วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

เปิดแล้ว “งานปีผาท้าควงไฟ 2014” ที่อ่าวไร่เล ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่กีฬาปีนผาของจังหวัดกระบี่ ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก มีนักกีฬาปีผาทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่21 เมษายน 2557 ที่บริเวณชายหาดถ้ำพระนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดงาน “ปีนผา ท้าควงไฟ 2014” เพื่อส่งเสริม และเผยแพร่กีฬาปีนผาในจังหวัดกระบี่ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยว ทั้งทั่วโลก พร้อมทั้งนำเสนอภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ และโดดเด่นของ จ.กระบี่ ก่อนพิธีเปิดมีการทำพิธีขอขมาแม่พระนาง ที่ถ้ำพระนาง เพื่อความสิริมงคล ก่อนเปิดการแข่งขันเป็นวันแรก ในรอบคัดเลือก ซึ่งการแข่งขันมีทั้งหมด3วัน ระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2557 มีนักกีฬาปีนผาทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร่วมการแข่งขันจำนวนมากกว่า30 ทีม ส่วนไฮไลท์พิธีเปิดวันนี้ มีนักปีนผาได้โรยตัวจากหน้าผาสูงกว่า 50 เมตร ลงมาบนชายหาด พร้อมนำรูปจำลองซี่งเป็นสัญลักษณ์ของงาน มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

สำหรับงานปีผาท้ควงไฟ 2014 นอกจากการแข่งปีนผาแล้ว ในช่วงบ่ายยังมีอีก1 กิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การแข้งขันควงไฟ บริเวณอ่าวไร่เลย์ ซึ่งจะเริ่มในวเลา 17.30 น. คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีนักควงไฟจำนวนกว่า 30 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน นอกจากนี้ บริเวณชายหาดช่วงกลางคืน ก็จะมีการแสดงดนตรีบนเวทีกลาง การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลจากโรงแรมหรูที่อยู่บริเวณอ่าวไร่เลย์ และอ่าวต้นไทร

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า งานปีนผาท้าควงไฟ 2557 จัดขึ้นโดยจังหวัดกระบี่ ร่วมกับ ททท.สำนักงานกระบี่ ชมรมปีนผาอ่าวไร่เล สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่กีฬาปีนผาให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ พร้อมทั้งนำเสนอภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ และโดดเด่นของ จ.กระบี่ โดยเฉพาะอ่าวไร่เลย์ ที่มีหน้าผาหินปูนสูงชันตั้งตระหง่านเหนือน่านน้ำทะเลอันดามันสีเทอร์ควอยซ์

สำหรับอ่าวไร่เลย์ มีจุดปีนผาที่สวยงาม และท้าทายติดอันดับ 3 ของโลกด้วยเส้นทางปีนผากที่มีมากว่าว่า 600 เส้นทาง ซึ่งนักปีนผาสามารถมองเห็นภาพความงดงามของโค้งอ่าว หาดทราย และเกาะแก่งน้อยใหญ่เหนือน่านน้ำทะเลกระบี่ ซึ่งที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในระดับชาติ และระดับสากล สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ในภาพรวมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัย และความท้าทาย




หน่วยงานที่แจ้งประชาสัมพันธ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่
21 เม.ย. 57 1:37:11 PM

จังหวัดชุมพรร่วมปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557

จังหวัดชุมพร ร่วมปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วง เทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 พร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านการประชุม คอนเฟอเรนซ์ พร้อมสรุปผลการดำเนินงาน ในระหว่าง 7 วัน โดยเกิดอุบัติเหตุรวม 30 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 30 คน และมีผู้เสียชีวิต 5 คน

วันนี้ (18 เม.ย. 57) ที่ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ศาลากลางจังหวัดชุมพร  สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 ซึ่งทำการปิดศูนย์พร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านการประชุมคอนเฟอเรนซ์ โดยจังหวัดชุมพร ดำเนินการตามมาตรการแผนรณรงค์ป้องกัน และลดอุบัติเหตุ ในระหว่างวันที่ ๑๑-๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ รวม ๗ วัน ซึ่งเกิดอุบัติเหตุรวมทั้งหมด 30 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 30 คน เป็นเพศชาย 20 คน เพศหญิง 10 คน และมีผู้เสียชีวิต 5 คน  เป็นเพศชาย 4 คน และเพศหญิง 1 คน

ซึ่งในครั้งนี้ได้ตั้งจุดตรวจรวม 24 จุด จุดพักรถ 28 จุด จุดให้คำแนะนำประจำหมู่บ้าน 73 จุด ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคกว่า 2,000 คน  ในพื้นที่ 8 อำเภอ และ ได้ดำเนินการเรียกตรวจยานพาหนะชนิดต่างๆ ตามมาตรการ 3 ม. 2 ข. 1 ร. จำนวน 18,516 คัน แยกเป็น รถมอเตอร์ไซค์ 8,936 คัน รถปิคอัพ 4,847 คัน รถเก๋ง 2,945 คัน รถตู้ 878 คัน รถโดยสาร 414 คัน และรถบรรทุก 496 คัน ซึ่งได้ดำเนินคดีตามมาตรการ 3ม. 2ข. 1ร. ระหว่างวันที่ 11 – 17 เม.ย. 2557 จำนวน 1,629 ราย

และสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 เมื่อเปรียบเทียบกับ ปี 2556 พบว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.86 ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 150 และมีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.43 โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ มาจากเมาสุรา คิดเป็นร้อยละ 29.79 รองลงมาได้แก่ ขับมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย ร้อยละ 14.89 และอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากรถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 62.50 รองลงมาได้แก่ รถปิคอัพคิดเป็นร้อยละ 25.00

โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร ได้รวบรวมข้อมูลปัญหาและอุปสรรค พร้อมกับแนวทางการปฏิบัติ  หลังจากมีการประชุมถอดบทเรียนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 เพื่อนำไปเก็บเป็นข้อมูล ใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขต่อไป

จังหวัดตรัง จัดโครงการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง

นายสมศักดิ์  ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 10 อาเซียน ที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558  สำหรับจังหวัดตรัง มีหลายภาคส่วนกำลังดำเนินการในด้านต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือ การเตรียมพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด การกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว การสร้างความรู้ ความเข้าใจ การเพิ่มศักยภาพของบุคลากร

จังหวัดตรัง จึงได้กำหนดจัดโครงการส่งเสริมและการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ในวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2557  ที่โรงแรมเรือรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดตรัง  ภายในงานจะมีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง การประสานความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จากผู้แทนองค์กรต่าง ๆ  รวมทั้งการบรรยายเรื่อง การท่องเที่ยวโดยชุมชนและการเป็นเจ้าของบ้านที่ดี และการเตรียมความพร้อมบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง สู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดยคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ศุนย์การศึกษานอกที่ตั้งตรัง  โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 200 คน

นครศรีธรรมราช จัดยิ่งใหญ่ “มหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557” 6-12 พ.ค. 57

ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดนครศรีธรรมราช จับมือ คณะกรรมการอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดยิ่งใหญ่งาน “มหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557” 6-12 พฤษภาคม 2557 ณ ลานกิจกรรมราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

วันนี้ (21 เม.ย. 57) ที่ร้านอาหารคันทรีโฮม ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.อ.ประจวบ รักษ์จูล ประธานคณะกรรมการจัดงานเทศกาลมหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557 ร.ต.พิชัย ชูสุวรรณ ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดนครศรีธรรมราช นางสาววาริน ชิณวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสรวิศ จันทร์แท่น นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้สนับสนุน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557” ระหว่างวันที่ 6-12 พ.ค.57 ณ ลานกิจกรรมราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า งานเทศกาลมหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ได้จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญอีกกิจกรรมหนึ่งในในปฏิทินส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย เป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำที่สำคัญของภาคใต้ และมีวัฒนธรรมทางด้านอาหารการกินที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ มีขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองมากมาย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อและลิ้มลองรสชาติได้ในงานดังกล่าวตลอด 7 วันของการจัดงาน

