงเข้าใส่ป้อม อส. เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่กระสุนพลาดเป้า จึงไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ หรือ ทรัพย์สินได้รับความเสียหายดังกล่าว หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ ทหาร หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 12 อ.รามัน ได้เข้าปิดล้อมในพื้นที่ ซึ่งคนร้ายได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาด คนร้ายต้องการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

จังหวัดพังงา เตรียมจัดพิธีเททองหล่อรูปเหมือนและทอดผ้าป่าสามัคคีสร้างอนุสรณ์สถานถิ่นกำเนิด “หลวงพ่อแช่ม”

ที่ศาลาการเปรียญ วัดประชุมโยธี อ.เมือง จ.พังงา นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยพระเทพปัญญาโมลี เจ้าคณะจังหวัดพังงา ได้จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน /ชาวบ้าน และสื่อมวลชน เพื่อเตรียมจัดงานพิธีเททองหล่อรูปเหมือนและทอดผ้าป่าสามัคคี สร้างอนุสรณ์สถานถิ่นกำเนิด "หลวงพ่อแช่ม” วัดบางทรายน้อย (ปัจจุบันเป็นวัดร้าง) เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แห่งใหม่ของจังหวัด

นายธำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า จังหวัดพังงาได้กำหนดจัดงานพิธีเททองหล่อรูปเหมือนและทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสร้างอนุสรณ์สถานถิ่นกำเนิด "หลวงพ่อแช่ม” เนื่องจากหลวงพ่อแช่มเป็นพระเกจิชื่อดัง เป็นที่ศรัทธาของชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยได้กำหนดจัดขึ้นในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๒.๓๐ น. ณ วัดบางทรายน้อย อ.ทับปุด ซึ่งการประชุมครั้งนี้เพื่อระดมความคิดและหาทุนทรัพย์ร่วมทอดผ้าป่านำมาปรับปรุงพัฒนาวัดดังกล่าว เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แห่งใหม่ของจังหวัด ทั้งนี้ภายในงานจะมีพิธีปลุกเสกผ้ายันต์ เพื่อให้ผู้เข้างานหรือผู้มีจิตศรัทธาได้นำไปกราบไหว้บูชาอีกด้วย สำหรับประชาชนผู้สนใจ สามารถเข้าร่วมงานดังกล่าวได้ ในวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๒.๓๐ น. เป็นต้นไป ณ วัดบางทรายน้อย อ.ทับปุด จ.พังงา

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดพังงาเปิดสำนักงานแห่งใหม่ เพื่อรองรับงาน กิจกรรม ที่เพิ่มมากขึ้น

 เมื่อวันที่ ๒๑ ก.พ. ๕๗  เวลา ๑๗.๓๐ น. นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดป้ายสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดพังงาแห่งใหม่ ณ บริเวณเรือสำเภา วังหม้อแกง อ.เมือง จ.พังงา รองรับงาน กิจกรรมที่มีเพิ่มมากขึ้น พร้อมด้วยเหล่าสมาชิกกองทุนฯ เข้าร่วมจำนวนมาก

ทั้งนี้อาคารแห่งใหม่นี้จะมีความพร้อมในการให้บริการสมาชิก ตลอดจนสามารถอำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานราชการต่างๆในการจัดประชุม อบรม สัมมนาได้ ขณะที่สำนักงานฯเดิม มีความคับแคบ ไม่สะดวกและไม่คล่องตัว

จังหวัดพังงา เปิดตลาดวิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาพื้นบ้าน วังหม้อแกง เพิ่มทางเลือกให้ นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม ช๊อป ชิมอาหารพื้นบ้านดั้งเดิม

