วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดสตูล จัดโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในพื้นที่ อ.ท่าแพ

เมื่อเวลา ๑๓.๓๐ น. วันที่ ๒๐ มี.ค. ๕๗ ที่โรงเรียนท่าแพผดุงวิทย์ อ.ท่าแพ จ.สตูล นายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดกิจกรรมจังหวัดเคลื่อนที่ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร เพื่อนำบริการเชิงรุกไปบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกในการรับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตร สำนักงานขนส่ง สำนักงานพัฒนาชุมชน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน และอีกหลายหน่วยงานเข้าร่วมโครงการ โดยมีการให้บริการคลินิกเกษตร จำหน่ายสินค้าราคาถูก แจกพันธุ์กล้าไม้ฟรีแก่ประชาชนที่สนใจ และสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล ยังได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายแก่ผู้สูงอายุ และคนพิการในพื้นที่อีกด้วย

โอกาสนี้ นายประยูร รัตนเสนีย์ ได้มอบทุนพัฒนาแก่เด็กชนบทในพระบรมราชูปถัมภ์และเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ จากนั้นได้เดินทางไปมอบน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคแก่สถานีอนามัยกลางแป-ระ อ.ท่าแพ เพื่อไว้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้บริการในพื้นที่

สำหรับปัญหาของชาวบ้าน หมู่ที่ ๑ อ.ท่าแพ ในขณะนี้ คือ น้ำดื่มน้ำใช้ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการ ขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน ทำให้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชาชนในพื้นที่นี้ ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลได้รับฟังปัญหาและจะนำไปเสนอจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนในระยะยาวต่อไป



กนกพิชญ์ / ข่าว

จังหวัดสตูล เร่งขับเคลื่อนโครงการแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจน ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันนี้ (๒๑ มี.ค. ๕๗) ที่ห้องประชุมสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล นายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดสตูล ครั้งที่ ๒/๒๕๕๗ เพื่อทำการบูรณาการการดำเนินงานทั้งระดับบุคคลและระดับชุมชน ยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนและภาคราชการ ร่วมแก้ไขปัญหาครัวเรือนยากจนให้พ้นเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน เกี่ยวกับรายได้ของครัวเรือนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ๓๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี โดยมีเป้าหมายในการยกระดับรายได้ครัวเรือนยากจนที่ตกเกณฑ์ ซึ่งน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมีกระบวนงาน ๔ ขั้นตอน คือ ชี้เป้าชีวิต จัดทำเข็มทิศชีวิต บริหารจัดการชีวิต และ ดูแลชีวิต

สำหรับจังหวัดสตูล ในปี ๒๕๕๗ มีครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จำนวน ๒ ครัวเรือน อยู่ในอำเภอมะนังและอำเภอควนกาหลง ซึ่งทั้ง ๒ รายเป็นผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนทุกชุมชนเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจน และสนับสนุนการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นทั้งในระดับอำเภอและระดับจังหวัดต่อไป



กนกพิชญ์ / ข่าว

จังหวัดสงขลา ซ้อมแผนเผชิญเหตุรักษาส่วนราชการ โดยจำลองสถานการณ์คนร้ายลอบวางระเบิด ศาลากลางจังหวัดสงขลา

ที่ ศาลากลางจังหวัดสงขลา อ.เมือง วันนี้ (21 มี.ค.) นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการ ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยจำลองสถานการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณด้านในศาลากลางจังหวัดสงขลาหลังใหม่ เพื่อฝึกซ้อมการเผชิญเหตุของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการแก้ไขสถานการณ์เหตุระเบิด การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และการติดตามสกัดจับคนร้าย ซึ่งทั้งหมดเป็นการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง โดยมีเจ้าหน้าที่จาก ปกครองจังหวัดสงขลา ,กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา, อ.เมืองสงขลา, เทศบาลนครสงขลา, สมาคม มูลนิธิ และภาคีเครือข่าย และส่วนราชการทุกภาคส่วน เข้าร่วมฝึกซ้อมแผน และสังเกตการณ์กว่า 1,000 คน

นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การฝึกซ้อมตามแผนเผชิญเหตุดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคง ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ และเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองซึ่งมีสถานที่ราชการเป็นเป้าหมายหลัก จึงต้องฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ส่วนราชการและประชาชน ด้วยการฝึกซ้อมแผนเสมือนเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง โดยจำลองสถานการณ์ 2 สถานการณ์ คือ 1.มีการพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณหน้าห้องประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา บริเวณด้านในอาคารศาลากลางจังหวัดสงขลาหลังใหม่ 2.เกิดเหตุรถจักรยานยนต์ระเบิดบริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 9 คน รถจักรยานยนต์เสียหาย 12 คัน ซึ่งการซ้อมแผนเผชิญเหตุครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในสถานที่ราชการ และจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ระดมกำลังพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์เข้าไปในพื้นที่เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่าง เต็มรูปแบบ


วิชราวุฒิ แกล้วกล้าหาญ//ข่าวจันจิรา บัวน้อย//ภาพ

ผู้ว่าฯสงขลา เรียกประชุมด่วนหลังตกเป็นข่าวมีขยะตกค้างสะสมมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ แต่ภายหลังรับทราบข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่นำหลักฐานตัวเลขปริมาณขยะมาชี้แจงจนได้ข้อสรุปที่ตรงกัน ผู้ว่าฯ มั่นใจ สงขลาไม่ได้มีปัญหาขยะตกค้างสะสมมากอย่างที่เป็นข่าว

วันนี้ (21 มี.ค.57) ที่ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายพิรสิญจ์ พันธุ์เพ็ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เรียกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลารวมทั้ง ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับระบบการจัดเก็บขยะและของเสียภายในจังหวัดสงขลาหลังจากกรมควบคุมมลพิษ ได้สำรวจข้อมูลขยะมูลฝอยรายจังหวัด และระบุว่าจังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดที่มีขยะสะสมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมได้รับข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งของหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้แก่ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อมูลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ภายในจังหวัด โดยแสดงหลักฐานข้อมูลตัวเลขขยะในจังหวัดสงขลาว่ามีจำนวนประมาณ 1,500 ตันต่อวัน มีแหล่งกำจัดขยะ4 แห่งสามารถกำจัดขยะได้วันละ1,000 ตัน ส่วนอีก 500 ตัน เป็นขยะในเขตองค์ปกครองท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกลนอกชุมชน ซึ่งองค์ปกครองท้องถิ่นแต่ละแห่งมีวิธีการกำจัดขยะตามศักยภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงไม่มีปัญหาขยะตกค้างตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

สำหรับข้อมูลที่กรมควบคุมมลพิษแจ้งตามข่าวนั้น น่าจะเป็นการคำนวนปริมาณขยะในช่วงต้นปี 2556 ซึ่งขณะนั้น สงขลามีแหล่งกำจัดขยะที่ถูกต้องเพียงแห่งเดียว แล้วนำมาเปรียบเทียบกับปริมาณขยะในแต่ละวันจึงทำให้ดูเสมือนว่าสงขลามีขยะตกค้างจำนวนมาก รวมทั้งขณะนี้เทศบาลนครหาดใหญ่ได้ดำเนินการร่วมกับเอกชนในการตั้งโรงงานเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีศักยภาพกำจัดขยะได้วันละประมาณ 400 – 500 ตัน โดยจะเปิดดำเนินในเดือนพฤษภาคม2557 อีกด้วย

นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีข้อเสนอต่อกรมควบคุมมลพิษขอให้มาตรวจสอบระบบการจัดเก็บขยะของจังหวัดสงขลาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภูมิภาคที่ 16 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา ลงไปตรวจแนะนำการจัดเก็บขยะขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย และในระยะยาวจะเร่งดำเนินการให้มีระบบกำจัดขยะมูลฝอยแบบเตาเผาเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าแทนระบบฝังกลบให้ครบถ้วนครอบคลุมทุกพื้นที่ และสามารถรองรับขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมดในอนาคตด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ยืนยันต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้ทุกหน่วยงานมีความสามารถในการจัดการปัญหาขยะอยู่ในระดับที่สามารถรับมือกับขยะได้ทั้งหมด จึงขอยืนยัน ว่าไม่ได้มีขยะมูลฝอยสะสมมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ อย่างที่เป็นข่าว

ยะลา เจ้าหน้าที่ทหารดูแลรักษาความปลอดครูเข้มที่โรงเรียนและด่านตรวจ หลังครูถูกยิงที่นราธิวาส

วันที่ 21 มี.ค.57 ที่โรงเรียนบ้านพงยือไร ต.บันนังสาเรง อ.เมือง จ.ยะลา จ.ส.อ.วิทยารัตน์ จันทาพูน รอง ผบ.ร้อย ทพ. 3316 หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน กรมทหารพรานที่ 33 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน จำนวน 8 นาย ดูแลรักษาความปลอดภัยครู ที่เดินทางมาสรุปผลการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน ในช่วงปิดเทอม บริเวณรอบๆโรงเรียนบ้านพงยือไร และบริเวณจุดตรวจพงยือไรที่หน้าโรงเรียนอย่างเข้มงวด หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงนางสมศรี ธัญเกษตร ครูโรงเรียนบ้านโคกมือบา ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 1 ราย ขณะเดินกลับบ้านพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา

ขณะที่นายอุสมาน เบ็นอับดุลเลาะห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพงยือไร และนางสุวรรณา อืมือซา รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพงยือไร ได้เรียกประชุมครูและบุคคลากรทางการศึกษา เพื่อสรุปผลการเรียนการสอนของเด็กนักเรียน ในปีการศึกษาที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้มีการเน้นย้ำในมาตรการ การดูแลตนเอง ขณะเดินทางมาโรงเรียน จงอยู่ในความไม่ประมาท และอย่าเดินทางเพียงลำพัง ทั้งพร้อมทั้งติดต่อประสานเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ ในการดูแลรักษาความปลอดภัย ระหว่างเส้นทาง ไป-กลับโรงเรียนและภายในโรงเรียน หลังคนร้ายพยายามก่อเหตุกับครูซึ่งเป็นเป้าหมายอ่อนแอในช่วงเวลานี้



ยุทธนา จันทร์วิมาน ส.ปชส.ยะลา

สภาเกษตรกร 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ระดมความคิดหาแนวทางการพัฒนาเกษตรในพื้นที่ สร้างเกษตรกรให้สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง

วันที่ 20 มีนาคม 2557 (เวลา 10.00 น. ) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานการประชุมแนวทางการพัฒนาด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ (ห้องประชุม OR) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) โดยมีนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และผู้แทนจากสภาเกษตรจังหวัดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล) เข้าร่วมประชุมกว่า 30 คน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.  กล่าวว่า อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลักของประเทศ และเป็นอาชีพหลักของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากให้ประชาชนอยู่ดี กินดี มีอาชีพ และมีงานทำ โดยผมอยากให้พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่นำร่องการเกษตร ซึ่งจะได้เป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหาความยากจน  ซึ่งทางสภาเกษตรจะต้องมาร่วมกันคิดให้เกษตรกรขับเคลื่อนไปข้างหน้า ศอ.บต.พร้อมที่จะหนุนเสริมและให้ปัจจัยการผลิตในภาคการเกษตร โดยสภาเกษตรกรจะต้องหล่อหลอมและบ่มเพาะเยาวชนรุ่นใหม่ให้สนใจการเกษตรมากขึ้น เพราะผมเชื่อว่าคนในพื้นที่มีองค์ความรู้ทางการเกษตร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรที่จะต่อยอดและถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน และผมก็เชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ น้ำดี ดินดี ปลูกอะไรก็ขึ้น เพียงแต่เราจะต้องมาร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรพื้นที่แห่งนี้เกิดประโยชน์ทางด้านการเกษตรให้มากที่สุด

ด้านนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาเชิงซับซ้อน วิธีการแก้ไขปัญหาอย่างหนึ่งคือการสร้างความเท่าเทียมกันให้เหมือนพื้นที่อื่นๆ ควรสร้างอาชีพ สร้างรายได้และควรทำอย่างไรที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองและยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตนเอง จนเกิดความภูมิใจในอาชีพเกษตรกร สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง คือ วันนี้เราจะต้องมาช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่นาร้างให้เกิดประโยชน์ที่สุด ซึ่งทางสภาเกษตรจะต้องเข้าไปสำรวจพื้นที่นาร้างว่างเปล่าที่มีเกษตรกรเป็นเจ้าของกิจการว่าพวกเขาต้องการที่จะแปลงนาร้างให้เป็นอะไร อาจจะปลูกข้าวต่อ หรืออาจจะปลูกพืชผัก ทำปศุสัตว์ ซึ่งเราจะต้องสร้างแรงจูงใจให้พวกเขาลุกขึ้นมาต่อสู้กับการประกอบอาชีพหลักของกับคนในพื้นที่ นอกจากนี้ เราจะต้องส่งเสริมยุวเกษตรกรที่เป็นลูกหลานของชาวเกษตรกรให้สานต่อกิจการของบรรพบุรุษในการเป็นต้นกล้าเยาวชนรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาพื้นที่ทำกินในบ้านเกิดของตนเอง



สำนักสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ ศอ.บต.รายงาน

ททท.ภูเก็ต จัดกิจกรรม Phuket E-magazine Meet & Greet Fan Club

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 มี.ค. 57 ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นางสาวอโนมา  วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต แถลงข่าวการจัดกิจกรรม Phuket E-magazine Meet&Greet Fanclub โดยมีสื่อมวลชนภูเก็ตเข้าร่วม

น.ส.อโนมา  กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ได้จัดทำ Phuket E-Magazine ซึ่งเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ทางการตลาดในรูปแบบ Online Magazine ราย 2 เดือน มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ปีนี้ ก้าวย่างสู่ปีที่ 5 โดยเนื้อหาใน Phuket E-Magazine จะเป็นการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว, โรงแรม, ร้านอาหารและแหล่งนันทนาการในจังหวัดภูเก็ต พังงา และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเข้ามาหาข้อมูลหรือกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้มีความต้องการมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ตมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการส่งเสริมการขายให้กับผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวด้วย โดยยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ www.phuketmazine.com รวมทั้งดาวน์โหลดมากกว่า 10,000 view ต่อเดือน ในขณะเดียวกันสำหรับ www.facebook.com/phuketmagazine ที่มี 2 เพจ สำหรับไว้ให้แฟนคลับได้คอยติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทางด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ส่วนอีกเพจจัดทำขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ซึ่งตอนนี้มีจำนวนสมาชิกแฟนเพจกว่า 21,000 ท่าน

เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของแฟนคลับและเสริมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ตจึงจัดกิจกรรมพาแฟนคลับมาเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมเพื่อให้เหล่าแฟนคลับได้ชื่นชมความงดงามของเกาะภูเก็ต พร้อมส่งมอบประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวให้แก่ผู้คนทั่วโลกโดยการแชร์และบอกต่อในช่องทาง Social Media ทั้งทาง Facebook, Instagram, Youtube และอื่น ๆ




ศาลแรงงานภาค 8 สัมมนาผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาพิพากษาคดีแรงงานให้ไปในทิศทางเดียวกัน

วันที่ 21 มี.ค. 57 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ จ. ภูเก็ต นายจรัญ  เนาวพนานนท์  อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 8 เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานทั่วประเทศ  โดยมี นายนิคม  โอวาส ประธานผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาค 8  ดร.สมหมาย  ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานทั่วประเทศ เข้าร่วม

นายนิคม  กล่าวว่า ตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ได้กำหนดให้การพิจารณาพิพากษาคดีในศาลแรงงานต้องมีองค์คณะผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาคดี ประกอบด้วย ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้างและกำหนดให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแรงงานเป็นไปโดยประหยัด สะดวก รวดเร็วและเที่ยงธรรม ดังนั้น ผู้พิพากษาสมทบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการอำนวยความยุติธรรม สมควรต้องมีการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงาน การจัดประชุมสัมมนาผู้พิพากษาสมทบทั่วประเทศที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นการเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงการรับฟังปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้การพิจารณาพิพากษาคดีแรงงานให้เป็นไปในรูปแบบและทิศทางเดียวกัน และผู้เข้าร่วมประชุมสามารถนำความรู้และทักษะต่าง ๆ ที่ได้รับ ไปปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อไป

ศาลแรงงานเป็นศาลชำนาญพิเศษ แตกต่างจากคดีแพ่งและคดีอาญาทั่วไป มีวัตถุประสงค์ให้การดำเนินคดีเป็นไปโดยสะดวก ประหยัด รวดเร็ว เสมอภาคและเป็นธรรม การอำนวยความเป็นธรรมทางด้านแรงงานจะต้องคำนึงถึงสภาพการทำงาน ภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน ความเดือดร้อนของคู่ความทั้งนายจ้างและลูกจ้าง สิทธิประโยชน์ ตลอดจนสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมโดยทั่วไป ประกอบการพิจารณาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่ความทั้งสองฝ่าย ซึ่งในการดำเนินการพิจารณาคดีในศาลแรงงานจะต้องมีผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละเท่า ๆ กัน เป็นองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดี ดังนั้น ผู้พิพากษาสมทบทุกท่าน ถือเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่มีข้อพิพาทด้านแรงงาน  สำหรับศาลแรงงานแต่เดิมมีเพียงศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีแรงงานทั่วราชอาณาจักร ต่อมาได้มีพระราชกฤษฏีกา กำหนดจำนวนที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการศาลแรงงานภาค พ.ศ. 2546 เปิดทำการศาลแรงงานภาค 2 ภาค 8 และภาค 9 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2546 ในปี 2547 เปิดศาลแรงงานภาค 4 ภาค 5 และภาค 6 และในปี 2548 เปิดศาลแรงงานภาค 1 ภาค 3 และภาค 7 จนครบทุกภาค  

ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด จังหวัดภูเก็ต เปิดโครงการ “ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน” ประจำปี 2557 หมู่บ้านแรกในจังหวัดภูเก็ต ที่บ้านนากก หมู่ที่ 5 ตำบลฉลอง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 มีนาคม 2557  ที่ตลาดลานค้าชุมชนบ้านนากก ตำบลฉลอง  อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายเสรี พาณิชย์กุล ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการ ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน โดยมี นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายระพินทร์ นิชานนท์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดภูเก็ต นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีฉลอง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนชุมชนบ้านนากก เข้าร่วม

นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอเมืองภูเก็ต กล่าวว่า นับตั้งแต่รัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทุกหน่วยงานในศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอเมืองภูเก็ต จึงได้มีการระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมเป็นพลังแผ่นดินเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยจากการดำเนินการในรอบปี 2556  ที่ผ่านมาของศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอเมืองภูเก็ต มีผลการดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมายตามที่ได้กำหนดไว้ทุกประการโดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างความเข็มแข็งของหมู่บ้าน การสร้างพลังสังคม พลังชุมชน เพื่อเอาชนะยาเสพติด  การบำบัดรักษาและการปราบปราม ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและพึงพอใจต่อการดำเนินงานในด้านนี้เป็นอย่างมาก

สำหรับการดำเนินงานในปีนี้ ทางรัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยการยึดแนวทางการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์พลังแผนดินเอาชนะยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยการขยายผลการดำเนินงานชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน ซึ่งการดำเนินโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อปราบปรามจับกุมกลุ่มผู้ค้ารายย่อยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้หมดไปจากชุมชน นำผู้เสพซึ่งถือว่าผู้เป็นโรคสมองติดยาที่ยังคงเหลืออยู่ในชุมชนเข้ารับการบำบัดรักษาให้มากที่สุด รวมทั้งติดตามช่วยเหลือและส่งเสริมให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดมาแล้วได้มีอาชีพการงาน มีการศึกษา มีรายได้อย่างเพียงพอ โดยไม่ต้องมีพฤติกรรมซ้ำเดิม นอกจากนี้ ยังเป็นการเฝ้าระวังชุมชนให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมในหลายรูปแบบที่เป็นผลมาจากปัญหายาเสพติด และสุดท้าย เพื่อเสริมสร้างให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ครอบครัวอบอุ่น และเป็นชุมชนอุ่นใจที่ได้ลูกหลานกลับคืนมาในที่สุด

อย่างไรก็ดีจากการดำเนินการที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี  โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ทำให้ยาเสพติดในเขตชุมชนต่าง ๆ ลดลงไปได้มากพอสมควร ดังนั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนชุมชนถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากในการปราบปรามขจัดสิ้นยาเสพติด

ภูเก็ต เตรียมแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเนื่องจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มี.ค. 57 นายสมเกียรติ  สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเนื่องจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี จ. ภูเก็ต โดยมีนายสมพงศ์  แป้นทอง เกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายสมพงศ์  กล่าวว่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยพระราชานุญาต สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ปร/2555 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จังหวัดภูเก็ต โดยประกาศตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 มีผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานกรรมการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 3 ท่าน และเลขานุการคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เป็นรองประธานกรรมการ และมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ตเป็นเลขานุการ

สำหรับการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ประกอบด้วย กิจกรรมสำรวจและบันทึกข้อมูลพันธุกรรมพืช กิจกรรมเข้าค่ายเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กิจกรรมประชาสัมพันธ์ กิจกรรมสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในเขตปฏิรูปที่ดิน และกิจกรรมโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ โครงการปวงประชาเป็นสุขด้วยพระบารมี “คืนปาล์มหลังขาวสู่ป่า ถวายเจ้าฟ้าสิรินธร” ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว

ทั้งนี้วาระการพิจารณา มีการดำเนินการแผนแม่บทโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ระยะ 5 ปี และแผนปฏิบัติงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ประจำปี 2557

พังงาเปิดสัมมนาเรื่อง “Check ความพร้อมเข้าสู่ AEC : SMEs รุ่ง..ร่วง” ตามโครงการสนับสนุนการดำเนินของศูนย์ AEC ระดับจังหวัด

วันที่ ( ๒๐ มีนาคม ๕๗) เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ ห้องพิงกัน โรงแรมภูงา นายสุทธิโชค ทองชุมนุม ประธานหอการค้าจังหวัดพังงา เปิดการสัมมนาเรื่อง "Check ความพร้อมเข้าสู่ AEC : SMEs รุ่ง..ร่วง” ตามโครงการสนับสนุนการดำเนินของศูนย์ AEC ระดับจังหวัด โดยมีนายปัญญา เพชรคงทอง พาณิชย์จังหวัดพังงา กล่าวให้การต้อนรับผู้เสวนา ซึ่งประกอบด้วย นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เนินรายการโดยนายวิทัต วัชรบล ผู้อำนวยการศูนย์บริการข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับการเปิดสัมมนาเรื่อง " Check ความพร้อมเข้าสู่ AEC : SMEs รุ่ง..ร่วง” เป็นกิจกรรมที่กรมการค้าระหว่างประเทศและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงาและหอการค้าจังหวัดพังงา จัดขึ้น เนื่องจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจและการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่งและสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆได้ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ และมีสภาพภูมิศาสตร์ติดต่อกับประเทศในอาเซียนถึง ๔ ประเทศ ย่อมจะต้องได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะเป็นทางบวกหรือทางลบ ประเด็นสำคัญคือภาคเอกชนจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อม ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของผู้ประกอบการในอันที่จะเกี่ยวผลประโยชน์ทางการค้าจากโอกาสที่เกิดจากการรวมตัวทางเศรษฐกิจในการเข้าสู่ AEC

จังหวัดนครศรีธรรมราช ออกมาตรการห้ามจุดไฟ เผ่าป่า ฝ่าฝืนระวังมีโทษถึงจำคุก และปรับ

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากความแห้งแล้ง จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ออกประกาศเรื่องห้ามจุดไฟ เผาป่า เพื่อให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินประชาชนและสาธารณะ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 15 และมาตรา 29 จึงกำหนดมาตรการในการป้องกันดังนี้

 1. ประชาชน ผู้ที่มีความจำเป็นต้องจัดการเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตรในพื้นที่ที่ตนเองครอบครองโดยการเผาไฟ ให้ขออนุญาตจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตปกครองนั้น ๆ ก่อนดำเนินการ และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ต้องจัดทำแนวกันไฟและควบคุมมิให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ครอบครองที่ดินติดกับป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ต้องแจ้งต่อหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าในเขตพื้นที่นั้น ๆ ด้วย และหากพบเห็นเปลวไฟ หรือควันไฟในพื้นที่เขตป่าดังกล่าวให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปกครองในพื้นที่ หรือเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าโดยทันที

2. ห้ามเผา หรือกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด ๆ แม้เป็นของตนเองจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์สินของผู้อื่น ทั้งในพื้นที่ครอบครองของตนเองและมิใช่ของตนเอง ในบริเวณที่เป็นป่าพรุ ที่ลุ่มต่ำรกร้างว่างเปล่า ที่ชุมชนซึ่งอาจให้เกิดเพลิงไหม้อาคารบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างได้ บริเวณริมฝั่งถนน เส้นทางสายหลักในระยะเวลาห้าร้อยเมตรจากทางเดินรถ อันตรายจะเป็นเหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดในลักษณะที่อาจทำให้ไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถนั้น

3. หากฝ่าฝืนจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในเขต เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ มีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 150,000 บาท และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด ๆ แม้จะเป็นของตนเองจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 130 ห้ามมิให้ผู้ใดเผา หรือกระทำผิดด้วยประการใด ๆ ภายในระยะห้าร้อยเมตรจากทางเดินรถ เป็นเหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดในลักษณะที่อาจทำให้ไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถนั้น มาตรา 152 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 130 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอให้นายอำเภอ นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ตลอดถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครผู้ใต้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ ให้ถือเป็นหน้าที่ต้องเฝ้าระวังดูแลให้ประชาชนในพื้นที่/ท้องที่ ปฏิบัติตามปราศนี้อย่างเคร่งครัดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประชุมส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมด้านผู้สูงอายุจังหวัดนครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดประชุมส่งเสริมสวัสดิการสังคมด้านผู้สูงอายุจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสร้างความเข้าใจและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ปี 2557

วันนี้ (21 มี.ค. 57) ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมด้านผู้สูงอายุจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนางเลขา ซื่อธานุวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช คณะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมด้านผู้สูงอายุจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียงกัน

การประชุมครั้งนี้ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานโครงการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ปี 2557 ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กำหนดให้มีกิจกรรมเพื่อการขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตฯ ระดับจังหวัด คณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับพื้นที่ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชมรมผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินงานโครงการฯ ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดให้มีกิจกรรมเพื่อการขับเคลื่อนหลายกิจกรรม อาทิ การปรับปรุง/ก่อสร้างอาคาร การติดตามนิเทศงาน กิจกรรมด้านอบรมให้ความรู้ด้านต่างๆ กิจกรรมด้านฝึกอาชีพ ด้านถ่ายทอดวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านนันทนาการ และด้านอื่นๆ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินงานเพื่อขยายผลโครงการอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน โดยมอบหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรหลักในการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนในท้องถิ่น สร้างระบบงานอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้านให้เกิดขึ้นทุกเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในปี 2556 ที่ขณะนี้สามารถดำเนินการได้ครบทุกเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ส่งผลให้มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน จำนวน 81,883 คน และมีผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนที่ได้รับการดูแลจากอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 864,660 คน


อุไรวรรณ /ข่าว
จุรีรัตน์ /ภาพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ชื่นชมเยาวชนที่มีความตั้งใจสร้างสรรค์กิจกรรม ในเวทีเยาวชนพบผู้ว่าฯ ของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (21 มี.ค.57) ที่ศาลาประชาคมอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พบปะพูดคุยกับเยาวชน ตามกิจกรรมเวทีเยาวชนพบผู้ว่าฯ ของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีนายราชิต สุดพุ่ม นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายอภิเชษฐ์ สิงห์แก้ว พัฒนาการจังหวัดนครศรีธรรมราช กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมัชชาหมู่บ้าน คณะกรรมการสตรีระดับตำบล และกลุ่มเยาวชน 7 กลุ่ม จาก 5 ตำบล รวมทั้งสิ้น 300 คน ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนได้เสนอแนวคิด โครงการที่สร้างสรรค์ร่วมกัน ลดพื้นที่เสี่ยงและเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ที่ดีให้กับเยาวชนในการทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงปิดภาคเรียน เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด และเพื่อให้เยาวชนได้กล้าแสดงออก มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ซึ่งอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชร่วมกับพัฒนาชุมชนและกลุ่มเยาวชนจัดขึ้น