พ.อ.ประจวบ รักษ์จูล ประธานคณะกรรมการจัดงานเทศกาลมหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557 กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับ คณะกรรมการอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ความโดดเด่นด้านอาหาร การท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะด้านการประกอบอาหารและการรับประทานอาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้เกิดความประทับใจ ซึ่งมีผู้ประกอบการร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดนำอาหารเด็ดของแต่ละร้านไปออกบู๊ธให้เลือกซื้อและลิ้มรสชาติกว่า 60 ร้าน นอกจากนี้ยังจัดให้มีกิจกรรมที่หลากหลายอีกมากมาย ได้แก่ การประกวดวงดนตรีเยาวชน การประกวดลูกทุ่งพร้อมแด๊นซ์เซอร์ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1 แสนบาท การประกวดการทำอาหาร “นครหรอยดี” ประกวดอาหารเมนูชูสุขภาพไร้พุง ประกวดซุ้มอาหาร นิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยว จำหน่ายผลิตภัณฑ์นครศรี ดีเด่น โดน การแสดงดนตรีของศิลปินค่ายต่าง ๆ การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และมอเตอร์โชว์ รวมทั้งการแสดงผลงานทางวิชาการ ผลิตภัณฑ์ชุมชน สาธิตอาชีพภูมิปัญญาต่าง ๆ อีกมากมาย

ร้อยตรีพิชัย ชูสุวรรณ ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ทางชมรมฯ มีความตั้งใจที่จะจัดงานมหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ เพื่อประชาชนชาวนครศรีธรรมราช และนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนให้ได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารปักษ์ใต้ทุกประเภททั้งอาหารคาวหวาน ผัด ทอด ปิ้ง ย่าง ต้ม แกง ผักพื้นบ้านนานาชนิด และอาหารทะเลสด ๆ จากอ่าวไทยในราคามิตรภาพ จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเที่ยวชมงานพร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารนานาชนิด ได้ในงาน “มหกรรมอาหารเมืองคอนฟู้ดแฟร์ ประจำปี 2557” ระหว่างวันที่ 6-12 พ.ค.57 ณ ลานกิจกรรมราชพฤกษ์ (ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าโรบินสันโอเชี่ยน) อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.08 1968 0762, 08 1140 3856

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดแรลลี่ทางทะเล สร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

จังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเล จัดแข่งขันแรลลี่ทางทะเลนานาชาติ เพื่อกระตุ้นและสร้างการมีส่วนร่วม ของภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยให้เป็นที่รับทราบอย่างแพร่หลาย

วันนี้(21 เม.ย. 57) ที่ร้านอาหารคันทรีโฮม อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย นายจรัล อินทมุสิก คณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะกรรมการจัดงานแรลลี่ทางทะเลนานาชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมแถลงข่าวการจัด “แรลลี่ทางทะเลนานาชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช” ซึ่งเป็นกิจกรรมแรลลี่ทางทะเลนานาชาติครั้งแรกของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีกำหนดจัดงานในวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2557 โดยใช้เส้นทางเริ่มต้นจากบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ชมวิถีชีวิตควายที่หากินในน้ำ ,ชมที่ตั้งกังหันลม อำเภอหัวไทร และแวะทำกิจกรรมตามจุด/สถานที่สำคัญ อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ,วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ,มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์,พิพิธภัณฑ์หาดทรายแก้ว อำเภอท่าศาลา ,หาดหินงาม อำเภอสิชล จนสิ้นสุดเส้นทางที่บริเวณชายหาด อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

สำหรับการจัดแรลลี่ทางทะเลในครั้งนี้ จะเปิดรับกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 คัน ประกอบด้วย ตัวแทนจากองค์กรที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มีความสนใจเข้าร่วมศึกษาสภาพพื้นที่และสถานที่ท่องเที่ยวที่ขบวนแรลลี่ผ่าน ก่อนร่วมสรุปเพื่อถอดบทเรียน และระดมความคิดเห็นจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาใช้ในการร่วมพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในโอกาสต่อไป โดยผู้สนใจติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 075-343421 ในวันและเวลาราชการ



อุไรวรรณ/ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
21 เมษายน 2557

สอบครูผู้ช่วยพังงา สพป. พังงา คึกคัก มีผู้เข้าสอบกว่า ๑,๐๐๐ คน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา ได้จัดดำเนินการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ ๑ ปี พ.ศ.๒๕๕๗ โดยใช้โรงเรียนบ้านทุ่งเจดีย์ เป็นสนามสอบแข่งขันในกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ กลุ่มวิชาสังคมศึกษา กลุ่มวิชาพลศึกษา และกลุ่มวิชาการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาลบ้านท้ายช้าง กำหนดสอบแข่งขันกลุ่มวิชาภาษาไทย, กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป,กลุ่มวิชาคอมพิวเตอร์ และกลุ่มวิชาประถมศึกษา เพื่อทำการสอบภาค ก ในวันเสาร์ที่ผ่านมา(๑๙ เม.ย.๕๖) และสอบ ภาค ข ในวันนี้ (อาทิตย์ ๒๐ เม.ย. ๕๗) ซึ่งมีผู้มีสิทธิ์เข้าสอบตามประกาศ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา จำนวน ๑,๐๒๗ คน

ด้านนายสุรพันธ์ โกยวาณิชย์ ผอ.สพป.พังงา กล่าวว่า ในการสอบครั้งนี้ได้วางมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบอย่างรัดกุม โดยได้รับความร่วมมือจากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๒ อำเภอทุ่งสง และสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพังงา ในการใช้เครื่องตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยชนิดเดินผ่าน เครื่องแฮนด์สแกน เครื่องตัดสัญญาณสื่อสาร ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยอาคารสนามสอบ ตลอดจนได้ย้ำกำชับให้ผู้เข้าสอบเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง อย่าหลงเชื่อผู้ทำการแอบอ้างให้ความช่วยเหลือในการสอบ ซึ่งตนหวังว่าการสอบครั้งนี้จะเป็นการได้มาซึ่งคนดี คนเก่งมีความเหมาะสมในวิชาชีพครู

พังงาประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเน้นการจัดนิทรรศการเผยแพร่ในงานวันคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดพังงา ประจำปี ๒๕๕๗

นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพังงา เปิดเผยในการประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดพังงาว่า คณะกรรมการคุ้มครองผุ้บริโภค กำหนดให้วันที่ ๓๐ เมษายน ทุกปีเป็นวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย จังหวัดพังงาจึงกำหนดจัดงานวันคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดพังงา ประจำปี ๒๕๕๗ ร่วมกับงานสมโภชศาลหลักเมืองพังงา ระหว่างวันที่ ๓-๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ บริเวณศาลหลักเมืองพังงา เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน เกี่ยวกับงานคุ้มครองผู้บริโภค และประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดพังงา สิทธิผู้บริโภค พร้อมจัดเจ้าหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ร้องเรียนและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ผู้มาร่วมงาน

สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรม ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านการโฆษณาสินค้าและบริการ ด้านฉลากสินค้าและบริการ ด้านสัญญา ด้านการทำธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ด้านกฎหมายเกี่ยวกับงานคุ้มครองผู้บริโภค การให้คำปรึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และการแจกจ่ายเอกสารเผยแพร่ให้กับประชาชนผู้มาร่วมงาน

พังงาเปิดอาคารที่ทำการสถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงา เพื่อเป็นศูนย์กลางการสนับสนุนช่วยเหลือราษฎร ๓ จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน กรณีเกิดภัยพิบัติและให้การส่งเสิรมสุขภาพอนามัยกับประชาชน

วันนี้ (วันจันทร์ ที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗) เวลา ๐๙.๓๐ น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาชาดไทย เป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการสถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงา เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติใน ๓ จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน คือ พังงา ภูเก็ตและกระบี่ พร้อมให้การส่งเสริมสุขภาพอนามัยเชิงรุกกับประชาชน ณ อาคารสถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงา ใกล้อาคารที่ว่าการอำเภอเมืองพังงา พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ศิรินุพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นางสุคนธ์ เจริญกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา สมาชิกเหล่ากาชาด และหัวหน้าส่วนราชการร่วม

