วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุ เหตุการณ์เกิดขึ้นถี่ในพื้นที่ แนวร่วมกลุ่มใหม่ใช้โอกาสสร้างความชอบธรรมในการก่อเหตุร้ายจากกรณีการลอบยิงครอบครัว เจ๊ะมุ มะมัน ที่นราธิวาส

วันที่ 18 ก.พ. 57 เวลา 13.00 น. ที่ศูนย์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา จากนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร ให้เร่งในการเปิดแผนเชิงรุก เพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ เพื่อมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สามารถติดตามจับกุม ผู้ที่ก่อเหตุรุนแรง ได้ จำนวนมาก และสามารถตรวจยึดฐานปฏิบัติการณ์ของฝ่ายตรงข้าม ที่เทือกเขาตะเว เทือกเขาบูโด ได้อีกหลายครั้ง นอกจากนี้ในเรื่องของการสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการทำงานทางการเมือง ทำให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่น ในเรื่องการปฎิเสธการใช้ความรุนแรง ด้วยเหตุผลที่กล่าว ทำให้กลุ่มผู้ที่ก่อเหตุสูญเสียกองกำลัง และสูญเสียมวลชนไปเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า สถานการณ์ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ ณ ขณะนี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุความรุนแรงพยายามที่จะใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างความหวาดกลัว ให้กับพี่น้องประชาชน นอกจากนี้สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกระทำ คือ การฉกฉวยโอกาสจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาบิดเบือน ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ แล้วอ้างความชอบธรรมในการตอบโต้ต่อเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา เหตุการณ์ในพื้นที่ค่อนข้างที่จะถี่ อีก ประการหนึ่งที่วิเคราะห์ น่าจะเกิดจากแนวร่วมกลุ่มใหม่ ที่พึ่งจะผ่านการบ่มเพาะ ลงมาปฏิบัติงานสร้างสถานการณ์ในพื้นที่มากขึ้น ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาเหตุการณ์ในพื้นที่มีความถี่มากขึ้น

ส่วนความเชื่อมโยงกับกรณีที่คนร้าย ยิงเด็กเสียชีวิต 3 ศพ ที่ จ.นราธิวาส นั้น จริงๆแล้วเป็นเพียงข้ออ้าง ที่กลุ่มก่อความไม่สงบพยายามสร้างสถานการณ์ แล้วนำมาตอบโต้อยู่เสมอ ซึ่งเหตุการณ์ ยิงเด็กเสียชีวิต 3 ศพ ที่ จ.นราธิวาส ได้สร้างความสะเทือนใจทุกฝ่าย ในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงพื้นที่และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในส่วนของตำรวจ เพื่อเร่งในการรวบรวมหลักฐาน รวบรวมพยานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การออกหมายจับคนร้าย ซึ่งทราบว่าในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันความคืบหน้าของเหตุการณ์ มีความคืบหน้าพอสมควร เหลือเพียงการรวบรวมหลักฐานบางอย่าง เพื่อนำไปสู่การออกหมายจับคนร้ายต่อไป

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังเปิดเผยอีกว่า ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จริงๆแล้ว มีเหตุการณ์ที่เกิดจากความขัดแย่งส่วนตัว เกิดจากกลุ่มอิทธิพล กลุ่มการเมืองท้องถิ่น แล้วอาศัยช่องว่างของสถานการณ์ มาผสมปนเปว่าเป็นเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งถ้าดูจากสถิติของคดีความมั่นคงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา คดีที่มีความเกี่ยวข้องกับความมั่นคงมีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ส่วนที่เหลือก็เป็นความขัดแย้งส่วนตัว ด้วยเหตุผลที่กล่าวเพื่อเป็นการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสังคม ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้กำหนดมาตรการ ในการควบคุมอาวุธปืน โดยเฉพาะอาวุธปืนสงคราม ซึ่งจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ อส. และเจ้าหน้าที่ทหารพราน ส่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น ก็จะอนุญาตให้ใช้แค่เฉพาะอาวุธปืนที่ทางราชการกำหนดไว้ เพราะฉะนั้น ผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนตามที่กล่าวแล้ว ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความจำเป็นต้องมีมาตรการในการควบคุม โดยขณะนี้ได้ประสานขอความร่วมมือทุกส่วน โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเป็นกลไกหลักในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงสร้างความเข้าใจ เพื่อที่จะเรียกคืนอาวุธปืนเหล่านั้น โดยได้กำหนดห้วงเวลาในการนำอาวุธปืนมาคืนภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ หลังจากนั้นก็จะมีมาตรการในการควบคุม โดยจัดตั้งศูนย์ควบคุมอาวุธปืนที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต่อไป



ยุทธนา  จันทร์วิมาน  ส.ปชส.ยะลา  ข่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น