โอกาสนี้ตัวแทนเยาวชนตั้ง 7 กลุ่ม ได้นำเสนอโครงการเพื่อเพิ่มศักยภาพของเยาวชนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด รวม 7 โครงการ เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 354,600.-บาท เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัด นำไปจัดกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ต้องขอชื่นชมเยาวชนทุกคนที่มีความตั้งใจและความพยายามในการคิดสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อทำร่วมกัน บางกิจกรรมที่นำเสนอมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้วเยาวชนและสังคมจะได้อะไรบ้าง บางกิจกรรมยังไม่มีความชัดเจนก็ต้องให้ปรับปรุงเนื้อหาบางส่วน อย่างไรก็ตามการคิดกิจกรรม/โครงการ ไม่ต้องการให้เอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่ต้องการให้ผลลัพธ์ที่จะได้เป็นตัวตั้ง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้จัดสรรงบประมาณจากแผนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป

ผวจ.ตรัง นำส่วนราชการลงพื้นที่ออกบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนอำเภอหาดสำราญ

วันนี้ (21 มี.ค.)  ที่โรงเรียนหาดสำราญ สวนสาธารณอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นางณัฐพิสุทธิ์ เหมทานนท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรังพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดตรัง ได้ออกหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่ เพื่อนำบริการของหน่วยงาน มาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่พร้อมทั้งเยี่ยมเยียนและรับทราบปัญหาข้อขัดข้องจากชาวบ้าน อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง โครงการ จังหวัดเคลื่อนที่ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน” เป็นโครงการที่ส่วนราชการต่าง ๆ ออกมาให้บริการประชาชนในพื้นที่ เช่น การบริการด้านการแพทย์ ด้านการเกษตร ด้านกฎหมายและงานยุติธรรม ด้านสวัสดิการสังคม และอื่น ๆ โดยแต่ละหน่วยงานจะมีเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ คอยให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา พร้อมทั้งสื่อแผ่นพับหรืออื่น ๆ ที่ให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ และเหล่ากาชาดจังหวัดตรังมอบแว่นสายตา พร้อมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้สูงอายุอีก 100 ชุดและขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนได้ช่วยกันไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ในวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2557 ที่จะถึงนี้ อย่านอนหลับทับสิทธิ เพราะชาวตรังเป็นผู้ที่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากติดในลำดับต้น ๆ ของประเทศ และขอให้ประชาชนช่วยดูแลบุตรหลาน สั่งสอน แนะนำ ตักเตือน ในเรื่องของการท้องก่อนวัยอันควร หรือคุณแม่วัยใส ประเทศไทยติดอับดับโลกในเรื่องนี้ อยากจะให้ช่วยกัน ยิ่งพ่อแม่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษอย่าอายที่จะสอนลูก ถ้าหากพ่อแม่อายแล้วใครจะสอนลูกให้ได้ดี ให้รักลูกเหมือนรักวัวชน เหมือนรักไก่ชนบ้าง กอดลูกวันละครั้งเป็นอย่างน้อยเป็นการสร้างความอบอุ่นในครอบครัว เราก็จะสามารถนำพาครอบครัวของเราไปสู่สิ่งที่ดีได้แน่นอน

ประมงจังหวัดตรัง ให้คำแนะนำเกษตรกรในหน้าแล้ง

นายสุพล ตันสุวรรณ ประมงจังหวัดตรัง กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งของจังหวัดตรังที่จะมีผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำว่า ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ของทุกปี อากาศร้อนและแล้ง ทำให้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น อาจจะเป็นสาเหตุทำให้สัตว์น้ำที่เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นปลา หรือกุ้ง ได้รับผลกระทบได้ สัตว์น้ำทั้งปลาและกุ้ง เป็นสัตว์เลือดเย็น อุณหภูมิของร่างกายจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิของน้ำ ยิ่งในช่วงหน้าแล้ง ปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงหรือแหล่งน้ำธรรมชาติลดลง จะมีผลให้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น ก็จะส่งผลให้สัตว์น้ำกินอาหารน้อยลง หรือมีอาการป่วยตามมา จึงให้เกษตรได้เตรียมรับกับปัญหาและหาแนวทางการป้องกัน เช่น การควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยง ให้มีการสูญเสียน้ำน้อยที่สุด การป้องกันการั่วซึมของน้ำ การจัดหาร่มเงาให้บ่อเลี้ยง การเตรียมแหล่งน้ำสำรอง จับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณลง ลดปริมาณอาหารเพื่อป้องการการเน่าเสียของน้ำ การงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ หมั่นพยายามสังเกตอาการของสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้แก้ไขอย่างทันท่วงที นอกจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำจะต้องระมัดระวังและสังเกตอาการในเบื้องต้นแล้ว หลังจากผ่านช่วงหน้าแล้งไป ก็จะต้องระมัดระวังอีกครั้งเพราะหากฝนตก น้ำฝนก็จะพัดพาสารเคมีตกค้าง หรือ สารอินทรีย์ ต่าง ๆ ลงสู่แหล่งน้ำ นั่นก็จะมีผลกระทบต่อสัตว์น้ำอีกเช่นกัน หากเกษตรกรมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดตรัง 0-7521-8541 ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง 0-7527-8200,0-7527-8164 และ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งตรัง 0-7527-4077-8 ได้ในวัน และเวลาราชการ

จังหวัดตรัง ประสบภาวะแล้งหนักประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้วทั้งจังหวัด

นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งของจังหวัดตรัง ว่า ขณะนี้จังหวัดตรังได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้วทั้งจังหวัด ซึ่งอำเภอสุดท้ายที่ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยแล้งคืออำเภอนาโยง รวมทั้งจังหวัดขณะนี้ 50 ตำบล 2 เทศบาล 362 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 35,508 ครัวเรือน 108,747 คน นายอำนวย จันทรัฐ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง กล่าวว่า พื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งของจังหวัดตรัง ขณะนี้ทุกอำเภอ 1) อำเภอปะเหลียน 4 ตำบล 27 หมู่บ้าน 2) อำเภอห้วยยอด 8 ตำบล 1 เทศบาล 39 หมู่บ้าน 3) อำเภอเมืองตรัง 8 ตำบล 51 หมู่บ้าน 4) อำเภอวังวิเศษ 4 ตำบล 47 หมู่บ้าน 5) อำเภอหาดสำราญ 3 ตำบล 22 หมู่บ้าน 6) อำเภอสิเกา 4 ตำบล 27 หมู่บ้าน 7) อำเภอกันตัง 8 ตำบล 49 หมู่บ้าน 8) อำเภอย่านตาขาว 6 ตำบล 1 เทศบาล 56 หมู่บ้าน 9) อำเภอรัษฎา 4 ตำบล 35 หมู่บ้าน และ 10) อำเภอนาโยง 1 ตำบล 9 หมู่บ้าน รวม 50 ตำบล 2 เทศบาล และ 362 หมู่บ้าน ในขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล ส่วนราชการเช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง กองร้อย ตชด.ที่ 435 หน่วย ศบภ.ร.15 พัน 4 ได้นำน้ำออกไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยแล้ว กว่า 4.68 ล้านลิตร ช่วงนี้จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ รวมทั้งให้ความระมัดระวังในการเผาป่า เผาขยะ หรืออื่นใดที่ทำให้ติดไฟได้ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ของให้แจ้งหน่วยงานในพื้นที่ เช่นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือต่อไป

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 สุราษฏร์ธานี จัดกิจกรรมครบรอบ “ 60 ปี สปช.5 ยิ้ม ” เนื่องในโอกาศครบรอบวันคล้ายวันก่อตั้ง สำนักฯ ครบรอบ 60 ปี ประจำปี 2557 ณ.จังหวัดกระบี่

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 สุราษฏร์ธานี จัดกิจกรรมครบรอบ “ 60 ปี สปช.5 ยิ้ม ” เนื่องในโอกาศครบรอบวันคล้ายวันก่อตั้ง สำนักฯ ครบรอบ 60 ปี ประจำปี 2557 ณ.จังหวัดกระบี่

วันนี้ 21 มีนาคม 2557 นางพิชญา เมืองเนาว์ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 5 สุราษฏร์ธานี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เดินทางมาจัดกิจกรรมครบรอบ “ 60 ปี สปช.5 ยิ้ม ” เนื่องในโอกาศครบรอบวันคล้ายวันก่อตั้ง สำนักฯ ครบรอบ 60 ปี ประจำปี 2557 ณ. จังหวัดกระบี่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงานให้เป็นที่ประจักษ์ ในวงการสื่อสารมวลชนระดับภูมิภาค และเพื่อประสานความสัมพันธ์ที่ดี กับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสื่อสารมวลชน กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.ได้จัดให้มีการทำบุญ ณ.วัดแก้วโกรวาราม อารามหลวง อ.เมือง จ.กระบี่ จากนั้นในเวลา 13.00 น. นายกฤช รังสิเสนา ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการประชุมผู้บริหาร สปช.5 สัญจร ณ ห้องเหลืองกระบี่ โรงแรมมาริไทม์ ปาร์ค แอนด์สปารีสอร์โดยมีนางพิชญา เมืองเนาว์ ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 5 สุราษฏร์ธานี กล่าวรายงาน
การประชุมในครั้งนี้มีวาระแจ้งให้ที่ประชุมทราบได้แก่การแสดงความยินดีกับรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนใหม่ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 19/2557 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ เรื่องย้ายข้าราชการ นายจรูญ ไชยศร ผอ.สวท. ดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดีกรมประชาสัมพันธ์ การปฏิบัติงานในสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง

ในที่ประชุมบริหาร กปส. ครั้งที่ 2/2557 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา รปส. (นายไพฑูรย์ หิรัญประดิษฐ์) ประธษนในที่ประชุมให้กำลังใจการปฏิบัติงานในสถานการณ์ขัดแย้ง ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานที่สำคัญ ในส่วนภูมิภาคของให้ประชาสัมพันธ์จังหวัด ประสาน สมาคมสื่อมวลชน ตำรวจ ทหาร ในพื้นที่ ให้มีสัญลักษณ์แสดงตนของสื่อมวลชน ซึ่งอาจจะเป็นการส่งรายชื่อ หรือการลงทะเบียน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรในวิชาชีพสื่อสารในการปฏิบัติงานของ กปส.การประชาสัมพันธ์เรื่องภัยแล้งขอให้หน่วยงาน สปข.5 สทท. สวท. สวศ. และ ส.ปชส. ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้ง ในการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน เกี่ยวกับการป้องกัน แก้ไขและประชาสัมพันธ์การให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานราชการแก่ประชาชน ควบคู่ไปกับการรายงานสถานการณ์ภัยแล้งด้วยการเร่งรัดดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปี 2557ในที่ประชุมผู้บริหาร กปส. ที่ผ่านมา ได้รายงานความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปี พ.ศ. 2557 ตามมติ ครม. ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 ในภาพรวมของ กปส. เบิกต่ำกว่าเป้าหมายร้อยละ 17.68 จึงขอให้หน่วยงานในสังกัด สปข.5 เร่งดำเนินการเบิกจ่าย ซึ่งในรอบ 6 เดือนแรก (ถึง 31 มีนาคม 2557) ทุกหน่วยงานต้องเบิกจ่ายเงินงบประมาณในภาพรวม ร้อยละ 37 บรรลุค่าเป้าหมายที่ระดับ 3 หากจะให้ได้ ระดับ 5 ต้องเบิกจ่ายให้ได้ ร้อยละ 41

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557

สปข. ๕ จัดเวทีชุมชนประชาธิปไตย

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตร่วมกับเทศบาลตำบลราไวย์ จัดเวทีชุมชนประชาธิปไตย เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากฐานรากของชุมชนสู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน

วันนี้ (20 มี.ค. 57) ที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านบางคณฑี ต. ราไวย์ อ. เมือง จ. ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมเวทีชุมชนประชาธิปไตย "ส่วนร่วมจากชุมชน.. สู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน” โดยมีนางพิชญา เมืองเนาว์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายฤทธิเดช โคตรสาร ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นายชัยวุฒิ พวงสุวรรณ นางไอศยา สินบุษกร นายบัญชา กัณหาสินธิ์ รักษาราชการ ผอ.สวท.ภูเก็ต นายโสภณ เคี่ยมการ รักษาราชการ ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต บุคลากรสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กลุ่มผู้นำชุมชน กลุ่มสตรี ในพื้นที่ตำบลราไวย์ เข้าร่วม มีวิทยากร นายกิติพงษ์ เที่ยงคุณากฤต ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต อาจารย์แสงเดื อน หังสวนัส คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฦภูเก็ต น.ส.พรภัก ระวังชา ประธานสตรีมุสลิมะฮ์ตำบลราไวย์ และนายอภิสิทธิ์ ช่างเหล็ก ประธานสภาเยาวชนตำบลราไวย์ ร่วมเสวนา

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เป็นกฎหมายสูงสุด มีประชาชนเป็นศูนย์กลางในการปกครองประเทศผ่านระบบรัฐสภา และกิจกรรมการมีส่วนร่วมถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมของชุมชนที่มาจากความคิดเห็น ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง กรมประชาสัมพันธ์จึงได้มอบหมายให้สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 ดำเนินงานโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยประจำปี 2557 ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ขึ้น เพื่อกระตุ้นประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้ตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและสร้างความรู้ความเข้าใจในความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมในชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง ตลอดจนสร้างจิตสำนึกให้เคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น แสดงออกตามวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องและเหมาะสม

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 จึงกำหนดจัดกิจกรรมการจัดเวทีชุมชนประชาธิปไตย "ส่วนร่วมจากชุมชน...สู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน” ขึ้น โดยคัดเลือกกลุ่มผู้นำชุมชน กลุ่มสตรี และเยาวชนในพื้นที่บ้านบางคณฑี ต. ราไวย์ จ. ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นของชุมชนด้านการมีส่วนร่วมเข้าร่วมกิจกรรม โดยเป็นการนำความรู้ในมิติด้านวิชาการและด้านการปฏิบัติงานของคนในชุมชน มาแลกเปลี่ยน พูดคุย ถอดบทเรียนและแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ทั้งนี้เพื่อการนำไปเป็นต้นแบบของชุมชนอื่น ๆ ต่อไป