สำหรับอาคารที่ทำการสถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงาได้รับความอนุเคราะห์จากนายเยี่ยมสุริยา พาลุสุข อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นางดารุณี พาลุสุข อดีตนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงาเป็นผู้ประสานขอใช้อาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงาหลังเก่า จากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงาในสมัยนายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ ครองตำแหน่ง ได้อนุญาตให้ปรับปรุงซ่อมแซม และอนุญาตให้ใช้งานเป็นเวลา ๒๐ ปี ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ – ๓๐ กันยายน ๒๕๗๓ โดยเริ่มทำการปรับปรุงซ่อมแซมเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เป็นต้นมา แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ และใช้ชื่ออาคารแห่งนี้ว่า "สถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงา”

สถานีกาชาด-สิรินธร สาขาจังหวัดพังงา อยู่ภายใต้การบริหารของสถานีกาชาดสิรินธร สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย มีภารกิจในด้านการจัดการภัยพิบัติมีพื้นที่รับผิดชอบ ๓ จังหวัดฝั่งอันดามัน คือ พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ทั้งนี้ยังเป็นคลังสัมภาระสำหรับสำรองเครื่องอุปโภคบริโภค ยา เวชภัณฑ์ พร้อมทั้งปฏิบัติงานบรรเทาทุกข์ ๓ ระยะได้แก่ ก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย นอกจากนี้ยังมีภารกิจด้าการส่งเสริมฟื้นฟู ป้องกันโรค แก่ประชาชน ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส และให้ความรู้ทางวิชาการ / การปฐมพยาบาลแก่ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา รวมถึงหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 แถลงชี้แจงกรณีเหตุการณ์ยิงราษฎรเสียชีวิต 2 ศพในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

จากกรณีเหตุการณ์ คนร้ายได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงราษฎรเสียชีวิต จำนวน 2 คน เหตุเกิดเมื่อ 17 เมษายน 2557 ในพื้นที่ บ้านบียอ หมู่ที่ 4 ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ทราบชื่อ นาย มุกตาร์ อาลีมามะ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 บ้านบาเจาะ หมู่ที่ 2 ตำบลบาเจาะ อำเ ภอบันนังสตา จังหวัดยะลา และเด็กชาย ลุกมาน อภิบาลแบ (บุตรชาย) อายุ 6 ปี 2 เดือน อยู่บ้านเลขที่ 66/2 หมู่ที่ 8 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 57 เวลา 13.45 น.  ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์/โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า โดยพลโทวลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติ และครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตจากการกระทำอย่างโหดร้าย ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรมไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งใด ๆ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 มีความเป็นห่วงต่อกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มขบวนการและแนวร่วมจะฉกฉวยโอกาส และบิดเบือนว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อหาทางตอบโต้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ดังเช่นหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า  จากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้สั่งการเน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติพร้อมๆ กับเข้าไปชี้แจงสร้างความเข้าใจต่อญาติ และครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต เพื่อป้องกันการเข้ามายุยง ปลุกปั่น ของกลุ่มแนวร่วมและเครือข่ายองค์กรต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ พร้อมทั้งให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเน้นเป้าหมายอ่อนแอ และเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการฉกฉวยโอกาส บิดเบือน กลับกลอก และตอบโต้ต่อผู้บริสุทธิ์ของกลุ่มขบวนการในพื้นที่ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ได้ให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้ มาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมายให้เร็วที่สุด โดยยืนยันว่าทุกคนจะได้รับการปฏิบัติภายใต้หลักกฎหมายอย่าง เสมอภาคและเป็นธรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตรวจสอบการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วม และองค์กรต่างๆ ที่อาจจะเข้ามายุยงปลุกปั่น บิดเบือน ข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความหวาดระแวงต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ที่จะนำไปสู่พฤติกรรมใช้ความรุนแรงต่อพี่น้องประชาชน ดังเช่นที่ผ่านๆ มา ทั้งนี้เพื่อช่วยกันปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มขบวนการที่นิยมความรุนแรง สุดโต่ง เผด็จการ และก่อการร้ายต่อมวลมนุษยชาติ



ยุทธนา  จันทร์วิมาน
ส.ปชส.ยะลา / ข่าว

ยิงชาวบ้านดับ 1 ราย คารถยนต์ที่รามัน เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าเรื่องส่วนตัว หรือการสร้างสถานการณ์ของความไม่สงบในพื้นที่

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 57 เวลา 16.15 น.  พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ สังข์น้อย รองผู้กำกับการ สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับ แจ้งจากชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน (ชรบ.) ว่ามีเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงชาวบ้านเสียชีวิตในรถยนต์ หน้าปั้มน้ำมันร้าง ริมถนนสายรามัน – เรียง หมู่ที่ 3 บ้านสะเตเซ็ง ต.บาลอ อ.รามัน หลังรับแจ้งจึงรีบเดินเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยนายปรีชา ชนะกิจกำจร นายอำเภอรามัน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และ ฝ่ายปกครองอีกจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบรถยี่ห้อ ไดฮัทสุ-มิร่า สีกรมท่า หมายเลขทะเบียน กข-8376 ยะลา จอดอยู่สภาพถูกยิงกระจกและตัวรถเป็นรูพรุน ภายในรถพบศพ นายมะกอเฮ ริจิ อายุ 48 ปี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามไม่ทราบชนิด เข้าที่บริเวณศีรษะ ลำคอ และแขนขวา เสียชีวิตจมกองเลือดอย่างน่าอนาถ บริเวณเบาะหน้าข้างคนขับ และเบาะหลังยังพบกรงนกเขาชวา และ กรงนกกรงหัวจุก (มีนกอยู่ด้วย)

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายขับรถยนต์ คันดังกล่าว มาจากบ้านภรรยา บ้านเลขที่ 25/1 หมู่ที่ 1 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มุ่งหน้าจะกลับบ้านในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนายมะกอเฮ ได้แวะจอดคุยโทรศัพท์  ขณะเดียวกันก็มีคนร้ายไม่น้อยกว่า 4 คน ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ วีโก้สีบรอนซ์เทา จอดประกบข้าง คนที่นั่งในกระบะหลังใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิง เป็นชุด ๆ หลายสิบนัด จนทำให้เสียชีวิตลงดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามาจากปมความขัดแย้งในเรื่องส่วนตัว หรือ การก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์รายวันในพื้นที่



ยุทธนา  จันทร์วิมาน
ส.ปชส.ยะลา / ข่าว

เลขาธิการ ศอ.บต. ระบุ “ตาดีกาสัมพันธ์ ต้านภัยยาเสพติด” กิจกรรมที่เปิดโอกาสทางด้านการศึกษา และเพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลยาเสพติด

วันที่ 19 เมษายน 2557 (เวลา 10.30 น.) ณ ที่ว่าการอำเภอกรงปินัง ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานพิธีเปิดตาดีกาสัมพันธ์ ต้านภัยยาเสพติด ประจำปี 2557 โดยมีนายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ตลอดจนปลัดจังหวัดยะลา นายอำเภอกรงปินัง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บังคับหน่วยกำลังในพื้นที่ ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่กว่า 500 คนเข้าร่วมในกิจกรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นการสร้างสังคม สร้างคน พื้นที่ของจังหวัดยะลาเป็นพื้นที่ที่กล่าวได้ว่า “น้ำดี ดินดี และคนดี” กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการสร้างคนดี เพราะโรงเรียนดาตีกา เป็นสถานที่หล่อหลอมคนให้เป็นคนดี สิ่งสำคัญในวันนี้ คือ ปัญหาของภาคใต้ ที่เราทุกคนต้องช่วยกันในการแก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านอาหาร การกิน ด้านอาชีพให้มีงานทำ ด้านสุขภาพอนามัย ด้านความยุติธรรม ด้านอัตลักษณ์ทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมในพื้นที่ และสุดท้ายคือ ด้านโอกาสทางการศึกษา เช่นในวันนี้ถือเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดขึ้นในพื้นที่ และสิ่งต่าง ๆเหล่านี้ จะนำไปสู่สันติภาพในเกิดขึ้นในพื้นที่ ยาเสพติดถือเป็นภัยอันตราย ทั้งยังเป็นการลดโอกาสในการพัฒนาทั้งตัวเราและสังคม การอบรมสั่งสอนเบื้องต้นจึงมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งโรงเรียนตาดีกาได้ทำหน้าที่เป็นการสั่งสอนเบื้องต้นและช่วยหล่อหลอมในนักเรียนเป็นคนดี สอนให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักของศาสนาอิสลามอย่างแท้จริง