 เมื่อวันที่ ๒๑ ก.พ. ๕๗  เวลา ๑๘.๐๐ น. นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดงาน "โครงการตลาดวิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาพื้นบ้าน วังหม้อแกง” เพื่อเป็นช่องทางการตลาดให้กลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ นำสินค้าชุมชนและสินค้าเกษตร มาจำหน่าย ณ เรือสำเภา ตลาดน้ำเค็มวังหม้อแกง อ.เมือง จ.พังงา โดยมีประชาชนชาวจังหวัดพังงา นักท่องเที่ยวจำนวนมาก เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า การจัดโครงการตลาดวิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาพื้นบ้าน วังหม้อแกง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม วิถีชีวิต ภูมปัญญาพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ชิมอาหารพื้นบ้านดั้งเดิม ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้แวะมาเยี่ยม ชม ชิม ช๊อป ของดีจังหวัดพังงา ณ บริเวณเรือสำเภา ตลาดน้ำเค็มวังหม้อแกงแห่งนี้ได้ สำหรับการจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๔ ก.พ. – ๔ พ.ค. ๕๗ จำนวน ๑๒ ครั้งๆละ ๓ วัน ทุกวันศุกร์ เสาร์ และวันอาทิตย์

ป.ป.ช.พังงา เข้าร่วมโครงการ คนไทย ไม่เอาคนโกง

 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา สำนักงาน ป.ป.ช. ในภาคใต้ตอนบน เครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมเข้าร่วมโครงการ คนไทย ไม่เอาคนโกง กิจกรรมสร้างมาตรการลงโทษทางสังคม ระหว่างวันที่19-20 กุมภาพันธ์ 2557 ณ โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบ แนวทาง กลไกมาตรการลงโทษทางสังคมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติกรรมทุจริตระดับชาติและระดับท้องถิ่น อีกทั้งยังเพื่อขยายกลุ่มเครือข่ายแนวร่วมป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระดับภูมิภาคและท้องถิ่นอย่างเข้มแข็ง ภายในงานได้มีการร่วมกันระดมความคิดเพื่อกำหนดกระบวนการในการลงโทษทางสังคมให้เป็นรูปธรรม

ตลึง นักท่องเที่ยวเกาะตาชัยกระโดดว่ายน้ำตามฉลามวาฬ ความยาวกว่า 5 เมตร ที่ว่ายน้ำเล่นในเขตน้ำตื้น

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 ก.พ.57 นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นและพักผ่อนที่เกาะตาชัย (หมู่เกาะสิมิลัน) จ.พังงา ได้พบเห็นและว่ายตาม ฉลามวาฬ ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยและหากินอยู่ในทะเลที่มีระดับน้ำทะเลลึกมาก ๆ  นางสาว ปูริดา โสภารัตน์ นักท่องเที่ยวชาวไทย เปิดผยว่า ได้เดินทางไปเที่ยวเกาะตาชัยเพื่อพักผ่อนและดำน้ำชมปะการังที่ เกาะตาชัย(หมู่เกาะสิมิลัน) หลังจากเรือนำเที่ยวได้ไปถึงบริเวณเกาะตาชัย และพานักท่องเที่ยวไปแวะจุดดำน้ำชมปะการัง ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของ เกาะตาชัย(หมู่เกาะสิมิลัน) เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามของปะการังรอบเกาะก่อนจะขึ้นชมความงามของหาดทรายที่ขาวเนียน  ขณะที่กำลังเตรียมตัวเพื่อลงน้ำดำดูปะการัง จู่ๆได้มีฉลามวาฬ ความยาวกว่า 5เมตร ว่ายเข้ามาบริเวรลำเรือ ทำให้ นักท่องเที่ยวที่ดำน้ำลอยตัวในทะเลอยู่แล้วแห่ว่ายตามฉลามวาฬไป เพื่อชมความงามและความแปลกของธรรมชาติ ซึ่งหาชมได้ยากมากในบริเวณน้ำตื้น

สำหรับฉลามวาฬตัวนี้ยังเล็ก อายุไม่กี่ปี เนื่องจากมีความยาวแค่ 5-7 เมตร ฉลามวาฬปกติเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำลึก ไม่น้อยกว่า 40 เมตร ซึ่งจะอาศัยอยู่ระหว่าง หมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา และจะขึ้นมากินแพลงก์ตอนในเวลากลางคืนบริเวณผิวน้ำ และจะอาศัยอยู่ระดับน้ำลึก ซึ่งถือได้ว่าเป็นความโชคดีของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก ที่สามารถพบเห็นได้บริเวณผิวน้ำ


