วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

ผู้ว่าฯภูเก็ต นำคณะลงพื้นที่ซอยพะเนียง อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะลงพื้นที่ซอยพะเนียง อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อติดตามรับฟังแนวทางการแก้ไข ปัญหาน้ำเน่าเสีย

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.57 นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุววรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายภูดิท รักษาราษฎร์ นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่ เกี่ยวข้อง และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในซอยพะเนียงร่วมพูดคุยหารือเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาดังกล่าวร่วมกัน โดยข้อสรุปที่ได้จากการหารือและนำไปสู่การบำบัดน้ำเสียใน 3 ระยะ

คือ ระยะที่ 1 เก็บเศษขยะและผักตบชวา ออกจากลำราง , ดำเนินการเติมน้ำ EM และโยน EM Ball , สูบน้ำเสียปล่อยทิ้งในพื้นที่ว่าง และนำน้ำดีเติมเข้าไป แทนที่เพื่อเจือจางและทดลองเติมโอโซนเพื่อเพิ่มอ๊อกซิเจนในน้ำ , สร้างทำนบแบ่งแยกน้ำดี/ น้ำเสีย

ระยะที่ 2 สำรวจชาวบ้าน/ สถานประกอบการ เพื่อหาแหล่งปล่อยน้ำเสีย , ทำ MOU ระหว่าง เทศบาลตำบลรัษฎา กับ องค์การกำจัดน้ำเสีย (อจน.) , จัดจ้างสำรวจหาค่าระดับ/ ทำแผนที่ ฯ เพื่อส่งข้อมูลให้ อจน. ออกแบบการบำบัด , ทดลองการทำขั้นบันไดด้วยกระสอบทราย หรือการถมดิน

และระยะที่ 3 ตั้งงบประมาณตามแบบของ อจน. และขอใช้พื้นที่จากเจ้าของพื้นที่เพื่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังได้มอบให้ผู้ใหญ่บ้านนัดหมายประชาชนและผู้มีส่วน ได้เสียร่วมเวที ประชาคมเพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันในการแก้ปัญหาดังกล่าว ในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2557 เวลา 19.00 น. ที่บริเวณศาลเจ้าจ้อซูก๊ง ซอยพะเนียง

จังหวัดสตูล เตรียมฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ประจำปี ๒๕๕๗

วันนี้ (๒๔ เม.ย. ๕๗) นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กำหนดฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี ๒๕๕๗ เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร ยานพาหนะ เครื่องมือ และอุปกรณต่างๆ ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยให้มีการบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมในการฝึกซ้อมแผนจังหวัดสตูล

สำหรับการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดขึ้น ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดสตูล จำนวน ๓ ครั้ง โดยครั้งแรก ในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๗ จะมีการฝึกอบรมการป้องกันระงับอัคคีภัย การใช้ถังเคมีดับเพลิงข้นต้น การใช้แก๊สหุงต้ม, ครั้งที่ ๒ มีการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ และการฝึกซ้อมแผนเฉพาะหน้าที่ ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และจะมีการฝึกซ้อมแผนเต็มรูปแบบ ในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยจะมีการสร้างสถานการณ์สมมุติเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ณ บริเวณอาคารหลังเก่า ศาลากลางจังหวัดสตูล ซึ่งต้องมีการวางแผนช่วยเหลือประสบอัคคีภัยให้ปลอดภัย อพยพผู้บาดเจ็บเพื่อนำส่งโรงพยาบาล ตลอดจนการประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงและการเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังประสานผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ทั้งหน่วยพยาบาล หน่วยกู้ชีพ การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวหรือใกล้เคียง อย่าได้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่สมมุติขึ้นเท่านั้น พร้อมขอให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการฝึกซ้อมแผนครั้งนี้ เพราะการฝึกซ้อมแผนดังกล่าว นอกจากจะได้ประเมินผลการฝึกแล้วยังต้องวิเคราะห์หาความบกพร่องให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงจะได้นำมาใช้และเป็นประสบการณ์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง



กนกพิชญ์ / ข่าว

จังหวัดสตูล กราบทูลเชิญพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เปิดลานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล ในต้นเดือนหน้า

วันนี้ (๒๔ เม.ย. ๕๗) นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับเสด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ซึ่งจะเสด็จเยือนพื้นที่จังหวัดสตูล และทรงประกอบพระกรณียกิจที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ในช่วงวันที่ ๗-๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จะเสด็จมาประกอบพระกรณียกิจพื้นที่จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จังหวัดสตูล จะกราบทูลเชิญเป็นประธานเปิดลานวัฒนธรรม และเสด็จเยือนพื้นที่ต่างๆ เช่น ถ้ำเลสเตโกดอน พิพิธภัณฑ์ช้าง อำเภอทุ่งหว้า, วิถีชุมชนตำมะลัง อำเภอเมืองสตูล, การเปิดลานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล บริเวณคฤหาสกูเด็น หรือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสตูล จะดำเนินการในวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. ซึ่งขณะนี้ได้นำเรื่องกราบทูลเชิญไปแล้ว







   

สถาบัน กศน.ภาคใต้ จัดแข่งขัน “สุดยอด กศน.ครั้งที่ 2 รอบ Audition เฟ้นหาทีมตัวแทนภาคใต้เข้าแข่งขันระดับภาค

ที่อาคารศรีเกียรติพัฒน์องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เช้าวันนี้ (24 เม.ย.57) บรรยากาศคึกคัก คลาคล่ำไปด้วย นักเรียน กศน. ที่เดินทางมาจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อร่วมแข่งขัน สุดยอด กศน.   ทั้งนี้สืบเนื่องจาก สถาบัน กศน.ภาคใต้ ได้จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านความสามารถพิเศษของนักศึกษา กศน. “สุดยอด กศน.” ครั้งที่ 2โดยมีนายอับดุลรอหมาน กาเหย็ม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานพิธีเปิด

นายอรัญ คงนวลใย ผู้อำนวยการสถาบัน กศน.ภาคใต้ กล่าวว่า สำนักงาน กศน.ภาคใต้ ได้กำหนดนโยบายให้มีกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านความสามารถ เพื่อให้นักศึกษา กศน. ได้มีความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้ ความสามารถและมีพรสวรรค์ในด้านต่าง ๆ รวมถึงได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิด ความรู้ ประสบการณ์ และวิธีการสู่ความสำเร็จ ที่เกิดจาการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยนำเสนอเรื่องราว ผ่านการแสดงที่ไม่จำกัดรูปแบบ   เช่น การร้องเพลง การแต่งเพลง การเล่นดนตรี การเต้นประกอบเรื่องราว การแสดงละครสั้น ทอล์คโชว์ เป็นต้น

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านความสามารถพิเศษของนักศึกษา กศน .   สุดยอด กศน. ครั้งนี้ จัดเป็นปีที่ 2 โดยมีทีมนักศึกษา กศน. ภาคใต้ จาก 14 จังหวัดภาคใต้ รวม 14 ทีม เข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ เป็นรอบ Audition ของภาคใต้ เพื่อคัดเลือกการแสดงของนักศึกษา กศน.จาก 14 ทีม ให้เหลือ 6 ทีมเพื่อเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันระดับภาค และเข้าสู่การแข่งขันในระดับประเทศต่อไป..



จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง/ข่าว
ชิดนัย แก้วมณีโชติ//ภาพ
23 เม.ย.57
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลาจัดประชุมเชิงปฎิบัติการรอบที่ 1 โครงการศึกษาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

วันนี้ (24 เม.ย.57) เวลา 13.00 น. ที่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการรอบที่ 1 โครงการศึกษาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยระบุถึงรูปแบบและขั้นตอนในการพัฒนาพื้นที่ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการพิจารณาพื้นที่ที่จะพัฒนา และเพื่อจัดทำแผนฯในระดับพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง       โดยมี นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมดังกล่าว และมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมจำนวนกว่า 80 คน

การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นสืบเนื่องมาจากรัฐบาลมีนโยบายในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษขึ้น เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศโดยใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียนตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีภายใต้กรอบอาเซียนและข้อตกลงภายใต้กรอบเศรษฐกิจอื่นและจากการค้าบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับมีนโยบายสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถให้บริการสาธารณะตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และหลักการมีส่วนร่วม จึงได้จัดทำโครงการศึกษาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น เพื่อรองรับโอกาส เตรียมความพร้อม และสร้างภูมิคุ้มกันในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เพื่อเตรียมพื้นที่ กิจกรรม กฎระเบียบ พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวด้านการค้า การลงทุนในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นที่ยอมรับของประชาชน สามารถดึงดูดการลงทุนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยมีการคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในทุกด้านเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 12 พื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ พื้นที่ชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับประเทศมาเลเซีย และมีจุดแข็งหลายด้าน อาทิ เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยางพารา และผลิตภัณฑ์อาหารทะเล อิเลคทรอนิกส์ และมีเครือข่ายการผลิตระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย สามารถส่งสินค้าผ่านท่าเรือปีนัง ท่าเรือกลางในมาเลเซียออกไปยังตลาดโลกได้ ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ได้มาตรฐาน มีสิ่งอำนวยความสะดวก และสินค้าที่รองรับธุรกรรมการค้าและการท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ นอกจากนี้จังหวัดสงขลายังมีกรอบการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ IMT-GT ระหว่างไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่สามารถใช้เป็นเวทีในการเจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป


สุธิดา พฤกษ์อุดม / ข่าว
จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

จังหวัดสงขลา มอบเงินอุดหนุนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน

บ่ายวันนี้ 24 เม.ย.57 ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสงขลา เวลา 15.00 น. นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประธานพิธีมอบเงินอุดหนุน ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน ของจังหวัดสงขลา เพื่อให้เกิดการประสานการร่วมมือในการพัฒนาสถาบันครอบครัวในลักษณะบูรณาการจากทุกภาคส่วนในสังคม และส่งเสริมให้ชุมชนมีศูนย์รวมในการพัฒนาสถาบันครอบครัวที่มีการบริหารจัดการโดยชุมชนในรูปของศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถาบันครอบครัวที่จะนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนในการบริหารงานและแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน


ภาพ/ข่าว/จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

จังหวัดยะลา นำส่วนราชการในพื้นที่ออกให้บริการเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ให้บริการประชาชน

วันนี้ 24 เมษายน 2557 เวลา 10.30 น. ที่โรงเรียนโรงเรียนคณะราษฏร 2  ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา นายสามารถ วราดิศัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการนำส่วนราชการออกให้บริการประชาชนตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ภายใต้ยุทธศาสตร์ รวมพลังสร้างสุข รุกการพัฒนา ปวงประชาปลอดภัย โดยมีนายอำเภอเมือง ผู้บังคับหน่วยกำลังทหาร ตำรวจ จ.ยะลา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการ ผู้นำศาสนา นักเรียน และ ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ และการจัดหน่วย บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน  นอกจากจะนำส่วนราชการต่างๆ มาให้บริการประชาชนแล้ว ถือเป็นการพบปะเยี่ยมเยียนสอบถามทุกข์สุขความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะได้รับทราบปัญหา ความต้องการ และกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหา และยังได้ร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. นับเป็นโอกาสดีที่ประชาชนจะได้รับการตรวจรักษา การดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังมีบริการของหน่วยงานอื่นๆ เช่น คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า บริการตัดผม จำหน่ายสินค้าราคาถูก การนำวิชาการความรู้ด้านกฎหมาย และให้คำแนะคำปรึกษาด้านคดีความต่างๆ การรับสมัครงาน รวมทั้งการนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้แก่คนชรา คนยากจน นายสามารถ วราดิศัย กล่าว



นายนิแอ  สามะอาลี / ภาพข่าว

สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดภูเก็ตติวเข้มสมาชิกสามัญ รุ่นที่ 9 เน้นการช่วยเหลือเบื้องต้นยามเกิดภัยฉุกเฉิน

เมื่อเวลา 10.00 น. 24 เมษายน 57  ที่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ภูเก็ต พลตรี พีรพล วิริยากุล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมสมาชิกสามัญ รุ่นที่ 9 ขั้นต้นและขั้นกลาง ของนายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดภูเก็ต โดยมี นางสุทธภา โกยอัครเดช นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต และครูฝึก วิทยากร ส่วนราชการผู้นำท้องถิ่นและผู้เข้ารับการฝึกอบรมสมาชิกสามัญสตรีสมัครรักษาดินแดน เข้าร่วม

นางสุทธภา กล่าวว่า สหพันธ์สมาชิกสามัญสตรีสมัครรักษาดินแดนแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีได้อนุญาตให้สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนภูเก็ต ฝึกอบรมสมาชิกสามัญ รุ่นที่ 9 ขั้นต้นและขั้นกลาง ระหว่างวันที่ 24-28  เมษายน 2557 รวมระยะเวลา 4 คืน 5 วัน มีผู้เข้ารับฝึกอบรม จำนวน 50 คน โดยการฝึกครั้งนี้เพื่อฝึกให้มีความรู้ และชำนาญในการป้องกันตนเองและประเทศชาติ เพื่อรวบรวมและผนึกกำลังความรู้และความชำนาญนั้นๆให้เป็นประโยชน์ในยามคับขัน เพื่อจัดให้เป็นหน่วยสมทบสนับสนุนงานของกรรมการรักษาดินแดน เพื่อฝึกทักษะที่จำเป็นในยามฉุกเฉิน เช่น การอพยพโยกย้าย การปฐมพยาบาล การลำเลียง การสื่อสาร  การป้องกันภัยทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อประสานงานและร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แพทย์ และพยาบาล

จังหวัดภูเก็ต จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.)

