วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สำนักงานหนังสือเดินทางสุราษฎร์ธานี เปิดทำการเป็นวันที่สองแล้วหลังถูก กปปส.ปิดทำการ


สำนักงานหนังสือเดินทางสุราษฎร์ธานี เปิดทำการเป็นวันที่สองแล้วหลังถูก กปปส.ปิดทำการ  อย่างไรก็ตามกลุ่มมวลชน กปปส.สุราษฎร์ธานียังชุมนุมปิดศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันนี้

กลุ่มกบฏรักชาติภูเก็ตระดมเงินบริจาคเข้ากองทุน กปปส.


กลุ่มกบฏรักชาติภูเก็ต ปักหลักชุมนุมภายในศูนย์ราชการกระทรวงการคลัง พร้อมออกระดมเงินบริจาคเข้ากองทุน ต่อสู้ร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ให้ครบ 1 ล้านบาท ตามเป้า ก่อนเดินทางไปมอบเงินทุน ให้กับนายสุเทพ ฯ ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ นี้

สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส.พังงาข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานในศาลากลางจังหวัดเข้าทำงานได้ตามปกติ

 ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานในศาลากลางจังหวัดเข้าทำงานได้ตามปกติ

สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗  เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป เป็นประจำทุกวัน มวลชนจะทยอยเดินทางมารวมตัวกันบริเวณศาลากลางจังหวัด (ประมาณ ๕๐-๑๐๐ คน) เพื่อติดตามชมการถ่ายทอดสดทาง Blue sky และเป่านกหวีดแสดงการสนับสนุนแกนนำเป็นระยะๆ

กิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ลดอุบัติเหตุเกาะสมุย

ตำรวจจราจรเกาะสมุยร่วมกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียจัดกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ หวังลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย

ด.ต. พงษ์ศักดิ์ บุญมาศ หัวหน้างานจราจรอำเภอเกาะสมุย กล่าวที่ตำรวจจราจร สภ.บ่อผุดและ สภ.เกาะสมุย ได้รับความร่วมมือกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียทั้งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย และที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่อำเภอเกาะสมุย จัดกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ขึ้นนั้น เนื่องจากชาวรัสเซียส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวที่เกาะสมุยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับการสวมหมวกนิรภัยในการขับขี่รถจักยานยนต์อย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเกิดอุบติเหตุโดยไม่มีการสวมหมวกนิรภัยเป็นจำนวนมาก ทางกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียจึงได้ร่วมกันกับ สถานีตำรวจภูธรบ่อผุด สถานีตำรวจภูธรเกาะสมุย และนักท่องเที่ยว รวมทั้งพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่ในเกาะสมุยได้ร่วมกันรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยในพื้นที่รอบเกาะสมุย

โดยมีการรวมตัวกันจัดคาราวานขับรถมอเตอร์ไซด์และสวมหมวกนิรภัยพร้อมทั้งถือป้ายรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ รอบเกาะสมุย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยว และชาวเกาะสมุยได้ให้ความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัย เมื่อขับรถมอเตอร์ไซด์ทุกครั้ง

หัวหน้างานจราจรอำเภอเกาะสมุย กล่าวถึงสาเหตุหลักในการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย ประกอบด้วย 3 ประการด้วยกัน คือ สภาพถนน คนขับ และยานพาหนะ โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาะสมุยไม่มีความชำนาญในการขับขี่รถเป็นอำดับแรก อันดับที่ สอง คือไม่มีความชำนาญพื้นที่ส่งผลให้การขับรถแต่ละครั้งอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลากลางคืนซึ่งที่ผ่านมาอุบัติเหตุในเกาะสมุยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

ชาวสวนยาง ลดต้นทุนการผลิต รวมกลุ่มเพื่อสร้างพลังต่อรอง และควรกลับไปใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโดยผลิตยางแผ่นดิบ ยางก้อนถ้วย เก็บไว้ขายในช่วงยางราคาสูง แทนการขายน้ำยางสด

นายเนาวรัตน์ ปานสุวรรณ ผู้อำนวยการ สกย.จ.นครศรีธรรมราช เขต 2 กล่าวในขณะนี้ ราคายางตกต่ำอย่างมากในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา สังเกตว่า ยางจะมีปัญหาทุก ๆ 5 ปี มีสาเหตุจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งปัญหาภายในประเทศ การเมือง เศรษฐกิจโลก และผู้ใช้ยางลดลง ช่วงที่ผ่านมาประเทศจีนซื้อยางจากไทยมากที่สุด แต่ขณะนี้ซื้อยางน้อยลง เนื่องจากจีนจำกัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ให้โตเกินมากเกินไป ทำให้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของไทย ประเทศไทยผลิตยางปีละ 3.9 ล้านตัน ขายให้จีน 1 ล้านตัน ที่เหลือ 2.9 ล้านตัน ส่งไปขายยุโรป และ สหรัฐอเมริกา แต่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้มีผลเกี่ยวโยงถึงราคายางในปัจจุบัน

แต่ปัญหาสำคัญที่สุดคือปัญหาการเมืองภายในประเทศไทย สกย.เป็นห่วงเรื่องนี้ โดยเฉพาะเกษตรกรในภาคใต้ 99 % ปลูกสร้างสวนยาง สกย.จึงส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่ม รวบรวมยางนำไปขายที่สหกรณ์ หรือรวมตัวกันแปรรูปยางแผ่นดิบ หรือยางก้อนถ้วย เก็บไว้รอขายในช่วงยางขึ้นราคา แต่ในปัจจุบันสหกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ จัดตลาดให้เกษตรกรนำยางมาขาย ช่วยดึงราคาขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง แต่เกษตรกรส่วนใหญ่จะขายน้ำยางสด ทำให้น่าเป็นห่วง เพราะว่าจะไม่สามารถเก็บยางไว้เก็งราคาได้เลย ชาวสวนยางน่าจะกลับมาใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ทำยางแผ่นดิบ หรือ ยางก้นถ้วย ที่เรียกว่าขี้ยาง จะทำให้การต่อรองได้ เพราะเกษตรกรเก็บยางไว้ได้ระยะหนึ่ง เพื่อให้ยางหายไปจากท้องตลาด

กรมวิชาการและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ประเมินต้นทุนผลิตยางแผ่นดิบอยู่ที่ กก.ละ 64 บาท แต่ราคายางในขณะนี้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ นอกจากส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน เพื่อให้มีพลังต่อรองราคากับพ่อค้าได้ และ สกย.มีนโยบาย ส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิต ให้เกษตรกรผสมปุ๋ยใช้เอง ได้ให้นโยบาย สกย.สาขาอำเภอ ไปประชุมกลุ่มเกษตรกรแนะนำเรื่องนี้แก่ชาวสวนยาง โดย พนักงาน สกย.ในพื้นที่ ยินดีให้คำแนะนำ

พิธีอัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน วางหน้าหีบศพอาสาสมัครทหารพราน ที่เสียชีวิตจาก เหตุความไม่สงบชายแดนใต้

 เวลา 20.00 น.วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญพวงมาลาพระราชทาน วางหน้าหีบศพ อส.ทพ.ธนเลิศ เสพสุข อายุ 20 ปี ตำแหน่งทหารประจำกองร้อย สังกัดกรมทหารพรานที่ 44 ซึ่งถูกกลุ่มก่อความรุนแรง จำนวน 4 คน ขับรถจักรยานยนต์ ตามประกบ และใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม.และอาวุธปืน ขนาด.38 ยิงเสียชีวิต พร้อมกับ อส.ทพ.จีรศักดิ์ จิตตรานนท์ สังกัดเดียวกัน บริเวณถนนชนบทบ้านบือโด หมู่ 1 บ้านบือโด ตำบลหนองแรด อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 ขณะทำการลาดตระเวน วางกำลังคุ้มครองเส้นทางเข้าฐานปฏิบัติการ ร้อย ทพ.4403 ฐานแยก บ้านท่าด่าน ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี โดยมีเหล่าข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก ยังความปลาบปลื้มใจและภูมิใจแก่ครอบครัว และญาติเป็นอย่างยิ่ง

ศพ อส.ทพ.ธนเลิศ เสพสุข และร่วมส่งกลับภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 2 ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่อตั้งบำเพ็ญกุศลศพ และจะพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดหัวกรูด อำเภอเมือง จังชุมพร ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 ต่อไป

