วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผู้ว่าฯ เปิดประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง “ธรรมาภิบาลในภูมิภาคอุษาคเนย์: ความเป็นหนึ่งเดียวในความหลากหลาย” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และองค์ความรู้ร่วมกันในด้านรัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์การปกครอง จากนักวิชาการและนักวิจัยระดับนานาชาติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.พ.57 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง “ธรรมาภิบาลในภูมิภาคอุษาคเนย์: ความเป็นหนึ่งเดียวในความหลากหลาย” ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมมือ กับศูนย์ความเป็นเลิศด้านนโยบายสาธารณะและธรรมาภิบาลเยอรมัน-อุษาคเนย์ และสถาบันพัฒนาภูมิปัญญาตะวันออก จัดการประชุมดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และองค์ความรู้ร่วมกันในด้านรัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์การปกครอง จากนักวิชาการและนักวิจัยระดับนานาชาติ รวมทั้งเป็นเวทีให้นักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และนิสิต/นักศึกษา ได้เข้าร่วมฟังการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิ

ผศ.ดร. ประภา กาหยี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวว่า การจัดการประชุม ในครั้งนี้ คือเป็นเวทีสำหรับการศึกษาวิเคราะห์ และอภิปรายในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับศาสตร์ทางด้านสังคมและการเมืองระหว่างมหามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการขยายความร่วมมือทางวิชาการกับสถานศึกษาอื่นๆ เนื่องจากมหาวิทยาลัยตระหนักว่ามหาวิทยาลัยจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้ยาก หากขาดความร่วมมือการสนับสนุนจากภาคีความร่วมมือ เนื่องจากทุกวันนี้ประเด็น เรื่อง ธรรมาภิบาลเป็นประเด็นที่ทุกประเทศในเขตภูมิภาคอาเซียนต่างให้ความสำคัญ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและกระแสโลกาภิวัตน์ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมและไม่ยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจและสังคม ของแต่ละประเทศหลายประเทศในเขตภูมิภาคนี้ ต่างพยายามที่จะส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใส และสร้างระบบการเมืองที่เป็นอิสระตรวจสอบได้

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์หลายท่านต่างสนับสนุนหลักธรรมาภิบาล ในฐานะแนวทางแก้ไขวิกฤตและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และสังคม การประชุมวิชาการในวันนี้จึงเกิดขึ้นจากประเด็นดังกล่าวเพื่ออภิปรายหารือและหาแนวทางในการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล ในเขตภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมุ่งหวังที่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม การเมือง และชาติพันธุ์ ตามหลักธรรมาภิบาล ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมวิชาการในครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันและแบ่งปันประสบการณ์ทางวิชาการอันทรงคุณค่าซึ่งกันและกัน

“มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เล็งเห็นความสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษาทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ และเตรียมความพร้อมของบุคลากร และนักศึกษาเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558 จึงได้ส่งเสริมการจัดเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆที่ช่วยพัฒนาศักยภาพบุคลากรและบัณฑิตเพื่อรองรับการแข่งขันในระดับสากล” ผศ.ดร.ประภา กล่าวในที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น