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 เมษายน 2557 ที่ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุม คณะกรรมการศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด (ศจพ.จ.) โดยมี นายเสรี พาณิชกุล ปลัดจังหวัดภูเก็ต  นายชัยยา  ขำสะอาด  พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต  นายเกรียงศักดิ์ สุขสมบูรณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายซัยยา กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณกิจกรรมตามยุทธศาสตร์ กรมการพัฒนาชุมชน ปี 2557 เพื่อดำเนินโครงการบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการ เป็นเงิน 471,050 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนครัวเรือนเป้าหมายให้สามารถบริหารจัดการชีวิตตนเองได้อย่างเหมาะสม ดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถพึ่งตนเองและชุมชนได้อย่างเหมาะสม และตอบสนองต่ออุดมการณ์หรือปรัชญาของกระทรวงมหาดไทยในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ครัวเรือนยากจนและสร้างศรัทธาแก่ประชาชน และบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับพื้นที่ โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ จปฐ. ปี 2556 หมู่ 8 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต จำนวน 3 ครัวเรือน และชุมชนชาวเล จำนวน 5 ชุมชนๆละ 20 ครัวเรือน ได้แก่ ชุมชนชาวเลแหลมตุ๊กแก หมู่ที่ 4 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ชุมชนชาวเลสะปำ หมู่ที่ 3 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต ชุมชนชาวเลราไวย์ หมู่ที่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ชุมชนชาวเลแหลมหลา หมู่ที่ 4 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง และชุมชนชาวเลหินลูกเดียว หมู่ที่ 5 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต

สำหรับการดำเนินกิจกรรมตามโครงการฯ ประกอบด้วย 10 กิจกรรม คือ ประชุมเตรียมความพร้อมการดำเนินงานระดับจังหวัด ประชุมเตรียมความพร้อมการดำเนินงานระดับอำเภอ จัดมหกรรมป้องกันแลกแก้ไขความยากจน ฝึกอบรมสร้างความเข้าใจทีมปฏิบัติการตำบล ตรวจสอบและแยกฐานะครัวเรือนยากจน จำนวน 3 ครัวเรือน และครัวเรือนชุมชนชาวเล ชุมชนละ 20 ครัวเรือน รวม 100 คน จัดทำแผนพัฒนาชีวิตครัวเรือนยากจนและครัวเรือนเป้าหมายต้นแบบ จัดทำบัญชีครัวเรือน (บำบัดทุกข์บำรุงสุข แบบAEC)  จัดคลินิกแก้จน ปรึกษาอาชีพ ทีมปฏิบัติการตำบลติดตามความก้าวหน้าและรายงานผล และประชุม ศจพ.จ.เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและนำเสนอการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครัวเรือนยากจนและครัวเรือนชุมชนชาวเล

ภูเก็ตพิจารณากลั่นกรองพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชน 14 โครงการ งบ 309 ล้านบาทเศษ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 2557 ที่ห้องประชุมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการภูเก็ต เป็นประธานการประชุมพิจารณากลั่นกรองเรื่องการแก้ปัญหาของประชาชนของกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายสมัคร เลือดวงศ์หัด ผอ.แขวงการทางจังหวัดภูเก็ต นายสัน จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภูเก็ต และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยได้รับจัดสรรงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ได้แก่โครงการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดนใต้ โครงการแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน และโครงการยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ เงินงบประมาณจำนวน 4,500 ล้านบาท พร้อมทั้งให้จังหวัดนำเสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้วางกรอบเพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชนไว้ 4 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดนใต้ งบประมาณในการใช้จ่ายประมาณ 500 ล้านบาท ด้านการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน งบประมาณการใช้จ่ายประมาณ 950 ล้านบาท ด้านการพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชนงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ด้านการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่งบประมาณ 2,000 ล้านบาท

สำหรับจังหวัดภูเก็ตมีโครงการพิจารณากลั่นกรองเพื่อพัฒนาและแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยปีงบประมาณ 2557 จำนวน 14 โครงการ บงประมาณ 309 ล้านบาทเศษ แยกเป็นโครงการด้านการพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งชุมชนจำนวน 12 โครงการ งบประมาณ 301 ล้านบาทเศษ และโครงการด้านการทำยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ 2 โครงการ งบประมาณ 7.9 ล้านบาทเศษ

พ่อเมืองภูเก็ต ยอมรับ การปิดถนนประท้วง ไม่กระทบการท่องเที่ยวในภาพรวม ด้านผอ.ททท. สำนักงานภูเก็ตเผยนักท่องเที่ยวที่ตกค้างสามารถเดินทางได้ครบแล้ว

นายไมตรี   อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบกรณี ชาวบ้านประท้วงปิดถนนเทพกระษัตรี บ้านหมากปรก ตำบลไม้ขาว อำเภอถลางว่า  การปิดถนนไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวภูเก็ตในภาพรวมมากนัก โดยหลังจากมีการเจรจา ทำความเข้าใจ ก็สามารถรระบายรถได้ใน 45 นาทีหลังจาการสลายการชุมนม รถจากพังงาจะเคลื่อนตัวได้ และ รถจากภูเก็ตไปจังหวัดพังงาก็มีการเลื่อนไหลและซ้อนกันสองเลนส์ประมาณเที่ยงคืนถึงตี 1 การจราจรมีความคล่องตัวเป็นปกติ อย่างไรก็ตามทางจังหวัด ต้องขอโทษนักท่องเที่ยวและผู้ที่สัญจร ที่ด้รับความลำบากในการจราจร ทางจังหวัดจะพยายามป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ทั้งนี้ได้พูดคุยกับที่ประชุมพร้อมได้เน้นย้ำไปแล้วว่า อะไรที่เป็นเหตุ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันหน่วยทีเกี่ยวข้องต้องรีบไปแก้ไขก่อน หากทางพื้นที่แก้ไขได้ทางจังหวัดไม่ต้องลงไป แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เลยต้องลงพื้นที่ และป้องกันไม่เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก โดยหลังเหตุการณ์คลี่คลายก่อน ต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านเพราะการเป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดี ไม่ไปรบกวนและเบียดเบียนชาวบ้าน ส่วนการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งกรรมการหลายฝ่ายเข้าไปร่วมเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