กระบี่ตั้งศูนย์ช่วยเหลือภัยแล้ง หลังฝนทิ้งช่วง

 นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ (2557) ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ คาดว่าจะรุนแรงกว่าทุกปี เนื่องจากสภาพอากาศเย็นยาวนานผิดปกติ และฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 56 จนถึงขณะนี้ (ก.พ.57)ประมาณ 2 เดือนเศษ ทำให้แหล่งต้นน้ำที่สำคัญหลายแห่งเริ่มลดลง ส่งผลให้น้ำภายในลำคลองเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง และจากการตรวจสอบแหล่งต้นน้ำบริเวณคลองห้วยโต้ ซึ่งรับน้ำมาจากเทือกเขาพนมเบญจา บริเวณตำบลทักปริก อำเภอเมือง ใช้เป็นแหล่งน้ำในการผลิตน้ำประปา เลี้ยงประชาชนในเขตเทศบาลเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง น้ำเริ่มลดลง และบางแห่งเริ่มแห้งขอด สันทรายภายในคลองเริ่มโผล่ให้เห็น หากฝนหยุดตกอีกระยะ คาดว่าน้ำในคลองกระบี่ใหญ่ ที่จะนำน้ำดิบมาผลิตน้ำประปามีไม่เพียงพออย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งขึ้น ภายในสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ ศาลากลางจังหวัดกระบี่ หลังใหม่ โดยมีการเตรียมรถบรรทุกน้ำไว้ จำนวน 2 คัน พร้อมประสานขอความร่วมมือไปยัง กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ แขวงการทางกระบี่ ออกให้การช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง โดยประชาชน ที่ต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-7561-2735

โครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบปรับปรุงท่าเทียบเรือทับละมุ

กรมเจ้าท่า โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประชุมรับฟังความคิดเห็น และประชาสัมพันธ์โครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบปรับปรุงท่าเทียบเรือทับละมุ

เมื่อบ่ายวานนี้(๑๐ ก.พ.๕๗) ที่ โรงเรียนพระราชทานทับละมุ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ลัดดา ตันวาณิชย์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมคณะ ได้จัดประชุมปฐมนิเทศ โครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบปรับปรุงท่าเทียบเรือทับละมุ เพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็น ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ โดยมีนายประพฤทธิ์ ยูถนันท์ นายอำเภอท้ายเหมืองเป็นประธานเปิดการประชุม มีตัวแทนจากฐานทัพเรือพังงา ประชาชนและหน่วยงานราชการที่มีส่วนได้เสีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นางวิมลมาน สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา ในนามกรมเจ้าท่า กล่าวถึงท่าเทียบเรือทับละมุ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นท่าเทียบเรือหลักที่รับส่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก และปัจจุบันท่าเทียบเรือทับละมุมีสภาพแออัด ใช้งานไม่สะดวก

ดังนั้นเพื่อเป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัดพังงา ที่จะให้ท่าเทียบเรือสนับสนุนการท่องเที่ยว และแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน จึงดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบปรับปรุงท่าเทียบเรือทับละมุขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือ อีไอเอ โดยจะมีการจัดประชุมในพื้นที่จำนวน ๔ ครั้ง

โครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานภูมิภาคภูเก็ต

 จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 "โครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานภูมิภาคภูเก็ต ”

ที่ห้องจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นาวาอากาศเอกกันต์พัฒน์ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการการท่าอากาศยานภูเก็ต เป็นประธานเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 "โครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานภูมิภาคภูเก็ต ” ที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ร่วมกับกลุ่มบริษัท D 103 Consortium ประกอบด้วย บริษัทดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท พีซีบีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท ทูที คอนซัลติ้ง แอนด์เมเนจเมนท์ จำกัด และ Netherlands Airport Consultants กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา จัดขึ้น

ทั้งนี้การสัมมนารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้เพื่อชี้แจงรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการฯ ระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา ตลอดจนนำข้อคิดเห็นไปประกอบการพิจารณาการจัดทำรายงานผลการศึกษาความต้องการและศักยภาพในการรองรับของท่าอากาศยาน และนำไปสู่การจัดทำแผนแม่บท โดยมีนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนภาคเอกชน ตัวแทนชุมชนและประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม

นาวาอากาศเอกกันต์พัฒน์ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ดำเนินกิจการท่าอากาศยานมากว่า 35 ปี หรือดำเนินธุรกิจท่าอากาศยานด้วยมาตรฐานเหนือระดับ ให้บริการด้วยใจรัก พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนตลอดมา มีท่าอากาศยานภูมิภาค ประกอบด้วย ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย เป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งที่สำคัญทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย

สำหรับท่าอากาศยานภูมิภาค มีสัดส่วนปริมาณเที่ยวบิน และผู้โดยสารประมาณร้อยละ 23-24 ของปริมาณเที่ยวบิน และผู้โดยสารทั้งหมดของท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และท่าอากาศยานภูมิภาค ยังมีบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางภาคเหนือและภาคใต้ และเป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการหาแนวทางแก้ไขปัญหาปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นจนถึงขีดความสามารถในการรองรับที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่งผลให้ ท่าอากาศยานภูเก็ตจำเป็นต้องมีการวางแผนแม่บทในการพัฒนาท่าอากาศยาน เพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ
ทอท. และสามารถรองรับการขยายตัวของปริมาณการจราจรทางอากาศที่จะนำไปสู่การเจริญเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป 

พิธีมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 จังหวัดพังงา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดพังงา เดินทางมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 จังหวัดพังงา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ประจำปีการศึกษา 2556

วันนี้ (11 ก.พ. 57) เวลา 10.00 น. ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดพังงา โดยนายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ประธานในพิธี พร้อมกับกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารโรงเรียน และคณะครู จัดพิธีมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 จังหวัดพังงา ประจำปีการศึกษา 2556 ณ หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 จังหวัดพังงา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

คณะกรรมการสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นล้นพ้น ที่พระองค์ทรงพระราชทานความห่วงใยแก่นักเรียนในพระบรมราชูปถัมป์ของพระองค์ ทรงพระราชทานเครื่องแบบนักเรียนมาสู่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 ประจำปีการศึกษา 2556 ซึ่งในปีนี้มีนักเรียนเข้ารับเครื่องแบบนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 651 คน แบ่งเป็นนักเรียนชาย 282 คน และนักเรียนหญิง 369 คน โดยในปีการศึกษา 2556 โรงเรียนได้เน้นการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ ตามจุดเน้นของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และอัตลักษณ์ของโรงเรียนที่ว่า "เทิดทูนสถาบัน สร้างสรรค์วิชาชีพ” โดยได้จัดการเรียนการสอนในรายวิชาฐานอาชีพ จำนวน 26 ฐานอาชีพ ได้แก่ การเลี้ยงไก่ไข่ การจัดดอกไม้ การบริการซัก อบ รีด การเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงาม เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้และฝึกอาชีพตามความถนัดและความชอบของตนเอง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้แก่นักเรียนได้อีกด้วย

สำหรับ Best practice ของโรงเรียนที่เป็นจุดเด่นคือ การจัดการเรียนการสอน ปวช.ในสาขาการโรงแรม ซึ่งได้รับการตอบรับสนับสนุนจากสถานประกอบการธุรกิจโรงแรมในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก ทำให้นักเรียนได้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ 

จังหวัดสตูล เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมโครงการสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชาประจำปี ๒๕๕๗ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์นี้

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล ได้รับแจ้งจากนางสมศรี รักนุ้ย วัฒนธรรมจังหวัดสตูล ว่าจังหวัดสตูล กำหนดจัดโครงการสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันศุกร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ วัดชนาธิปเฉลิม พระอารามหลวง ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล เพื่อเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติไทย ให้วัฒนาถาวรคู่ชาติไทยตลอดไป กิจกรรมประกอบด้วยพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ/ประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ/แข่งขันบรรยายธรรม/การบรรยายธรรมตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยพระปัญญาวุฒิวิมล เจ้าคณะจังหวัดสตูล และกิจกรรมอื่น ๆ

จังหวัดสตูล จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีในวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว รวมทั้งร่วมบำเพ็ญกุศล ด้วยการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ฟังธรรม แต่งกายด้วยชุดขาวปฏิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชา สวดมนต์ เวียนเทียนรอบพระอุโบสถ พระสถูปเจดีย์ นำภัตตาหารร่วมถวายเพลพระภิกษุสงฆ์ บำเพ็ญประโยชน์ด้วยการพัฒนาวัดเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ตามวัดและสำนักสงฆ์ต่าง ๆ ใกล้บ้าน

จังหวัดสตูล จัดพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม แบ่งปันธารน้ำใจ มอบทุนการศึกษาให้เด็กออทิสติก และเด็กยากไร้ขาดแคลน

วันนี้ (๑๑ ก.พ. ๕๗) ที่ศูนย์สารสนเทศการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานพิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการทุกประเภทในมูลนิธิคุณพุ่ม ปีการศึกษา ๒๕๕๖ โดยนายสัญญา ศรีสัยยาสน์ ผุ้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล กล่าวรายงาน ทั้งนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีองค์ ประธานมูลนิธิคุณพุ่ม ได้ทรงมีพระเมตตาประทานทุนให้เด็กพิการที่มีฐานะยากจน และขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆ ที่พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องดูแลได้ระดังหนึ่ง รวมทั้งให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพและตรงตามความต้องการจำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล สามารถอยู่ร่วมกับคนปกติในสังคมอย่างมีความสุข สำหรับจังหวัดสตูล ทรงประทานทุนการศึกษา จำนวน ๑๐๓ ทุน ทุนละ ๕,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๕๑๕,๐๐๐ บาท นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและสร้างความปลื้มปิติแก่ผู้ปกครองเด็กที่ได้รับประทานทุนอย่างหาที่สุดมิได้