ทางด้านนายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า การจัดงานตาดีกาสัมพันธ์ ต้านภัยยาเสพติด ประจำปี 2557 เพื่อเป็นการส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น สร้างความรักความสามัคคี ปลูกฝังการรักชาติและร่วมกันสร้างความสันติสุขในพื้นที่ ให้เด็กเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด

สำหรับศูนย์ตาดีกาในอำเภอกรงปินัง มีทั้งสิ้น 34 แห่ง โดยกิจกรรมภาคกลางวันมีการเดินขบวนพาเหรด การแข่งขันทางวิชาการ และการแข่งกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล ตะกร้อ และวอลเล่บอล ส่วนภาคกลางคืนจะมีการแสดงด้านวัฒนธรรมศิลปะท้องถิ่น ได้แก่ การขับร้องอนาซีด การอ่านกุรอ่าน การบรรยายธรรม และการอ่านบทกวี (ซาเยาะ) อีกด้วย



สำนักสื่อสารและการประชาสัมพันธ์
ศอ.บต.รายงาน

คนร้ายไล่ยิงถล่มครอบครัว อดีต อส.ฮากิม พ่อแม่หลานสาววัย2ขวบดับ 3 ราย ขณะที่หลานชายวัย 12 ขวบ บาดเจ็บ

วันที่ 20 เม.ย. 57 เมื่อเวลา 15.30 น.   ร.ต.ท.วีระศักดิ์ สุวรรณเดชา พนักงานสอบสวน สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายยิงชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย เหตุเกิดที่บ้านบันนังกูแว หมู่ 4 ต.บันนังสตา ต่อมา พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อม พ.ต.อ.ชาติชาย ชนะสิทธิ์ ผกก.พ.ต.ท.ทรงวุฒิ ศรีอาราม รอง ผกก.สส.พ.ต.ท.ยม เวชสิทธิ์ สว.สส.นายสนธยา เฟื่องจรัส ปลัดป้องกันอำเภอบันนังสตา สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน

ที่เกิดเหตุอยู่บนทางหลวงสาย 410(ยะลา-เบตง)บริเวณหน้าโรงงานไม้ยางวีระ พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้าสีน้ำตาลหมายเลขทะเบียน บ 6608 ปัตตานี หัวรถชนคากับหลักกิโลเมตรริมทาง กระจกหน้าหลังและด้านข้างแตก ตัวถังพรุน มีเลือดเปรอะอยู่เต็มรถ พบมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถรวม 3 คน มีนายดอรอแม ดาราเซะ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 258 หมู่ 4 บ้านบันนังกูแว ต.บันนังสตา ตร งที่นั่งคนขับ นางอาอีเสาะ เฮงดาดา อายุ 49 ปี ภรรยานายดอรอแม และอีกศพเป็น ด.ญ.นูรอีมาน ดาราเซะ อายุ 2 ปี 8 เดือน หลานของนายดอรอแม ถูกกระสุนปืนตามร่างกายหลายแห่ง นอกจากนั้นทราบว่ามีผู้บาดเจ็บอีกรายชื่อ ด.ช.สุไลมาน ดาราเซะ อายุ 12 ปี หลานนายดอรอแม ผู้ประสบเหตุช่วยนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตาแล้ว ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกเกลื่อนถนนเก็บรวบรวมไว้ได้จำนวน 8 ปลอก

สอบสวนเบื้อต้นทราบว่า นายดอรอแม ดาราเซะ เป็นพ่อของนายอับดุลฮากีม ดาราเซะ อดีต อส.อ.บันนังสตา ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถคันดังกล่าวเดินทางจากเขตเมืองยะลา เพื่อไปขนย้ายสัมภาระที่บ้านพักในบ้านบันนังกูแว โดยมีนางอาลีเสาะ ภรรยา ด.ช.สุไลมาน และ ด.ญ.นูรอีมาน ดาราเซะ หลานชายหญิงนั่งไปด้วย ขณะมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายขับรถจักรยายนต์ไม่ทราบสี ยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน จำนวน 2 คน ติดตาม และใช้อาวุธปืนยิงใส่ติดต่อกันหลายนัด กระสุนนัดหนึ่งถูกนายดาราแมจนไม่สามารถบังคับรถได้เกิดเสียหลักพุ่งไปชนเสาหลักกิโลเมตรข้างทางแล้วคาอยู่

จากนั้นคนร้ายได้กลับหัวรถจักรยานยนต์มายิงซ้ำ กระสุนถูกคนในรถทุกคนเป็นเหตุให้นายดอรอแม นางอาลีเสาะ และ ด.ญ.นูรอีมาน เสียชีวิต ส่วน ด.ช.สุไลมาน ได้บาดเจ็บ หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นการล้างแค้นของแนวร่วมอาร์เคเค.ที่ไม่พอใจนายอับดุลฮากี ดาราเซะ ลูกชายของนายดอรอแม ที่เป็น อส.อ.บันนังสตา โดยพวกคนร้ายกล่าวหาว่า อส.อับดุลฮากีม ไปรุกรานข่มขู่ฆ่าชาวบ้าน จนพวกคนร้ายต้องออกมาจองเวรกับผู้บริสุทธิ์จำนวนหลายราย พร้อมทิ้งข้อความว่าเป็นผลที่ อส.อับดุลฮากีม ได้ก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบหาตัวคนร้ายชุดนี้มาดำเนินคดีต่อไป



ยุทธนา  จันทร์วิมาน
ส.ปชส.ยะลา / ข่าว

ชุมพร ไฟป่ายังรุนแรงผลาญแล้วกว่า 200 ไร่

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 เมษายน 2557 นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุไฟไหม้ป่าเชิงเขาลูกกลาง หมู่ 10 บ้านเขาลูกกลาง ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เทศบาลตำบลสะพลี ได้ขอสนับสนุน รถดับเพลิงจาก เทศบาลใกล้เคียง นำรถดับเพลิง 5 คันเข้าควบคุมเพลิง แต่เป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากภูเขาสูงชัน รถดับเพลิงไม่สารถเข้าถึงจุดเพลิงไหม้ได้ เจ้าหน้าที่ทำได้เพียง นำรถแทรกเตอร์ปรับพื้นที่ เพื่อทำแนวกันไฟ ไม่ให้ลุกลามมายังพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านเท่านั้น

นอกจากนี้ยังได้ขอสนับสนุนกำลัง เจ้าหน้าดับไฟป่า จากสถานีไฟป่าชุมพร จำนวน 15 คนเดินทางเข้าดับไฟ กว่าจะควบคุมเพลิงไว้ได้เพลิงได้ลุกลามเผาพลาญพื้นที่ป่ากว่า 20 ไร่ ป่าเขาลูกกลาง เป็นพื้นที่อนุรักษ์ของชุมชน มีพื้นที่ต่อเนื่องกับภูเขาอีกสองลูก อยู่ใกล้กับสำนักสงฆ์เขาลูกกลาง และพื้นที่สวนยางพาราและปาล์มน้ำมันของชาวบ้าน เนื่องจากในระยะนี้อากาศแห้งแล้งใบไม้ที่แห้งทับถมหนาจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ น่าจะมาจากฝีมือของมนุษย์เพราะต้นเพลิงได้ลุกลามจากกลางป่าอาจจะเป็นพวกหาของป่า หรือ ผู้ที่ต้องการบุกรุกที่เพื่อทำการเกษตรนั้น จะต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง

เปิดสถานีกาชาดสิรินธรสาขาจังหวัดพังงาช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ฝั่งอันดามัน

พังงา เปิดสถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงา เพื่อรองรับการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ผู้ประสบภัยภาคใต้ฝั่งอันดามัน

วันที่  ๒๑ เม.ย.๕๗  เวลา ๐๙.๓๐ น. ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.ศุภวัฒน์ ชุติวงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดสถานีกาชาดสิรินทร สาขาจังหวัดพังงา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่เหล่ากาชาดจังหวัดพังงา เข้าร่วมกิจกรรม