ผบช.ศชต. มอบประกาศเกียรติคุณตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดีเยี่ยม พร้อมติดตาม เร่งรัด คดีความมั่นคงและมอบนโยบาย หน.หน่วยตำรวจในจังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ 20 มี.ค.57 เวลา 09.40 น.  ที่ ห้องประชุมยะลารวมใจ ชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ถ.สุขยางค์ เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา  พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้  เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่นประจำเดือน มี.ค.57 จำนวน 35 นาย เพื่อเป็นการบำรุงขวัญและกำลังใจให้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบสุขของประชาชน  พร้อมทั้งประชุมติดตามความคืบหน้าคดีความมั่นคงต่างๆ ของหน่วยตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจขึ้นไป รวม 166 นาย ติดตามความคืบหน้าคดีความมั่นคงที่สำคัญที่เกิดในห้วงเดือนที่ผ่านมา  เพื่อกำชับ เร่งรัด ให้ทุกหน่วยปฏิบัติอย่างเข้มข้นเกาะติดสถานการณ์ พร้อมให้ปฏิบัติงานเชิงรุกเข้าหากลุ่มเป้าหมาย จัดมาตรการวางกำลังป้องกันเหตุร้ายจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ให้คลอบคลุมพื้นที่ และ เน้นย้ำให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่อย่างรัดกุม ระมัดระวัง ไม่ประมาท  ให้ตำรวจทุกนายตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และให้บริการประชาชน อย่างเต็มกำลังความสามารถ ให้สมกับเจตนารมณ์คำว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” เพื่อความผาสุกของประชาชนในพื้นที่ต่อไป



นายนิแอ  สามะอาลี / ภาพข่าว

กำลัง 3 ฝ่าย ปิดล้อมพื้นที่ ต.สะเอ๊ะ อ.กรงปินัง รวบผู้ต้องสงสัยป่วนใต้ ได้ 1 ราย

พ.ท.ณรงค์ชัย เจริญชัย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 13 อ.กรงปินัง จ.ยะลา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (19 มี.ค.57 ) เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 13 อ.กรงปินัง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพราน ที่ 47 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กว่า 50 นาย เข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายที่บ้านยาแลบารู (บ้านย่อย บ้านแปแจง) หมู่ที่ 5 ต.สะเอ๊ะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา หลังสืบทราบจากแหล่งข่าวว่า มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ อ.กาบัง และ อ.ยะหา จ.ยะลา เข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมบ้านต้องสงสัย จำนวน 4 หลัง และสามารถควบคุมตัว นายกายา เจ๊ะหนิ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 3 ต.ตรัง อ.มายอ จ.ปัตตานี ตามหมายจับที่ จ 70/2557 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2557 สภ.กาบัง จ.ยะลา พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง/ซิมการ์ด เปล่า จำนวน 1 ซิม จึงได้นำตัวซักถามขยายผลที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 อ.ยะหา จ.ยะลา ต่อไป



นายนิแอ  สามะอาลี / ภาพข่าว

อบต.คลองเคียน จ.พังงา ชวนเที่ยวงานเทศกาลหอยและอาหารทะเล ครั้งที่ 5 และ “คลองเคียน ฟิชชิ่ง เกมส์ 2014” 29-31 มี.ค.นี้

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 19  มี.ค.57  ที่ห้องประชุมโรงแรมเอราวัณ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายศิลป์ชัย รามณีย์ นายอำเภอตะกั่วทุ่ง พร้อมด้วย นายอุทิศ มัจฉาเวช นายก อบต.คลองเคียน นายวิชัช ไตรรัตน์ นายกสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพังงา นายวัฒนพงษ์ สุกใส หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา นางลัดดาวัลย์ ช่วยชาติ หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลหอยและอาหารทะเล ครั้งที่ 5 และคลองเคียน ฟิชชิ่ง ครั้งที่ 1 โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นายอุทิศ กล่าวว่า ตำบลคลองเคียน เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอตะกั่วทุ่ง จ.พังงา มีลักษณะภูมิประเทศเป็นหุบเขาสลับกับที่ราบลุ่ม มีอาณาเขตติดต่อกับภาคพื้นดินและชายฝั่งทะเลอ่าวพังงา ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพประมงและเกษตรกรรมเป็นหลัก มีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย มีศิลปวัฒนธรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง มีท่าเทียบเรือที่มีความสะดวกสบาย ใกล้กับจุดท่องเที่ยวหลายจุดในอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังมีทรัพยากรทางทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีอาหารทะเลที่สด อร่อย นับเป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลที่สำคัญในจังหวัดพังงา  การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการต่อสู้มาในเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จนกระทั่งมาถึงการรวมกลุ่มของพี่น้องชาวประมง ต.คลองเคียน ในเรื่องของการอนุรักษ์กุ้งหอย ปู ปลา ที่มีอยู่ในพื้นที่ของ อบต.คลองเคียน ต่อเนื่องมาจนกระทั่งเรามีการจัดงานเทศกาลหอย และอาหารทะเล ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ซึ่งได้ผนวกเรื่องการท่องเที่ยวเข้าไปด้วย เพราะว่าการท่องเที่ยวในเขตของ อบต.คลองเคียนนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอยู่ 3 แห่ง คือเกาะละวะใหญ่ เกาะพะนัก และเกาะห้อง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวจากกระบี่ และภูเก็ตมาเที่ยว วันหนึ่งหลายพันคน จึงเป็นที่มาและวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ เพื่อต่อยอดเรื่องของอาหารทะเล การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในเรื่องของการท่องเที่ยว และที่สำคัญเป็นการปลูกจิตสำนึกให้คนในชุมชนมีความหวงแหนในทรัพยากรทางธรรมชาติในทะเลและชายฝั่งที่มีอยู่

ดังนั้น อบต.คลองเคียน จึงได้ร่วมกับจังหวัดพังงาจัดงานนี้ในระหว่างวันที่ 29-31 มีนาคม 2557 ณ ท่าเทียบเรือบ้านคลองเคียน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สนับสนุนให้เกิดจิตสำนึกของชุมชนด้านการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และยังได้อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ตกทอดสู่คนรุ่นหลังต่อไป

กิจกรรมภายในงานมีการประกวดการทำอาหารเกี่ยวกับหอยและอาหารทะเลทุกชนิด มีการแสดงของเด็กเยาวชน จากทั้ง 8 หมู่บ้านของ ต.คลองเคียน การล่องเรือชมสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของ อบต.คลองเคียน และอยู่ในเขตความรับผิดชอบของอ่าวพังงา มีเกาะละวะ เกาะพะนัก และเกาะห้อง  ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบนเรือ รวมถึงการผนวกกิจกรรมการแข่งขันตกปลาร่วมด้วย โดยสำนักงานประมงจังหวัดพังงาได้ร่วมกับ อบต.คลองเคียน จัดขึ้น ภายใต้ชื่องาน การแข่งขันกีฬาตกปลาทะเล คลองเคียน ฟิชชิ่ง เกมส์ 2014 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก เพื่อเชิญชวนพี่น้องชาวประมงทั้งในจังหวัดพังงา และจากจังหวัดใกล้เคียง ให้มาร่วมกิจกรรมปีละ 1 ครั้ง โดยจะแข่งตกปลาในพื้นที่อ่าวพังงา ในวันที่ 29-30 มีนาคม 2557 มีของรางวัลเป็นเงินสด โล่รางวัล และรางวัลพิเศษอีกมากมาย ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดพังงา โทร 076-412153 อบต.คลองเคียน โทร.076-451287 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป      

ตลาดคอนโดปล่อยเช่ารับอานิสงส์ท่องเที่ยวภูเก็ตเติบโตสูงต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 มี.ค. 57 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ จ. ภูเก็ต ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จัดงานเสวนาภายใต้หัวข้อ “แนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต” โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละธุรกิจมาร่วมให้ข้อมูลความรู้ มีวัตถุประสงค์ให้ข้อมูลด้านภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ การท่องเที่ยวและการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตให้กับนักธุรกิจและนักลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยมีนายวารินทร์  สัจเดว  เป็นผู้ดำเนินการเสวนาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และมีน.ส. ศรีนรินทร์  เผ่าพงษ์ไพบูลย์ นักวิเคราะห์อาวุโส  ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์  จำกัด นายอนุกูล  รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทพลัสพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด  น.ส. วรรณประภา  สุขสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต  ร่วมเสวนา

น.ส. ศรีนรินทร์  กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดภูเก็ต (GPP) มีสัดส่วนหลักมาจากภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ซึ่งภาคโรงแรมและร้านอาหารมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 33 และอันดับสองจากการขนส่งอีกร้อยละ 23 และมีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดอยู่ที่ร้อยละ 8.7 สูงกว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4 ต่อปี ทั้งนี้จำนวนผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวจะมาจากต่างประเทศมากกว่านักท่องเที่ยวจากในประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (วัดจากจำนวนผู้โดยสารขาเข้าที่ใช้บริการสนามบินนาชาติภูเก็ต) ทั้งนี้พบว่าแม้ประเทศไทยจะมีปัญหาการเมืองในกรุงเทพฯ ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาภูเก็ตอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูเก็ตให้เติบโตต่อเนื่องแม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอาจจะยังไม่สดใสก็ตาม

ด้าน น.ส.วรรณประภา  สุขสมบูรณ์ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต เปิดเยว่าในช่วงไฮซีซั่นของภูเก็ต (27 ต.ค. 25-29 มี.ค. 57) จะมีจำนวนเที่ยวบินเข้าสู่ภูเก็ตรวมกว่า 771 เที่ยวบินจาก 48 สายการบินทั่วโลก ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเป็นการยืนยันได้ว่าภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเมืองหนาว อาทิกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย อังกฤษและกลุ่มประเทศยุโรป ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการขยายตัวสูงขึ้นเพื่อตอบรับการจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมองเห็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในรูปแบบการพักแบบลองสเตย์มากขึ้นและมองหาที่พักโดยการเช่าคอนโดหรือบ้านพักแทนการเข้าพักโรงแรมเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ที่เห็นได้ชัดจะเป็นนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย เกาหลีและจากทางยุโรป

ขณะที่นายอนุกูล  กล่าวว่า การซื้อลงทุนคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่าได้รับความนิยมสูงขึ้น หลังจากที่เศรษฐกิจธุรกิจท่องเที่ยวของภูเก็ตมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วใน 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยวัดได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทำให้จังหวัดภูเก็ตมีการจ้างงานมากขึ้น ทั้งในส่วนของชาวต่างชาติที่มาทำงานและชาวไทยจากจังหวัดอื่น ๆ โดยทำเลที่มีการจ้างงานมากคือบริเวณชายหาดป่าตอง ซึ่งทำให้บริเวณใกล้เคียงเช่น กะทู้ ได้รับอานิสงส์ไปด้วย ทำให้ตลาดเช่าของจังหวัดภูเก็ตไม่ต้องพึ่งช่วง High season อย่างเดียวเพราะสามารถปล่อยเช่าให้คนที่มาทำงานในจังหวัดภูเก็ตได้ตลอดทั้งปี

ชาวบ้านชุมชนคลองมุดง ฉลอง ภูเก็ต รวมตัวกว่า 200 คน บุกเทศบาลตำบลฉลอง เข้าร้องเรียนให้ทางนายกเทศมนตรีตำบลฉลองช่วยเหลือในเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มี.ค.57 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลฉลอง ชาวบ้านชุมชนคลองมุด หมู่ 1 ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นำโดย นาย สมพร หนูคง ประธานชมชุนคลองมุดง ได้เข้าร้องเรียนต่อ นาย สำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อให้มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ในชุมชน โดยมี พ.ต.ท. กิตติพงศ์ คล้ายแก้ว รอง ผกก.ป.สภ.ฉลอง นาย ชิษณุพงศ์ โกยกิจเจริญ ผู้จัดการการไฟฟ้า สาขาย่อยตำบลฉลอง คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 200 คนเข้าร่วม

นายสมพร กล่าวว่า เนื่องด้วยชาวบ้านชุมชนคลองมุดง เป็นชุมชนที่มีประชาชนเข้าอยู่อาศัยเป็นจำนวนหลายครัวเรือน โดยเริ่มเข้ามาอาศัยตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน จากจำนวนสิบกว่าครัวเรือนจนมีมากขึ้นเป็นสองร้อยกว่าครัวเรือน ซึ่งชาวบ้านทั้งหมดล้วนแต่มีรายได้น้อยและยังไม่มีที่อาศัยและที่ทำกินเป็นของตัวเอง จึงมีความเดือดร้อนเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปาไม่มีใช้ ตอนนี้ได้อาศัยพ่วงต่อจากชาวบ้านด้วยกัน แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการใช้สอยในชีวิตประจำวัน เพราะผู้ใช้ไฟฟ้ามีจำนวนมากและต่อพ่วงเป็นระยะทางยาวมาก ทำให้กระแสไฟฟ้าด้านแสงสว่างไม่เพียง เกิดไฟฟ้าตกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่ก็ได้รับความเสียหาย ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก อีกทั้งเด็กๆ ที่กำลังเรียนหนังสือก็ลำบากในการอ่านหนังสือและทำการบ้านเนื่องจากแสงสว่างไม่เพียงพอ ต้องใช้เทียนในการอ่านหนังสือ รวมทั้งการพ่วงต่อสายที่ไม่ได้มาตรฐานอาจจะเป็นอันตรายต่อบุตรหลานเรื่องของไฟฟ้าดูดและไฟฟ้ารั่ว ในส่วนเรื่องของน้ำประปาก็ไม่ใช้ ซึ่งน้ำประปาไหลบ้างหยุดบ้าง และในบางครั้งก็มีน้ำเป็นสีแดง ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาเป็นระยะยาวนาน โดยไม่มีหน่วยงานใดที่จะลงไปช่วยเหลือชาวบ้าน จึงได้รวมตัวมาร้องเรียนกับนายกเทศมนตรีตำบลฉลอง

ด้าน นายสำราญ จินดาพล กล่าวภายหลังจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่า หลังจากนี้ ทางเทศบาลตำบลฉลองจะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะลงพื้นที่ในสัปดาห์นี้เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แก่ชาวบ้านอย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะให้ชาวบ้านได้มีไฟฟ้าและน้ำประปาได้ใช้โดยไม่ต้องรับความเดือดร้อนอีก แต่จะต้องเป็นไปตามความเหมาะสมที่จะสามารถกระทำได้

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตร่วมกับเทศบาลตำบลราไวย์ จัดเวทีชุมชนประชาธิปไตย เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากฐานรากของชุมชนสู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน

วันที่ 20 มี.ค. 57  ที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านบางคณฑี ต. ราไวย์ อ. เมือง จ. ภูเก็ต  นายสมเกียรติ  สังข์ขาวสุทธิรักษ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมเวทีชุมชนประชาธิปไตย “ส่วนร่วมจากชุมชน.. สู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน”  โดยมีนางพิชญา  เมืองเนาว์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 นายอรุณ  โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์  นายภาคภูมิ  อินทรสุวรรณ นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายฤทธิเดช  โคตรสาร ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นายชัยวุฒิ  พวงสุวรรณ  นางไอศยา  สินบุษกร  นายบัญชา  กัณหาสินธิ์  รักษาราชการ ผอ.สวท.ภูเก็ต นายโสภณ  เคี่ยมการ รักษาราชการ ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต  บุคลากรสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กลุ่มผู้นำชุมชน กลุ่มสตรี ในพื้นที่ตำบลราไวย์  เข้าร่วม  มีวิทยากร นายกิติพงษ์  เที่ยงคุณากฤต ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต อาจารย์แสงเดื อน  หังสวนัส คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฦภูเก็ต น.ส.พรภัก  ระวังชา ประธานสตรีมุสลิมะฮ์ตำบลราไวย์ และนายอภิสิทธิ์  ช่างเหล็ก ประธานสภาเยาวชนตำบลราไวย์  ร่วมเสวนา

นางพิชญา  กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เป็นกฎหมายสูงสุด มีประชาชนเป็นศูนย์กลางในการปกครองประเทศผ่านระบบรัฐสภา และกิจกรรมการมีส่วนร่วมถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมของชุมชนที่มาจากความคิดเห็น ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง  กรมประชาสัมพันธ์จึงได้มอบหมายให้สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 ดำเนินงานโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยประจำปี 2557 ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ขึ้น เพื่อกระตุ้นประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้ตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและสร้างความรู้ความเข้าใจในความเป็นพลเมืองประชาธิปไตยที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมในชุมชนเพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง ตลอดจนสร้างจิตสำนึกให้เคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น แสดงออกตามวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องและเหมาะสม

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 จึงกำหนดจัดกิจกรรมการจัดเวทีชุมชนประชาธิปไตย  “ส่วนร่วมจากชุมชน...สู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน” ขึ้น โดยคัดเลือกกลุ่มผู้นำชุมชน กลุ่มสตรี และเยาวชนในพื้นที่บ้านบางคณฑี ต. ราไวย์ จ. ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นของชุมชนด้านการมีส่วนร่วมเข้าร่วมกิจกรรม โดยเป็นการนำความรู้ในมิติด้านวิชาการและด้านการปฏิบัติงานของคนในชุมชน มาแลกเปลี่ยน พูดคุย ถอดบทเรียนและแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ทั้งนี้เพื่อการนำไปเป็นต้นแบบของชุมชนอื่น ๆ ต่อไป

คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติไม่ร่วมเป็นองค์กรกลางในการเจรจา

คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติในวันที่ 18 มีนาคม 2557 ว่า ป.ป.ช.เป็นองค์กรหลักที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริต จึงไม่อาจร่วมเป็นองค์กรกลางในการเจรจาดังกล่าวได้

ตามที่ได้มีการประชุม 6 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ กรรมการการเลือกตั้ง และรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ร่วมกันเสนอความคิดเห็นถึงความจำเป็นในการเจรจาเพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมืองที่อยู่ในภาวะขัดแข้ง อันจะจำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นรูปแบบและแผนที่ความสำเร็จ (Road Map)

ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริต จึงไม่อาจร่วมเป็นองค์กรกลางในการเจรจาดังกล่าวได้ อย่างไรก็ดีทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นด้วยกับการหาทางออกของประเทศโดยวิธีการเจรจา และขอให้กำลังใจกับผู้ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการแก้ไขปัญหาของประเทศไทยให้เข้าสู่ความสงบโดยเร็ว

พังงา เตรียมจัดงานเทศกาลหอยและอาหารทะเล สืบสานศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตชุมชน

ที่ห้องประชุม โรงแรมเอราวัณ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายอุทิศ มัจฉาเวช นายก อบต.คลองเคียน พร้อมด้วย นายศิลป์ชัย รามณีย์ นายอำเภอตะกั่วทุ่ง พ.ต.ท.สุกิจ สุวรรณเทวะคุปต์ รองผู้กำกับ(ป) สภ.โคกกลอย นายวิชัช ไตรรัตน์ ประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจ นายกสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดพังงา นายคมเดช พิมพ์พุฒ ประมงอำเภอตะกั่วทุ่ง นายวัฒนพงษ์ สุกใส หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา และนางสาวลดาวัลย์ ช่วยชาติ หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ร่วมกันแถลงข่าว การเตรียมจัดงานเทศกาลหอยและอาหารทะเล สืบสานศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตชุมชนและคลองเคียนฟิชชิ่ง ครั้งที่ ๑ ณ ท่าเทียบเรือบ้านคลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ของชาวตำบลคลองเคียนและพื้นที่ใกล้เคียงโดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นายอุทิศ มัจฉาเวช นายก อบต.คลองเคียน กล่าวว่า งานเทศกาลหอยและอาหารทะเลจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเทอ เดอร์ โซม (อิตาลี)นำโดย ดร.อเล็กซ์ ซานโด้ มอนตาดี ผู้แทนประจำประเทศไทย กับ อบต.คลองเคียน

สำหรับในปีนี้งานเทศกาลหอยและอาหารทะเลได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๙-๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ ท่าเทียบเรือตำบลคลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแข่งขันทำอาหารหอยและอาหารทะเล การจัดนิทรรศการวิถีชีวิตชุมชน การแสดงของเยาวชนตำบลคลองเคียน การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การแสดงของศิลปินนักร้องหลวงไก่ การแข่งขันพายเรือแคนู การแข่งขันชกมวยทะเล อีกทั้งในปีนี้ยังได้จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาตกปลาทะเล คลองเคียน ฟิชชิ่ง เกมส์ 2014 ครั้งแรกอีกด้วย ร่วมสนุกสนานกับการแข่งขันตกปลาหลายชนิด อาทิ ปลาช่อนทะเล ปลาสาก ปลากะมง ปลากะพงขาว ในท้องทะเลอ่าวพังงา ชิงรางวัลต่างๆมากมาย ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ สำนักงานประมง อ.ตะกั่วทุ่ง โทร.๐๘๓-๑๘๒๒๑๐๔ หรือ อบต.คลองเคียน โทร.๐๗๖-๔๕๑๒๘๗, ๐๘๗-๘๘๓๘๖๘๓ ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๒๘ มี.ค.๒๕๕๗

สำนักงานจัดหางานจังหวัดพังงา จัดอบรมนายจ้าง ผู้ประกอบการ ให้ความรู้เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว

วันนี้ (๒๐ มี.ค.๕๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่ห้องประชุมปันหยี โรงแรมภูงา อ.เมือง จ.พังงา สำนักงานจัดหางานจังหวัดพังงา จัดโครงการประชุมนายจ้าง/ผู้ประกอบการจังหวัดพังงา ประจำปี ๒๕๕๗ ให้ความรู้ระเบียบกฎเกณฑ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมถึงขั้นตอนการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา ให้กับนายจ้าง/ผู้ประกอบการในจังหวัดพังงา

นายสันติ นันตสุวรรณ จัดหางานจังหวัดพังงา กล่าวว่า จังหวัดพังงาปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวที่มีหนังสือเดินทางถูกต้องและขอรับใบอนุญาตแล้ว เป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาวและกัมพูชา จำนวน ๑๘,๗๖๐ คน แต่บางส่วนยังมีการลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือยังมีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและจ้างแรงงานต่างด้าวแบบผิดกฎหมาย

สำหรับการจัดกิจกรรมวันนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว วิธีการขอรับใบอนุญาตทำงานและเงื่อนไขในการทำงานของแรงงานต่างด้าว ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าว โดยนายจ้าง/ผู้ประกอบการทุกคนจะต้องรับรู้ รับทราบ และนำไปปฏิบัติเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

ผู้ว่านครฯห่วงวิกฤติภัยแล้ง เร่งระดมสรรพกำลังซ่อม สร้างฝายชะลอน้ำ พร้อมเฝ้าระวังไฟป่าพรุควนเคร็ง

วันนี้ (20 มี.ค.57)  ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และไฟป่าจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรับทราบสถานการณ์ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และไฟป่าจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สิ่งที่ตนกังวลมากที่สุดในขณะนี้คือเรื่องภัยแล้ง เนื่องจากหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาแล้ว จึงจำเป็นต้องหามาตรการในการป้องกันเพื่อรักษาระดับน้ำต้นทุนในแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ โดยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด จำนวน 5 คน ประกอบด้วย ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธาน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัด ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นกรรมการ และ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีหน้าที่ในการประเมินสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อนำงบประมาณตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 ที่ใช้สำหรับการป้องกันมาใช้ในการซ่อม สร้างฝาย หรือทำนบเพื่อชะลอการไหลของน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ รวมทั้งการป้องกันการรุกล้ำของน้ำทะเลเข้าไปในพื้นที่น้ำจืดในพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยให้ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัด ไปศึกษาและกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมในการก่อสร้างฝาย ทำนบกั้นน้ำ อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้สร้างฝายชะลอน้ำแล้วในหลายพื้นที่ และต้องขอขอบคุณสำนักงาน กปร. ที่ได้สนับสนุนงบประมาณในการป้องกันไฟป่าในเขตป่าพรุควนเคร็งด้วย

นายเจษฎา วัฒนานุรักษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ล่าสุดจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยแล้งแล้ว 5 อำเภอ คือ ปากพนัง เมือง สิชล เชียรใหญ่ และบางขัน มีพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน 32 ตำบล 337 หมู่บ้าน นอกจากนี้ได้เกิดอัคคีภัยขึ้นในพื้นที่อำเภอทุ่งใหญ่ ฉวาง ทุ่งสง ช้างกลาง และหัวไทร มีสวนยางเสียหาย 226 ไร่ สวนผลไม้ 4 ไร่ บ้านเรือน 2 หลัง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปช่วยเหลือแล้ว

นายยรรยง โกศลกาญจน์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำที่กักเก็บในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางของจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 3 อ่าง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส อ.ชะอวด มีปริมาณน้ำเหลือ 59 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 74 ของความจุ อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน ปริมาณน้ำเหลือ 42.2 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 60 และอ่างเก็บน้ำคลองดินแดง อ.พิปูน ปริมาณน้ำ 33.8 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 56 ซึ่งยังสามารถช่วยเหลือเกษตรกรหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรได้อีกประมาณ 2 เดือน ส่วนระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ระดับน้ำล้นสันฝายประมาณ 2-10 เซนติเมตร บางแห่งต่ำกว่าสันฝาย และมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ ส่วนระดับน้ำที่เหนือประตูรายน้ำน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ อ.ปากพนัง ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง -1.02 เมตร หากต่ำกว่า -1.50 เมตร ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ จะไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ เนื่องจากจะทำให้ตลิ่ง และถนนพัง ส่วนที่คลองชะอวด-แพรกเมือง ระดับน้ำต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง -1.08 เมตร ถ้าระดับต่ำถึง -1.20 เมตร อยู่ในขั้นวิกฤติ จะไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้เนื่องจากจะมีปัญหาเรื่องน้ำเปรี้ยวไหลลงไปในคลอง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพืช ส่วนระดับน้ำในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งอยู่เหนือระดับผิวดิน 6 เซนติเมตร อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีการเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้พร้อมแล้ว

ทางด้านผู้แทนกองทัพภาคที่ 4 ระบุว่า ทางกองทัพได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ขึ้น โดยให้หน่วยงานในสังกัดและกำลังพลพร้อมเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง และอัคคีภัย โดยวางแนวทางไว้ 2 แนวทาง คือ หน่วยเข้าไปดำเนินการเองร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร และ ตามที่ส่วนราชการร้องของ ส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้จัดเตรียมรถบรรทุกน้ำ 10 คัน รถแบ็คโฮ 6 คัน รถเจาะบ่อบาดาล 1 คัน ขณะที่ที่ทำการปกครองจังหวัดและท้องถิ่นจังหวัด ประสานไปยังนายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ในการสำรวจซ่อมแซม สร้างฝายชะลอน้ำ ส่วนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้บูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง ที่บริเวณศาลหลวงต้นไทร ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ นอกจากนี้ได้มีการอบรมอาสาสมัครดับไฟป่า รวมทั้งจัดชุดเฝ้าระวัง ชุดลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงไฟป่าด้วยแล้ว สำหรับการปฏิบัติการฝนหลวงนั้น ทางกรมการฝนหลวงได้ขึ้นบินปฏิบัติการแล้ว 5 เที่ยว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากความชื้นในอากาศยังไม่เพียงพอต่อการก่อตัวของเมฆฝน

คณะอนุกรรมการฯรับจำนำข้าวระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช เห็นชอบให้โรงสีนอกพื้นที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว 2 จุด

วันนี้ (20 มี.ค.57) ที่ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตาม กำกับดูแลการรับจำนำข้าวระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/25557 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากให้โรงสีอารี จำกัด จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ฤดูการผลิต ปี 2556/2557 จำนวน 2 จุด คือที่สหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตเชียรใหญ่ และสหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตเฉลิมพระเกียรติ ในส่วนของการเปิดรับจำนำข้าวฤดูการผลิตข้าวนาปีปี 2556/2557 ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณมาแล้ว จำนวน 14 ล้านบาท ขณะนี้ ธ.ก.ส. ได้จ่ายเงินให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 6 ล้านบาท ยังเหลือเงิน 8 ล้านบาท จึงขอให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกไปเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ต้องกังวล

จังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งระบายฟักทองช่วยเกษตรกร หลังผลผลิตล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ

วันนี้ (20 มี.ค.57) ที่ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/25557 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับการประสานจากหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราชว่าขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกฟักทองของจังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังประสบปัญหาเนื่องจากผลผลิตล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมีความเป็นห่วง จึงจำเป็นต้องเร่งหามาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเป็นการเบื้องต้น โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ท้องถิ่นจังหวัดทำหนังสือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งที่มีพื้นที่ปลูกฟังทอง ให้พิจารณาหาทางช่วยเหลือเกษตรกรตามระเบียบกฎหมาย ให้การค้าภายในจังหวัด ประสานไปยังสาธารณสุขจังหวัด เพื่อให้โรงพยาบาลในสังกัดช่วยรับซื้อฟักทองไปประกอบเป็นรายการอาหารบริการในโรงพยาบาล และเรือนจำจังหวัดไปประกอบอาหารเลี้ยงผู้ต้องขัง รวมทั้งตลาดกลางสินค้าเกษตร ให้ช่วยรับซื้อฟักทองของเกษตรกรเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อกระตุ้นราคาให้สูงขึ้น และให้พาณิชย์จังหวัดขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดเพื่ออุดหนุนค่าขนส่งในการกระจายฟักทองออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้