โรงเรียนสงขลาวิทยาคม เปิดบ้าน จัดกิจกรรมทักษะทางวิชาการ "สงขลาวิทย์นิทรรศ ครั้งที่ 8" ปีการศึกษา 2556

วันนี้ (11 พ.ย. 57) ที่โรงเรียนสงขลาวิทยาคม อ.สิงหนคร จ.สงขลา นายสมมาศ ณ จรูญ เป็นประธานเปิดพิธีการแข่งขันทักษะทางวิชาการ "สงขลาวิทย์นิทรรศ ปีการศึกษา2556" เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ประยุกต์ความรู้ มาสู่การปฎิบัติ ด้วยการแสดงออกเป็นการจัดนิทรรศการแสดงผลงาน โดยมี คณะครู นักเรียนจากโรงเรียนประถมศึกษาใน อ.สิงหนคร จำนวน 15 โรงเรียน และหน่วยงานภายนอก เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน

นายจรัส ฟองมณี ผู้อำนวยการโรงเรียนสงขลาวิทยาคม กล่าวว่า การจัดกิจกรรมสงขลาวิทย์นิทรรศ เป็นการเปิดบ้านเพื่อรายงานความก้าวหน้าในการจัดการศึกษาของโรงเรียนสงขลาวิทยาคม รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ และผลงานนักเรียนและคณะครู เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนโรงเรียนสงขลาวิทยาคมและโรงเรียนในอำเภอสิงหนครได้แสดงความสามารถทักษะทางวิชาการเพื่อเป็นสื่อกลางในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนและหน่วยงานต่าง ๆ และเพื่อให้นักเรียนได้มีโลกทัศน์เกี่ยวกับแนวทางการศึกษาต่อ แนวทางการประกอบอาชีพ อย่างกว้างขวาง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากชุมชน นักเรียนคณะครู และผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอสิงหนคร

อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา รับบริจาคสิ่งของ เพื่อเป็นของรางวัลร้านนาวากาชาด ในงานประจำปีกิ่งกาชาดอำเภอนาทวี ประจำปี 57 ระหว่างวันที่ 14 - 23 กุมภาพันธ์ 2557 นี้

วานนี้ (10 ก.พ.57) ที่ว่าการอำเภอนาทวี จ.สงขลา นายพงศว์เฑพ จิรสุขประเสริฐ นายอำเภอนาทวี พร้อมด้วย นางธัญญลักษณ์ จิรสุขประเสริฐ นายกกิ่งกาชาดอำเภอนาทวี เป็นประธานในพิธีรับมอบสิ่งของเพื่อสนับสนุนร้านนาวากาชาดอำเภอนาทวี ในวัน "รวมน้ำใจ ชาวนาทวี เมืองมีเสน่ห์" เพื่อนำสิ่งของที่รับบริจาคเป็นของรางวัลร้านนาวากาชาดอำเภอนาทวี ในงานประจำปีกิ่งกาชาดอำเภอนาทวี ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 14 – 23 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อนำเงินรายได้ไปดำเนินกิจการของกิ่งกาชาดอำเภอนาทวีและสาธารณกุศลอื่น ๆ

นางธัญญลักษณ์ จิรสุขประเสริฐ นายกกิ่งกาชาดอำเภอนาทวี กล่าวว่า อำเภอนาทวี กำหนดจัดงานประจำปีกิ่งกาชาดอำเภอนาทวี ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 14 – 23 กุมภาพันธ์ 2557 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอนาทวี จ.สงขลา ซึ่งกิจกรรมภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรม ออกร้านนาวากาชาด มีการจำหน่ายบัตรนาวากาชาดและสลากกาชาด การแสดงของลูกหลานชาวอำเภอนาทวี โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมการกุศลและเพื่อหารายได้มาดำเนินกิจกรรมอันเป็นสาธารณกุศลในภารกิจของกิ่งกาชาดอำเภอนาทวี ในการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสและผู้ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ เพื่อให้มีความเป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ร่วมสนุกตักนาวากาชาด ใบละ 20 บาท ลุ้นรับของรางวัลมากมาย ชมมหรสพต่างๆ และพบกับการของนักร้องนักแสดงอีกมากมาย อาทิ เอส กันตพงศ์ , ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ , หงษ์ทอง แบนด์ , นักร้องเดช อิสระ, จ๊ะ อาร์สยาม , วงไฉไล , วง 9 Step และมโนราห์ สร้อยเพชร ดาวรุ่ง มโนราห์วิเชียรศรชัย และในคืนสุดท้าย (23ก.พ.) ร่วมลุ้นรางวัลสลากกาชาดใบละ 100 บาท รางวัลที่ 1 รถกระบะโตโยต้าวีโก้ และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย "เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา"

เทศบาลนครยะลาเตรียมจัดมหกรรมนกเขาชวาเสียงอาเซียน ครั้งที่ 29 อย่างยิ่งใหญ่ ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

วันนี้ 11 ก.พ.57 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา นายอะหมาน หมัดอาดัม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส นายมุขตา มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงานมหกรรมนกเขาชวาเสียงอาเซียน ครั้งที่ 29 โดยมี คณะสื่อมวลชนในจังหวัดยะลาทุกแขนง เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยเทศบาลนครยะลาและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กำหนดจัดงานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน ครั้งที่ 29 อย่างยิ่งใหญ่ การแข่งขันนกเขาชวาเสียงในปีนี้จะเริ่มตั้งแต่ระหว่างวันที่ 1-2 มีนาคม 2557 ณ สนามสวนขวัญเมืองเทศบาลนครยะลา

ซึ่งได้จัดให้มีกิจกรรมการแข่งขันนกเขาชวาเสียง แข่งขันนกกรงหัวจุก และกิจกรรมเทศกาลอาหารจานเด็ด คาดว่าจะมีผู้นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเสียงจากทั่วประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในอาเซียนให้ความสนใจมาร่วมประชันและซื้อขายนก ส่งผลให้เศรษฐกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น โดยการแข่งขันนกเขาชวา แบ่งเป็นประเภท เสียงประเภท เสียงเล็ก เสียงกลาง เสียงใหญ่ ประเภทรวมเสียง ประเภทดาวรุ่ง และ ประเภทนกเขาใหญ่ นับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้บรรจุในปฏิทินท่องเที่ยวของประเทศไทยเผยแพร่ไปทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เลี้ยงนกเขาชวาเสียงจากทั่วประเทศ และ จากมิตรประเทศร่วมประชันและซื้อขายนกซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดเผยว่า จากการจัดการแข่งขันตลอด 28 ปี ที่ผ่านมา มีเสียงตอบรับด้วยดีมาโดยตลอด และสนามนี้เป็นสนามแข่งขันนกเขาชวาเสียงที่ได้รับการยอมรับจากชาวชวาวงศ์ว่าเป็นการจัดการแข่งขันที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความยุติธรรม ทั้งในส่วนของกฎกติกา กรรมการ และรูปแบบการจัดการแข่งขัน นอกจากนี้สนามแข่งขันนกเขาชวาเสียงของเทศบาลนครยะลา ถือว่าเป็นสนามที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด โดยเป็นสนามบนเกาะกลางน้ำในสวนสาธารณะสวนขวัญเมือง อีกทั้งมีการกล่าวขานกันว่า นกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของสนามแห่งนี้ มีมูลค่าซื้อขายหลักล้านบาท สำหรับรางวัลสมนาคุณ ก็ถือว่าเป็นสนามแรกที่มีรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ หรือ รถเก๋ง ตามความเหมาะสมและความต้องการของผู้มาร่วมแข่งขัน ปีนี้จะเป็นการชิงรางวัลรถยนต์นิสสันมาร์ช เพื่อให้ชาวชวาวงศ์ได้นำนกมาแข่งขัน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดยะลา อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งคือ การแข่งขันมหกรรมชิงแชมป์นกกรงหัวจุกอาเซียน ด้วยขณะนี้มีผู้สนใจเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นจำนวนมาก และนิยมส่งนำเข้าแข่งขันประชันเสียง โดยมีสนามย่อยๆ ทั้งในเขตเมืองและในอำเภอต่างๆ อยู่เป็นประจำแทบทุกวัน เทศบาลนครยะลามุ่งหวังให้ยะลาเป็นศูนย์กลางของนกกรงหัวจุก มีการส่งเสริมด้านการเพาะเลี้ยง การทำกรงนก จำหน่ายอาหารนก

จึงได้ส่งเสริมให้มีการแข่งขันนกกรงหัวจุกอย่างยิ่งใหญ่ ณ สนามศูนย์เยาวชน โดยมีนกกรงหัวจุกเข้าเพิ่มมากขึ้นทุกปี แบ่งประเภทการแข่งขันเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทจ้าวเสียงทอง ประเภท 4 ยก 8 ดอกรวม และประเภท4 ยก 8 ดอกรวมดาวรุ่ง ชิงเงินรางวัลล้านกว่าบาท และถ้วยเกียรติยศมากมาย ดังนั้นเมื่อมองภาพรวมถือว่ากิจกรรมนี้ส่งผลให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน ส่งผลให้เศรษฐกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการหมุนเวียนของเม็ดเงิน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หลายล้านบาทต่อปี รวมทั้งเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่จะช่วยดับไฟใต้ เพราะผู้ที่ชื่นชอบนก มาจากต่างเชื้อชาติ ศาสนา แต่สามารถใช้กิจกรรมและความสนใจร่วมกัน เกิดความสัมพันธ์ที่ดีนำไปสู่สังคมที่มีความสันติสุขต่อไป


