วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ภูเก็ตตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 มิ.ย. 57 นายไมตรี  อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดภูเก็ต โดยมี ดร.สมหมาย  ปรีชาศิลป์ นายสมเกียรติ  สังข์ขาวสุทธิรักษ์  นายจำเริญ  ทิพญพงศ์ธาดา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม

สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ มีการแจ้งเรื่องการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดภูเก็ตและการแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ฯ พร้อมทั้งมอบหมายภารกิจให้กับหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ นายอำเภอ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประธานภาคสังคมต่าง ๆ

นายไมตรี  กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งแนวทางปฏิบัติในห้วงการประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก รวมทั้งประกาศและคำสั่งต่าง ๆ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และแจ้งแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนให้สามารถดำรงชีวิตร่วมกันได้ โดยเน้นถึงความสามัคคีของคนในชาติเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปและพัฒนาประเทศในระยะยาว ไว้ 9 แนวทางประกอบด้วย 1) ถือเป็นวาระสำคัญของชาติ เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข คิดต่างแต่ไม่แตกแยก 2) บุคลากรในภาครัฐทั้งราชการส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่นทุกหมู่เหล่าจะต้องมีความเข้าใจถึงหลักเหตุผลที่ถูกต้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันอย่างถ่องแท้ไม่มีอคติ ช่วยกันเดินหน้าปฏิรูประเทศให้ได้ มีระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เที่ยงธรรม มีธรรมาภิบาลโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  3) ให้สถาบันหลักของจังหวัด ตลอดจนอาสาสมัครทุกกลุ่มเข้าใจในประเด็นตามข้อ 2  4) เร่งสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างประเทศให้แข็งแกร่งตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 5) สถาบันครองครัวจะต้องหันกลับมาดูแลและเป็นที่พึ่งของกันและกันของสมาชิกครอบครัว โดยอาจใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ในครอบครัวอย่างต่อเนื่องและบ่อยครั้งขึ้น โดยขอความร่วมมือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น 6) ประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบและควรกำหนดในหลาย ๆ ช่องทางของการประชาสัมพันธ์ 7) ลดแนวทางประชานิยมลงให้ได้ 8) ใช้รากฐานเดิมของสังคมและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่งดงามมาเป็นกลไกสร้างความสมัครสมานและความเสียสละของคนในสังคม 9) เร่งเร้าให้เกิดกระบวนการสร้างความร่วมมือของประชาชนทุกสาขาอาชีพ จัดให้มีเวทีตามความเหมาะสม เพื่อชี้แจงเหตุผลที่ต้องมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น