นายสมนึก เหมมณี เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีเกษตรกรปลูกฟักทองอยู่ในพื้นที่ 10 อำเภอ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เช่น อ.ปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ ร่อนพิบูลย์ อำเภอเมือง เป็นต้น คาดว่ามีผลผลิตประมาณ 3,229 ตัน ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะเดือนมีนาคมมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดประมาณ 2,191 ตัน สำหรับต้นทุนการปลูกฟักทองเฉลี่ย 11,400 บาท ต่อไร่ ให้ผลผลิต 3.2 ตันต่อไร่ ต้นทุนเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3.6 บาท

นางสาววาริน ชินวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ผลผลิตฟักทองในปีนี้มีปริมาณมากกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากปีก่อนขายได้ราคาดี ทำให้ปีนี้เกษตรกรเพิ่มพื้นที่ปลูกมากขึ้น คาดว่าปีนี้มีผลผลิตประมาณ 10,000 ตัน ซึ่งมากกว่าประมาณการของเกษตรจังหวัด ในส่วนของหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสานกับห้างแม็คโครเพื่อรับซื้อฟักทองแล้วกระจายไปยังสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถช่วยได้ส่วนหนึ่ง ในช่วงที่ราคากำลังตกต่ำหากทำให้ราคาสูงขึ้น โดยเกรดเอน้ำหนักลูกละ 6 กิโลกรัมขึ้นไป ที่กิโลกรัมละ 7 บาท เกรดกลางน้ำหนัก 4 กิโลกรัมขึ้นไป กิโลกรัมละ 5 บาท ส่วนน้ำหนักต่ำกว่า 4 กิโลกรัมต่อลูก ขณะนี้เกษตรกรคัดทิ้งเนื่องจากขายไม่ได้ แต่หากทำให้ราคาอยู่ที่ 2 บาทเกษตรกรก็จะสามารถอยู่รอดได้ จึงอยากให้ทางราชการได้ช่วยเหลือเกษตรกรเฉพาะในช่วงที่ราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าช่วงกลางเดือนเมษายนเป็นต้นไปปัญหาด้านราคาน่าจะคลี่คลายลงได้ สำหรับราคารับซื้อฟักทองล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2557 ที่หน้าสวนเกรดเอ 4-5 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายปลีกและขายส่งกิโลกรัมละ 6-8 บาท

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.) จัดมหกรรมกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ

นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.) เปิดเผยว่า อ.ต.ก. ร่วมกับสมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทย ได้กำหนดจัดงาน "มหกรรมกล้วยไม้งาม อ.ต.ก.จังหวัดตรัง 2557” เพื่อส่งเสริมตลาดของกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ รวมทั้งการจัดกิจกรรมสนับสนุนด้านการตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และการพัฒนาคุณภาพของสินค้าให้เป็นสินค้าเกษตรคุณภาพอย่างถาวรและยั่งยืน นางศุภจิตร จริงจิตร อ.ต.ก. จ.ตรัง กล่าวเพิ่มเติมว่า กล้วยไม้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณ 2 หมื่นไร่ และเกษตรกร พร้อมทั้งผู้ประกอบการอีกกว่า 3,000 ครัวเรือน ทำให้ไทยสามารถส่งออกทั้งกล้วยไม้ตัดดอกเป็นอันดับสองรองจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และส่งออกต้นกล้วยไม้มากเป็นอันดับสองรองจากไต้หวัน

โดยมีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี เช่นการส่งออกดอกกล้วยไม้จากปี 2552 ที่มูลค่าการส่งออกเพียง 2,550 ล้านบาท เพิ่มเป็น 4,980 ล้านบาท ที่มีอัตราการส่งออกสูงประมาณร้อยละ 19.09 ต่อปี และต้นกล้วยไม้จากปี 2552 ที่มูลค่าการส่งออกเพียง 450 ล้านบาท เพิ่มเป็น 870 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 25.31 ต่อปี และในการจัด "มหกรรมกล้วยไม้งาม อ.ต.ก.จังหวัดตรัง 2557” เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวตรังได้มีโอกาสได้ชื่นชมกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด นิทรศการการให้ความรู้กล้วยไม้สายพันธ์ต่าง ๆ การเสวนาเรื่องกล้วยไม้ การสาธิตการเลี้ยงกล้วยไม้ รวมถึงการจัดมหกรรมอาหาร ของดีของฝาก 4 ภาค และการแจกกล้วยไม้สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเข้าชมงานเพื่อให้นำไปเลี้ยงที่บ้าน ซึ่งงานจะจัดระหว่างวันที่ 27-30 มีนาคม นี้ ที่สำนักงานองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.)จังหวัดตรัง

รองนายกฯเป็นประธานในการประชุมเพื่อสรรหาประธานกรรมการบริหารชุมชนและประธานกรรมการพัฒนาสตรีชุมชนศรีตรัง 4

ที่ชุมชนศรีตรัง 4 นางกรรณิการ์ บัวเลิศ รองนายกเทศมนตรีนครตรังเป็นประธานเพื่อสรรหาประธานกรรมการบริหารชุมชนและประธานกรรมการพัฒนาสตรีชุมชนศรีตรัง 4 สืบเนื่องจากเทศบาลนครตรัง มีนโยบายจัดตั้งชุมชนเพิ่มเติมในเขตเทศบาลนครตรัง จากเดิม 27 ชุมชน เป็น 70 ชุมชน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง โดยให้กรรมการบริหารชุมชนรับผิดชอบดูแลประชากรในชุมชนอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดประสิทธิภาพ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมกำหนดนโยบาย รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้เทศบาลนครตรังได้สนับสนุนสตรีด้วยการตั้งคณะกรรมการพัฒนาสตรีชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพสตรีให้มีความพร้อมเกี่ยวกับคุณลักษณะส่วนตัว ชีวิตในครอบครัวและการมีส่วนร่วมในสังคม โดยกระตุ้นให้สตรีมีความคิดริเริ่ม ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สามารถช่วยตนเองและครอบครัวได้ ตลอดจนมีความรู้ในการประกอบอาชีพและมีส่วนรับผิดชอบในการพัฒนาท้องถิ่น ในครั้งนี้ผลการเลือกสรรหาประธานกรรมการบริหารชุมชนศรีตรัง 4 ปรากฏว่า คุณละออง ยิ้มไตรพรได้รับการเลือกสรรให้ดำรงตำแหน่งประธานฯ และประธานกรรมการพัฒนาสตรีชุมชนศรีตรัง 4 ปรากฏว่า คุณอนงค์ บุญคล้าย ได้รับการเลือกสรรให้ดำรงตำแหน่งประธานฯ ทั้งนี้ประธานกรรมการทั้ง 2 ตำแหน่งจะทำการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อช่วยกันพัฒนาชุมชนให้เป็นเมืองน่าอยู่ต่อไป

เทศบาลนครตรัง จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพประชาชน

ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลนครตรัง นายแพทย์รักษ์ บุญเจริญ รองนายกเทศมนตรีนครตรัง เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการส่งเสริมป้องกันทันตสุขภาพประชาชน ตามนโยบายยุทธศาสตร์ ด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด คนนครตรัง สุขภาพดี ถ้วนหน้า โดยได้สนับสนุนจัดบริการเชิงรุกในนโยบายโดยการเสริมสร้างสุขภาพ การบำบัด และควบคุมป้องกันโรคแบบครบวงจร สนับสนุนการดำเนินงานด้านทันตสุขภาพ โดยให้ อสม. ในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลรักษาสุขภาพในช่องปากของตน เองและบุคคลในครอบครัวได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และสามารถเผยแพร่ให้ประชาชนในชุมชนรู้และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ในการรักษาทันตกรรม ทั้งนี้งานบริการการแพทย์ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครตรัง ร่วมกับ อสม. เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลทันตสุขภาพในช่องปากจึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น โดยมีวิทยากรทันตแพทย์หญิงอาภาพรรณี เขมวุฒพงษ์ และคุณธวัชชัย ล้วนแก้ว จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง บรรยายในหัวข้อ การดูแลทันตสุขภาพและโรคในช่องปาก รวมทั้งฝึกการแปรงฟันที่ถูกวิธี ซึ่งมี อสม. ในเขตเทศบาลนครตรังเข้าร่วมอบรมจำนวน 160 คน

เทศบาลตำบลโคกหล่อ จังหวัดตรัง นำรถบรรทุกน้ำอุปโภค บริโภค ออกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง กว่า 200 ครัวเรือน ที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

นายธนกฤต ภูมิมาตร นายกเทศบาลตำบลโคกหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาภัยแล้ง ทั้งนี้ประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค ได้แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลตำบลโคกหล่อ หลังจากได้รับแจ้งถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน ทางเทศบาลตำบลโคกหล่อ ได้นำรถบรรทุกน้ำ ออกไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ที่หมู่ที่ 9,10 โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านที่เดือดร้อนเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร โดยชาวบ้านได้ซื้อน้ำถังขนาด 20 ลิตร มาใช้ก่อนเพื่อรอความช่วยเหลือ ซึ่งชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ภัยแล้งได้มาเร็วกว่าปกติทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

ในขณะที่ระบบประปาหมู่บ้านนั้นไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากไม่มีน้ำ ในขณะที่เทศบาลตำบลโคกหล่อได้นำรถบรรทุกน้ำมาใส่ที่ระบบประปาหมู่บ้านวันละ 1 หมืนลิตร แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ในขณะที่ชาวบ้านที่ปลายท่อไม่สามารถใช้น้ำได้ เนื่องจากแรงด้นน้ำไม่พอ ทั้งนี้ในพื้นที่เทศบาลตำบลโคกหล่อ มีพื้นที่ประสบภัยแล้งจำนวน 2 หมู่บ้านคือหมู่ที่ 9 , 10 , ชาวบ้าน 200ครัวเรือน และได้แจกน้ำช่วยเหลือไปแล้วประมาณ 2ล้าน5แสนลิตร อย่าง ไรก็ตามทางชาวบ้านได้ขอให้ทางเทศบาลตำบลโคกหล่อนำรถบรรทุกน้ำมาช่วยเหลือชาว ที่ได้รับความเดือดร้อนทุกวันจนกว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะผ่านพ้นไป

กปร. ลงพื้นที่ จ.ตรัง ในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ที่โรงแรมวัฒนาพาร์ค อ.เมืองตรัง นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในลักษณะการพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ (พื้นที่จังหวัดตรัง) พร้อมบรรยายพิเศษเรื่อง "โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในลักษณะการพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ” โดยมีนายสาธร นราวิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรังให้การต้อนรับ สำหรับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสาน งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ในฐานะหน่วยงานกลางในการประสานการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้กำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในลักษณะพื้นที่เชิงบูรณาการ โดยได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ เกษตรจังหวัด ประมงจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด หัวหน้าสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด พัฒนาการจังหวัด และสำนักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเข้าร่วมประชุม จำนวน 150 คน

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ "การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” โดยมีประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา ซึ่งในการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำให้แก่กลุ่มผู้ใช้น้ำ การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน และทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งหาต้นแบบ (Model) แห่งความสำเร็จ และเครือข่ายกลุ่มผู้ใช้น้ำที่มีการบริหารจัดการน้ำที่ดีเพื่อมุ่งสู่ผล สัมฤทธิ์ในการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สำนักงานจัดหางานจังหวัดชุมพร ร่วมกับสถานประกอบการในจังหวัดชุมพร กว่า 22 แห่ง จัดงาน "วันนัดพบตลาดงานเชิงคุณภาพ" เพิ่มโอกาสให้แก่ผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้ต้องการเปลี่ยนงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ และคนพิการได้สมัครเลือกงานที่ตรงกับความรู้ ความสามารถและความถนัดของตน

วันที่ 18 มีนาคม 2556 สำนักงานจัดหางานจังหวัดชุมพร จัดงาน "วันนัดพบตลาดงานเชิงคุณภาพ" ณ หอประชุมจังหวัดชุมพร (ชั้นล่าง) บริเวณศูนย์ราชการ ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้างและผู้สมัครงานมาพบและสัมภาษณ์งานได้จำนวนมากในคราวเดียวกัน รวมทั้งเพิ่มโอกาสการมีงานทำให้แก่ผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้ต้องการเปลี่ยนงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ และคนพิการได้สมัครเลือกงานที่ตรงกับความรู้ ความสามารถและความถนัดของตน

สำหรับการจัดงานนัดพบตลาดงานเชิงคุณภาพในครั้งนี้ ได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมวันนัดพบแรงงาน เป็นการเพิ่มทักษะให้กับผู้สมัครงาน ช่วยให้มีการบรรจุงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของผู้ลงทะเบียนสมัครงานโดยการคัดเลือกนายจ้าง/ สถานประกอบการที่มีคุณภาพเข้าร่วมงาน ซึ่งปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น การติดต่อสื่อสารกับบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ได้ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารกันมากเพราะสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้ว่างงาน ประชาชนทั่วไป และนายจ้าง ได้ใช้บริการผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ผู้สมัครงานสามารถลงทะเบียนล่วงหน้า ส่วนนายจ้างสามารถประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานล่วงหน้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต อันจะก่อให้เกิดการจ้างงานเพื่อการมีงานทำ สร้างความมั่นคงในอาชีพครอบครัว และความเจริญให้กับสังคม เป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มอัตราค่าจ้างให้แก่แรงงานที่อยู่ในตลาดแรงงาน

โดยการจัดงานครั้งนี้ได้รับความ สนใจจากนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปจำนวนมาก โดยมีสำนักงานจัดหางาน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน และสถานประกอบการ เข้าร่วมจำนวน 22 บริษัท นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม การทดสอบความถนัดทางด้านอาชีพ ทดสอบภาษาอังกฤษ การจำหน่ายสินค้าจากลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP และสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดอีกด้วย

กปปส.ชุมพร ประกาศพร้อมขึ้น กทม. เมื่อเป่านกหวีดระดมคน

กปปส.ชุมพร กว่า 2,000 คน ได้ตั้งเวทีพร้อมปราศรัยโจมตี รัฐบาลรักษาการ ที่ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง และได้ประกาศพร้อมเดินทางไปต่อสู้ที่กรุงเทพฯ เมื่อมีการเป่านกหวีดระดมคน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2557 ที่บริเวณหน้าลานเอนกประสงค์ศาล หลักเมือง จังหวัดชุมพร มีการรวมตัวของ กลุ่ม กปปส.ชุมพร กว่า 2,000 คน ได้ตั้งเวทีพร้อมปราศรัยโจมตี รัฐบาลรักษาการ ที่ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง และได้ประกาศพร้อมใจที่จะเดินทางไปต่อสู้ที่กรุงเทพฯ  เมื่อมีการเป่านกหวีดระดมคน จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. 