ส.ปชส. พังงา

โรงเรียนเยาววิทย์รับสมัครนักเรียน เพื่อเข้าเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗

 โรงเรียนเยาววิทย์ เปิดรับสมัครเด็กเพื่อเข้าเรียน ในระดับชั้นอนุบาล ๑ ถึง ระดับชั้นอนุบาล ๓ และในระดับชั้นประถมศึกษา ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข การรับสมัครดังต่อไปนี้ ๑. เป็นเด็กที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น คลื่นสึนามิ ฯลฯ ๒.เป็นผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ที่อยู่อาศัย และที่อยู่ห่างไกลการคมนาคม ๓.เป็นเด็กในชุมชนแออัด สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม หรือพ่อแม่ และผู้ปกครองยากจน ไม่สามารถส่งให้เข้ารับบริการ การศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐได้ หรือมีการย้ายถิ่นฐานบ่อย จนเด็กไม่สามารถเข้าเรียนตามระบบได้ ๔.เป็นเด็กเร่ร่อน ไม่มีพ่อแม่ หรือผู้ปกครองดูแล ขาดผู้อุปการะ หรือหากมี แต่ก็ไม่สามารถเลี้ยงดู และส่งเสียให้เข้ารับบริการ การศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐได้ ๕.เป็นเด็กกำพร้า ที่พ่อแม่ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเสียชีวิต แยกทางกัน ผู้ปกครองหายสาบสูญ หรือผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดู หรือไร้สมรรถภาพ

สำหรับเอกสาร และหลักฐานที่จะต้องนำมาในวันสมัคร ประกอบด้วย แบบฟอร์มใบสมัครเรียน (กรอกรายละเอียดที่โรงเรียน) รูปถ่ายเด็กขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๒ รูป (รูปปัจจุบัน) สำเนาทะเบียนบ้านของเด็ก (จำนวน ๑ ชุด) สูติบัตรเด็ก (จำนวน ๑ ชุด) สมุดบันทึกสุขภาพ หรือใบรับรองแพทย์ สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง (จำนวน ๒ ชุด)

ส่วนวันเวลา สถานที่รับสมัครกำหนดการรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึง ๒๕ เมษายน ๒๕๕๗ เปิดรับสมัครที่โรงเรียนเยาววิทย์ เลขที่ ๒๙/๕๕ หมู่ที่ ๑ ตำบลเหมาะ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ๘๒๑๗๐ วันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ติดต่อสอบถามที่เบอร์โทรศัพท์ ๐๗๖ ๔๙๙๕๐๔-๘ หรือ ๐๘๒ ๒๗๕ ๙๒๕๘, ๐๘๔ ๘๕๒ ๑๘๐๙ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางอีเมลล์ sponsoring@yaowawit.com

อสม.แว้ง ร่วมคัดเลือก อสม.ดีเด่น ระดับชาติ สาขานมแม่ สายรักแห่งครอบครัว

( 24 ก.พ. 57 ) ที่บริเวณเทศบาลตำบลบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส นายสิทธิชัย ศักดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานต้อนรับคณะกรรมการประกวด อสม.ดีเด่นระดับชาติ ซึ่งนางมารีนี  อาเดอนาน ได้รับการเข้าคัดเลือกในครั้งนี้ ในสาขานมแม่ สายรักแห่งครอบครัว ซึ่งกิจกรรมการคัดเลือกในครั้งนี้ถือเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ อสม. ให้เกิดการเรียรู้ การพัฒนาตนเอง และเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกองค์กรในท้องถิ่นให้เกิดความรัก ความสามัคคี และช่วยในการพัฒนางานด้านสุขภาพจนเกิดนวัตกรรม เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