นางสาวอโนมา วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบในการท่องเที่ยวกรณีเหตุการณ์ปิดถนนเทพกษัตรีบริเวณบ้านหมากปรก ตำบลไม้ขาว อำเภอถลางว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ทางสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ลงพื้นมี่ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาภูเก็ตเข้าไปช่วยเหลือ โดยนำรถของสำนักงานและตำรวจท่องเที่ยวไปอำนวยความสะดวกบริเวณทางแยกเข้าสนามบินเพื่อนำคนท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบไปยังสนามบินภูเก็ต นอกจากนี้ยังประสานนักท่องเที่ยวที่ตกค้างป่าตองโดยให้แท็กซี่คอยบริการรับส่ง ซึ่งสามารถช่วยได้หลายรอบมา ขณะที่ในส่วนของสายการบินก็ได้มีการเลื่อนไฟท์บินอาทิเช่น สายการบินอินเตอร์ อย่างแอร์เบอร์ลิน บางกอกแอร์ มีการเลื่อนไฟท์ให้นักท่องเที่ยว และจัดที่พักให้ผู้โดยสารที่ตกค้าง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือกันอย่างดีช่วยนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของทักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ณ ปัจจุบันที่จะมีศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต นักท่องเที่ยวที่ตกค้างได้ทยอยกลับเรียบร้อยแล้ว

ผวจ ภูเก็ต สั่งหัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่น เร่งแก้ปัญหาน้ำเสีย ปล่อยลงชายหาดหวั่นกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 2557 ที่ห้องประชุม 1 อาคารศูนย์ประชุมกลุ่มจังหวัดฯ  นายไมตรี  อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1/2557 โดยมี นางสาวสมหมาย  ปรีชาศิลป์ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ นายจำเริญ  ทิพยพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญได้แก่ แนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่โยกย้ายมาดำรงตำแหน่งในจังหวัดภูเก็ต และโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งจังหวัดอื่นๆ รวมทั้งวาระการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญได้แก่การสรุปผล OTOP ON THE BEACH ครั้งที่ 1 ณ. ริมหาดป่าตอง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเดินชมซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก กระทรวงพลังงานยืนยันสถาณการณ์การหยุดซ่อมบำรุงท่อก๊าซไม่มีผลกระทบระหว่างหยุดซ้อมบำรุงเนื่องจากทางกระทรวงได้สำรองพลังงานการใช้ไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟดับในจังหวัดภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความก้าวหน้าการดำเนินการศูนย์ควบคุมท่าเรือ (ppcc) ที่สามารถตรวจสอบการเข้าออกของเรือที่มาติดต่อกับท่าเรือในพื้นที่ภูเก็ตว่าชื่อเรืออะไร ขนส่งสินค้าใด การขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลในการดำเนินการด้านยาเสพติด เข้มงวดด้านการตรวจจับเพื่อลดความเสี่ยงในพื้นที่ให้ลดลง และการชี้แจงการจัดงานแพะแห่งชาติ ครั้ง 21 ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2557 ณ. สนามด้านหลังโลตัส สาขาเชิงทะเล ตำบลเชิงทะเล  รวมถึงการแก้ไขปัญหาร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม

นายไมตรีกล่าวให้นโยบายตอนหนึ่งว่า ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและเทศบาล เข้มงวดความปลอดภัยและขั้นตอนการขออนุญาติ เนื่องจากมีอุบัติเหตุเครื่องเล่นปันจี้จั๊มพ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ปัญหาน้ำเสียที่มีการร้องเรียนมาตลอด โดยเฉพาะชาวต่างชาติให้ความสำคัญอย่างมากทั้งพื้นที่ หาดกะรน หาดบางเทา หาดกมลา เทศบาล อบต ในพื้นที่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องไปแก้ไข อย่างจริงจังเป็นไปตามกระบวนกฎหมายอย่าให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก  ด้านการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ อาทิ เช่น รถไฟฟ้ารางเบา ให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมพร้อมเชิญภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านรับฟังส่วนได้ส่วนเสียเพื่อไม่ให้มีผลกระทบ เมื่อมีการดำเนินการ

สพป.พังงา จัดกิจกรรม “ว่ายน้ำเพื่อชีวิต” (LIFE SAVING) โดยทำการสอนเด็กว่ายน้ำช่วงปิดภาคเรียน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำ

ที่สระว่ายน้ำสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา อ.เมือง จ.พังงา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา (สพป.พังงา) นำโดยนายสมโภช ไชยผดุงนิรันดร์ รอง ผอ.สพป.พังงา ได้จัดโครงการ "ว่ายน้ำเพื่อชีวิต” (LIFE SAVING) ซึ่งทาง สพป.พังงา ได้รับจัดสรรงบประมาณ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จาก สพฐ. เปิดทำการสอนเด็กว่ายน้ำช่วงปิดภาคเรียน เพื่อลดอัตราการการเสียงชีวิตจากการจมน้ำ และได้กำหนดสระว่ายน้ำสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา , สระว่ายน้ำโรงเรียนบ้านคอกช้าง, สระว่ายน้ำโรงเรียนตะกั่วป่า "เสนานุกูล” และสระว่ายน้ำโรงเรียนเยาววิทย์ เป็นจุดฝึกสอน รวม ๔ จุด กลุ่มเป้าหมายจุดละ ๕๐ คน รวม ๒๐๐ คน

นายสมโภช ไชยผดุงนิรันดร์ รอง ผอ.สพป.พังงา กล่าวว่า สพป.พังงา ได้จัดทีมครูฝึกสอนและฝึกหัดให้เด็กนักเรียน เยาวชนในโรงเรียนและในชุมชน ให้มีความสามารถว่ายน้ำเป็น มีความรู้ความเข้าใจวิธีการช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุทางน้ำได้อย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล ทั้งนี้จากสถิติการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี จากการจมน้ำ มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาปิดภาคเรียนในเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม โดยการรายงานจากกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ พบว่าการเสียชีวิตของเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ ๑,๔๐๐ คน หมายถึงวันละเกือบ ๔ คน ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยที่สูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตทุกสาเหตุ

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คาดว่าเด็กนักเรียน เยาวชน ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน จะได้มีความรู้ ทักษะ ในด้านการช่วยเหลือตนเองได้อย่างถูกต้อง สามารถว่ายน้ำเป็น ทั้งนี้จะสามารถช่วยลดสถิติจากการเสียชีวิตของเด็กที่เกิดจากการจมน้ำของเด็กไทยไม่มากก็น้อย

จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นห่วงเรื่องการจราจรในวันสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น