ซึ่งการปราศรัยบนเวทีในครั้งนี้ มีแกนนำ กปปส. จากเวทีกรุงเทพฯ เดินทางมาร่วมในการปราศรัย ได้แก่ ด.ต.พงษ์สันต์ แสนแก้ว (จ่าพงษ์สารคาม), นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายวรเทพ สุวัฒนพิมพ์ (ต้น บลูสกาย), ขึ้นเวทีปราศรัยสมทบกับแกนนำ ในจังหวัดชุมพร อาทิ นายกฤษฎ์ แก้วรักษ์ ประธานชมรมนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดชุมพร, นายสุพล จุลใส นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร, นายโสภณ  สงวนเชื้อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทุ่ง และกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น

สำหรับบรรยากาศการชุมนุม เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยบรรดาแกนนำผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นปราศรัยกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่ม กปปส.ชุมพร ได้ประกาศพร้อมที่จะเดินทางขึ้นกรุงเทพฯ เมื่อมีการเป่านกหวีดระดมคน จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่ม กปปส. เพื่อร่วมต่อสู้ขับไล่รัฐบาลรักษาการ และในการปราศรัยบนเวทีในครั้งนี้ ได้พูดถึงกรณีที่มีแกนนำที่เคยขึ้นเวที กกปส. ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดชุมพร ว่าสมควรหรือไม่

อุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร ขอเชิญร่วมโครงการพลิกธุรกิจด้วยแนวคิดนวัตกรรม 20 มี.ค. นี้

นายบุญโชค ขนาบแก้ว อุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ดำเนินการจัดโครงการ "พลิกธุรกิจด้วยแนวคิดนวัตกรรม" กับการบริการของอุทยานวิทยาสาสตร์ฯ ประจำปีงบประมาณ 2557 เพื่อสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการ หรือหน่วยงาน ที่อาศัยความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และงานสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการให้บริการของหน่วยงานภายใต้อุทยานวิทยาศาสตร์ อาทิ กิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาแนะนำด้านการดำเนินธุรกิจและแหล่งเงินทุน ด้านบรรจุภันฑ์ การพัฒนากระบวนการผลิต การตรวจวิเคาระห์ผลิตภัณฑ์ และรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ในวันที่ 20 มีนาคม 2557 ณ ห้องพุทธรักษา โรงแรมมรกต อ.เมือง จ.ชุมพร ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร 077 511 601 ต่อ 25

จังหวัดชุมพร จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ บทบาทอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคต

จังหวัดชุมพร จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ บทบาทอำนาจหน้าที่ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคต เนื่องในวันท้องถิ่นไทย 18 มีนาคม เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และมีวิสัยทัศน์ นำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๕7  ที่ โรงแรมมรกตทวิน อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นายสุพล จุลใส นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อบทบาทอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคต เนื่องในวันท้องถิ่นไทย 18 มีนาคมของทุกปี โดยมีนาย ช โชคชัย คำแหง ท้องถิ่นจังหวัดชุมพร เป็นผู้ดำเนินการเสวนาและมีผู้ร่วม เสวนาได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์  และ รองศาสตราจารย์ ดร.บุญมี เณรยอด รวมพูดคุยในหัวข้อ ทิศทางการจัดการศึกษา และการบริหารงาน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคต ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภา ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ เข้ารวมการประชุม 

นายกฤษฎ์ แก้วรักษ์ ประธานชมรมนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดชุมพร กล่าวว่า การปกครองท้องถิ่น เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการบริหารจัดการบ้านเมืองของรัฐในระบอบประชาธิปไตย โดยให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งในอนาคตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีบทบาทหน้าที่ในการบริหารจัดการสาธารณะเพิ่มมากขึ้น และในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อทำให้ผู้เข้าประชุม ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีวิสัยทัศน์ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสนองตอบความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับรองรับการเปลี่ยนแปลงจากการปฏิรูปทางการเมืองในอนาคต อีกด้วย

เกษตรจังหวัดกระบี่ ออกหน่วยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ

เกษตรจังหวัดกระบี่ออกหน่วยโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

วันนี้ 20 มีนาคม 2557 นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ณ. โรงเรียนสินปุนคุณวิชญ์ หมู่ที่ 3 ตำบลสินปุน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ โดยมีนายไชยยุทธ์ ขุนฤทธิ์แก้ว เกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงาน

การจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร ในการแก้ไขปัญหาทางด้านการผลิตทางการเกษตร การเสริมความรู้ที่จำเป็นในการผลิตและเป็นที่ต้องการของเกษตรกร และเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริมในการรณรงค์ฟื้นฟูเกษตรกรและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในรูปแบบกิจกรรมการให้บริการเคลื่อนที่ เป็นการช่วยเหลือและพัฒนาอาชีพเกษตรกรไทย ในพื้นที่ห่างไกลให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น การใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาการเกษตร ซึ่งจำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงระหว่างองค์กรวิจัยและพัฒนาภาคเกษตรที่เป็นแหล่งวิชาความรู้เฉพาะด้านกับเกษตรกรเป้าหมาย จำเป็นจะต้องนำความรู้วิทยาการใหม่ ๆ และการบริการทางวิชาการที่ได้รับ ตรงตามความต้องการ ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาอย่างทันต่อเหตุการณ์ เป็นแรงจูงใจ กระตุ้นให้เกษตรกรเกิดการตื่นตัว ยอมรับเทคโนโลยี การเกษตรได้เป็นอย่างดี

การจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ในครั้งนี้ มีเกษตรกรจากหมู่บ้านต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ตำบลสินปุน อำเภอเขาพนม และตำบลใกล้เคียงมารับบริการประมาณ 800 คน ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมบริการด้านคลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกสัตว์ คลินิกประมง คลินิกบัญชี คลินิกสหกรณ์ คลินิกชลประทาน คลินิกกฎหมาย (สปก.) และคลินิกเศรษฐกิจพอเพียง การจัดนิทรรศการด้านวิชาการ การจำหน่ายสินค้าวิสาหกิจชุมชน การนันทนาการ รวมทั้งการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกรเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถให้บริการทางวิชาการ และทำให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร บรรลุผลสำเร็จตามที่มุ่งหวังมากยิ่งขึ้น

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดพังงา จัดพิธีวางเรือพระทองสู่ท้องทะเล เพื่อเป็นอุทยานการเรียนรู้ใต้ทะเลตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เมื่อวานนี้ (14 มี.ค.57)  เวลา 10.00 น. พลเรือตรี กิตตินันท์ ศิรินาวิน รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่๓ พร้อมด้วยนายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายชัยวัฒน์ ศิรินุพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา คุณกฤษ ศรีฟ้า ประธานมูลนิธิรักษ์พังงา ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนชาวพังงา ร่วมพิธีวางพวงมาลา กล่าวสดุดีและอำลาเรือพระทอง หรือเรือรบหลวงพระทอง ที่ปลดประจำการ ก่อนจะนำเรือวางลงสู่ท้องทะเลไทย เพื่อเป็นอุทยานการเรียนรู้ใต้ทะเล ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ เรือรบหลวงปัตตานี บริเวณพื้นที่ทะเลทางฝั่งตะวันตกเกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา ในขณะที่การกำหนดจัดงานดังกล่าวได้เลื่อนมาหลายครั้งแล้ว เนื่องจากคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน

นายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ร่วมกับจังหวัดพังงา กองทัพเรือและชุมชนในพื้นที่อำเภอคุระบุรี ดำเนินโครงการอุทยานการเรียนรู้ใต้ทะเล เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดพังงา โดยจัดวางเรือรบที่ปลดประจำการ "เรือพระทอง” บริเวณพื้นที่ทะเลทางฝั่งตะวันตกของเกาะพระทอง ระยะทางโดยประมาณ ๖ กิโลเมตร เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ ศึกษาธรรมชาติการเรียนรู้ใต้ท้องทะเลและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนในพื้นที่ เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของอำเภอคุระบุรีและจังหวัดพังงา

สำหรับประวัติเรือพระทอง หรือ เรือหลวงพระทอง เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ ต่อที่อู่เจฟเฟอร์สันโบต ประเทศสหรัฐอเมริกา มีนามเรียกขานคือ HSVJ หมายเลขเรือ 715 ขึ้นระวางประจำการ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2519 ขนาดเรือยาว 98.1 เมตร กว้าง 15 เมตร มีระวางขับน้ำ 3,310 ตัน ใช้ในการปฏิบัติภารกิจการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้รับใช้ราชการ ปฏิบัติหน้าที่และภารกิจอย่างสมเกียรติ ศักดิ์ศรีตั้งแต่ขึ้นระวางประจำการ และได้ปลดประจำการเมื่อ เดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ รวมระยะเวลารับใช้ประเทศชาติทั้งสิ้น ๓๒ ปี

อย่างไรก็ตาม อุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเล ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะลุล่วงและเจริญงอกงามได้ ก็ต้องอาศัยประชาชนทุกคนที่จะต้องร่วมด้วยช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่คู่ทะเลต่อไป


ส.ปชส.พังงา ข่าว

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

ผู้สมัคร สว.กระบี่ วันแรกมี 5 คน

วันนี้ (4 มี.ค.2557) ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดกระบี่ กำหนดให้มีการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระหว่างวันที่ 4 - 8 มีนาคม 2557 บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ผู้ลงรับสมัครบางราย ได้เดินทางมาลงทะเบียนก่อนเวลา ที่จะเปิดรับสมัคร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่รับสมัคร ซึ่งตั้งแต่ก่อนเวลารับสมัครและในเวลารับสมัครไม่มีกลุ่มมวลชนมาเคลื่อนไหวแต่อย่างใด

นายสมปอง ตั้งเริก ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกระบี่ เปิดเผยสำหรับผู้สมัคร สว.กระบี่ ในวันนี้มี 5 คน คือ นายอภิชาติ ดำดี ได้หมายเลข 1 นายแพทย์สมเกียรติ กิจธรรมเชษฐ์ หมายเลข 2 ว่าที่ ร.ต.ศรีศักดิ์ คำฝอย หมายเลข 3 นายอดิเรก เอ่งฉ้วน หมายเลข 4 และนายแสงชัย วสุนธรา หมายเลข 5

ทั้งนี้ กกต. ประจำจังหวัดกระบี่ เปิดรับสมัครผู้สนใจ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ไปจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. - 16.30 น. คาดว่าจะลงสมัครครั้งนี้มีอย่างน้อย 7 คน

ชุมพร สมัคร ส.ว.วันแรกมีอดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมัครเพียงคนเดียว

ชุมพร สมัคร ส.ว.วันแรก อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เพียงคนเดียว

บรรยากาศการรับสมัคร สมาชิกวุฒิสภา มีขึ้นที่สำนักงาน กกต.ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร วันแรก มีผู้เข้ายื่นใบสมัครเพียงคนเดียว คือ พ.ต.อ. นรินทร์ บุษยวิทย์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/4 หมู่ที่ 9 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร โดย พ.ต.อ.นรินทร์ ได้ เดินทางมาลงทะเบียนหน้าห้อง รับสมัครในเวลา 08.00 น. ได้หมายเลข 1 หลังจากรับสมัคร

พ.ต.อ.นรินทร์ บุษยวิทย์ ออกมาพบปะผู้สนับสนุน ที่รอมอบพวงมาลัย และดอกกุลาบหน้าห้องสมัคร โดยเฉพาะ ผู้บริหาร อปท.และประชาชนอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้ขึ้นรถแห่ออกแนะนำตัว ในเขตเทศบาลเมืองชุมพร

พ.ต.อ.ณฐพล พราหมหันต์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร เปิดเผยใน การรับสมัคร สมาชิกวุฒิสภา จะมีไปจนถึง วันที่ 8 มีนาคม 2557 นี้ ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชุมพร จังหวัดชุมพร มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 375,063 คน กำหนดหน่วยเลือกตั้งไว้ 730 หน่วย จุดที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งเกือบทั้งหมดได้กำหนดไว้จุดเดิมที่มีการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆมา

ส่วนการเลือกตั้ง ล่วงหน้า ในเขตจังหวัด ประกาศเปิดลงทะเบียนไว้ระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคม 2557 นี้ ส่วนสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตจังหวัด กำหนดไว้ทุกอำเภอทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดชุมพร

ส่วนการเลือกตั้ง นอกเขตจังหวัด ที่มีการลงทะเบียนไว้แล้ว สถานที่เลือกตั้งกำหนดไว้ ที่ อาคารเอนกประสงค์ รร.เทศบาลบ้านท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร 

ผู้สมัคร ส.ว.นครศรีธรรมราช วันแรก 4 ราย ตกลงกันได้โดยไม่ต้องจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร

สมัคร ส.ว.นครศรีธรรมราช วันแรก มายื่นสมัคร 4 ราย โดยผู้ที่มีลงทะเบียนก่อนเวลา 08.30 น. ตกลงกันได้โดยไม่ต้องจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร

ที่โรงยิมเนเซี่ยมสนามกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นวันแรกของการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีผู้สมัครไปยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง สว. พร้อมผู้ให้การสนับสนุนจำนวนหนึ่ง แม้จะไม่มากเท่ากับการเลือกตั้ง สส. แต่สามารถสร้างบรรยากาศการตื่นตัวต่อการเลือกตั้งให้กับผู้ที่เห็นภาพดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง โดยมีผู้สมัครลงทะเบียนก่อนเวลา 08.30 น. จำนวน 2 คน คือ พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไฝจู อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งสง และนายมนัส เพ็งสุทธิ์ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทั้งสองได้ทักทายและพูดคุยกันด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพแม้ว่าหลังจากนี้จะต้องลงสนามแข่งขันกันเก็บคะแนนนิยมจากประชาชน และมีเพียง 1 เดียวเท่านั้นที่จะได้เป็น สว.นครศรีธรรมราช