ในการคัดเลือกครั้งนี้ มี อสม.จาก 4 จังหวัดร่วมทำการคัดเลือกได้แก่ จ.ลำพูน จ.สระแก้ว จ.ขอนแก่น และ จ.นราธิวาส และในครั้งนี้ถือเป็นการลงพื้นที่เป็นที่แรกของคณะกรรมการฯ โดยนางมารีนี อาเดอนาน มีการนำเสนอการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสาขานมแม่ สายรักแห่งครอบครัว เริ่มตั้งแต่การคิดวางแผนแต่งงาน การวางแผนมีบุตร และการวางแผนหลังจากมีบุตรแล้ว โดยเน้นการทำงานที่ลงพื้นที่และติดตามผลการดำเนินงานทุกครั้ง รวมถึงมีการจัดบู๊ทนิทรรศการเพื่อแสดงผลงานประกอบการบรรยาย เป็นบ้าน อสม. บ้านผู้หญิงหลังคลอด ชมรมสายใยรัก ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

สำหรับบรรยากาศการต้อนรับคณะกรรมการฯเป็นไปอย่างอบอุ่น มี อสม.ในพื้นที่มาร่วมต้อนรับและมาให้กำลังใจ อสม. ที่รับการคัดเลือกเป็นจำนวนมาก

@import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);



นำเสนอโดย  โสรายา สาเรป

จังหวัดนราธิวาสเปิดเวทีสานเสวนาแลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกระหว่างนักการเมืองจังหวัดชายแดนใต้ เน้นย้ำการพูดคุยสันติภาพร่วมกันเป็นผลที่สุด เพื่อหาข้อสรุปให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

วันนี้ ( ๒๔ ก .พ ๕๗ ) เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ โรงแรมอิมพีเรียล อ.เมือง จ.นราธิวาส  นักการเมืองในจังหวัดนราธิวาส นำโดยนายนัจมุจดีน  อูมา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย   นายเด่น  โต๊ะ  มีนา   ที่ปรึกษาพรรคมาตุภูมิ   นายแวมาฮาดี     แวดาโอะ  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย เปิดเวทีสานเสวนาแลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกระหว่างนักการเมืองจังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ ๑๗  โดยมีเจ้าหน้าที่สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์สันติวิธี จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเสวนาในครั้งนี้  ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการจัดเวทีสานเสวนา เพื่อให้นักการเมืองในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นพร้อมทั้งหาทางออกร่วมกัน  เพื่อลดความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามในการเสวนาครั้งนี้มีข้อสรุปว่าสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ไม่ได้เกิดจากผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่เพียงเท่านั้น แต่อาจรวมไปถึงความขัดแย้งส่วนตัวด้านผลประโยชน์และด้านอื่นๆอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเสนอให้มีการพูดคุยสันติภาพร่วมกัน  เพื่อหาข้อสรุปในการแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม

@import url(http://contentcenter.prd.go.th/CuteSoft_Client/CuteEditor/Load.ashx?type=style&file=SyntaxHighlighter.css);@import url(/admin/cuteeditor.css);



นำเสนอโดย  ผลดา ชูสิงห์

เสวนาสถานการณ์เด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดโครงการจัดสมัชชากำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม เพื่อระดมสมองจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของเด็กและเยาวชน เบื้องต้นพบปัจจัยหลักของปัญหามาจากภูมิคุ้มกันครอบครัวบกพร่อง

วันนี้ (24 ก.พ. 57)  ที่ห้องดอกบัว โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการสมัชชากำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยกิจกรรมประกอบด้วยการให้ความรู้และการสร้างการมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม การเสวนาในหัวข้อสถานการณ์เด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม รวมทั้งการจัดเวทีระดมความคิดเห็น ซึ่งได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อย คือ สถานการณ์เด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อมในชุมชน ,แนวทางการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อมในชุมชน และแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม ทั้งนี้เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมในโครงการ ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข สถานพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนนักเรียน และนักศึกษาที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักศึกษาวิชาแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย

สำหรับการเสวนาในหัวข้อสถานการณ์เด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม ที่มีผู้แทนจากหน่วยงานร่วมรับผิดชอบการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาทิ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 12 ร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์ในการดำเนินงาน ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน โดยพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีปัจจัยสำคัญมาจากครอบครัว ทั้งจากครอบครัวแตกแยก เด็กขาดความอบอุ่น ผู้ปกครองขาดทักษะในการให้ความรู้เรื่องเพศ และเลี้ยงดูบุตรหลานเพื่อให้มีทักษะชีวิต ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เสนอแนะให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางครอบครัว การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้เกิดขึ้นในทุกชุมชน รวมทั้งการสร้าง/ขยายเครือข่ายเด็กและเยาวชนน้ำดีเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อมในทุกชุมชน


อุไรวรรณ/ข่าว

บ.กลางฯสาขานครศรีธรรมราช จัดงานวัน RVP รักความปลอดภัยทางถนน

บ.กลางฯสาขานครศรีธรรมราช จัดงานวัน RVP รักความปลอดภัยทางถนน บริการเปลี่ยนหลอดไฟรถจักรยานยนต์ฟรี พร้อมจำหน่ายหมวกนิรภัย(86 พรรษา) ราคาใบละ 86 บาท

วันนี้ (24 ก.พ.57)  ที่บริเวณหน้าสำนักงานบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขานครศรีธรรมราช ใกล้สามแยกนาหลวง(ถนนสายนครฯ-ปากพนัง) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช บริษัท กลาง ฯ ร่วมกับเครือข่ายรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ได้จัดงานวัน RVP รักความปลอดภัยทางถนนขึ้น เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน โดยจัดให้มีกิจกรรมบริการเปลี่ยนหลอดไฟและติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสงให้รถจักรยานยนต์ฟรี เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องครึ่งราคา ฟรีค่าแรง แจกหมวกนิรภัยสำหรับเด็กให้เด็กผู้โชคดีและร่วมลงนามสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย จัดจำหน่ายหมวกนิรภัย(86 พรรษา) ถวายแด่ในหลวง ในโครงการ “รักพ่อ รักความปลอดภัย”ในราคาพิเศษใบละ 86 บาท จำกัด 1 คน/1 ใบ โดยรายได้จากการจำหน่าย นำขึ้นทูลเกล้าฯโดยเสด็จพระราชกุศลโดยไม่หักค่าใช้จ่าย พร้อมเล่นเกมส์แจกของที่ระลึกมากมาย โดยกิจกรรมมีไปจนถึงเวลา 16.00 น. วันนี้(24 ก.พ.57)

นายอำนวย แก้วมณี ผู้จัดการสาขานครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากสถิติการเบิกใช้สิทธิกรมธรรม์ประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 พบว่ารถจักรยานยนต์ถูกเฉี่ยวชนด้านท้าย เนื่องจากสภาพรถเก่า ไม่มีไฟท้าย/ไฟเลี้ยว และถนนมีแสงสว่างไม่เพียงพอ บริษัทกลางจึงได้จัดกิจกรรม วัน RVP รักความปลอดภัยทางถนนขึ้น เพื่อส่งเสริมการซ่อมบำรุงและรักษาสภาพการเมืองเห็นของรถให้พร้อมใช้ตลอดเวลา โดยการตรวจเช็คและเปลี่ยนหลอดไฟให้ฟรี ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากวิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราช และบริษัทฮอนด้าศรีนคร จำกัด นอกจากนี้ยังได้มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์เพียงครึ่งราคา ฟรีค่าแรง จึงขอเชิญชวนเจ้าของรถ/ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ นำรถใช้ใช้บริการได้จนถึงเวลา 16.00 น. วันนี้(24 ก.พ.57)

ผู้จัดการสาขานครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัยจากรถ ทางบริษัทกลางฯ สาขานครศรีธรรมราช ร่วมกับโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ได้ตั้งโต๊ะให้บริการรับเรื่องการขอใช้สิทธิและรับปรึกษาการใช้สิทธิกรมธรรม์ประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ณ ชั้นล่างหน้าร้านค้าสหกรณ์ ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชด้วย.