นางสาวองุ่น วงศ์เจริญ หัวหน้าสถานีกาชาดสิรินธร ปฏิบัติงานสาขาจังหวัดพังงา เปิดเผย จากการเกิดภัยพิบัติสึนามิ รวมถึงภัยพิบัติ อุทกภัย วาตภัย ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกันคราวละหลายๆจังหวัด ทำให้สถานีกาชาดสิรินธร หรือสถานีกาชาดที่ ๑๒ ทุ่งสง สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์สภากาชาดไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีภารกิจหลักด้านการจัดการภัยพิบัติ มีพื้นที่รับผิดชอบในภาคใต้รวม ๑๒ จังหวัด ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ครอบคลุมและทันเวลา ประกอบกับยังไม่มีสถานีกาชาดสิรินธร ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน จึงเปิดสถานีกาชาดสิรินธร สาขาจังหวัดพังงา เพื่อรองรับการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ผู้ประสบภัยภาคใต้ฝั่งอันดามันขึ้น โดยสภากาชาดไทย อนุมัติงบประมานเป็นเงิน ๔,๐๔๐,๐๐๐.- บาท เพื่อใช้ในการซ่อมปรับปรุงอาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงาหลังเก่า มาเป็นที่ทำการสาขาของสถานีกาชาด สิรินธร สาขาจังหวัดพังงา และเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ ๒๑ เมษายน  ๒๕๕๗

เร่งแก้ปัญหา Phuket Bungy Jump ที่มีผู้เสียชีวิต 2 เจ็บ 1

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะตรวจสอบ ปัญหาของบริษัทPhuket Bungy Jump ที่ทดสอบระบบและมีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 1 คน

นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรี ตำบลฉลอง นายสิชล เหมือนเลื่อน รักษาการผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลฉลอง สมาชิกสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีลวดสลิงยึดติดกับกระเช้าเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในการประกอบกิจกรรมบันจี้จัมพ์ของบริษัทPhuket Bungy Jump ที่ตั้งอยู่ภายในซอยศาลเจ้ากวนอู หมู่ที่ 2 ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ขาด เป็นผลทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน หลังจากที่ทั้ง 3 คนขึ้นไปทดสอบระบบ เมื่อเวลาประมาณ 20.30น. เมื่อคืนวันที่ 18 เมษายน ก่อนที่จะเปิดให้บริการ ในวันที่ 19 เมษายน

การลงพื้นที่ในครั้งนี้มาติดตามตรวจสอบใน 4 เรื่อง คือการขออนุญาตก่อสร้างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่และเกี่ยว กับเรื่องนี้พบว่ามีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างถูกต้อง แต่จากการตรวจสอบพบว่า มีการก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาตและการขออนุญาตมีการขอก่อสร้างอาคาร 3 หลัง รวมทั้งตัวอาการบันจี้จัมพ์ ทั้งพบว่ามีการก่อสร้างอาคารบริการติดกับอาคารบันจี้จัมพ์ ในใบขออนุญาตจะต้องสร้างแยกจากกันที่สำคัญที่พบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาตคือ ตัวอาคารบันจี้จัมพ์ ที่อนุญาตให้ก่อสร้างได้ที่ความสูงเพียงแค่ 12 เมตร เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมสิ่งแวดล้อม แต่ปรากฏว่า ทางโครงการไปสร้างสูงถึง 52 เมตรไม่เป็นไปตามที่ยื่นขออนุญาตและทราบว่าก่อนเทศกาลสงกรานต์เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลฉลอง แจ้งเตือนด้วยวาจาให้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว

สำหรับมูลเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ในเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากความผิดพลาดทางด้านวิศวกรรม และความผิดพลาดจากคนที่สะเพร่า และประมาท เพราะช่วงที่มีการทดสอบนั้นทดสอบในเวลากลางคืน แสงสว่างมีไม่เพียงพอ นอกจากนั้น คนที่ทดลองไม่มีประสบการณ์ และไม่เป็นมืออาชีพและการเล่นกับความเสี่ยงจะต้องเป็นมืออาชีพ และมีมาตรฐานมากพอเพราะกิจกรรมแบบนี้เสี่ยงกับชีวิตคน จำเป็นที่จะต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพ และสถานที่การบริการต้องได้มาตรฐาน รวมทั้งเรื่องของการดำเนินคดี ในกรณีที่เกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการเพื่อเอาผิดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ขึ้น ส่วนเรื่องของการก่อสร้างอาคารไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาต เจ้าหน้าที่จะต้องนำข้อมูลไปแจ้งต่อทางทางตำรวจเพื่อดำเนินคดีในความผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และเรื่องของการใช้อาคาร ผู้ประกอบการยังไม่ได้ยื่นขออนุญาตใช้อาคาร และถ้ามีการยื่นขอเจ้าหน้าที่จะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้งว่าการก่อสร้างเป็นไปตามที่ขออนุญาต และจะอนุญาตให้ใช้อาคารหรือไม่

การป้องกันเพื่อให้ให้เกิดเหตุซ้ำจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการบันจี้จัมพ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่มีอีก3แห่งคือที่ตำบลกะทู้และตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ ว่าการเปิดให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่แม้ว่าสถานบริการเหล่านั้นจะเปิดให้บริการอยู่แล้วก็ตาม จะต้องมีการตรวจซ้ำเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอีก เพราะกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตคน การให้บริการกับสิ่งเหล่านี้ถ้าไม่มีความเป็นมืออาชีพจะต้องหยุดไปก่อน

เมืองภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ การประกอบอาชีพทุกอย่างจะต้องเป็นมืออาชีพเท่านั้นผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่จะทำกิจกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และการสร้างอาคารที่เกี่ยวกับความเสี่ยงทั้งหลายต้องทำให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นจากการสร้างอาคารที่ไม่ถูกต้อง

เทศกาลสงกรานต์นครศรีฯตาย 5 เจ็บ 127 จากอุบัติเหตุ 111 ครั้ง

จังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงข่าวสรุปข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี2557 มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 127 ราย จำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ 111ครั้ง

วันที่  18 เม.ย. 57  ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและประกอบพิธีปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 โดยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น 111 ครั้ง จำนวนผู้บาดเจ็บ 127 ราย และจำนวนผู้เสียชีวิต 5 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ปี 2556) ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และบาดเจ็บ 99 ราย โดยสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุมาจากการเมาแล้วขับ รองลงมาเป็นขับรถเร็วเกินกำหนด ขับรถโดยประมาทและตัดหน้ากระชั้นชิด ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ รถปิคอัพและรถเก๋ง สถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เกิดบนถนนในหมู่บ้าน ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด เวลา 16.01 -20.00 น. และกลุ่มอายุของผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุช่วงวันที่ 11-17 เมษายน 2557 คือช่วงอายุระหว่าง 20 - 49 ปี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้น กว่า 27 ล้าน 4 แสน 9 หมื่นบาท

จากสถิติข้อมูลพบว่า ร้อยละ 99 ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจากปัจจัยเรื่องผู้ขับขี่ที่เมาแล้วขับ จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนเพื่อร่วมกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่ผู้ขับขี่เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและตัวเลขความสูญเสียจากอุบัติเหตุ พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวขอบคุณภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ ที่ร่วมบูรณการในการปฏิบัติงานป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 และขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย ที่ได้ร่วมกันเสียสละปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งตลอด 7 วันของการรณรงค์ รวมถึงประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนที่ให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

สงกรานต์ภูเก็ต 11-17 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุ 22 ครั้ง เจ็บ 22 ตาย 1 ราย

สรุปสถิติสะสมการเกิดอุบัติเหตุช่วงของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล สงกรานต์ภูเก็ต 11-17 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุ 22 ครั้ง เจ็บ 22 ราย เสียชีวิต 1 ราย สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่เมาแล้วขับ ขณะที่ประเภทยานพาหนะที่เกิดเหตุ 55% เป็นรถจักรยานยนต์