ขณะที่ในส่วนของ กกต.นครศรีธรรมราช มี พล.ต.สุวัฒน์ เรืองสกุล ประธาน กกต. นายสมบัติ จันทรา รักษาการ ผอ กกต.นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่ร่วมเป็นเกียรติในการรับสมัคร เมื่อถึงเวลาเปิดรับสมัคร 08.30 น. กกต.ประจำจังหวัด ได้ให้ผู้สมัครทั้งสองคนตกลงกันเองก่อนว่าจะจับสลากเพื่อเลือกลำดับในการยื่นใบสมัครหรือไม่ ปรากฏว่า พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไฝจู และ นายมนัส เพ็งสุทธิ์ ซึ่งได้ทักทายพูดคุยกันด้วยความเคารพในอาวุโสนับตั้งแต่เดินทางมาถึง ตกลงกันโดย พ.ต.อ.ธรรมนูญ ยอมให้ นายมนัส ได้ยื่นใบสมัครก่อน ทำให้นายมนัส ได้เลขประจำตัวผู้สมัครหมายเลข 1 พ.ต.อ.ธรรมนูญ ได้เลขประจำตัวหมายเลข 2 หลังจากนั้น เวลา 09.00 น. เศษ นายสุวัฒน์ ตั้งตระกูล อาชีพทนายความ ได้เดินทางมายื่นใบสมัคร ซึ่งได้เลขประจำตัวผู้สมัครหมายเลข 3 ส่วนในช่วงบ่าย ได้มีผู้มาสมัครเพิ่มอีก 1 ราย คือ นาย

ซึ่ง การรับสมัครมีไปจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2557

ผู้สมัคร ส.ว.ระนอง วันแรก 4 ราย มาพร้อมกันก่อนเวลาเปิดรับสมัคร

บรรยากาศเปิดรับผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว.ระนอง วันแรก มีผู้เดินทางมาสมัคร 4 รายพร้อมกันก่อนเวลาเปิดรับสมัคร กกต.ระนอง ได้ดำเนินการให้จับสลากหมายเลขผู้สมัครเป็นที่เรียบร้อย

วันที่ 4 มีนาคม 2557 เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุมพุทธชาด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดระนอง กกต.ระนองเปิดรับสมัครผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาเป็นวันแรก โดยมีผู้สนใจมาลงเวลาก่อนเปิดรับสมัคร 4 ราย ทาง กกต.ระนอง จึงต้องใช้วิธีให้จับสลากหาลำดับหมายเลขการสมัคร ผลปรากฏว่า นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ ได้หมายเลข 1 นายนิรุตติ สุทธินนท์ ได้หมายเลข 2 นายไชยันต์ ปฏิยุทธ ได้หมายเลข 3 และนายคำนึง โสตถิอุดม ได้หมายเลข 4 ซึ่ง กกต.จะเปิดรับสมัครไปจนถึงวันเสาร์ที่ 8 มีนาคมนี้ คาดว่าจังหวัดระนอง จะมีผู้สมัครไม่ต่ำกว่า 6 ราย โดยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจะมีขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2557 พร้อมกันทั่วประเทศ

ผู้สมัคร ส.ว.สุราษฎร์วันแรกสองราย สามารถตกลงหมายเลขประจำตัวผู้สมัครได้

รับสมัคร ส.ว.สุราษฎร์ธานี วันแรกเป็นไปอย่างเรียบร้อย ตามขั้นตอนกรอบปฏิบัติของ กกต.

บรรยากาศการรับสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่อาคารศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามขั้นตอนกรอบปฏิบัติที่ทาง กกต.ได้กำหนดไว้ โดยมีผู้มาลงชื่อสมัครก่อนเวลา 2 รายคือ พอ.อ.อ.สุจินต์ แช่มช้อย และนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ซึ่งผู้สมัครทั้งสอง สามารถตกลงหมายเลขประจำตัวผู้สมัครได้ และได้ดำเนินการสมัครตามระเบียบขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่ง พอ.อ.อ.สุจินต์ แช่มช้อย ได้หมายเลข 1 และนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ได้หมายเลข 2

นายวิชัย เดชดี ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวในการรับสมัครเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. ในวันที่ 4 มี.ค.57 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกอย่าง ผิดกับการรับสมัคร
ส.ส. เป็นคนละอารมณ์กัน ซึ่งการรับสมัคร ส.ว. จะมีไปจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2557นี้ ซึ่งหวังว่าบรรยากาศการรับสมัครจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร

ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังกล่าวถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว.ได้ ในวันที่ 30 มีนาคม นี้ ให้ไปยื่นคำขอลงทะเบียน ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 10-14 มีนาคม ณ สำนักทะเบียนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 23 มีนาคม 2557

รับสมัคร สว.ภูเก็ตวันแรก 5 ราย

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดภูเก็ต รับสมัคร เลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา แบบเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม 2557 ที่ศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ต วันแรกของการรับสมัครมีผู้สมัคร จำนวน 5 ราย หมายเลข 1 นายบำรุง รุ่งเรือง หมายเลข 2 นายชัยยศ ปัญญาไวย หมายเลข 3 นายทรงวุฒิ หงษ์หยก หมายเลข 4 นายชัยเยนทร์ เมืองแมน หมายเลข 5 นายมาโนช พันธ์ฉลาด

นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการเตรียมพร้อมการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภามีการประชุมกันหลายครั้งที่ผ่านมา ประเมินแล้วยังไม่มีปัญหา ใดๆทั้งสิ้นทั้งหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง และได้รับการตอบรับ จากนายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นอย่างดี ไม่เหมือนกับ การรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จากนี้ไป กกต.จังหวัดภูเก็ต จะมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจ หลายรูปแบบ เช่น การออกสื่อโทรทัศน์การทำผ้ายไวนิล การทำตัวอักษรวิ่งในสี่แยกจราจร การทำคัทเอาท์การทำหนังสือถึงประชาชนทุกครัวเรือน กว่า 2 แสนครัวเรือน เป็นต้น รวมทั้ง ผู้สมัคร ต้องรณรงค์ให้มีผู้มาใช้สิทธิควบคู่กัน คาดว่า มีผู้มาใช้สิทธิ์การเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา ไม่ต่ำกว่า 60%

วันนี้ มีผู้สมัคร 5 ราย เป็น นักวิชาการ นักกฎหมาย ทนายความอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล อดีตสมาชิกสภาเทศบาล เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไปเป็นเรื่องดีที่มีการแข่งขันตามกติกา คาดว่าจะมีผู้มาลงสมัครเพิ่มเติมแน่นอน

การสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพังงา วันแรกมีผู้สมัคร ๑ ราย

การสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพังงา วันแรกมีผู้สมัคร ๑ ราย

บรรยากาศการรับสมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.๒๕๕๗ จังหวัดพังงา วันแรก ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพังงา มีผู้สมัคร ๑ ราย คือ นายกระจ่าง เพชรบูรณ์ ได้หมายเลข ๑

นางวสี อุทัยมงคล ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพังงา เปิดเผย  ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไป พ.ศ.2557 ในวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2557 โดยมีกำหนดวันรับสมัคร ระหว่างวันที่ ๔ - ๘ มีนาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๐๐ น. ซึ่งวันแรกของจังหวัดพังงา ในช่วงเช้ามีผู้มาสมัครเพียงรายเดียวเท่านั้น

สำหรับกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งล่วงหน้า ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้งและที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัด ในวันอาทิตย์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๗ โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพังงา ได้ประกาศกำหนดที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัดไว้ จำนวน ๒ แห่ง คือ โรงฝึกพละศึกษา โรงเรียนเทศบาลบ้านท้ายช้าง อำเภอเมืองพังงา และที่หอประชุมโรงเรียนบ้านลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

ประปาสมุยไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงด้วยได้แก้ไขปัญหาในระยะยาวแล้ว

ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเกาะสมุยยืนยันอำเภอเกาะสมุยไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วง ขณะที่ได้มีการแก้ไขปัญหาการใช้น้ำในระยะยาวในพื้นที่แล้ว

นายวิชาญ นิ่งน้อย ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเกาะสมุย กล่าว   ที่อำเภอเกาะสมุยไม่ได้รับผลกระทบต่อภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายเดือนที่ผ่านมาเนื่องจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเกาะ
สมุยได้มีการเตรียมการ โดยการสำรองน้ำไว้ใช้ในในช่วงฝนทิ้งช่วงไว้แล้ว จำนวน 3 จุด คือ พรุกระจูด พรุหน้าเมือง และพรุเฉวง ซึ่งตอนนี้มีปริมาณน้ำที่เเก็บไว้ ประมาณ 2 ล้าน 5 แสนลูกบาศก์เมตร ขณะที่อำเภอเกาะสมุยมีความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ ประมาณ 30,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาเกาะสมุย สามารถผลิตน้ำประปาได้ถึง 31,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และยังได้มีการผลิตน้ำ RO คือการผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืดได้อีก ประมาณวันละ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ได้อย่างแน่นอน

ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเกาะสมุย ยังกล่าวถึงแผนการแก้ไขปัญหาความต้องการใช้น้ำในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยในระยะยาวด้วยการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเกาะสมุยได้มีการดำเนินโครงการวางท่อนำน้ำดิบจาก คลองไซ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มายังอำเภอเกาะสมุย ระยะทาง 120 กิโลเมตร และวางท่อในช่วงทะเลอีก 18 กิโลเมตร ใช้งบประมาณทั้งหมดประมาณ 2,300 ล้านบาท โดยมีการดำเนินโครงการในปี 2557 และคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในปี 2559 ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาความต้องการน้ำในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยได้อย่างยั่งยืน

การรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสตูล วันแรกมีผู้ให้ความสนใจยื่นใบสมัครแล้วจำนวน ๓ ราย

วันนี้ (๔ มี.ค. ๕๗) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูล (กกต.สตูล) เปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่ง ๖ ปี ในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๗ โดยบรรยากาศ การรับสมัครเลือกตั้ง สว.วันแรก มีผู้ให้ความสนใจเดินทางมายื่นใบสมัครก่อนเวลาเปิดรับสมัคร คือ เวลา ๐๘.๓๐ น. จำนวน ๓ ราย ประกอบด้วย นายอิบรอเหม อาดำ อายุ ๕๗ ปี อดีตประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล, นายไพศาล หลีเส็น อายุ ๕๖ ปี อดีตประธาน กกต.สตูลและนายณฤเบศร์ โอภาโส อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล และสมาชิกสภาจังหวัดสตูล ซึ่งผู้สมัครต่างทักทายเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศไม่เคร่งเครียด ซึ่งผลการจับสสาก นายณฤเบศร์ โอภาโส ได้หมายเลข ๑, นายอิบรอเหม อาดำ ได้หมายเลข ๒ และนายไพศาล หลีเส็น ได้หมายเลข ๓

ทั้งนี้ภายหลังการรับสมัคร ผู้สมัคร สว.ทั้ง ๓ คน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจลงสมัคร สว.ในครั้งนี้ โดยนายไพศาล ผู้สมัครสว.หมายเลข ๓ กล่าวว่า ตนเองมีประสบการณ์ด้านกฎหมายการเลือกตั้งมาก่อน เนื่องจากเคยเป็นทั้ง กกต.สตูล ๒ สมัย อีกทั้งยังเคยบริหารงานในหอการค้า ซึ่งเป็นภาคเอกชน ด้านนายนฤเบศร์ ผู้สมัคร สว.หมายเลข ๑ กล่าวถึงการลงสมัคร สว.จังหวัดสตูล ว่าตนเองเคยทำหน้าที่เป็น สจ.สตูลมาแล้ว ทราบถึงปัญหาต่างๆ ระหว่างประชาชนกับภาครัฐ จึงอยากเป็นตัวแทนประสานการทำงานร่วมกันระหว่างประชาชนกับภาครัฐภายใต้กรอบหน้าที่ของ สว.ที่ กกต.กำหนด สำหรับนายอิบรอเหม ผู้สมัคร สว. หมายเลข ๒ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองมีประสบการณ์การทำงานด้านกรรมาธิการมาโดยตลอด มีความรู้ด้านกฎหมายต่างๆ จึงหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือบ้านเมืองได้ จึงตัดสินใจสมัคร สว.ในครั้งนี้ เพื่อจะได้เป็นตัวแทนในนามของจังหวัดสตูล

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูล ยังคงเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสตูล ไปจนถึงวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. – ๑๖.๓๐ น. ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสตูล โดยกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๗ เป็นวันเลือกตั้ง และกำหนดลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้งและที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัด ในวันอาทิตย์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๗


กนกพิชญ์ / ข่าว

อบจ.สงขลา ขอเชิญร่วมงานวันสตรีสากล

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมกับ สมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดสงขลา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา จัดทำโครงการจัดงานชุมนุมสตรี พลังสตรีสงขลา สืบสานการพัฒนาสู่อาเซียน เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ประจำปี 2557 ขึ้น

สำหรับการจัดงานวันสตรีสากล จัดขึ้นเพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของสตรี ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลสวัสดิการให้กับประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มสตรีในชุมชนต่างๆ จากทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา ที่มีบทบาทหน้าที่ทั้งในส่วนของการเป็นแกนนำกลุ่มแม่บ้าน กลุ่ม อสม. กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มองค์กรสตรีต่างๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วได้ทำหน้าที่ในฐานะสตรีคนหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ / กิจกรรมต่างๆ มาโดยตลอด โดยในวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม 2557 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กำหนดจัดกิจกรรมวันสตรีสากล ซึ่งจะมีการบรรยายให้ความรู้แก่ผู้นำสตรีจากกลุ่มสตรีต่างๆในหัวข้อ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กับการส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาสตรี และหัวข้อการขับเคลื่อนองค์กรสตรีจังหวัดสงขลา นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเสวนาวิชาการในหัวข้อเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรสตรี พลังสตรีสงขลา เพื่อสืบสานการพัฒนาสู่อาเซียน ณ อาคารศรีเกียรติพัฒน์ อบจ.สงขลา โดยกิจกรรมต่างๆ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ อบจ.สงขลา ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงานวันสตรีสากล ทั้งนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับสตรีที่ได้รับการยกย่องให้เกียรติผู้หญิงเก่ง ในวันและเวลาดังกล่าว


ผู้สื่อข่าว : สุธิดา พฤกษ์อุดม
เรียบเรียงโดย : ยุสรา วาจิ