พ.ต.ท.สุทธิ นิติอัครพงศ์ รองผู้กำกับการฝ่ายจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้จัดโครงการออกหมายจับเพื่อรับรางวัล เพื่อมอบให้แก่ครอบครัวผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัยขณะขับและซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์นั้น ถือว่าได้ผลเป็นเป็นที่น่าพอใจ ส่วนโครงการหนูน้อยวัยใส สวมหมวกนิรภัยไปโรงเรียน ได้เริ่มนำร่องในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 6 โรงเรียน และจะมีการขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งจากการประเมินพบว่าผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนที่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากศรีษะกระแทกพื้น หรือได้รับกระทบกระเทือนลดลง 40 % 

มอบเกียรติบัตรและเหรียญรางวัลให้นักเรียนและครูโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบเกียรติบัตรและเหรียญรางวัลให้นักเรียนและครูโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 63

วันนี้ (24 ก.พ.57)   ที่สนามหน้าโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานมอบเกียรติบัตรและเหรียญรางวัล ให้แก่นักเรียน ครูและผู้บริหารโรงเรียนที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันทักษะทางวิชาการในงานศิลปหัตถกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 63 ประจำปีการศึกษา 2556 ระหว่างวันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2557 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

โดยโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เป็นตัวแทนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 12 (นครศรีธรรมราช,พัทลุง) ทั้งในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 14 รายการ ซึ่งได้เหรียญรางวัล 10 รายการ เป็นเหรียญทอง 9 รายการ และเหรียญทองแดง 1 รายการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียน ครู ผู้บริหารที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันในครั้งนี้ ขอให้รักษาชื่อเสียงนี้ไว้ และขอให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการสอบเข้าศึกษาต่อในสถานศึกษาที่คาดหวังไว้

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ติดตามความก้าวหน้าการขุดเจาะน้ำบาดาลแก้วิกฤติภัยแล้ง

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช ติดตามความก้าวหน้าการขุดเจาะน้ำบาดาลแก้วิกฤติภัยแล้ง เพื่อช่วยเหลือภาคการเกษตร

วันนี้ (24 ก.พ.57)  นายสุพจน์ เจิมสวัสดิ์พงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยนายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 6 ตรัง ได้ลงพื้นที่บ้านแสงวิมาน หมู่ที่ 13 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขุดเจาะน้ำบาดาลแก้วิกฤติภัยแล้ง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้จัดสรรงบประมาณในการขุดเจาะน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรที่ขาดแคลนน้ำแบบเร่งด่วน โดยมีนายจรัส มาสทอง นายก อบต.คลองน้อย และตัวแทนชาวบ้านแสงวิมาน ร่วมให้การต้อนรับ

นายสุพจน์ เจิมสวัสดิ์พงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า บ้านแสงวิมานถือเป็นพื้นที่ที่ปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ที่มีรสชาติอร่อยที่สุดในประเทศ แต่มักปัญหาภัยแล้ง ทำให้เกษตรกรได้ได้รับความเสียหาย ดังนั้นในปีงบประมาณ 2557 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจึงได้จัดสรรงบประมาณให้ขุดเจาะน้ำบาดาลแบบเร่งด่วน จำนวน 1 บ่อ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในเบื้องต้น ขณะนี้การขุดเจาะที่ความลึกประมาณ 180 เมตร คาดว่าอีกประมาณ 2 วันจะสามารถฝังท่อและติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำด้วยระบบไฟฟ้าให้เกษตรกรสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยในปี 2558 จะมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้อีก 2 บ่อ เป็นบ่อน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรเชิงระบบ คือสูบน้ำจากบ่อขึ้นถังเก็บแล้วส่งจ่ายน้ำผ่านระบบท่อ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ครอบคลุมประมาณ 200 ไร่