วันที่  18 เม.ย. 57  ที่ห้องประชุมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต นายเสรี พาณิชย์กุล ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และ ทางทะเล ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 11 - 17 เม.ย.2557 มีนายสมัคร เลือดวงหัด แขวงการทางภูเก็ต นายสันต์ จันทรวงษ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ตนายจตุรงค์ แก้วกสิ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต พ.ต.ท.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี สารวัตรตำรวจน้ำภูเก็ต และผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน ร่วมประชุม

สำหรับการรายงานผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงดังกล่าว สถิติสะสม วันแรกของการณรงค์ 11 - 17 เม.ย.57 ในการบังคับใช้กฎหมาย พบว่า มีการเรียกตรวจหมวกนิรภัย 2,855 ครั้ง ดำเนินคดี 1,815 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เรียกตรวจ 3,935 ครั้ง ดำเนินคดี 273 ราย เมาแล้วขับ เรียกตรวจ 4,369 ครั้ง ดำเนินคดี 147 ราย ใบขับขี่ เรียกตรวจ 11,178 ครั้ง ดำเนินคดี 2,578 ราย ความเร็วเกินกำหนด เรียกตรวจ 1,121 ราย ดำเนินคดี 201 ราย ฝ่าฝืนไฟจราจร เรียกตรวจ 709 ครั้งดำเนินคดี 33 ราย ขับรถย้อนศร เรียกตรวจ 670 ครั้ง ดำเนินคดี 20 ราย และใช้มือถือขณะขับรถ มีการเรียกตรวจ 756 ครั้ง ดำเนินคดี 29 ราย

ขณะที่สถิติสะสมการเกิดอุบัติเหตุทางถนน 7 วันแของการรณรงค์ มีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้น22 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 22 ราย เสียชีวิต 1 ราย และเมื่อเปรียบเทียบสถิติสะสม 7 วันของการรณรงค์ พบว่ามีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้นลดลงจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 26 ครั้ง ขณะที่จำนวนผู้บาดเจ็บ ก็ลดลงจาก ปี 2556 เช่นเดียวกัน ซึ่งมีผู้บาดเจ็บ 27 รายส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ในช่วงดังกล่าว สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเมาสุรา ซึ่งเป็นความเสี่ยงสูงสุด และประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 55 % เป็นรถจักรยานยนต์

กระบี่มีอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ 41 ครั้งบาดเจ็บ 45 ตาย 3

ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดกระบี่ สรุปผลการปฏิบัติงานช่วง 7 วันอันตราย ปี 2557 มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้สรุปผลการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2557 ช่วง 7 วันอันตราย ปรากฏว่า จังหวัดกระบี่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 41 ครั้ง ในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ 17 ครั้ง อ.คลองท่อม 4 ครั้ง ,เขาพนม 7 ครั้ง ,อ่าวลึก 5 ครั้ง,ลำทับ 1 ครั้ง,เหนือคลอง 2 ครั้ง,เกาะลันตา 2 ครั้ง และ อ.ปลายพระยา 3 ครั้ง สำหรับการตั้งจุดตรวจหลัก 17 จุด ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ และได้ดำเนินการด้านมาตรการบังคับใช้กฎหมาย มีการเรียกตรวจรถทุกประเภท จำนวน 27,646 คัน ปรากฏว่า มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรการหลัก 2,529 ราย ดังนี้ ไม่สวมหมวกนิรภัย 742 ราย ไม่มีใบขับขี่ 835 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 374 ราย มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 62 ราย เมาสุรา 24 ราย ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 16 ราย ขับรถย้อนศร 23 ราย ขับรถเร็วเกินกำหนด 442 ราย แซงในที่คับขัน 2 ราย และใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ 9 ราย

ทั้งนี้ สถิติการเกิดอุบัติเหตุสะสมตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2557 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจำนวน 41 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บจำนวน 45 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตในปีนี้ของจังหวัดกระบี่ หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น โดยปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย แต่ปีนี้ (2557) มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

สงกรานต์ 7 วัน ชุมพรเกิดอุบัติเหตุ 30 ครั้งเจ็บ 30 ตาย 5

จังหวัดชุมพร สรุปสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วัน เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 30 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 30 คน และมีผู้เสียชีวิต 5 คน

พ.ต.อ.จักรัช สาลิกาพันธ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร นายชัยธวัช ศิวบวร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร เลขานุการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเลช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 จังหวัดชุมพร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมแถลงผลการรณรงค์ลดอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. 57 รวม 7 วัน จังหวัดชุมพรมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวมทั้งหมด 30 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 30 คน และมีผู้เสียชีวิต 5 คน ซึ่งอำเภอที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ อ.สวี 2 คน, อ.เมือง 1 คน อ.ทุ่งตะโก 1 คน และ อ.ปะทิว 1 คน ส่วนอำเภอที่ไม่มีผู้เสียชีวิตประกอบด้วย อ.ท่าแซะ, อ.หลังสวน, อ.ละแม, อ.พะโต๊ะ ส่วนการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการเรียกตรวจยานพาหนะ ตามมาตรการ 3 ม. 2 ข. 1 ร. ไปทั้งสิ้น 18,500 คัน ดำเนินคดีตามมาตรการไปแล้วรวม 1,600 ราย ส่วนมากเป็นเพศชายอายุระหว่าง 25-29 ปี ส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับรถเร็วเกินกำหนด ตามลำดับ

นายชัยธวัช ศิวบวร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร กล่าว ผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน ส่วนหนึ่งเป็นเหตุที่ไม่น่าเกิดขึ้น เช่น ยืนคุยโทรศัพท์ริมทางแล้วถูกรถยนต์เชี่ยวชนเสียชีวิต ขับรถจักรยานยนต์แล้ว หันมามองท่อไอเสียรถตัวเอง ก่อนชนท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่เป็นต้น อีกรายเป็นการขับรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มเองและเสียชีวิตโดยไม่มีคู่กรณี ส่วนอีกสองรายเป็นอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วเกินกำหนด

อุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ระนอง 18 ครั้งเจ็บ 23 ตาย 2

ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ประชุมสรุปอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 เกิดอุบัติเหตุ 18 ครั้ง บาดเจ็บ 23 คน เสียชีวิต 2 ราย กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นขึ้น

วันที่  18 เม.ย. 57  เวลา 9.30 น. ที่ห้องประชุมพลับพลึงธาร ศาลากลางจังหวัดระนอง ว่าที่ร้อยตรีเชิดศักดิ์ จำปาเทศ ผวจ.ระนอง เป็นประธานในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วง เทศกาลสงกรานต์ จังหวัดระนอง โดยมีนายศุภวัชร ศักดา รองผวจ.ระนอง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม พร้อมกับการประชุมทางไกลผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมกันทั่วประเทศในการรายงานผลการปฏิบัติงานในภาพรวม

สำหรับจังหวัดระนองสรุปยอด 7 วัน มีอุบัติเหตุจำนวน 18 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 23 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10 คน และผู้เสียชีวิต 2 คน ที่อ.กระบุรี เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 คน ส่วน อ.สุขสำราญ เป็น อ.เดียวที่ไม่เกิดอุบัติเหตุในช่วงของ 7 วันอันตราย

นอกจากนี้ได้มีการสรุปยอดการดำเนินคดีจากมาตรการ 3 ม. 2ข. 1ร. พบว่า จากการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด พบมีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่มากที่สุด รองลงมาคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้มีการสั่งการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มขึ้น

นครศรีธรรมราชสรุป อุบัติเหตุจากสงกรานต์ 111 ครั้งเจ็บ 127 ตาย 5 เสียหาย 27.5 ล้านบาท

นครศรีธรรมราช สรุปสงกรานต์2557 เกิดอุบัติเหตุ 111 ครั้ง บาดเจ็บ 127 ราย เสียชีวิต 5 ราย โดยทุกวันจังหวัดประชุมสรุปผลการทำงานและปรับแผนรับมือ ทำให้ 3 วันหลังไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ส่วนความเสียหายรวมแล้วมีมากกว่า 27.5 ล้านบาท