ว่าที่ร้อยตรี ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2556 โดยกำหนดให้มีการสอบแข่งขัน ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) และภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) พร้อมกันทั่วประเทศในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2557 และกำหนดศูนย์สอบเป็นภาค/เขต รวม 10 เขต โดยกำหนดให้จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์สอบ ประจำภาคใต้ (เขต 1) มีผู้สมัครสอบแข่งขัน จำนวน 52,975 คน 1,518 ห้องสอบ โดยใช้สถานศึกษาต่าง ๆ เป็นสนามสอบแข่งขัน 56 แห่ง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้สถานที่พักต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชถูกจองเกือบเต็มแล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องการจราจร เพราะหากผู้สมัครสอบ จำนวน 1 ใน 3 เอารถส่วนตัวมาย่อมเกิดปัญหาแน่นอนทั้งในเรื่องของจราจรและที่จอดรถเนื่องจากมีการห้ามนำรถทุกชนิดเข้าไปจอดในสถานศึกษาที่ใช้เป็นสนามสอบแข่งขัน ซึ่งในเบื้องต้นทางจังหวัดได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไว้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้รถใช้ถนน การให้คำแนะนำเส้นทาง รวมทั้งการเฝ้าระวังอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ขอให้ผู้ที่สมัครเข้าสอบการแข่งขันสามารถเข้าไปดูข้อแนะนำเส้นทางการเดินทางไปยังสนามสอบแข่งขัน ที่พักพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช www.nakhonlocal.go.th. หรือ www.dlaapplicant.com/


ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 24 เม.ย. 2557

นครศรีธรรมราช ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัวระดับจังหวัด ประจำปี 2557

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดประชุมสมัชชาสตรีและครอบครัวระดับจังหวัด ประจำปี 2557 เพื่อทบทวนและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัว และร่วมกำหนดแนวทางการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพสตรีและครอบครัว

วันนี้ (24 เม.ย. 57) ที่ห้องโรงแรมแกรนด์ปาร์ค อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชาสตรีและครอบครัวระดับจังหวัด ประจำปี 2557 ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อทบทวนปัญหาและติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัวของจังหวัด รวมทั้งเพื่อรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำไปสู่การกำหนดและผลักดันในเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรีและส่งเสริมสถาบันครอบครัวของจังหวัดต่อไป โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม อาทิ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการพัฒนาสตรีระดับจังหวัด ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนและผู้สนใจ จำนวน 150 คน กิจกรรมประกอบด้วย การระดมความคิดเห็นในแนวทางการดำเนินงานด้านสตรีและครอบครัวของจังหวัดนครศรีธรรมราช การมอบเกียรติบัตรครอบครัวร่มเย็นระดับจังหวัด ประจำปี 2557 แก่ผู้แทนที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก จำนวน 8 ครอบครัว คือ ครอบครัวนายพยันต์ หนูเอก อำเภอพระพรหม,ครอบครัวนางพรศรี โชติพันธ์ อำเภอพรหมคีรี,ครอบครัวนางแต๋ว ทองสัมฤทธิ์ อำเภอทุ่งใหญ่,ครอบครัวนางอัจฉราภรณ์ หนูนารถ อำเภอจุฬาภรณ์,ครอบครัวนายแก๊ป ไชยฤกษ์ อำเภอพิปูน,ครอบครัวนายวิชิต รัตนภรณ์ อำเภอนาบอน,ครอบครัวนายชำนาญ ศรีเทพ อำเภอทุ่งใหญ่ และครอบครัวนางสาวจันทรา จันทร์ศรีนาค อำเภอพิปูน รวมทั้งการบรรยายพิเศษจากในหัวข้อ “หน้าที่ของสตรีกับการสร้างสุขในครอบครัวและสังคมปัจจุบัน” โดยพันเอกนายแพทย์พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการประชุมคณะอนุกรรมการจัดประชุมสมัชชาสตรีระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2557 และการประชุมอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2557 ที่มีมติให้มีการบูรณาการจัดโครงการประชุมสมัชชาสตรี ประจำปี 2557 ร่วมกับสมัชชาครอบครัวระดับจังหวัด ประจำปี 2557 ใน 2 ประเด็น คือ การส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และประเด็นการเสริมพลังครอบครัวเพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ซึ่งในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้จะมีการแบ่งกลุ่มเพื่อเปิดเวทีประชุมกลุ่มและร่วมแสดงความคิดเห็นใน 2 ประเด็นดังกล่าว ก่อนสรุปเป็นแนวทางการดำเนินงานในระดับจังหวัดและนำเสนอสู่การพิจารณาในระดับชาติต่อไป



อุไรวรรณ/ข่าว
ศุภภักษร/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราช นำหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในพื้นที่ อำเภอสิชล

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ในพื้นที่อำเภอสิชล ที่โรงเรียนบ้านช่องเขาหมาก ตำบลสีขีด จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ตามโครงการเทิดทูนสถาบัน นำปฏิญาณตนเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด นายอำเภอสิชล หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียนและประชาชน เข้าร่วมพิธี โดยปฏิญาณว่าจะร่วมกันเทิดทูนและป้องป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล จากนั้นนายกอำเภอสิชล ได้รายงานถึงสถานการณ์ทั่วไปของอำเภอสิชล และสภาพปัญหาในพื้นที่ ซึ่งปัญหาเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอยู่ขณะนี้ คือ ปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากสภาวะอากาศในฤดูร้อนปีนี้มากกว่าปกติ และฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้ราษฎรในพื้นที่อำเภอสิชลหลายแห่งได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค เพื่อการเกษตรและปศุสัตว์ มาตรการการเตรียมการป้องกัน ทางอำเภอได้ร่วมกับค่ายฝึกรบพิเศษที่ 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บินสำรวจสภาพป่าบริเวณแหล่งน้ำต้นน้ำคลองสายหลัก 5 สาย ทั้ง เทือกเขานัน เทือกเขาเผียน เทือกเขาได เทือกเขาใหญ่ และเทือกเขาหลวง

ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยและดินโคลนถล่มเมื่อ ปี 2554 ที่ผ่านมา ทำให้สภาพป่าต้นน้ำ ห้วย ลำคลองสายต่าง ๆ ได้รับผลกระทบมีสภาพตื้นเขินและเปลี่ยนสภาพทางเดินน้ำส่งผลให้ราษฎรมีปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยอำเภอได้แก้ไขปัญหาเบื้องต้น ได้ก่อสร้างฝายชะลอน้ำ 8 แห่ง ในพื้นที่หมู่ 3,15 ตำบลเทพราช หมู่ 2 ตำบลฉลอง หมู่7 ตำบลเขาน้อย ก่อสร้างทำนบดินชั่วคราว 1 แห่ง และขุดลอกคลองบริเวณฝายตำบลเขาน้อย และ ตำบลเสาเภา นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด ทางอำเภอได้ดำเนินการแก้ไข 3 ด้าน คือ ด้านการป้องกันด้วยการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่กับฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน ออกตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ เป็นประจำ ในด้านการปราบปราบ ได้บูรณาการกับฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน และในกรณีเป้าหมายสำคัญได้ประสานชุดสืบสวน บก.สภภ.8 เข้าร่วมปฏิบัติการจับกุมด้วย ในส่วนของการบำบัด ขณะนี้กำลังค้นหาบุคคลเป้าหมายเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดต่อไป