นายนิแอ  สามะอาลร / ข่าว

ผู้ว่าฯยะลา เปิดงานประเพณีสมโภชแห่พระลุยไฟ ประจำปี 2557 ที่มูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา สืบสานประเพณีวัฒนธรรมพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน

วันนี้ 11ก.พ.57 เวลา 10.30 น. ที่มูลนิธิแม่กอเหนี่ยว (ฉือเซี่ยงตึ้ง) ยะลา ถ.พุทธภูมิวิถี อ.เมือง จ.ยะลา นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เป็นประธานในพิธี ปิดงานประเพณีสมโภชแห่พระลุยไฟ ประจำปี 2557 ของมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พ.อ.อุทัย ชัยชนะ รอง ผบ.ฉก.ยะลา นางอนงค์ศรี สิมศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชน เข้าร่วมในพิธี โดยมีนายจักรกฤษณ์ ธัญญคุณากรสกุล ประธานการจัดงานประเพณีสมโภชแห่พระลุยไฟ ประจำปี 2557ของมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา และคณะกรรมการ ร่วมให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ร่วมพิธีสงฆ์ ถวายจตุปัจจัย และร่วมรับมอบ รถกู้ภัย จากสโมสรโรตารี่ยะลา จำนวน1 คัน ให้กับมูลนิธิกู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา และได้ร่วมตัดริบบิ้นเปิดงานประเพณีสมโภชแห่พระลุยไฟ ประจำปี 2557พร้อมทั้งได้จุดธูปเทียน ไหว้สักการะองค์เจ้าแม่ โดยทางมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา ได้มีการจัดเชิดสิงโต จุดประทัด อย่างยิ่งใหญ่

นายจักรกฤษณ์ ธัญญคุณากรสกุล ประธานการจัดงานฯ กล่าวว่า การสมโภชแห่พระลุยไฟของมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา ได้จัดเป็นประจำทุกปี หลังตรุษจีน ประมาณ 12 วัน ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2495 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมธรรมประเพณีตามเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งในช่วงจัดงานจะมีพี่น้องประชาชนทั้งชาวยะลาและจังหวัดใกล้เคียง ได้มีโอกาสมาร่มทำบุญ กราบไหว้องค์พระรูปจำลอง เพื่อความเป็นสิริมงคลของตนเอง และครอบครัว เพื่อสร้างให้เกิดสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ รวมเป็นหนึ่งเดียวของชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่จังหวัดยะลา เสริมสร้างจิตใจให้เข้มแข็ง มีขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับสภาวะเหตุการณ์ความไม่สงบของบ้านเมือง

นอกจากนี้ภายในงาน มีกิจกรรมการแสดงทุกค่ำคืน ทั้งการจำหน่ายสินค้า การแสดงศิลปวัฒนธรรมมโนราห์ การแสดงเองกอพระบู๊ การเชิดสิงโต มังกรทอง การแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) การประกวดดนตรีไทยลูกทุ่ง การประกวดร้องเพลงจีนสากล และในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 จะมีการอัญเชิญองค์พระจำลองทุกองค์ แห่รอบเมืองในเขตเทศบาลนครยะลา เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้กราบไว้บูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งการทำพิธีลุยไฟ


นาย นิแอ  สามะอาลี / ข่าว

สำนักงานหนังสือเดินทาง ภูเก็ต ขอความร่วมมือประชาชนหากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เลื่อนเวลาทำออกไปเดือนหน้า ขณะที่ คิวทำพาสปอร์ตในวันพรุ่งนี้เต็มแล้ว ขณะที่วันที่ 13 เหลืออี 65 ราย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 11 ก.พ.57 ที่สำนักหนังสือเดินทางภูเก็ต กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการเปิดทำหนังสือเดินทาง ได้มีประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงที่เดินทางมาทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) มารอคิวยาวเหยียด ซึ่งบางท่านมารออยู่ที่ประตูศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันนี้ (11 ก.พ.57) หลังจาก กปปส.ภูเก็ต นำกำลังบุกเข้าไปปิดล้อมที่กระทรวงต่างประเทศก่อนหน้านี้ ส่งผลให้การทำพาสปอร์ตให้แก่ประชาชนไม่สามารถทำได้

น.ส.ศิริพร ตันติปัญญาเทพ หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับการทำหนังสือเดินทางในวันนี้ซึ่งเป็นที่ 2 ได้มีประชาชนมารอคิวตั้งเวลา 01.00 น. มีทั้งชาวจังหวัดภูเก็ต และชาวจังหวัดพังงา-กระบี่ โดยคิวเต็มก่อนเวลา 08.00 น. ในวันที่ 2 รับเพียง 130 คนเท่านั้น ซึ่งเมื่อวันที่ 10 ก.พ.57 รับ 120 คน เพิ่มขึ้นมา 10 คน โดยจะไม่เพิ่มจำนวนไปมากกว่านี้แล้วในวันที่ 13 ทางสำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดภูเก็ตรับลงทะเบียนประชาชนไว้แล้วจำนวน 65 คิว เหลืออีก 65 คน แต่อย่างไรก็ตาม คนที่มาแล้วแต่ไม่มีคิวได้ให้ลงทะเบียนลำดับคิวเอาไว้ เพื่อที่จะได้มาทำวันถัดไป แต่ให้มาก่อนเวลา 15.30 น. เพราะจะต้องปิดเล่มให้เสร็จของทุกวัน จากนั้นจะต้องส่งข้อมูลไปให้แก่ทางกรมกงสุล ซึ่งเจ้าหน้าที่กงสุลจะต้องทำงานให้เสร็จ และออกจากสำนักงานภายในเวลา17.00 น. ซึ่งเป็นข้อตกลงที่มีการตกลงกันไว้ ทำให้การบริการสามารถทำได้จำนวนจำกัด สำหรับผู้ที่จะมาทำหนังสือเดินทางในวันพรุ่งนี้ (12 ก.พ.57) ไม่ควรที่จะเดินทางมาทำ เนื่องจากคิวของวันพรุ่งนี้คิวเต็มแล้ว แต่ถ้าจะมาก็ได้ให้มาจองคิวเอาไว้เพื่อจะทำหนังสือเดินทางในวันถัดไป โดยจะสามารถรับเล่มได้ภายใน 6-7 วัน ซึ่งต่างกับช่วงก่อนหน้านี้ที่มีการปิดสำนักงานจะต้องรอรับเล่นประมาณ 1 เดือน หรือ 30 วัน สำหรับการเปิดให้บริการนั้นจะเปิดต่อเนื่องไปทุกวันถ้าไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ในวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 57 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ทางสำนักงานจะแจ้งให้ทราบอีกทีว่าจะเปิดให้บริการหรือไม่

อย่างไรก็ตามการทำหนังสือเดินทางของผู้เยาว์(อายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์) ผู้ปกครองต้องมาด้วยโดยใช้หลักฐานเป็นบัตรประชาชนของพ่อและแม่ตัวจริง หากพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งมาไม่ได้ ให้ไปทำหนังสือยินยอมที่อำเภอก่อน กรณี ที่พ่อหรือแม่เป็นชาวต่างชาติให้ใช้ พาสปอร์ตตัวจริงมาด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียสิทธิ์และเสียเวลา หากเอกสารไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนดทางสำนักงานหนังสือเดินทางไม่สามารถออกหนังสือให้ได้ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ทั้งนี้ ประชาชนท่านใดที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้หนังสือเดินทางอย่างเร่งด่วน ขอความร่วมมือให้มาทำในเดือนถัดไป

ท่าอากาศยานภูเก็ตจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 “โครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานภูมิภาคภูเก็ต ” เพื่อวางแผนพัฒนาในอนาคต

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ห้องจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต น.อ. กันต์พัฒน์ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการการท่าอากาศยานภูเก็ต เป็นประธานเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 “โครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานภูมิภาคภูเก็ต ” ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกลุ่มบริษัท D 103 Consortium ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัทดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทพีซีบีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัททูที คอนซัลติ้ง แอนด์เมเนจเมนท์ จำกัด และ Netherlands Airport Consultants จัดขึ้น เพื่อชี้แจงรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการฯ เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมสัมมนา เพื่อนำข้อคิดเห็นไปประกอบการพิจารณาการจัดทำรายงานผลการศึกษาความต้องการและศักยภาพในการรองรับของท่าอากาศยานและเพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนแม่บท โดยมีนาย ไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นาย ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนภาคเอกชน ตัวแทนชุมชนและประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม

น.อ. กันต์พัฒน์ มังคละศิริ รองผู้อำนวยการการท่าอากาศยานภูเก็ต  กล่าวว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ดำเนินกิจการท่าอากาศยานมากกว่า 35 ปี ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจท่าอากาศยานด้วยมาตรฐานเหนือระดับ ให้บริการด้วยใจรัก พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนตลอดมา ท่าอากาศยานภูมิภาค (ทภภ.) ของ ทอท. ประกอบด้วย ท่าอากาศยานภูเก็ต  ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่  และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย เป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งที่สำคัญทั้งในภาคเหนือ และภาคใต้ของประเทศไทย  ทั้งนี้ ทภภ. มีสัดส่วนปริมาณเที่ยวบิน และผู้โดยสารประมาณร้อยละ 23-24 ของปริมาณเที่ยวบิน และผู้โดยสารทั้งหมดของท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท. และ ทภภ. ยังมีบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางภาคเหนือและภาคใต้ และเป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่นๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงการหาแนวทางแก้ไขปัญหาปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นจนถึงขีดความสามารถในการรองรับที่มีอยู่ในปัจจุบันส่งผลให้ ทภภ. จำเป็นต้องมีการวางแผนแม่บทในการพัฒนาท่าอากาศยาน เพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ทอท. และสามารถรองรับการขยายตัวของปริมาณการจราจรทางอากาศที่จะนำไปสู่การเจริญเติบโตที่ยั่งยืน

“ด้วยเหตุผลดังกล่าวทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา D103 Consortium ดำเนินการศึกษาและจัดทำแผนแม่บท ท่าอากาศยานภูมิภาค ได้เริ่มปฏิบัติงานโครงการตั้งแต่ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อประเมินศักยภาพ และวิเคราะห์ข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานของ ทภภ. ที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการรองรับปริมาณจราจรทางอากาศ และจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนา ทภภ. จะกำหนดกรอบการดำเนินงานเพื่อพัฒนา ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว”

น.อ.กันต์พัฒน์ กล่าวด้วยว่า จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นในในครั้งนี้ จะได้นำเสนอข้อมูลรายละเอียดของความก้าวหน้าการศึกษา แนวทางการศึกษาของโครงการ  และรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งคณะผู้ศึกษา จะได้รวบรวมข้อคิดเห็นต่าง ๆ เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาในลำดับต่อไป โดยจะมีการจัดรับฟังความคิดเห็นอีก 2 ครั้ง ในช่วงประมาณเดือนเมษายน และครั้งสุดท้ายประมาณเดือนพฤศจิกายนศกนี้

ศาลแรงงานภาค 8 รับบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

เมื่อเวลา 10.00  วันที่ 11 ก.พ. 2557  ที่ศาลแรงงานภาค 8 นายก่อเกียรติ  สุพลพงษ์  ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลแรงงานภาค 8 ได้นำส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมบริจาคจำนวนมาก

นายก่อเกียรติ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พวกเราก็ต้องมาทำบุญสร้างกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทั้งนี้ศาลแรงงานภาค 8 จะจัดบริจาคโลหิตทุก 3 เดือน รวมทั้งศาลยุติธรรมในจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะร่วมกันจัด ซึ่งการบริจาคโลหิตถือเป็นกิจกรรมที่ไม่มีหน่วยงานไหนจัดกัน ซึ่งการบริจาคโลหิตเป็นการสร้างกุศลที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดและได้กุศลดีมาก ในส่วนของการดำเนินโครงการ ทางศาลแรงงานจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกับศาลยุติธรรมในจังหวัดภูเก็ต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ร่วมกันจัดขึ้น

ทั้งนี้การรับบริจาคโลหิตในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากพนักงานจากส่วนราชการ เทศบาล ตำบล ทหารอากาศ  ชมรม รวมทั้งประชาชนทั่วไป เข้าร่วมบริจาคโลหิตในวันนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวฯ ในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต ระดมความคิดผู้บริหาร จัดการศึกษารองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.พ. 57 นายไมตรี  อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้บริหารสถานศึกษาในจังหวัดภูเก็ต พร้อมมอบนโยบายและแนวคิดในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาภูเก็ตอย่างยั่งยืน โดยมีนายชลำ  อรรถธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต ผู้บริหารสถานศึกษา เข้าร่วม

นายชลำ กล่าวว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตจัดเสวนา และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดภูเก็ต โดยแลกเปลี่ยนความคิดผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่งตลอดจนบุคลากรด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของจังหวัดภูเก็ต

นายชลำ  กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การจัดการศึกษาของจังหวัดภูเก็ตได้มีแผนระยะยาวเพื่อรองรับบุคลากรเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเริ่มการเรียนการสอน 2 ภาษา ตั้งแต่ระดับอนุบาล อาทิเช่น โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต โรงเรียนในสังกัดเทศบาล อบจ. เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือจัดการศึกษากับสภาการศึกษาภูเก็ตด้วย

วัดเขาอ้อ จัดพิธีสะเดาะเคราะห์

วัดเขาอ้อจัดพิธีสะเดาะเคราะห์ขึ้นในงานพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้มีจิตศรัทธา งานพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ ย้อนรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ ประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๖ - ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ หนึ่งในพิธีสำคัญคือพิธีสะเดาะเคราะห์ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ โดยมีนายสุชาติ สุวรรณกาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นำหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมพิธีกรรม พร้อมมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

ซึ่งพิธีสะเดาะเคราะห์ของวัดเขาอ้อ ถือเป็นพิธีกรรมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากทุกปี ด้วยเหตุที่สำนักวัดเขาอ้อถือเป็นตักสิลาด้านไสยเวทวิทยาคมมาแต่โบราณ ซึ่งสืบทอดมาโดยพราหมณาจารย์ก่อนมีพุทธศาสนาเข้ามาประดิษฐานอย่างมั่นคงในภายหลัง ดังนั้นสถานที่ในวัดเขาจึงเป็นสถานที่ที่สิงสถิตของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าพราหมณาจารย์ และ พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณจำนวนมาก ประกอบกับวัดเขาอ้อได้มีการสืบสานพิธีกรรมต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องซึ่งเกี่ยวข้องกับวิถีผู้คนในพื้นถิ่น ที่ยังยึดมั่นในคำสอนของพระพุทธศาสนาควบคู่กับพิธีกรรมในศาสนาพราหมณ์มาอย่ามั่นคง

พิธีเปิดงานไหว้ครูบูรพาจารย์เขาอ้อ

อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดงานพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ ประจำปี ๒๕๕๗

ที่จังหวัดพัทลุง ช่วงค่ำวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ที่วัดเขาอ้อ หมู่ที่ ๓ ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประทานเปิดงานพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยมีนายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ให้การต้อนรับ ทั้งนี้งานพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ ประจำปี ๒๕๕๗ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๖-๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ณ วัดเขาอ้อ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและทำบุญอุทิศให้กับดวงวิญญาณของบูรพาจารย์สายเขาอ้อตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งเพื่อสืบสานพิธีกรรมสำคัญของชุมชนท้องถิ่นภาคใต้ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่โบราณ

ซึ่งงานพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ นับเป็นกิจกรรมสำคัญของชาวพัทลุง ที่พี่น้องชาวไทยตลอดจนถึงชาวต่างประเทศที่มีความสนใจด้านไสยเวทวิทยาคม มีความเชื่อมั่นศรัทธาในความเข้มขลังของวิชชามนตรา คาถา ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ จนเป็นที่กล่าวขานกันโดยทั่วไป สำหรับกิจกรรมในงานพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ ประจำปี ๒๕๕๗ ประกอบด้วยพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ตามตำราสำนักเขาอ้อ เช่น พิธีหุงเหนียวกินมัน พิธีสะเดาะเคราะห์ประจำปี พิธีไหว้ครูบูรพาจารย์สายเขาอ้อ พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล พิธีปลุกพระให้ศักดิ์สิทธิ์ เสกชีวิตให้มีคุณธรรม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่พี่น้องประชาชน ผู้สนใจจะได้นำวัตถุมงคลเข้าร่วมพิธีที่เข้มขลังและมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายเขาอ้อ นอกจากนี้ ในภาคกลางคืนมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม มหรสพพื้นบ้าน การแสดง แสงเสียง สื่อผสมชุดตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ โดยวิทยาลัยนาฏศิลป์พัทลุง พร้อมระบบแสง สี เสียง อย่างตระการตา

สานุศิษย์วัดเขาอ้อ ร่วมกันทำบุญอุทิศกุศลให้บูรพาจารย์

สานุศิษย์ทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาสร่วมกันจัดพิธีทำบุญเพื่ออุทิศกุศลแก่ดวงวิญญาณของอดีตบูรพาจารย์ผู้ล่วงลับ

ที่บริเวณศาลาที่ประดิษฐานรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสของวัดเข้าอ้อ หน้าถ้ำฉัททันต์บรรพตวันนี้ (๗ ก.พ.๕๗) เหล่าสานุศิษย์แห่งวัดเขาอ้อ ซึ่งมีทั้งภิกษุ และศิษย์ฆราวาส ได้ร่วมกันจัดพิธีทำบุญอุทิศกุลให้กับบูรพาจารย์ของวัด ในโอกาสการจัดงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อ อดีตบูรพาจารย์ผู้ล่วงลับและ เพื่อสืบสานพิธีกรรมสำคัญของสำนักฯมีได้มีการปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทั้งนี้พิธีประกอบด้วยการแสดงพระธรรมเทศนา การทำบุญเลี้ยงพระ และมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนโรเรียนต่าง ๆ ตลอดจนการทำพิธีกินข้าวเหนียวดำ ซึ่งเป็นพิธีกรรมทางไสยศาสตร์แก่ผู้ที่เคราะห์มีความศรัทธาด้วย