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผย ตามที่จังหวัดนครศรีธรรมราช รณรงค์และปฏิบัติการเข้มข้นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 ในระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2557 และขณะนี้ได้ประกาศปิดศูนย์อำนวยการ จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว ผลการดำเนินการปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุ 111 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 127 ราย เสียชีวิต 5 ราย ซึ่งสูงกว่าช่วงสงกรานต์ปี 2556 ผ่านมา ที่มีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ 93 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 99 ราย เสียชีวิต 2 ราย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้มีการปรับแผนการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในระยะ 3 วันหลังไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในภาพรวมของปีนี้ เกิดจากการขับรถชนมีคู่กรณี 21 ครั้ง ไม่มีคู่กรณี/หรือล้มเอง 90 ครั้ง ผู้บาดเจ็บเป็นคนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 120 ราย นอกเขตจังหวัด 7 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นคนในจังหวัดทั้งหมด โดยสาเหตุหลักคือเกิดจากเมาสุรา 3 ราย และ ขับรถเร็วเกินกำหนด 2 ราย ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เป็นกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-49 ปี 79 ราย อายุต่ำกว่า 20 ปี 27 ราย และยานพานหนะทีเกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ 104 คัน ปิคอัพ 10 คัน รถเก๋ง 3 คัน และรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 1 คัน ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือเวลา 16.01-20.00 น

นอกจากนั้นในห้วงระยะเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้มีการเรียกตรวจยานพาหนะจำนวน 88,239 คัน มีผู้กระทำผิดถูกดำเนินคดีใน 10 มาตรการรวม 11,286 ราย โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช 23 อำเภอ มี 2 อำเภอที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นคือ อำเภอช้างกลางและ อำเภอนบพิตำ ซึ่งความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557 วันที่ 11-17 เมษายน 2557 รวมจำนวน 27.5 ล้านบาท

การประชุม คณะกรรมการการพิจารณาคัดเลือก คัดสรร ผู้สมควรรับพระราชทาน ทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รุ่นที่ 6/2557

นายชลำ อรรถธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต เป็นประธานในการประชุม คณะกรรมการการพิจารณาคัดเลือก คัดสรร ผู้สมควรรับพระราชทาน ทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รุ่นที่ 6/2557โดยมี นางสาวสุจิตรา วงศ์ทรีพิทยากุล กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการ หัวหน้าส่วนข้าราชการ เข้าร่วม

นายชลำ กล่าวว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงพระราชดำริ โครงการพระราชทาน ทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารขึ้นเมื่อปี 2552 ด้วยพระราชปณิธานที่มุ่งสร้างความรู้ สร้างโอกาสแก่เยาวชนไทยที่มีฐานะยากจนยากลำบาก แต่ประพฤติดีมีความสามารถในการศึกษา ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มั่นคง ต่อเนื่องในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีตามความสามารถของแต่ละคน โดยรุ่นที่ 1 ปีการศึกษา 2552 ได้มีนักเรียนเข้าเฝ้าฯรับพระราชทานไปแล้ว เมื่อวันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2552 ในวโรกาสคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ปี 2553 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง มูลนิธิทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) ขึ้น โดยพระองค์ทรงเป็นประธานกรรมการและพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงเป็นองค์รองประธานทรงให้นำโครงการทุนการศึกษาฯ มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานมูลนิธิฯ ด้วยพระราชปณิธาณที่มุ่งสร้าง โอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนสืบไป สำหรับ ปี2556 มีนักเรียนพระราชาทานรุ่นที่ 5 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 152 ราย ได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานไปแล้ว เมื่อวันพุธ ที่ 28 กรกฎาคม 2556 ในวโรกาสคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สำหรับจังหวัดภูเก็ต มีนักเรียนทุนพระราชทาน จำนวน 3 ทุน ในรุ่นที่ 3 ปี 2554 , รุ่นที่ 4 ปี 2555 และรุ่นที่ 6  ปี 2556 ซึ่งทางจังหวัดจะส่งรายชื่อเพื่อรับการพิจารณารับทุนการศึกษาต่อไป

ภาคประชาชน ผู้นำท้องถิ่น เลือกรูปแบบทางเลือกที่ 1 สร้างทางลอด 2 ช่องจราจรแก้ปัญหาห้าแยกฉลอง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 เม.ย.57 ที่ห้องพระพิทักษ์แกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเมโทรโพล  อำเภอเมือง  จังหวัดภูเก็ต นายไมตรี  อินทุสุต  ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนครั้งที่ 2 โครงการสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงบริเวณห้าแยกฉลอง  โดยมี  ดร. สมหมาย ปรีชาศิลป์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  พร้อมด้วยนายสมัคร      เลือดวงหัด  ผู้อำนวยการแขวงการทางภูเก็ต นายไพศาล  สุวรรณรักษ์  ผู้จัดการโครงการ หัวหน้าส่วนราชการ  ตลอดจนภาครัฐ  ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในโครงการดังกล่าวเข้าร่วม

สำหรับโครงการสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4021 กับ 4024 กับ 4028 กับถนนเทศบาล  หรือ ห้าแยกฉลองนั้นมีกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอพซิลอน จำกัด/ บริษัท นูแมพ จำกัด และบริษัท เอเชีย แล็ป  แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด  เป็นผู้ดำเนินการศึกษาสำรวจและออกแบบโครงการ  โดยมีระยะเวลาดำเนินการศึกษาโครงการ 360  วัน ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดและสามารถรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต  เพื่อให้ผู้ใช้ทางมีความสะดวก  รวดเร็ว และมีความปลอดภัยในการเดินทางซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งโครงการดังกล่าว  ได้ศึกษาทั้งในด้านวิศวกรรม ด้านการจราจรขนส่ง  ด้านเศรษฐกิจและการลงทุนด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน มาประกอบการศึกษา รวมทั้งหาแนวทางป้องกันปัญหาเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม สนองตอบความต้องการของประชาชนในท้องถิ่น และสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด

 จากการศึกษาสำรวจและออกแบบโครงการกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้พิจารณากำหนดรูปแบบ   
ทางเลือกของโครงการเบื้องต้นในการเปรียบเทียบ  แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบทางเลือก  ทั้งนี้ทางโครงการเลือกรูปแบบทางเลือกที่ 1  ซึ่งมีความเหมาะสมมากที่สุด โดยรูปแบบทางเลือกที่ 1   จะเป็นลักษณะทางลอด 2 ช่องจราจร ไป-กลับ  ในทิศทางถนนเจ้าฟ้า ตะวันตก-ถนนวิเศษ  คือจากวัดฉลองมุ่งหน้าสู่ราไวย์  โดยออกแบบให้เป็นถนนระดับดินบริเวณทางแยกยังคง    สภาพเป็นวงเวียนเหมือนเดิม  ช่วงทางลอดเข้าสู่วงเวียนมีลักษณะเป็นอุโมงค์ปิด  บริเวณช่วงปิดออกแบบด้านบนหลังคาของอุโมงค์เป็นทางระบายน้ำลักษณะท่อลอดเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณถนนเจ้าฟ้าตะวันตก เมื่อเขตทางขยายขึ้นแล้วจึงยกระดับเข้าสู่ระดับถนนเดิม 

อย่างไรก็ตามทางเลือกนี้  มีข้อได้เปรียบในเรื่องพื้นที่ก่อสร้างค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยกว่ารูปแบบอื่น  ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับความต้องการในการเดินทางของปริมาณจราจรส่วนใหญ่ด้วย 

นายไมตรี   กล่าวเพิ่มเติมว่า  วันนี้รู้สึกยินดีที่มีผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้นำชุมชนต่างๆ ได้เข้ามาร่วมออกความคิดเห็นจากข้อสังเกต  ก็มีความคิดเห็น สองสามประการคือ ให้พิจารณาแก้ปัญหาทางเลี่ยงทางซอยให้มากขึ้น เพื่อลดภาระการจราจรที่มาห้าแยกฉลอง ไม่ว่าจะมาจากราไวย์ กะรน เส้นเจ้าฟ้าตะวันตก  อย่างไรก็ตามยังมีการให้ข้อสังเกตด้านวิศวกรรมจราจร การเจาะการขุด โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เหมือนที่กรุงเทพหรือไม่ ก็มีเหตุผลทางวิศวกรรม ใช้เหตุผลทางสิ่งแวดล้อม ในกรณีน้ำท่วมการระบายน้ำ การขนดินจะทำอย่างไร ทั้งนี้การทำประชาพิจารณ์ในครั้งต่อไปจะมีการชี้แจงรายละเอียด ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมเทคนิคและแนวทางการแก้ไขไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่วันนี้ยังไม่ได้ชี้แจงในส่วนของรายละเอียดของการก่อสร้าง ที่สำคัญประชาชนอยากให้ผู้จัดการโครงการพบปะพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้นครบทุกกลุ่ม