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวด้วยว่า ในปีงบประมาณ 2557 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรทั่วประเทศ ในช่วงฤดูแล้ง จำนวน 523 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 น้ำบาดาลเพื่อการเกษตรเชิงระบบ จำนวน 40 แห่ง รูปแบบที่ 2 น้ำบาดาลเพื่อการเกษตรที่ขาดแคลนน้ำแบบเร่งด่วน จำนวน 1,245 แห่ง

นายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 6 ตรัง กล่าวว่า โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ของ 8 จังหวัดภาคใต้ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 6 ตรัง คือ กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง สุราษฎร์ธานี รวม 80 โครงการ ซึ่งบ่อบาดาลที่เจาะแล้วทางกรมฯจะถ่ายโอนให้กับท้องถิ่นบริหารจัดการ แต่ยังคงเข้ามาให้คำปรึกษาต่อไป

นายจรัส มาสทอง นายก อบต.คลองน้อย กล่าวว่า พื้นที่บ้านแสงวิมาน เป็นพื้นที่ปลายน้ำที่ผ่านมาการส่งน้ำของชลประทานจะไปไม่ถึง การที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้มาขุดบ่อบาดาลให้จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

นายนิกร ซอแก้ว ตัวแทนชาวบ้านแสงวิมาน กล่าวว่า เดิมชาวบ้านแสงวิมานปลูกส้ม แต่ประสบปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้มีการขุดคันกั้นน้ำเค็มแล้วมาปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามจึงประสบความสำเร็จ แต่มาประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหายเนื่องจากพื้นที่อยู่ปลายน้ำ การส่งน้ำของชลประทานไม่เพียงพอ มีปัญหาการแย่งชิงน้ำกับพี่น้องชาวนา ปัจจุบันบันแสงวิมานมีพื้นที่ปลูกส้มโอประมาณ 250 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 60 ไร่ เชื่อมั่นว่าเมื่อกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้มาเจาะบ่อบาดาลให้แล้วทางคณะกรรมการเกษตรกรจะได้จัดสรรน้ำให้แก่เกษตรกรยังเป็นธรรมต่อไป ลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรลงได้

โครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าทุ่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกระบี่ ปล่อยปู 5 แสนตัว เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

วันนี้ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ณ หาดทุ่งทะเล หมู่ที่ ๓ ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ โดย นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธาน ปล่อยปูจำนวน 5 แสน ตัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมี กฤช รังสิเสนา ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน

นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับป่าทุ่งทะเล ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ ๔,๒๐๐ ไร่ ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ สัตว์ป่า และสัตว์น้ำ ให้มีความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนรักษาไว้ ซึ่งระบบนิเวศน์ โครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าทุ่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกระบี่ จึงได้ปล่อยพันธ์ปูม้าจำนวน 5 แสนตัว เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นการร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนารถ ทรงมีต่องานด้านประมง เป็นการเพิ่มผลผลิตพันธ์ปูในแหล่งน้ำธรรมชาติ ตลอดจนสนองพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รวมทั้งฟื้นฟูสภาพป่าทุ่งทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความสมดุลทางระบบนิเวศ เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้า ทดลองเกี่ยวกับป่าไม้ พืชพันธุ์ ส้ตว์ป่า รวมทั้งสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ และนำไปสู่การจัดตั้งศูนย์ศึกษาธรรมชาติ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชน ชุมชน ประชาชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา อนุรักษ์ ป้องกัน รักษาพื้นที่ป่าทุ่งทะเล พัฒนาโครงการสร้างพื้นฐาน ในพื้นที่ป่าทุ่งทะเลตามความจำเป็น และเหมาะสม สอดคล้องกับระเบียบ ข้อกฎหมายของรัฐที่มีอยู่ ยกระดับรายได้ของประชาชนรอบพื้นที่โครงการฟื้นฟูฯ ป่าทุ่งทะเล ให้พออยู่พอกินสามารถพึ่งตนเองได้ โดยเน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา จึงได้มีการปล่อยพันธุ์ปูม้าและปูทะเล จำนวน 500,000 ตัวลงสู่ทะเล