พิธีกินข้าวเหนียวดำวัดเขาอ้อ

ผู้สนใจด้านไสยเวทวิทยาคมร่วมพิธีกินข้าวเหนียวดำตำหรับเขาอ้อในงานพิธีไหวครูบูรพาจารย์ ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ

วันขึ้น ๘ ค่ำเดือน ๓ เป็นวันที่สานุศิษย์วัดเขาอ้อจะจัดพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ เพื่อทำบุญอุทิศกุศลให้กับดวงจิตวิญญาณของอดีตบูรพาจารย์ผู้ล่วงลับทุกรูป เป็นประจำทุกปี โดยนอกจากจะมีการทำบุญเลี้ยงพระแล้ว ทางวัดยังจัดให้มีพิธีกินเหนียวดำซึ่งเป็นพิธีกรรมทางไสยเวทเพื่อความเป็นสิริมงคล และปลุกขวัญกำลังใจแก่ลูกศิษย์และประชาชนทั่วไป ตามความเชื่อที่ว่า หากใครผ่านพิธีกรรมดังกล่าวแล้วจะแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่าง ๆ และหากใครตั้งตนอยู่ในศีล ในธรรม และเชื่อมันในครูบาอาจารย์ แม้ในเวลาคับขันที่ต้องเผชิญหน้ากับอันตราย ร่างกายก็จะเป็นคงกระพันชาตรี ยิงฟันไม่เข้า(ความเชื่อ)

ซึ่งในอดีตผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีกรรมได้ต้องเป็นศิษย์ของสำนัก และมีพิธีกรรมเกี่ยงข้องกับด้านนี้ ๓ พิธี คือพิธีแช่ว่านยา กินเหนียวดำ และกินมัน พูดรวม ๆ ว่าแช่ว่าน หุงเหนียว กินมัน ซึ่งเป็นพิธีที่ต้องทำต่อเนื่องกัน (ปัจจุบัน แยกทำตามโอกาสที่เหมาะสม) ซึ่งในส่วนของพิธีกรรมกินเหนียว กินมัน ผู้เป็นเจ้าพิธี(ปัจจุบันคือพราหมณ์เปลี่ยน หัทยานนท์) จะกำพิธีบวงสรวงอัญเชิญครู ทำพิธีปรุงยา นำน้ำยาสมุนไพรมาใช้ในการหุงข้าวเหนียวดำ (อุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องผ่านพิธีปลุกเสกและลงอักขระเลขยันต์ เช่น เตาไฟ ไม้ฝืน ข้าวสารเหนียวก็ต้องปลุกเสกก่อน) ตอนกินข้าวเหนียวก็จะมีพิธีป้อนโดยอาจารย์ ปลุกเสกอาคม ผู้กิน(ผู้ชาย) ต้องถอดเสื้อ นุ่งผ้าขม้าหรือกางเกงขาสั้นเพื่อความสะดวกในการลูกน้ำมัน ขณะทำพิธีป้อน ผู้กินต้องเหยียบเหล็กกล้า ซึ่งวางบนหนังเสืออีกที บนศีรษะ อาจารย์จะปิดด้วยหนังหมี พร้อมสาธยายมนตรา ซึ่งถือว่าเป็นพิธีที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และเข้มขลังอย่างมา

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดพังงา จัดพิธีมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแก่นักเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 ประจำปีการศึกษา 2556

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2557) เวลา 10.30 น. นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน พระราชทาน แก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 ประจำปีการศึกษา 2556 ณ หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พร้อมด้วยนายมานิต เพียรทอง นายอำเภอตะกั่วป่า กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารโรงเรียน คณะครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง

นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดพังงา กล่าวว่า ในแต่ละปีการศึกษาโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๗๕ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ จากองค์พระบรมราชูปถัมภกแห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ซึ่งได้พระราชทานการศึกษา อาคารเรียน อาคารเรือนนอน อาคารประกอบการ เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และสิ่งของต่างๆ รวมถึงในปีการศึกษา 2556 นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานความห่วงใยแก่เด็กนักเรียนในพระบรมราชูปถัมป์ของพระองค์ ทรงพระราชทานเครื่องแบบของนักเรียน จำนวน 651 ชุด แก่นักเรียนจำนวน 651 คน แบ่งเป็นนักเรียนชาย 282 คน นักเรียนหญิง 369 คน ทั้งนี้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์กับตัวเอง และเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ โดยให้นักเรียนทุกคนตั้งใจเรียน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทุกชนิด เป็นคนดี คนเก่งของครอบครัว ของสังคม และของประเทศชาติต่อไป

สำหรับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าพระราชทานความช่วยเหลือผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ให้จัดสร้างโรงเรียนเพื่อทดแทนโรงเรียนบ้านบางสักที่เสียหายโดยสิ้นเชิงจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยคลื่นสึนามิ ปัจจุบันจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงชั้น ม. 6 และระดับ ปวช. จัดการเรียนการสอนแบบศึกษาสงเคราะห์ แบบสหศึกษาอยู่ประจำ รับนักเรียนที่มีสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคม

พังงา ประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบปรับปรุงท่าเทียบเรือทับละมุ

นายประพฤทธิ์ ยูถนันท์ นายอำเภอท้ายเหมือง เปิดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบปรับปรุงท่าเทียบเรือทับละมุ ณ ห้องประชุมโรงเรียนพระราชทานทับละมุ ตำบลลำแก่น อ.ท้ายเหมือง เมื่อเวลา ๑๓.๐๐ น.วันนี้ (๑๐ ก.พ.๒๕๕๗) โดยมีนางวิมลมาน สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วม

ผศ.ดร.ลัดดา ตันวาณิชกุล ผู้จัดการโครงการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ท่าเทียบเรือทับละมุเป็นท่าเทียบเรือหลักที่รับส่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์เนื่องด้วยที่ตั้งของท่าเรืออยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญและสวยงาม ในแต่ละปีจึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวมาใช้บริการท่าเทียบเรือเพื่อลงเรือโดยสารเป็นจำนวนมากนอกจากนั้นยังมีเรือประมงในพื้นที่ใช้สอยท่าเทียบเรือเพื่อขนส่งสัตว์น้ำที่จับได้จึงทำให้การใช้งานท่าเทียบเรือทับละมุในปัจจุบันมีสภาพแออัดใช้งานไม่สะดวก กรมเจ้าท่าจึงได้ว่าจ้างบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบปรับปรุงท่าเรือทับละมุเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืนต่อไป

สำหรับการสัมมนาครั้งแรกเป็นการเสนอเหตุผลความจำเป็นของโครงการ วัตถุประสงค์ ขอบเขตการศึกษา ขั้นตอนการศึกษา วิธีการศึกษาของโครงการ และเพื่อเสนอหลักเกณฑ์ในการกำหนดรูปแบบทางเลือกเบื้องต้นและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสม โดยทางเลือกในการออกแบบปรับปรุงท่าเรือ มีอยู่ ๓ แนวทาง คือ ๑.การปรับปรุงซ่อมแซมท่าเรือของเดิมที่มีอยู่ให้มีความปลอดภัยใช้งานได้ ดีขึ้น ๒.การพัฒนารายละเอียดเพิ่มเติมจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้สามารถใช้งานได้ดีขึ้น ๓.การรื้อถอนและออกแบบก่อสร้างท่าเรือใหม่ ทั้งนี้ การสัมมนาครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ จะมีขึ้นในเดือนเมษายนและมิถุนายน ตามลำดับ

องคมนตรี เป็นประธานปล่อยริ้วขบวนผ้าพระบฏพระราชทาน

องคมนตรี เป็นประธานปล่อยริ้วขบวนผ้าพระบฏพระราชทาน เนื่องในวันมาฆบูชา ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช 14 กุมภาพันธ์ 2557

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กำหนดจัดงานประเพณี “มาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ นานาชาติที่เมืองนครฯ” ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช และวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่ปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องกันมายาวนานเกือบ 800 ปี อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช และสนับสนุนการผลักดันวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร(พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช) เป็นมรดกโลก โดยวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา เวลา 15.30 น. ได้จัดให้มีพิธีปล่อยริ้วขบวนแห่ผ้าพระบฏพระราชทาน จำนวน 4 ผืน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ขบวนเกียรติยศ ขบวนผ้าพระบฏของหน่วยงาน อำเภอ สถานศึกษา องค์กร กลุ่มพลังมวลชน จากปะรำพิธีหน้าศาลาประดู่หก ถนนราชดำเนิน โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานและลั่นฆ้องปล่อยริ้วขบวนแห่ผ้าพระบฏ ไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เมื่อริ้วขบวนผ้าพระบฏถึงบริเวณลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มีการรำบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ ประกอบพิธีทางศาสนา กล่าวถวายผ้าพระบฏ อัญเชิญผ้าพระบฏพระราชทานขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช เนื่องในวันมาฆบูชา และประกอบพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