มูลนิธิศูนย์สังคมพัฒนา ภูเก็ต (DISAC) จัดเสวนา ในหัวข้อ “บทบาทของวิทยุชุมชนกับทิศทางการนำเสนอปัญหาแรงงานข้ามชาติในยุคประชาคมอาเซียน”

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 เมษายน 2557 ที่ห้องประชุมอาคารศุภนิมิต ภูเก็ต โครงการประสานชาติพันธุอันดามัน (CEIA) และมูลนิธิศูนย์สังคมพัฒนา ภูเก็ต (DISAC) จัดเสวนา ในหัวข้อ “บทบาทของวิทยุชุมชนกับทิศทางการนำเสนอปัญหาแรงงานข้ามชาติในยุคประชาคมอาเซียน” โดยมีนาง เจนจิณน์ เอมะ ผู้จัดการโครงการประสานชาติพันธุ์อันดามัน  นาย สุทธิพงษ์ ลายทิพย์ ผู้ประสานชาติพันธุ์อันดามัน พร้อมด้วย ผู้แทนจากวิทยุชุมชน แรงงานข้ามชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นาย สุทธิพงษ์ ลายทิพย์ ผู้ประสานชาติพันธุ์อันดามัน เปิดเผยว่า แรงงานข้ามชาติที่เข้ามา โดยเฉพาะแรงงานพม่า ซึ่งเป็นแรงงานหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนแรงงานมากกว่า 3 ล้านคน โดยส่วนใหญ่จะเข้ามาขายแรงงาน ในภาคส่วนธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจประมง ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมการเกษตร ธุรกิจภาคบริการ แม่บ้าน แรงงานก่อสร้าง เป็นต้น

ในปี 2558 จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลักสำคัญคือ 1.ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน 2.ประชาคมเศรษฐกิจ และ 3. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ จำเป็นต้องต้องเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมในเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นในการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและวัฒนธรรม การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าใจต่ออนาคตที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่สำคัญ ประชาชนไทยและอาเซียนจำเป็นต้องได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าทันและเท่าเทียมกัน การเผยแพร่ข้อมูลอย่างเข้าใจและทันสมัย ทันต่อสถานการณ์เพื่อความสงบสุข คุณภาพชีวิต และวิถีชีวิตที่ดีขึ้นตามเป้าหมาย 3 เสาหลัก ของอาเซียน ข้อมูลข่าวสารจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไท

ดังนั้น วิทยุชุมชนมีบทบาทสำคัญ เป็นอย่างมาก ในฐานะสื่อมวลชนท้องถิ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข่าวสารให้กับประชาชนในพื้นที่ มีความใกล้ชิดกับผู้ฟังในพื้นที่มากที่สุด บทบาทของวิทยุชุมชนจึงมีความสำคัญนำมาซึ่งการปรับเปลี่ยน เข้าใจ เท่าทันสถานการณ์และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของประชาชนในประเทศอาเซียน

ผวจ.ภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจ “ภูเก็ตบันจี้จัมป์” ชี้ก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาต เตรียมตรวจสอบบันจี้จัมป์อีก 3 แห่งในพื้นที่

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 20 เม.ย.57 นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรี ตำบลฉลอง นายสิชล เหมือนเลื่อน รักษาการผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลฉลอง สมาชิกสภาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการ ภูเก็ตบันจี้จัมป์ ซอยศาลเจ้ากวนอู หมู่ที่ 1 ต.ฉลอง เมือง จ.ภูเก็ต ภายหลังหุ้นส่วนของโครงการ ช่างประจำโครงการ และอาสาสมัครประสบอุบัติเหตุสายสลิงดึงกระเช้าขาด จนทำให้กระเช้าเหล็กตกจากความสูง 52 เมตร ลงมาสู่พื้นจนมีผู้เสียชีวิตคาที่ จำนวน 2 คน และบาดเจ็บ 1 คน โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายไมตรี กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการดังกล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มาติดตามตรวจสอบใน 4 เรื่อง คือ 1.เรื่องการขออนุญาตก่อสร้างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่า มีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้พบว่ามีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างถูกต้อง แต่จากการตรวจสอบพบว่า มีการก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาต ซึ่งการขออนุญาตมีการขอก่อสร้างอาคาร 3 หลัง รวมทั้งตัวอาการบันจี้จัมป์ ทั้งพบว่ามีการก่อสร้างอาคารบริการติดกับอาคารบันจี้จัมป์ ในใบขออนุญาตจะต้อสร้างแยกจากกันที่สำคัญที่พบว่า การก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาตคือ ตัวอาคารบันจี้จัมป์ ที่อนุญาตให้ก่อสร้างได้ที่ความสูงเพียงแค่ 12 เมตร เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมสิ่งแวดล้อม แต่ปรากฏว่า ทางโครงการไปสร้างสูงถึง 52 เมตร ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ยื่นขออนุญาต ซึ่งทราบว่าก่อนสงกรานต์ทางเจ้าหน้าที่ของทาง อบต.ได้แจ้งเตือนด้วยวาจาให้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว

นายไมตรี กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องที่ 2 ที่ลงมาตรวจสอบในครั้งนี้ คือ มูลเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ในเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากความผิดพลาดทางด้านวิศวกรรม และความผิดพลาดจากคนที่สะเพร่า และประมาท เพราะช่วงที่มีการทดสอบนั้นทดสอบในเวลากลางคืนซึ่งแสงสว่างมีไม่เพียงพอ นอกจากนั้น คนที่ทดลองไม่มีประสบการณ์ และไม่เป็นมืออาชีพ ซึ่งการเล่นกับความเสี่ยงจะต้องเป็นมืออาชีพ และมีมาตรฐานมากพอเพราะกิจกรรมแบบนี้เสี่ยงกับชีวิตคน จำเป็นที่จะต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพ และสถานที่การบริการต้องได้มาตรฐาน

ส่วนเรื่องที่3 ที่ลงมาตรวจสอบในครั้งนี้ นายไมตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของการดำเนินคดี ซึ่งคดีกรณีมีผู้เสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการเพื่อเอาผิดต่อผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ขึ้น ส่วนเรื่องของการก่อสร้างอาคารไม่เป็นไปตามที่ขออนุญาต เจ้าหน้าที่จะต้องนำข้อมูลไปแจ้งต่อทางทางตำรวจเพื่อดำเนินคดีในความผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งเรื่องของการใช้อาคาร ทางผู้ประกอการยังไม่ได้ยื่นขออนุญาตใช้อาคาร ซึ่งถ้ามีการยื่นขอเจ้าหน้าที่จะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้งว่าการก่อสร้างเป็นไปตามที่ขออนุญาต และจะอนุญาตให้ใช้อาคารหรือไม่

สำหรับเรื่องเรื่องที่ 4 คือ เรื่องของการป้องกันเพื่อให้ให้เกิดเหตุซ้ำ จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการบันจี้จัมป์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งมีอีก 3 แห่ง ว่า การเปิดให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ แม้ว่าสถานบริการเหล่านั้นจะเปิดให้บริการอยู่แล้วก็ตาม ก็จะต้องมีการตรวจซ้ำเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอีก เพราะกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่เสี่ยงต่อชีวิตคน การให้บริการกับสิ่งเหล่านี้ถ้าไม่มีความเป็นมืออาชีพจะต้อหยุดไปก่อน เมืองภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ การประกอบอาชีพทุกอย่างจะต้องเป็นมืออาชีพเท่านั้น

นายไมตรี กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่อยากจะฝากไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่จะทำกิจกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และการสร้างอาคารที่เกี่ยวกับความเสี่ยงทั้งหลาย ว่า จะต้องทำให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และที่สำคัญ จะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นจากการสร้างอาคารที่ไม่ถูกต้อง