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้นำเงินทอดผ้าป่าได้ทั้งหมด 40,660 บาท มอบให้แก่โรงเรียนบ้านช่องเขา เพื่อใช้ในการบำรุงโรงเรียน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ได้มอบของขวัญเด็กเล็ก มอบเครื่องอุปโภคบริโภคเครื่องนุ่งห่มแก่ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส มอบอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียน มอบเงินทุนการศึกษาเด็กนักเรียน/เงินสงเคราะห์ครอบครัวยากจน และตรวจเยี่ยมการให้บริการของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงไปรับบริการจำนวนมาก โดยเฉพาะการบริการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในการออกให้บริการทำหมันสุนัข และแมว มีประชาชนนำสุนัข และแมวมาทำหมันกว่า 50 ตัว



พรรณี กลสามัญ/ภาพ-ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช // 24 เมษายน 2557

จังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดจัดงานเทศกาลวิสาขบูชา 10-13 พฤษภาคม 2557

จังหวัดนครศรีธรรมราชกำหนดจัดงานส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 พร้อมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนแต่งกายด้วยชุดสีขาวและลดละเลิกอบายมุข

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.57 ที่ห้องประชุมพุทธสมาคมจังหวัดนครศรีธรรมราช วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าอาวาสวัดสวนป่าน ในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมประชุม

พระศรีธรรมประสาธน์ กล่าวว่า วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน และเป็นวันสำคัญสากลของโลก จังหวัดนครศรีธรรมราชได้จัดกิจกรรมที่เป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นประจำต่อเนื่องมาทุกปี สำหรับในปี 2557 นี้ กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา การปฏิบัติธรรมกรรมฐานถวายเป็นพุทธบูชา การประชุมทางวิชาการ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารสู่มรดกโลก” พิธีสมโภชและถวายผ้าพระบฏพระราชทาน พิธีตักบาตร พิธีเวียนเทียน กิจกรรมเดิน-วิ่ง สมาธิวิสาขบูชา ฉายภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง พระพุทธศาสดา และการจัดแสดงนิทรรศการ “สถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” เป็นต้น

พระศรีธรรมประสาธน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร กล่าวว่า นอกจากนี้ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกันแต่งกายด้วยชุดสีขาว เข้าวัดปฏิบัติธรรม และ ลด ละ เลิก อบายมุขทุกชิด และขอเชิญชวนร่วมประดับโคมประทีป หน้าหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา วัด บริษัท ห้าง ร้าน และบ้านเรือน ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะสองฝั่งถนนราชดำเนิน และบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา


ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 24 เม.ย. 2557

ศพส.จ.นครศรีธรรมราช มอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีผลงานดีเด่นด้านปราบปรามยาเสพติด 6 คดี

วันนี้(24 เม.ย.57) ก่อนการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ ศพส.จ.นครศรีธรรมราช ครั้งที่ 5/2557 ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้มีผลงานดีเด่นด้านปราบปรามยาเสพติด ในห้วงเดือน มีนาคม 2557 จำนวน 6 คดี ประกอบด้วย 1.) นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ อ.ท่าศาลาและคณะ รวม 7 นาย ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาบ้า จำนวน 3,800 เม็ด 2.) พ.ต.อ. ทวี พรหมมาลี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากพนัง และคณะ รวม 9 นาย ร่วมกันจับกุมผู้ค้าไอซ์ น้ำหนัก 112.96 กรัม 3.)นายหมวดตรีอำพล สังข์ทอง หัวหน้าชุดเฉพาะกิจศรีวิชัย และคณะ จำนวน 17 นาย 3 คดี คือ 1.ร่วมกันจับกุมผู้ค้าไอซ์ น้ำหนัก 45.80 กรัม 2. ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาบ้า จำนวน 84,000 เม็ด และ 3. ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาบ้า จำนวน 20,000 เม็ด 4.)พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะ จำนวน 10 นาย ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาบ้า จำนวน 3,000 เม็ด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอชมเชยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านปราบปรามที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง สามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง



ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 24 เม.ย. 2557

ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบ่งโรงพัก 6 โซน ในการปราบปรามยาเสพติด ตั้งเป้าได้ผู้ต้องหา 1,360 คดี

วันนี้ (24 เม.ย.57) ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือ ศพส.จ.นครศรีธรรมราช ครั้งที่ 5/2557ว่า พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กำหนดมาตรการในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยแบ่งโรงพักต่าง ๆ ออกเป็น 6 โซน ตามขนาดของโรงพักและความรุนแรงของสถานการณ์ยาเสพติด เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม- 30 กันยายน 2557 เป็นต้นไป โดยกำหนดเป้าหมายในการจับกุมคดียาเสพติดฐานความผิดสำคัญ 5 ข้อหาหลัก คือ ผลิต จำหน่าย ครอบครองเพื่อจำหน่าย ครอบครอง และเสพ จำนวน 1,360 คดี

พ.ต.อ.สนธิชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการจับกุมคดียาเสพติดฐานความผิดสำคัญร้อยละ 30 ของการจับกุมทั้งหมด ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2556 – 18 เมษายน 2557 จำนวนทั้งสิ้น 1,483 คดี จากที่จับกุมได้ทั้งหมด 6,874 คดี ส่วนผลการดำเนินการตามมาตรการตรวจสอบทรัพย์สิน ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2556 – 18 เมษายน 2557 มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 53 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินการตามหมายจับคดียาเสพติด ดำเนินการได้ 34 คดี จากเป้าหมายทั้งปี 42 คดี



ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 24 เม.ย. 2557

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จังหวัดนครศรีธรรมราช เชิญเครื่องราชสักการะพระราชทานอุทิศถวายพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สำนักพระราชวัง แจ้งผ่านกระทรวงมหาดไทยว่าในการพระราชพิธีสงกรานต์ พุทธศักราช 2557 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จังหวัดนครศรีธรรมราช เชิญเครื่องราชสักการะที่พระราชทานอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา ณ พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมีกำหนดการเชิญเครื่องราชสักการะจากศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2557 เวลา 13.15 น. จากนั้นเวลา 13.39 น. ประธานในพิธีคือผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เชิญเครื่องราชสักการะไปยังวิหารพระทรงม้า จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย วางเครื่องราชสักการะและกล่าวถวายเครื่องราชสักการะ พระสงฆ์ 3 รูป สวดชยันโต ประธานและคณะนำน้ำหอมไปสรงองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ประธานถวายปัจจัย พระสงฆ์อนุโมทนา เสร็จพิธี



ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 24 เม.ย. 25

จังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดจัดงานเทศกาลวิสาขบูชา 10-13 พฤษภาคม 2557

จังหวัดนครศรีธรรมราชกำหนดจัดงานส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 พร้อมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนแต่งกายด้วยชุดสีขาวและลดละเลิกอบายมุข

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.57 ที่ห้องประชุมพุทธสมาคมจังหวัดนครศรีธรรมราช วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระศรีธรรมประสาธน์ เจ้าอาวาสวัดสวนป่าน ในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมประชุม

พระศรีธรรมประสาธน์ กล่าวว่า วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน และเป็นวันสำคัญสากลของโลก จังหวัดนครศรีธรรมราชได้จัดกิจกรรมที่เป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นประจำต่อเนื่องมาทุกปี สำหรับในปี 2557 นี้ กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา การปฏิบัติธรรมกรรมฐานถวายเป็นพุทธบูชา การประชุมทางวิชาการ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารสู่มรดกโลก” พิธีสมโภชและถวายผ้าพระบฏพระราชทาน พิธีตักบาตร พิธีเวียนเทียน กิจกรรมเดิน-วิ่ง สมาธิวิสาขบูชา ฉายภาพยนตร์แอนิเมชั่น เรื่อง พระพุทธศาสดา และการจัดแสดงนิทรรศการ “สถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” เป็นต้น

พระศรีธรรมประสาธน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร กล่าวว่า นอกจากนี้ ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกันแต่งกายด้วยชุดสีขาว เข้าวัดปฏิบัติธรรม และ ลด ละ เลิก อบายมุขทุกชิด และขอเชิญชวนร่วมประดับโคมประทีป หน้าหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา วัด บริษัท ห้าง ร้าน และบ้านเรือน ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะสองฝั่งถนนราชดำเนิน และบริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา


ส.ปชส.นศ. เมื่อ : 24 เม.ย. 2557  

เทศบาลนครตรังจัดงานวันเทศบาล ประจำปี 2557

ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลนครตรัง นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเทศบาล ประจำปี 2557 พร้อมอ่านสาส์นวันเทศบาลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วันที่ 24 เมษายนของทุกปี เป็น "วันเทศบาล” ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2532 กำหนดให้วันที่ 24 เมษายนของทุกปี เป็นวันเทศบาล เพื่อให้เทศบาลทั่วประเทศได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ที่จะต้องพัฒนาคน พัฒนางาน และทุ่มเทพลังในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนตามนโยบายของผู้บริหาร และเป็นไปตามแนวทางแห่งธรรมาภิบาล หรือการบริหารจัดการที่ดี โดยประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะร่วมคิด ร่วมทำหรือร่วมตรวจสอบ เพื่อให้บรรลุปรัชญาแห่งรากฐานประชาธิปไตยของเทศบาล สำหรับกิจกรรมงานวันเทศบาลนี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น.เป็นต้นไป โดยมี การประกอบพิธีทางศาสนา การแสดงปาถกฐาธรรม "ทำงานร่วมกัน อย่างมีความสุข” โดยพระราชวรากร เจ้าคณะจังหวัดตรัง การมอบเกียรติบัตรแก่บุคลากรเทศบาลดีเด่น การบริจาคโลหิต การพัฒนาเทศบาลและพัฒนาพื้นที่รอบเกาะทับเที่ยง ทั้งนี้ เพื่อให้ ข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง ได้ร่วมกันรำลึกถึงความสำคัญและความเป็นมาของการกำเนิดวันเทศบาล และตั้งใจทำงานเพื่อพัฒนาบ้านเมือง และบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชนในพื้นที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดี สะดวกรวดเร็ว และได้รับประโยชน์สูงสุด ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุข

ชาวสาธารณสุขในจังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียงประมาณ 3 พันคน แห่ให้กำลังใจปลัดกระทรวงสาธารณสุข หลังจากเหตุการณ์คนร้ายยิงใส่บ้านพัก

ที่ท่าอากาศยานตรัง ข้าราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่จังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง ประมาณ 3 พันคน ร่วมกันให้กำลังใจ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่เดินทางมาจังหวัดตรัง โดยมีการมอบดอกไม้เพื่อเป็นการให้กำลังใจและต่อสู้เพื่อชาวสาธารณสุขและได้ มีการอ่านแถลงการณ์ สืบเนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองนับแต่ปลายปี 2556 จนถึงปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สินและชีวิตผู้คนจำนวนมาก รวมถึงได้บั่นทอนขวัญกำลังใจของข้าราชการที่มีความมุ่งมั่นทำงานเพื่อรับใช้ ประชาชนและมีความจงรักภักดีอย่างกว้างขวางรุนแรง และสถานการณ์มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งปรากฏชัดเจนว่า แม้แต่ข้าราชการที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติ โดยยึดความถูกต้องเป็นหลักก็ยังมีผู้ไม่หวังดีกระทำการใช้ความรุนแรงคุกคาม ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการข่มขู่และทำร้าย ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐผู้บังคับใช้กฎหมายไม่สามารถทำหน้าที่ในการปก ป้องประชาชนให้เกิดความปลอดภัยได้ จนขณะนี้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความรุนแรงได้ขยายวงกว้างขึ้นและคุกคามความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยรวมของสังคม

ในนามประชาคมสาธารณสุขจังหวัดตรัง มีความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ล่าสุดที่ประสบกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข จึงขอเรียกร้องและเป็นกำลังใจให้กับนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ดังต่อไปนี้ 1.พวกเราขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่กระทำการใช้ความรุนแรงทั้งในและนอกกฎหมาย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จงหยุดการกระทำดังกล่าวรวมถึงขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนทุกคนประณามการกระทำเหล่านี้ 2.พวกเราขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีลงโทษโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ข้าราชการที่ดีต้องเสียขวัญและกำลังใจ 3.พวกเราทุกคนขอเป็นกำลังใจให้แก่ปลัดกระทรวง สาธารณสุข นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ผู้ซึ่งทำงานโดยยึดหลักความถูกต้องชอบธรรมและนำพาพี่น้องข้าราชการตลอดจน พนักงานทุกคนในกระทรวงสาธารณสุขให้เดินไปในทิศทางที่เหมาะสมและควรจะเป็นมา โดยตลอด แต่กลับถูกลอบปองร้ายจากบุคคลผู้ไม่หวังดีซึ่งเป็นภัยต่อประเทศชาติและสังคม รวมถึงเป็นการทำลายขวัญกำลังใจแก่ผู้บริหารสูงสุด และบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โอกาสนี้พวกเราพร้อมจะปกป้องและยืนหยัดเคียงข้างความถูกต้องร่วมกับท่านปลัด กระทรวงสาธารณสุขตลอดไป

ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer จังหวัดตรัง ในการที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ที่ห้องประชุมมรกต ศาลากลางจังหวัดตรัง นายอมรเศรษฐ์ สุวรรณมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายกิจ หลีกภัย นายก อบจ.ตรัง นายสำราญ ชุมแสงศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง และคณะทำงาน ได้ร่วมกันประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer จังหวัดตรัง โดยเป็นโครงการที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก รวมทั้งมีความหลากหลายในเชิง พื้นที่ทำให้สามารถเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด และผลไม้นานาชนิด อาทิ ลำไย ทุเรียน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่ทว่า เกษตรกรรมในประเทศไทยยังประสบปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะในมิติของการผลิต ระดับผลิต ภาพ (Productivity) ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงนัก และรายได้เกษตรกรมีอัตราเฉลี่ยค่อนข้างต่ำ สาเหตุหลักเกิดจากการที่เกษตรกรไม่มีความรู้เพียงพอ ขาดข้อมูลเชิงลึกด้านการตลาดสำหรับวางแผนการผลิต รวมทั้งความรู้ ในการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประเด็นปัญหา ดังกล่าวสะท้อนว่าอาชีพเกษตรกรในประเทศไทยยังขาดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดังนั้นทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้แจ้งให้ทางจังหวัดตรัง สำรวจและคัดกรองเกษตรกร จำนวน 77,077 ราย เพื่อที่จะต้องการคัดเลือกและถอดบทเรียนเกษตรกร Smart Farmer ต้นแบบ และ Smart Officer ต้นแบบ ซึ่งเบื้องต้นทางจังหวัดตรังก็ได้มีการบันทึกข้อมูลเข้าในระบบแล้ว จำนวน 33,504 ราย โดยมีการแบ่งเกษตรกรออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษตรกรที่เป็น Smart Farmer อยู่แล้ว จำนวน 2,279 ราย และกลุ่มเกษตรกรที่กำลังพัฒนาเพื่อเข้าสู่ Smart Farmer จำนวน 31,225 ราย เพื่อที่จะพัฒนาตัวเกษตรกรเหล่านี้ โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็ง ให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ตามแนวคิด "สมาร์ทฟาร์มเมอร์” ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการตอบ โจทย์การพัฒนา และคาดว่าอาจสามารถพลิกโฉมการเกษตรไทยในอนาคตต่อไป

จ.ตรัง จัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างยิ้มให้ประชาชน ในขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด ของบประมาณเกือบ 13 ล้านบาท ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและปัญหาภัยแล้ง

ที่โรงเรียนวัดคีรีวิหาร ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมคณะลงพื้นที่พบปะประชาชนตามโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ประจำงบประมาณ 2557 โดยทางนายอำเภอห้วยยอด กำนันตำบลเขากอบ และนายกองค์การบริการส่วนจังหวัดตรัง ได้รายงานถึงข้อมูลและสภาพปัญหาและความต้องการของอำเภอต่อผู้ว่าราชการ จังหวัดตรังเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปพิจารณาแก้ไขปัญหา ต่อไป ทั้งนี้นายเสน่ห์ ทองศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขากอบ ได้ของบประมาณจากทางจังหวัด จำนวน 4 ล้านบาท ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยการขยายเขตประปาส่วนภูมิภาค ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในหมู่ที่ 2,3,4,5,7 ประชาชน 300 ครัวเรือน 1พันคน เดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง

ซึ่งเป็นภัยแล้งมาที่สุดในรอบ 5 ปี และอีก 1 ล้านบาท ในการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ได้ของบประมาณ 7ล้าน 5 แสนบาท ในการก่อสร้างท่อเหลี่ยมเพื่อป้องกันน้ำท่วมบริเวณถนนเพชรเกษมจากสี่แยกอันดามันไปทางอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทาง 45 เมตร ซึ่งเป็นท่อเหลี่ยมขนาด 3x3 เมตร รวมงบประมาณ 12.5 ล้านบาท หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้พบปะประชาชนที่มาร่วมงานซึ่งได้ฝากข้อคิด ให้ในเรื่องการใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงรวมทั้งได้ฝากให้ทุก ครัวเรือนช่วยกันดูแลบุตรหลานให้อยู่ห่างไกลจากยาเสพติด ด้วยการที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องใส่ใจ ให้ความรักความอบอุ่นแก่บุตรหลานของตนเองให้มากขึ้น นอกจากผู้ว่าราชการจังหวัดได้พบปะพูดคุยกับประชาชนแล้วยังได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 10 ทุนทุนละ 1,000 บาท ให้แก่เด็กนักเรียนที่มีฐานะยากจน และยังได้มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุจำนวน 100 ชุด พร้อมกับเดินชมบูทต่าง ๆที่มาร่วมออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนในครั้งนี้

โรงพยาบาลตรัง จัดโปรแกรมเพิ่มพูนทักษะด้านการสื่อสารเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558


นายชัยยุทธ  ศักดิ์ศรชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง เปิดเผยว่า ด้วยกลุ่มงานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลตรัง ได้จัดโปรแกรมเพิ่มพูนทักษะด้านการสื่อสารเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยเปิดสอนใน 2 หลักสูตร คือ การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ ด้วยการ พูด  อ่าน ฟัง ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 18.30 น. - 20.00 น. ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ โรงพยาบาลตรัง โดยเริ่มวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม - วันพุธที่ 18 มิถุนายน 2557 และโปรแกรมศิลปะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เปิดสอนทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.30 น. - 20.00 น. ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ โรงพยาบาลตรัง เริ่มสอนวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม - 19 มิถุนายน 2557

จึงขอเรียนเชิญผุ้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยส่งใบสมัครไปยังกลุ่มงานอาชีวเวชกรรม โรงพยาบาลตรัง ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 075-581563

โรงพยาบาลตรัง รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 6 ตำแหน่ง

ด้วยโรงพยาบาลตรัง มีความประสงค์จะรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลทั่วไป เป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. ตำแหน่งพนักงานธุรการ จำนวน 1 อัตรา อัตราค่าจ้างเดือนละ 6,738 บาท
2. ตำแหน่งพนักงานผู้ช่วย จำนวน 2 อัตรา อัตราค่าจ้างเดือนละ 6,552 บาท
3. ตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาล จำนวน 1 อัตรา อัตราค่าจ้างเดือนละ 6,738 บาท
4. ตำแหน่งพนักงานประกอบอาหาร (อาหารฮาลาล)
    - นับถือศาสนาอิสลาม จำนวน 2 อัตรา อัตราค่าจ้างเดือนละ 6,552 บาท

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2557 ในวันและเวลาราชการ ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดการรับสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล  อาคารอำนวยการชั้น 2 หรือเว็บไซต์  www.tranghos.go.th   หรือหมายเลขโทรศัพท์ 075-201500 ต่อ 1214,1235