อัญเชิญพวงมาลาหลวง

จังหวัดนครศรีธรรมราชอัญเชิญพวงมาลาหลวง วางหน้าหีบศพ อาสาสมัครทหารพราน จิรศักดิ์ จิตรานนท์ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชอัญเชิญพวงมาลาหลวง พวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางหน้าหีบศพ อาสาสมัครทหารพราน จิรศักดิ์ จิตรานนท์ ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ ( 11 ก.พ.57 ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช อัญเชิญพวงมาลาหลวง และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พวงมาลาพระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพวงมาลาประทานของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ วางหน้าหีบศพ อาสาสมัครทหารพราน จิรศักดิ์ จิตรานนท์ สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4403 ณ วัดปากระวะ หมู่ที่ 5 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ออกลาดตระเวน ได้มีคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ตามประกบและกระหน่ำยิงเข้าใส่หลายนัด ณ หมู่ที่ 6 ต.หนองแรด อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี โดยมีนายอำเภอหัวไทร หัวหน้าส่วนราชการนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และครอบครัว ญาติมิตรของอาสาสมัครทหารพราน จิรศักดิ์ จิตรานนท์ ร่วมพิธี ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของทุกพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมกับกล่าวให้กำลังใจแก่ครอบครัว อาสาสมัครทหารพราน จิรศักดิ์ จิตรานนท์ ด้วย

สำหรับอาสาสมัครทหารพราน จิรศักดิ์ จิตรานนท์ อายุ 21 ปี เป็นบุตรคนโตของนายเกษม จิตรานนท์ และนางจิตรา ทองแก้ว มีน้อง 2 คน โดยกำหนดประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ วัด
ปากระวะ ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557

มอบเครื่องแบบนักเรียนแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์บ้านปลายแหลม

จังหวัดนครศรีธรรมราช มอบเครื่องแบบนักเรียนแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์บ้านปลายแหลม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (11 ก.พ.57) นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช/ประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์บ้านปลายแหลม หมู่ที่ 1 ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 96 ชุด โดยมีกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนนายอำเภอ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียนร่วมในพิธี สำหรับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์บ้านปลายแหลม มีนักเรียนทั้งสิ้น 96 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 14 คน จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อันเนื่องมาจากโรงเรียนและพี่น้องประชาชนชาวแหลมตะลุมพุก ประสบมหาวาตภัยพายุโซร้อน “แฮเรียต” เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2505 อาคารเยนและทรัพย์สินของราษฎรเสียหายหมดสิ้น จากเหตุการณ์ครั้งนั้น จึงถือเป็นจุดกำหนดของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนาม “มูลนิธิราชประชานุเคราะห์” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ใน “พระบรมราชูปถัมภ์” คำว่า “ราชประชา”เป็นคำสองคำมารวมกัน หมายความว่า “พระราชา” และ “ประชาชน” อนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน เป็นการแสดงน้ำพระทัยว่า เวลาทำงานควรจะได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ดังนั้น จึงขอให้นักเรียนทุกคนจงมีความภาคภูมิใจ และได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ด้วยการตั้งใจเล่าเรียนหนังสือ เพราะการศึกษาเท่านั้นที่สามารถสร้างอนาคตที่ดีได้ ขอให้มีความมานะอดทนในการเรียนหนังสือ ตั้งมั่นอยู่ในความดี อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน รู้รักสามัคคี เชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเมื่อจบการศึกษาจะได้ประกอบอาชีพสุจริต เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ

อนึ่งเมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 5 หมู่ที่ 10 ต.บางจาก อ.เมืองนครศรีธรรมราช จำนวน 106 ชุด

องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง รับรางวัลพระปกเกล้า ด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพมหานคร นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เข้ารับโล่รางวัลพระปกเกล้า พร้อมใบประกาศเกียรติคุณจากสถาบันพระปกเกล้า สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศ ประจำปี 2556 ด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน จาก รศ.วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตระหนักถึงความ สำคัญของหลักธรรมาภิบาลในการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักความโปร่งใสในการบริหารงานและหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

จ.ตรัง เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งเพิ่ม หลังอากาศร้อนแห้งแล้งนาน 2 เดือน

นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดตรัง ว่า หลังจากที่ฝนหยุดตกและทิ้งช่วงมาตั้งแต่ เดือน ธันวาคม 2557- มกราคม 2557 ว่าส่งผลให้จังหวัดตรังเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว โดยที่ทางจังหวัดได้ประเทศพื้นที่ประสบภัยแล้งไปแล้วคือ ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน ในพื้นที่ 9 หมู่บ้าน 180 ครัวเรือน 720 คน โดยประสานและมอบหมายให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม เข้าไปให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาแล้ว 

โดยเฉพาะน้ำกินน้ำใช้ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้กล่าวอีกว่า เท่าทีได้รับรายงานที่เกิดภาวะภัยแล้ง ขณะนี้บ่อน้ำบาดาล บ่อน้ำตื้นปริมาณน้ำเริ่มลดลง ราษฎรได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น หากภาวะฝนยังทิ้งช่วงไปอีก 1-2 เดือน จังหวัดตรังอาจะประสบภัยแล้งครอบคลุมทั้งจังหวัดก็ได้ โดยทางจังหวัดได้เตรียมการให้ความช่วยเหลือ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมาเงินช่วยเหลือประสบภัยที่ทางจังหวัดมีอยู่ในวงเงิน 20 ล้านบาท นั้นขณะนี้ได้จ่ายให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัย และอัคคีภัยที่ผ่านมาไปเกือบหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการขอวงเงินเพิ่มเพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือปัญหาภัยแล้งเหมือนกัน และทางจังหวัดประสานไปยังผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นและทางทหาร ให้ช่วยเป็นหูเป็นตา และให้ความช่วยเหลือ สำรวจพื้นที่ประสบปัญหาและช่วยเตือนให้ราษฎรช่วยกันเฝ้าระวัง อย่าประมาทโดยเฉพาะกรณีไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ตรัง จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรอย่างคึกคัก 6 คู่บ่าวสาวดำดิ่งจดทะเบียนสมรสใต้ทะเลอย่างชื่นมื่น

วันนี้ (11 ก.พ.) ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการจัดงานวิวาห์ใต้สมุทรจังหวัดตรัง โดยในวันนี้คู่บ่าวสาวจำนวน 32 คู่ เดินทางไปยังชาดหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหดเจ้าไหม โดยมี นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และ นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง นำคณะคู่รัก ไปร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสใต้ท้องทะเลความลึก 12 เมตร บริเวณเกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งในปีนี้มีคู่บ่าวสาวร่วมจดทะเบียนใต้ท้องทะเลจำนวน 6 คู่ ที่เหลือร่วมท่องเที่ยวทะเลตรัง ดำน้ำชมปะการัง และลอดถ้ำมรกต เพื่อสร้างสีสันแต่งเติมความสุขให้กับคู่รักไปพร้อม ๆ กับประชาสัมพันธ์ทางการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดตรัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข สนุกและชื่นมื่น หลังจากที่คู่รักบ่าวสาวเดินทางมาถึงบริเวณท่าเทียบเรือปากเมง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง มีชาวบ้านให้การต้อนรับ มีการร่วมเก็บภาพบันทึกความทรงจำกันอย่างสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจ

จากนั้นมีการแยกคณะคู่รักออกเป็น 2 ชุด ๆ แรก เดินทางไปยังเกาะกระดาน เพื่อร่วมจดทะเบียนใต้ทะเล ซึ่งมีคู่รักกิตติศักดิ์ นายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมกิจกรรมดำน้ำด้วย โดย นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้มอบปลาดีโม่คู่รัก ไปปล่อยในแนวปะการังและหญ้าทะเลใต้ท้องทะเล และปล่อยเต่ากระไปพร้อมๆกับดำน้ำชมปะการังบริเวณ ไปตามเกาะแก่งต่างๆ และลอดถ้ำมรกตอันซีนทะเลตรัง โดยตอนเย็น จะมีการเลี้ยงฉลองคู่รัก ณ หาดแห่งความรัก ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ทั้งนี้ นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง ได้กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวิวาห์ใต้สมุทร จังหวัดตรัง ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องทุกปีแต่ละปีได้รับความสนใจจากคู่บ่าวสาวให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก

ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ความรัก ที่จะต้องจัดให้มีขึ้นทุกๆปี เป็นการสร้างบรรยากาศความรักที่ดีต่อกัน ซึ่งในปีนี้สายการบินนกแอร์ได้จัดกิจกรรมคอนเสริ์ตเติมสุขเต็มสิบ ให้กับคู่บ่าวสาว โดยมีพี่น้องประชาชนชาวตรังได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ 5,000 พันคน โดยในปีหน้าจะมีการจัดกิจกรรมต่อไป และจะพัฒนารูแบบการจัดให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ขณะที่ นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ในช่วงระหว่างเดือน พฤศจิกายน- เมษายน ท้องทะเลตรังมีคามสวยงามคลื่นลมสงบ จึงสมควร จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวขึ้น ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้มีการร่วมมือจัดกิจกรรทส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานวิวาห์ใต้สมุทรซึ่งจัดมาเป็นปีที่ 18 แล้ว ปีนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ

อย่างไรก็ตามตนขอฝากประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวว่านักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวจังหวัดตรังได้ตลอดทั้งปี ทั้ง ทะเล ภูเขา น้ำตก แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม และศาสนา โดยเฉพาะทางทะเล ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยทางทะเล เพราะเรามีการตรวจตราจากหน่วยงานทะเล อาทิ เจ้าท่า ตำรวจน้ำ อุทยานแห่งชาติ ที่จะคอยรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา

สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตรัง รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 1 อัตรา

สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตรัง รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ จำนวน 1 อัตรา   อัตราเงินเดือน 7,920 บาท ค่าครองชีพชั่วคราว 1,380 บาท รวม 9,000 บาท/ เดือน

ผู้ประสงค์จะสมัครสอบขอและยื่นใบสมัคร พร้อมเอกสารด้วยตนเอง ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตรัง ที่อยู่ 229/18 ถนนท่ากลาง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง โทร. 075-570546 ตั้งแต่วันที่ 17-21 กุมภาพันธ์ 2557 ในวันและเวลาราชการ ระหว่างเวลา 08.30 น. - 16.30 น.  

ดูรายละเอียดได้ที่ WWW.PROBATION.GO.TH 

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง (ส.ป.ก.ตรัง) ประกาศเรื่อง หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) สูญหาย

ด้วยนายสุทัน  การดี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/1 หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ขอออกใบแทนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) โครงการป่าทุ่งใสเจ็ดห้าง และป่าควนไม้ค้ง สารบัญทะเบียนที่ดินเลขที่ 2763 เล่ม 28 หน้า 63 อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ในที่ดินแปลงเลขที่ 49 กลุ่มที่  1182 เนื้อที่ 7-3-87 ไร่ อยู่ที่ หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองตรัง เนื่องจากหนังสืออนุญาตฯ ฉบับดังกล่าวสูญหายไม่ทราบสาเหตุ

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง (ส.ป.ก.ตรัง) จึงขอประกาศให้ทราบทั่วกัน ผู้ใดพบเห็นหรือยึดถือเอกสาร ส.ป.ก.4-01 ดังกล่าวไ้ว้โปรดส่งคืนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง หรือผู้ใดมีข้อโต้แย้ง คัดค้านประการใด ขอให้โต้แย้ง คัดค้านต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง (ส.ป.ก.ตรัง) เลขที่ 80 หมู่ที่ 3 ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลบางรัก อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศ หากไม่มีผู้ใดโต้แย้ง หรือคัดค้าน ทางราชการจะดำเนินการออกใบแทนหนังสืออนุญาตฯ ให้แก่ผู้ขอต่อไป

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

                      ประกาศ  ณ  วันที่  20  มกราคม  พ.ศ. 2557



                                                (นางสุนิสา  ควัฒน์กุล)
                                                ปฏิรูปที่ดินจังหวัดตรัง 

จังหวัดชุมพร จัดกิจกรรมวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2557

จังหวัดชุมพรจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษา ดินแดน ประจำปี 2557  ประกอบพิธีทางศาสนา ประดับชั้นยศให้กับสมาชิก อส. มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสมาชิก อส. โดยมีเจ้าหน้าที่ สมาชิก อส. หัวหน้าส่วนราชการ และเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร เข้าร่วมจำนวนมาก

วันนี้ 10 ก.พ. 2557 เวลา 10.00 น. ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดชุมพร ที่ 1 ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ในฐานะผู้บังคับการกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดชุมพร (ผบ.อส.จ.ชุมพร) เป็นประธานในพิธีทางศาสนา พร้อมอ่านสาส์นของผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน และกล่าวให้โอวาท มอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดีและมอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์แก่บุตรของสมาชิกกองอาสารักษากินแดน เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนา กองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2556 โดยมีผู้บังคับกองร้อย เจ้าหน้าที่ สมาชิก อส. หัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี

นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผบ.อส.จ.ชุมพร กล่าวว่า วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปี กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดนกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้จัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน เป็นประจำทุกปี ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่ 59  กองอาสารักษาดินแดน ถือเป็นกำลังพลภาคประชาชนที่สำคัญ ในการปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ ทั้งในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม การรักษาความมั่นคงของประเทศ รวมถึงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากธรรมชาติ
สำหรับกิจกรรมวันนี้ประกอบด้วย การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่เสียชีวิตไปแล้ว การประดับชั้นยศให้กับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน การมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย การมอบเสื้อและถุงยังชีพให้แก่สมาชิก อส.

เปิดเทศกาลล่องแพพะโต๊ะ เชิงอนุรักษ์ ประจำปี ๒๕๕๗

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2557 เวลา 09.00 น. ณ หน้าที่ว่าการอำเภอพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดประธานในพิธีเปิดงาน "เทศกาลล่องแพพะโต๊ะ เชิงอนุรักษ์ ประจำปี ๒๕๕๗" พร้อมด้วย นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอพะโต๊ะ และหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศของ "ดินแดนแห่งภูเขาเขียว เที่ยวล่องแพ แลหมอกปก น้ำตกงาม ลือนามผลไม้" กันอย่างคึกคัก

พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า กล่าวว่า เทศกาลล่องแพพะโต๊ะ เชิงอนุรักษ์ เป็นหนึ่งกิจกรรมในปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 ก.พ. 2557 ณ แม่น้ำพะโต๊ะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้มาสัมผัสการท่องเที่ยวล่องแพเชิงอนุรักษ์ ชมทัศนียภาพของสายน้ำของแม่น้ำพะโต๊ะ เรียนรู้การอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมือง เช่น แกงส้มหมูหยวกกล้วย,ใบเหลียงผัดไข่ ตลอดจนสัมผัสประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวอำเภอพะโต๊ะ ร่วมทั้งส่งเสริมเทศกาลล่องแพ พะโต๊ะเชิงอนุรักษ์ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจต่อไป ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมมากมายอาทิเช่น การแข่งขันจักยานเสือภูเขา , การประกวดธิดาล่องแพ,การแสดงบนเวทีของนักเรียน , การแข่งขันนกรงหัวจุก , หนังตะลุง และกิจกรรมเปิดเมืองกินฟรี เป็นต้น
ทั้งนี้ อ.พะโต๊ะ เป็นอำเภอที่มีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ มีทัศนียภาพและวิถีชุมชนที่งดงาม

ซึ่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่เป็นการผสมผสานระหว่างกิจกรรมการท่องเที่ยวและวิถีชีวิตของชุมชนลุ่มน้ำพะโต๊ะ ผืนป่าในเขตอำเภอพะโต๊ะ เป็นแหล่งต้นน้ำหลายสายที่ไหลคดเคี้ยวมาตามขุนเขา สองฝั่งลำน้ำเป็นป่าดงดิบและสวนผลไม้ บางช่วงเป็นแก่งน้ำขนาดใหญ่ จึงมีการจัดกิจกรรมผจญภัยในคลองพะโต๊ะตลอดทั้งปี และช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่เหมาะแก่การล่องแพมากที่สุด

เปิดเมืองกินฟรี หนึ่งในเทศกาลล่องแพพะโต๊ะ เชิงอนุรักษ์

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2557 เวลา 17.40 น. ณ บริเวณ ถนนเขตเทศบาลตำบลพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร นายสุพล จุลใส นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุทธินาท สุดยอด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และนายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอพะโต๊ะ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม "เปิดเมืองกินฟรี" ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของงาน "เทศกาลล่องแพพะโต๊ะ เชิงอนุรักษ์ ประจำปี ๒๕๕๗" ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

โดย เทศกาลล่องแพพะโต๊ะ เชิงอนุรักษ์ ประจำปี ๒๕๕๗ จัดขึ้นเพื่อเพื่อเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวล่องแพอำเภอพะโต๊ะ ให้เป็นที่รับรู้ของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ได้สัมผัสถึงความงดงามทางธรรมชาติ และลิ้มรสอร่อยกับเมนูพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง ร่วมกิจกรรมล่องแพ ชมทัศนียภาพของสายน้ำคลองพะโต๊ะ ตลอดจนการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวอำเภอพะโต๊ะ

ขณะที่กิจกรรม "เปิดเมืองกินฟรี" ถือเป็นอีกไฮไลท์ของงาน ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงานได้เป็นอย่างดี โดยแต่ละตำบลในอำพะโต๊ะได้นำอาหารจากแต่ละหมู่บ้านมาจัดซุ้มที่ประดับประดาไปด้วยเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานฟรีทั้งงาน เพียงแต่ซื้อภาชนะใส่อาหารที่คณะกรรมการจัดเตรียมไว้ให้ใบละ 30 บาทเท่านั้น ก็ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารพื้นบ้านหลากหลายชนิดซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ อ. พะโต๊ะ ที่ไม่เหมือนที่ไหน อาทิ แกงส้มหมูหยวกกล้วย และ ใบเหลียงผัดไข่ เป็นต้น